
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชูนโยบาย “สร้างรายได้ สร้างตลาด สร้างโอกาส ” ส่งเสริมเกษตรกรไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน มุ่งยกระดับสินค้าเกษตร เดินหน้าผลักดันการส่งออกผลไม้ไทยไปตลาดจีน ขนผลไม้มูลค่าสูง สินค้าเกษตรแปรรูป ภายใต้โครงการ “Thailand Agri Intertrade 2025” พร้อมนำนวัตกรรม Smart Farming เข้าร่วมโชว์ศักยภาพในงาน China International Agricultural Trade Fair (CATF) ณ เมืองเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน กระแสตอบรับดีเกิดคาด ทุเรียนไทยยังได้รับความนิยมสูง ผลไม้อบแห้ง ผลไม้แช่อิ่ม ครองใจผู้บริโภคเป็นที่หนึ่งในแดนมังกร
ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเข้าร่วมงาน China International Agricultural Trade Fair (CATF) ณ เมืองเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–19 ตุลาคม 2568 ภายในงานได้ให้การต้อนรับนายหาน จุ้น (Han Jun) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและกิจการชนบท สาธารณรัฐประชาชนจีน และนายจาง กง (Zhang Gong) นายกเทศมนตรีนครเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ให้เกียรติเยี่ยมชมพาวิลเลี่ยนสินค้าเกษตรและผลไม้ไทย ซึ่งไทยนำผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูง อาทิ ทุเรียนแช่แข็ง มะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าว ขนุน ลองกอง ลำไย กระเจี๊ยบ และส้มโอ เป็นต้น พร้อมทั้งสินค้าเกษตรแปรรูป ผลไม้อบแห้ง และผลไม้แช่อิ่ม เพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีนและชาวต่างประเทศได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อย พร้อมกิจกรรม Business Matching ตอกย้ำภาพลักษณ์ “สินค้าเกษตรไทยคุณภาพระดับโลก”
ร้อยเอก ธรรมนัส เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง มุ่งเน้นผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพตามมาตรฐานสากลสอดคล้องความต้องการของตลาด ผลไม้ไทยเป็นสินค้าเศรษฐกิจหลักสร้างรายได้การส่งออกให้แก่ประเทศเป็นอย่างมาก ในปี 2567 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกผลไม้และผลิตภัณฑ์กว่า 309,519 ล้านบาท โดยจีนเป็นตลาดส่งออกผลไม้ไทยรายใหญ่ที่สุด และมีความต้องการผลไม้เมืองร้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเข้าร่วมงาน China International Agricultural Trade Fair (CATF) ในครั้งนี้จึงนับเป็นโอกาสดีในการกระชับความสัมพันธ์กับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น สร้างโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ ขยายฐานผู้บริโภคในตลาดที่มีศักยภาพสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่ผ่านมาไทยส่งออกผลไม้สดไปจีนกว่า 1 ล้านตัน โดยเฉพาะ “ทุเรียน มังคุด และลองกอง” ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง

“การนำผลไม้ไทยไปเปิดตลาดในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าแล้ว ยังเป็นการขยายช่องทางการกระจายสินค้าเกษตรจากพี่น้องเกษตรกรไทยสู่ตลาดต่างประเทศ เพราะจีนเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกสินค้าเกษตรหลักของไทย ซึ่งผมได้มอบนโยบายให้เพิ่มการส่งออก ผลไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป เช่น ทุเรียนแช่แข็ง ทุเรียนอบกรอบ น้ำผลไม้เข้มข้น และผลิตภัณฑ์พร้อมบริโภค เพื่อขยายสัดส่วนตลาดและลดความเสี่ยงจากราคาผลไม้สดในฤดูกาล” รมว.ธรรมนัสกล่าว
รมว.กระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้ให้แก่เกษตรกรเพื่อสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งเน้นย้ำการให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพผลไม้ไทยโดยเฉพาะทุเรียนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับของจีน รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) สามารถตรวจสอบและรับรองแหล่งที่มาของผลผลิต ซึ่งจะเป็นการยกระดับผลไม้ไทยให้มีมูลค่าสูงขึ้น ช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้แก่เกษตรกร และยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศคู่ค้าอีกด้วย

