อภ.เร่งผลิต สำรองยารักษาโควิด 5 ล้านเม็ด รองรับการระบาด

องค์การเภสัชกรรม(GPO) เร่งผลิต และสำรองยารักษาโควิด-19 คือ ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) และยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) จำนวนกว่า 5 ล้านเม็ด รองรับการระบาดโรคโควิด-19

26 พ.ค.2568-พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า จากการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลล่าสุด ณ สัปดาห์ที่ 21 ของปี 2568 (วันที่ 18 – 24 พ.ค.68) (ข้อมูล ณ. วันที่ 26 พ.ค.68) มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ 53,597 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย ยอดสะสมผู้เสียชีวิต ปี 2568 อยู่ที่ 46 ราย เชื้อโควิด-19 ที่พบในประเทศไทยขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ JN.1 ซึ่งผู้ที่เคยเป็นมาแล้วเป็นซ้ำได้อีก และส่วนใหญ่จำนวนมากไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อเพราะมีอาการน้อย แต่แพร่กระจายได้ จึงเป็นเหตุให้มีการแพร่กระจายอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว อีกทั้งเกิดจากการรวมกลุ่มกันของคนจำนวนมาก และการเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่นสามารถพบผู้ป่วยได้ตลอดทั้งปี

องค์การเภสัชกรรมในฐานะที่เป็นหน่วยงานในการผลิต สำรอง กระจายยาและเวชภัณฑ์เพื่อรองรับการระบาดที่เกิดขึ้น และจากการแพร่กระจายในวงกว้างอย่างรวดเร็วดังกล่าว พบว่ามีการแจ้งความต้องการเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ องค์การเภสัชกรรมวางแผนผลิตรองรับการระบาดในหน้าฝนตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเพิ่มกำลังการผลิตยาเพื่อรักษาโรคโควิด-19 ประกอบด้วย ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) จำนวน 1,750,000 เม็ด ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) จำนวน 3,360,000 แคปซูล จึงได้ปรับเร่งกระบวนการต่างๆจนสามารถขึ้นคลังได้เร็วขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 23 พ.ค.68 ที่ผ่านมา และได้ส่งกระจายยาไปยังโรงพยาบาลต่างๆ อย่างเร่งด่วนแล้ว  โดยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จัดส่งภายใน 1 วัน และต่างจังหวัดจัดส่งภายใน 3 วัน ได้แก่ โรงพยาบาล เขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 13 แห่ง เมื่อวันที่ 24 พ.ค.68 และกลุ่มโรงพยาบาลและหน่วยบริการทั่วประเทศ ประมาณ 315 แห่ง เมื่อวันที่ 26 พ.ค.68 และสำหรับ lot ต่อๆ ไปจะมีการผลิตและกระจายเพิ่มเติมในวันที่ 28 พ.ค.68 และ ในต้นเดือน มิ.ย.68 ตามลำดับ นอกจากนั้น องค์การเภสัชกรรมได้มีการสั่งซื้อวัตถุดิบเพื่อนำมาผลิตเพิ่มแล้ว และยังได้เพิ่มการจัดหาแหล่งวัตถุดิบเพื่อการผลิตยาทั้ง 2 รายการดังกล่าวสำรองไว้ให้เพียงพอในกรณีที่อาจจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ องค์การเภสัชกรรมมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนผลิตและสำรองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของการระบาดของโรค

ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมยังได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์เพิ่มเติมว่า “วิธีการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อโควิด 19 การดูแลตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่เสี่ยง สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัดหรือระบบระบายอากาศไม่ดี หมั่นล้างมือให้สะอาด เว้นระยะห่างกับผู้อื่นหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำเมื่อกลับถึงบ้าน กินร้อน ช้อนกลาง และหากมีอาการป่วย ควรตรวจ ATK  เพื่อพักรักษาตัวให้หายดีก่อน ป้องกันการแพร่เชื้อ และถ้าหากมีอาการรุนแรงควรไปพบแพทย์โดยเร็วค่ะ” 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วาทกรรมเตะตัดขา 'หมอฮีโร่' คำถามที่พรรคส้มไม่กล้าตอบ

กรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เริ่มต้นจากเรื่องวินัยราชการ ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ และไม่ใช่เรื่องเลือกข้างทางการเมือง หากแต่เป็นการตรวจส

นายกฯ ยันไทยยังปลอดผู้ติดเชื้อนิปาห์ ยึดต้นแบบเฝ้าระวังสมัยโควิด

นายกฯ ยันไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อนิปาห์  ขอให้ยึดโมเดลเฝ้าระวังสมัยโควิด คัดกรอง นทท.จากประเทศเสี่ยง แนะเลี่ยงสัมผัสมือ กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ สั่งสธ. แถลงหวั่นปชช.วิตก ชี้ติดต่อจากสารคัดหลั่งไม่ฟุ้งในอากาศ

ดักคอ 'ทักษิณ' อย่างัดมุกติดโควิด เบี้ยวขึ้นศาล 13 มิ.ย.

นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังอ้ำอึ้งเรื่องไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง