ภาคปชช. ร้อง 'บวรศักดิ์' ชง ก.พ. สอบใหม่ปมปลด 'หมอสุภัทร'

เครือข่าย ขสช. ร้องขอความเป็นธรรม ‘บวรศักดิ์’ ปมปลด ‘หมอสุภัทร’ วอน ก.พ. สอบสวนใหม่ กระทุ้งผู้บริหาร สธ. ยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง

2 ก.พ. 2569 – เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล สำนักงาน ก.พ. หลังเก่า กลุ่มขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) ร่วมกับเครือข่ายผู้สูญเสียจากโควิด-19 และกลุ่มเพื่อนหมอสุภัทร นำโดยนายวทัญญู แสงแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ และนายเจกะพันธ์ พรหมมงคล ผู้ประสานกลุ่มเพื่อนหมอสุภัทร นางนัยนา ยลจอหอ ตัวแทนเครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง ยื่นหนังสือถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ผ่านนายสมพาส นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความเป็นธรรม กรณี นพ.สุภัทร ฮาสุวธุรรรณกิจ อดีตผอ.รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา และผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน ถูกปลดออกจากราชการ

นางนัยนา กล่าวว่า จากมติของคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) ให้ปลด นพ.สุภัทร ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรม ทางเครือข่ายขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอถึง ก.พ. และคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) โดยเห็นว่าการดำเนินการของ นพ.สุภัทร ถือเป็นเจตนาบริสุทธิ์ ที่เลือกชีวิตคนมากกว่าข้อจำกัดใด ในช่วงสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งทางเครือข่ายคือกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมอยู่ในช่วงการระบาด และมีกลุ่มแพทย์ชนบทเข้ามาใน กทม. เพื่อช่วยคัดกรองผู้ป่วยในช่วงที่ประชาชนเคว้งคว้าง แพทย์ชนบทจึงเปรียบเหมือนขอนไม้ใหญ่ ที่มาช่วยด้วยด้วยองค์ความรู้ที่ทำให้เราไม่ตื่นตระหนกและเข้าใจสถานการณ์ เกิดการปรับตัวขนานใหญ่ในชุมชนเพื่อรับมือกับปัญหาร่วมกับภาครัฐ ไม่ใช่แค่การตรวจคัดกรอง จึงขอให้ ก.พ. และ ก.พ.ค. สอบสวนใหม่ เพราะนพ.สุภัทร ยังไม่ได้ชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัย ที่กฎหมายระบุชัดว่า ต้องให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาที่จะชี้แจงให้ถ้อยคำ

“ขอให้กำลังใจ ก.พ และ อ.ก.พ. ในการปฏิบัติตามหน้าที่เพื่อความถูกต้อง ผดุงความยุติธรรม และสร้างความเชื่อมั่นในระบบราชการที่มีธรรมาภิบาล ยุติข้อครหาว่าเป็นการกลั่นแกล้ง มีอคติ และหวังผลทางการเมือง โดยอาจเปิดให้มีการไต่สวนสาธารณะเพื่อความโปร่งใส่ น่าเชื่อถือ พร้อมกันนี้ทางเครือข่ายฯ ขอเรียกร้องไปยังผู้บริหารและคนในกระทรวงสาธารณสุข ให้ยืดหยัดเพื่อความถูกต้อง ใช้หลักกฎหมายในการตัดสินใจโดยไม่สยบยอมต่ออำนาจ ไม่ปล่อยผ่านให้ผู้คนในสังคมตั้งคำถามรุนแรงและสิ้นหวังกับองค์กรของรัฐ” นางนัยนา ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อคติใต้เสื้อคลุมคนรุ่นใหม่! พรรคส้มกับการมองข้าม 'เส้นเลือดฝอย' ของประเทศ

การออกมาน้อมรับคำวิจารณ์และประกาศตั้งกรรมการสอบวินัยของพรรคประชาชน ต่อกรณี "ภัณฑิล น่วมเจิม" สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงกำนันผู้ใหญ่บ้านว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาจดูเป็นเพียงการแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อให้เรื่องยุติลงตามระเบียบที่ควรจะเป็น

จับตากก.วินัยพรรคส้ม ถกลงดาบ ส.ส.ปากพล่อย อภิปรายเหมารวมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ค้ายา

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ออกแถลงการณ์ขอโทษกรณีที่นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.ก

สส.ภูมิใจไทย จี้พรรคส้มต้องรับผิดชอบมากกว่าคำขอโทษ พาดพิงกำนันผู้ใหญ่บ้านเอี่ยวยาเสพติด

นายพิชานนท์ อิงประสาร สส.ตราด พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 เม.ย.69 เหมารวมเป็นพวกค้ายาเสพติดว่า

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

ฝ่ายค้านเดือด! 'สาธิต' จี้ 'ปชน.' รับผิดชอบ 'สส.' ทำองค์กร 'กำนัน-ผญบ.' เสียหายแบบเหมารวม

การทำให้องค์กร กำนันผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นสถาบันพื้นฐาน การปกครองประเทศ เขาเสียหายแบบเหมารวม ของท่าน ส.ส.ที่พูดในสภาผู้แทนราษฎร สถานที่ที่ต้องมีวุฒิภาวะที่เหมาะสม