นายปณิธาน มีไชยโย ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การนำผลไม้ไทยไปประชาสัมพันธ์ให้ชาวจีนและชาวต่างชาติได้สัมผัสและชิมรสชาติในครั้งนี้ กระแสตอบดีเยี่ยม ราชินีผลไม้อย่างทุเรียนของไทยยังแรงดีไม่มีตก ส่วนมะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าวน้ำหอม และขนุน รวมทั้งผลไม้แช่อิ่ม ผลไม้อบแห้ง ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก การเข้าร่วมงาน CATF ในครั้งนี้นับเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ชาวจีนได้รู้จักผลไม้ไทย รวมทั้งผลไม้แปรรูปที่หลากหลายมากขึ้น เป็นการเปิดประตูการค้าใหม่ ๆ ที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตไทยกับผู้ประกอบการชาวจีนอย่างยั่งยืน และยังเป็นการผลักดันสินค้าเกษตรภายใต้แนวคิด BCG Economy Model (Bio–Circular–Green Economy) ประกอบด้วย Bio Economy: นำนวัตกรรมมาต่อยอดเพิ่มมูลค่าสินค้า Circular Economy: จัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ Green Economy: ใช้ทรัพยากรเกษตรอย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ ภายในงาน อ.ต.ก.ได้นำผลไม้ไทย อาทิ ทุเรียนแช่แข็ง มะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าว ขนุน ลองกอง ลำไย กระเจี๊ยบ และส้มโอ พร้อมทั้งสินค้าเกษตรแปรรูป ผลไม้อบแห้งและผลไม้แช่อิ่ม พร้อมจัด Business Matching เปิดเวทีให้ผู้ซื้อและผู้ประกอบการได้เจรจาธุรกิจกับเกษตรกรและผู้ผลิตไทยโดยตรง นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสินค้าเกษตรไทยสู่เวทีการค้าโลกทั้งในรูปแบบ B2B (Business to Business) และ B2C (Business to Consumer) ตอกย้ำภาพลักษณ์ “สินค้าเกษตรไทยคุณภาพระดับโลก” และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คู่ค้าต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หวัง อี้ ถวายการต้อนรับ กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯเยือนจีน
นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถวายการต้อนรับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
'ธรรมนัส' เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนช่วยเกษตรกร ลดต้นทุนปุ๋ย จัดการน้ำ แก้ปัญหาที่ดิน
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงรัฐบาลใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และสะเทือนถึงภาคเกษตรกรรมของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า สิ่งที่เกษตรกรไทยกำลังเผชิญคือต้นทุนชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ปุ๋ย
'ธรรมนัส' ไม่กังวล พร้อมให้โอกาส 'ชนนพัฒฐ์' พิสูจน์ตัวเอง พัวพันคดีเว็บพนัน
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
'ธรรมนัส' เก็บตัวเงียบ ยังไม่เข้า ก.เกษตรฯ หลังกลับถึงไทยแล้ว
สำหรับความเคลื่อนไหว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ภายหลังเดินทางกลับจากพักผ่อนที่ประเทศฟินแลนด์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
'ธรรมนัส' พักผ่อนกับครอบครัว ดูแสงเหนือที่ฟินแลนด์
เปิดภาพ "ธรรมนัส" พักผ่อนกับครอบครัว ดูแสงเหนือที่ฟินแลนด์ ท่ามกลางกระแสข่าวพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลเสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวน 300 เสียง โดยไม่มีพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลและต้องเป็นฝ่ายค้าน
สเต็ปไม่ธรรมดา! 'ธรรมนัส' ยื้อเก้าอี้เกษตรฯ ไม่ใช่หน้าที่พาณิชย์ ลั่นใครบีบเจอสวนกลับแน่
"ธรรมนัส" ยัน รอ กกต.ก่อนเคาะร่วมรัฐบาล ไม่กลัวถูกบีบ ชี้ เก้าอี้ รมว.เกษตรฯ ไม่ใช่นั่งห้องแอร์ ต้องลุยเจรจาขายสินค้าเองทุกดีล หวั่นกระทรวงเกิดสุญญากาศกระทบเกษตรกรทั่วประเทศ

