ศูนย์เรียนรู้วาซาบิฯไทย วิจัยสารสำคัญสู่อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง-สุขภาพ

“วาซาบิ” พืชสมุนไพรจากญี่ปุ่นที่หลายคนคุ้นเคย ในฐานะเครื่องเคียงบนจานอาหารญี่ปุ่น กำลังถูกจับตามองในฐานะพืชเศรษฐกิจที่มีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในตลาดโลก ไม่เพียงแค่กลิ่นฉุนเฉพาะตัวอันเป็นเอกลักษณ์ แต่สารสำคัญในวาซาบิยังมีศักยภาพในการนำไปพัฒนาต่อยอดเชิงนวัตกรรม งานวิจัย ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมสุขภาพและเครื่องสำอาง

วาซาบิ ยังถือเป็นหนึ่งในพืชที่มีมูลค่าทางการตลาดและมีความต้องการสูงในอุตสาหกรรมอาหาร โดยมีการคาดการณ์ว่าตลาดวาซาบิโลกระหว่างปี 2019–2027 จะเติบโตด้วยอัตรา CAGR ร้อยละ 8.7 และในปี 2027 จะมีมูลค่าตลาดสูงถึง 590.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม วาซาบิเป็นพืชที่ปลูกได้ยาก เนื่องจากต้องการอุณหภูมิเย็น ระบบการเพาะปลูกเฉพาะทาง และองค์ความรู้เฉพาะด้าน อย่าง การปลูกวาซาบิแบบซาวะ ซึ่งเป็นการปลูกในแหล่งน้ำไหลจากภูเขา ได้รับความนิยมอย่างมากในจ.ชิสุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตวาซาบิคุณภาพสูงที่สุดของประเทศ

ห้องเพาะปลูกวาซาบิ

ด้วยข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมดังกล่าว การพัฒนาการเพาะปลูกวาซาบิในบริบทของประเทศไทย จึงนับเป็นความยากอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี การวิจัย และการบริหารจัดการอย่างรอบด้าน ท่ามกลางความท้าทายนี้ “ศูนย์เรียนรู้ วาซาบิ เวิลด์ ไทยแลนด์” ณ เพ ลา เพลิน จ.บุรีรัมย์ ได้เปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้และวิจัยการปลูกวาซาบิในประเทศ ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาด้านอาหาร ไปจนถึงการต่อยอดสู่งานวิจัยและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่และขยายโอกาสของตลาดวาซาบิในบริบทไทย

ประณัย สายชมภู กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท จำกัด กล่าวว่า  ในพื้นที่ของเพ ลา เพลิน เป็นอุทยานเรียนรู้นอกห้องเรียนและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งจะมีศูนย์การเรียนรู้พืชสมุนไพรให้กับผู้ที่สนใจ โดยหนึ่งในพืชที่ตอนนี้ได้เพาะปลูกคือ วาซาบิ เป็นการทำงานร่วมกับศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ฯ จ.เชียงใหม่ ในการศึกษาและนำต้นพันธุ์วาซาบิมาทดลองปลูกเหตุผลสำคัญที่เลือกวาซาบิ เนื่องจากเป็นพืชที่มีความต้องการสูงในตลาดโลก แม้แต่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดวาซาบิเองก็ยังไม่สามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการ

 “วาซาบิที่ผู้บริโภคคุ้นเคยและรับประทานกันทั่วไปในร้านอาหาร ส่วนใหญ่ไม่ใช่วาซาบิแท้ แต่เป็นฮอร์สแรดิชที่นำมาปรุงแต่งสีและรสชาติ ดังนั้น เมื่อพิจารณาทั้งในแง่มูลค่าและความต้องการของตลาด วาซาบิแท้จึงยังมีช่องว่างทางธุรกิจอีกมาก โดยเฉพาะเมื่อมองไปไกลกว่าการเป็นเพียงวัตถุดิบอาหาร ซึ่งเพ ลา เพลินทำงานด้านสมุนไพรและผลิตภัณฑ์สุขภาพเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว จึงเกิดแนวคิดมนการใช้วาซาบิเป็นอาหาร จึงต่อสู่การวิจัยพัฒนาสารสำคัญในวาซาบิเป็นวัตถุดิบในกลุ่มเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่จะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ปัจจุบันจึงได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาการใช้สารสำคัญจากวาซาบิอย่างเป็นระบบ” ประณัย กล่าว

