MICROCAP เครื่องผลิตออกซิเจน พลังจุลสาหร่าย       เพิ่มคุณภาพอากาศให้คนเมือง

เครื่อง MICROCAP ต้นแบบมีขนาด 60x60x150 ซม. (ขนาด 100 ลิตร)

ต้นไม้เป็นแหล่งผลิตออกซิเจนและฟอกอากาศ แต่น่าเศร้าที่ปัจจุบัน พื้นที่ป่าและจำนวนต้นไม้น้อยลงอย่างมากซ้ำวิถีชีวิตของคนเมืองและโลกอุตสาหกรรมสมัยใหม่ก็เป็นตัวการก่อมลพิษทางอากาศไม่ว่าจะเป็นควันจากท่อไอเสียเครื่องยนต์ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรมเตาเผาต่าง ๆ ฯลฯเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทุกชีวิตบนโลกใบนี้การเพิ่มและฟื้นฟูพื้นที่ป่าและส่งเสริมการปลูกต้นไม้จึงเป็นเรื่องจำเป็น แต่ในบริบทเมืองอาจมีข้อจำกัดด้านพื้นที่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิชญา อินนา อาจารย์ประจำภาควิชาเคมีเทคนิค คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณNมหาวิทยาลัย และนายธนกฤต คมขำ นิสิตปริญญาเอก  ภาควิชาเคมีเทคนิค คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงพยายามแก้โจทย์นี้ด้วยการคิดค้นเครื่อง “MICROCAP”นวัตกรรมที่ใช้พลังจุลสาหร่ายให้สังเคราะห์แสงและผลิตออกซิเจนMICROCAP เครื่องผลิตออกซิเจนด้วยพลังจุลสาหร่าย

“สังคมเริ่มสนใจเรื่อง Carbon Neutrality  หรือความเป็นกลางของคาร์บอน  และการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก็เป็นหนึ่งในปัญหาระดับโลก อาจารย์ จึงอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้  แต่ก็มีความต้องการที่จะใช้เทคโนโลยีที่แหวกแนวสักหน่อยและควรเป็นวิธีเลียนแบบธรรมชาติที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม นั่นก็คือเทคโนโลยีจุลสาหร่าย” ผศ.ดร.พิชญากล่าว

จุลสาหร่ายในเครื่อง MICROCAPจะทำหน้าที่เสมือนเป็นต้นไม้ภายในบ้านและอาคารช่วยดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และเปลี่ยนเป็นก๊าซออกซิเจนมากกว่าต้นจามจุรีได้ถึง 20 เท่า ผศ.ดร.พิชญา บอกว่า หลายคนกังวลเรื่องฝุ่น PM 2.5แต่ก็อย่ามองข้ามก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  เพราะอันตรายพอกันเวลาเราหายใจออกก็หายใจเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถ้าอากาศภายในอาคารไม่ถ่ายเทก็จะทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สะสมเยอะ ส่งผลต่อสุขภาพโดยตรงไม่ว่าจะเป็นระบบสมองที่เกี่ยวกับการตัดสินใจ ถ้าสูดไปนาน ๆอย่างในห้องเรียนจะทำให้ง่วงนอน สมาธิสั้นลง ปวดหัวถ้าสูดนานต่อเนื่องก็จะทำให้เป็นมะเร็งปอดด้วยซ้ำ

จุลสาหร่ายคืออะไรผศ.ดร.พิชญาอธิบายว่า จุลสาหร่ายเป็นเซลล์จุลินทรีย์ที่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงคล้ายพืช แต่ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มพืชสามารถมีโครงสร้างคล้ายแบคทีเรียจึงอยู่ก้ำกึ่งระหว่างอาณาจักรของพืช (Plant Kingdom)และอาณาจักรโพรทิสตา (Protista Kingdom) หรือ สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ที่ยังไม่ถูกพัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อ โดยจุลสาหร่ายพบได้ในแหล่งน้ำหลากหลายสาหร่ายที่เรามองเห็นได้ ไม่ใช่จุลสาหร่ายจุลสาหร่ายจะต้องเป็นสาหร่ายที่ต้องส่องกล้องดูเพื่อที่จะเห็นตัวเซลล์

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิชญา อินนา

ตัวอย่างจุลสาหร่ายที่หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ เช่น   สาหร่ายสไปรูลิน่าหรือสาหร่ายเกลียวทอง  ซึ่งจุลสาหร่ายมีประสิทธิภาพในการสังเคราะห์ด้วยแสงดีกว่าพืชถึง10 – 50 เท่า หรือ 100 เท่าในบางสายพันธุ์คุณสมบัตินี้เป็นความรู้ทั่วไปแต่มีนักวิจัยจำนวนน้อยที่นำมาใช้แก้ปัญหาการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในอาคารและเปลี่ยนเป็นอากาศบริสุทธิ์

MICROCAP เพิ่มออกซิเจนด้วยกระบวนการชีวภาพได้อย่างไร  ด้วยความสนใจในคุณสมบัติพิเศษของจุลสาหร่ายตั้งแต่สมัยเริ่มเรียนปริญญาเอกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผศ.ดร.พิชญา เล่าว่า ได้พยายามค้นคว้าหาแนวทางที่จะใช้เทคโนโลยีจุลสาหร่ายให้เกิดประโยชน์ จนในที่สุด ก็ประสบความสำเร็จในการผลิตเครื่องMICROCAP (ย่อมาจากคำว่า Micro Algae หรือจุลสาหร่าย ส่วนCAP ย่อมาจาก Capture ที่แปลว่าดักจับ)

กระบวนการทำงานของ MICROCAP หรือเครื่องเพิ่มอากาศบริสุทธิ์นี้ คือ เครื่องจะดูดอากาศที่อยู่ภายในอาคารเข้าไปในตัวเครื่องที่บรรจุจุลสาหร่ายเซลล์จุลสาหร่ายในเครื่องก็จะสังเคราะห์ด้วยแสงด้วยการดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป และปล่อยออกมาเป็นออกซิเจนจุลสาหร่ายที่ถูกนำมาใส่ในเครื่อง MICROCAP  ผ่านสิ่งที่เรียกว่า “กระบวนการทรมาน” ด้วยศาสตร์ทางเคมีวิศวกรรมเสียก่อนโดยการใช้สารเคมีหรือการปรับเปลี่ยนสูตรอาหารเพื่อให้จุลสาหร่ายมีฟังก์ชันที่ต้องการกระบวนการเปลี่ยนถ่ายจุลสาหร่าย

“จุลสาหร่ายจะถูกปลูกในห้องแล็บประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังจากนั้นจะนำจุลสาหร่ายรวมทั้งสูตรอาหารที่ค้นคว้ามาใส่ในเครื่องMICROCAPเพื่อให้จุลสาหร่ายอยู่ในช่วงที่เจริญเติบโตมากที่สุดเพื่อดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากที่สุด”

ผศ. ดร.พิชญากล่าวว่า MICROCAP เป็นเครื่องที่อาศัยการทำงานจากกระบวนการทางชีวภาพ ดังนั้น เมื่อติดตั้งเครื่องแล้วต้องรอให้จุลสาหร่ายทำงานและปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 1 วัน เครื่องก็พร้อมทำงานและจะทำหน้าที่ผลิตออกซิเจนได้ราว 1 เดือน  ตามวงจรของจุลสาหร่ายด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์ MICROCAP จึงให้บริการในระบบเช่ารายเดือน  เนื่องจาก จะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายจุลสาหร่ายและล้างเครื่องเป็นประจำทุกเดือน

มีการนำ MICROCAP มาใช้งานแล้ว สำหรับพื้นที่ขนาดเล็กเครื่อง MICROCAP เครื่องต้นแบบมีขนาด 60x60x150 ซม. (ขนาด100 ลิตร)ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 400 ตรม. เช่น โรงเรียน ออฟฟิศ และห้างสรรพสินค้า ซึ่งในต้นปี 2568  ได้เปิดตัวเครื่อง MICROCAP ต้นแบบที่ห้องสมุดคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ เนื่องในโอกาสสถาปนาคณะวิทยาศาสตร์ครบรอบ 108 ปี

“หลังจากเปิดตัวเครื่อง MICROCAP ขนาด 100 ลิตรมีแต่คนถามว่าถึงเครื่องขนาดเล็ก เราจึงจัดทำเครื่อง MICROCAP  ขนาด 50 ลิตร ครอบคลุมพื้นที่ปานกลาง และ MICROCAP Mini ขนาด 10 ลิตร ครอบคลุมพื้นที่ในห้องประชุมขนาดเล็ก”“เบื้องต้นทีมงานจะไปประเมินพื้นที่ก่อนว่าจะติดกี่เครื่องเพื่อที่จะควบคุมคาร์บอนไดออกไซด์ให้เข้ากับมาตรฐานตึกสีเขียวราคาเครื่องจัดโปรโมชั่นเครื่องขนาด 10 ลิตร ราคาเริ่มต้น 1,500บาทต่อเครื่องต่อเดือน เครื่องขนาด 50 ลิตร ราคาเริ่มต้น 5,000บาทต่อเครื่องต่อเดือน”

สำหรับแผนงานในอนาคต ผศ.ดร.พิชญากำลังดูโอกาสในการทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมที่จะนำชีวมวลสาหร่ายไปต่อยอดและออกแบบแนวทางการทำงานซึ่งอาจเป็นไปได้ 2ลักษณะคือลงทุนเป็นโครงการวิจัย และลงทุนในบริษัท Algae DeepTech จำกัด ที่อาจารย์เป็นผู้ก่อตั้งร่วมกับทีมงานวิจัยจากงานวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์เพื่ออากาศบริสุทธิ์

MICROCAP ขนาด 100 ลิตร และ เครื่อง MICROCAP ขนาด 50 ลิตร

เบื้องหลังความสำเร็จของการเป็นนักวิจัยและพัฒนา ผศ.ดร.พิชญา บอกว่า  การทำผลิตภัณฑ์ต้องมองหลาย ๆ มุมไม่เพียงแค่งานวิจัย แต่ต้องดูมุมธุรกิจด้วย   ตอนแรกตนเองไม่มีความรู้เลย ต้องไปนั่งเรียนการออกแบบผลิตภัณฑ์และงานนี้ ทำคนเดียวไม่ได้   ต้องมีทีมที่ดีที่คอยให้การสนับสนุนหลาย ๆ ด้านไม่ว่าทีมวิจัยและทีมที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ ต้องมี 2ทีมนี้คู่กันไปเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ให้สำเร็จ

ในส่วนการวิจัย ผศ. ดร.พิชญากล่าวว่า โปรเจกต์นี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายแหล่ง ได้แก่ทุนจากศูนย์เทคโนโลยีและวิศวกรรมเพื่อเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวจากคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาฯ,หน่วยปฏิบัติการวิจัยการเพาะเลี้ยงจุลสาหร่ายและการใช้ประโยชน์จากจุลสาหร่ายอย่างยั่งยืน จาก คณะวิศวกรรมศาสตร์และกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากกระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (TED Fund)สำหรับการวิจัยเรื่องเทคโนโลยีจุลสาหร่ายในภาคการทำธุรกิจ ผศ. ดร.พิชญาได้รับการสนับสนุนจาก CU  Innovation Hubและสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ให้ความรู้เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงโครงการ Chula  Spin-off จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ที่ช่วยเหลือในการก่อตั้งบริษัท Algae Deep Tech จำกัด – Start-up  ที่มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีจุลสาหร่ายมาแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

“อาจารย์ทำงานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีจุลสาหร่ายเรื่องการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และพบว่าธรรมชาติให้คำตอบเราเยอะมากเลยอยากนำเทคโนโลยีนี้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจ มาจากธรรมชาติออกสู่ตลาดเพื่อช่วยสังคมในเรื่องคุณภาพอากาศ”

ผู้ที่สนใจ MICROCAP สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ บริษัท Algae Deep Tech จำกัด บริษัทมีบริการเช่าในรูปแบบจ่ายรายเดือน(Subscription) และติดตั้งเครื่อง MICROCAP ในตัวอาคารพร้อมกับบริการดูแลรักษาเครื่องตลอดอายุการใช้งานติดต่อได้ที่โทร. 098-825-2390 หรือเว็บไซต์ www.algaedeeptech.com

ธนกฤต   คมขำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จุฬาฯ-PMCU-เอไอเอส-ช่อง 7HD ร่วมเปิดพื้นที่ AIS SIAM จัดกิจกรรม ‘สยามน้อมอาลัย ด้วยหัวใจที่เท่าเทียม’ เนื่องในวันคนพิการแห่งชาติ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ (PMCU) บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และช่อง 7HD ขอแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรของแผ่นดิน

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจับมือจุฬาฯ เผยแพร่ความสำเร็จของโครงการพัฒนาผลิตภาพ สำหรับธุรกิจเกษตรแปรรูปเป้าหมาย (แผนธุรกิจและการตลาด) มอบรางวัล 4 ธุรกิจต้นแบบอุตสาหกรรมโกโก้ไทย

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาฯ จัดพิธีปิดและเผยแพร่ความสำเร็จของกิจกรรมพัฒนาผลิตภาพสำหรับธุรกิจเกษตรแปรรูปเป้าหมาย