นำเหง้าวาซาบิมาฝนจะได้วาซาบิสด

ประณัย กล่าวต่อว่า วาซาบิเป็นพืชที่ให้ผลผลิตค่อนข้างน้อย แต่มีความต้องการสูง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการปลูกวาซาบิหลักๆ คือ ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เดิมทีวาซาบิจะปลูกในระบบน้ำไหลและอุณหภูมิเย็นตามธรรมชาติ แต่ปัจจุบันสภาพอากาศที่แปรปรวนทำให้ผลผลิตลดลง ญี่ปุ่นจึงต้องนำเข้าวาซาบิจากต่างประเทศ เช่น จีนและเกาหลี ขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็นำเข้าวาซาบิจากประเทศเหล่านี้เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันศูนย์นี้ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของประเทศไทยที่ปลูกวาซาบิ ซึ่งพื้นที่ปลูกอื่นๆจะอยู่ทางภาคเหนือ เช่น จ.ลำพูน  ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ฯ และบางหน่วยงานเอกชน เช่น ปตท.

มุมมองด้านอุตสาหกรรมในไทย ประณัย กล่าวว่า ยังไม่สามารถขยายการปลูกวาซาบิในระดับอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกวัตถุดิบได้ เนื่องจากการปลูกต้องใช้ระบบปิด ควบคุมอุณหภูมิ แสง และความชื้น  ทำให้มีต้นทุนสูง หากปลูกเพื่อขายเป็นวัตถุดิบโดยตรงจะมีต้นทุนต่อหน่วยสูงและแข่งขันได้ยาก แนวทางที่เลือกจึงเป็นการนำสารสำคัญจากวาซาบิมาต่อยอดในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ซึ่งมีความคล่องตัวมากกว่า ทั้งด้านกฎหมาย ระยะเวลาพัฒนา และโอกาสทางการตลาด แลพการแข่งขันกับประเทศขนาดใหญ่อย่างจีนในเชิงปริมาณอาจเป็นเรื่องยาก แต่สิ่งที่ประเทศไทยสามารถทำได้คือการเน้นคุณภาพ งานวิจัย และการสร้างมูลค่าเพิ่ม

กลุ่มตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากสารสำคัญวาซาบิในการทดลองวิจัย

“ผลิตภัณฑ์ระยะแรกมุ่งพัฒนากลุ่มดูแลเส้นผมและผิวหน้า เครื่องหอม และผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยเริ่มทดลองตลาดจากกลุ่มเครื่องหอม เนื่องจากเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย ไม่ต้องจดแจ้ง อย. และมีอัตราการซื้อซ้ำสูง ขณะที่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสมุนไพรอื่น ๆ จะดำเนินการจดแจ้งตามกฎหมายอย่างครบถ้วน ในภาพรวม ตลาดเครื่องสำอางจากสารสกัดธรรมชาติมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังช่วงโควิด ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมากขึ้น ส่งผลให้วาซาบิถูกมองว่าเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ ปัจจุบันมีโรงงานผลิตเครื่องสำอางสมุนไพรที่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์เองและรับจ้างผลิต (OEM) ให้กับแบรนด์อื่นได้ ระยะยาว หากความต้องการใช้สารสกัดเพิ่มขึ้น มีแผนขยายสู่ระบบคอนแทรคฟาร์มมิ่ง เพื่อให้เกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกและส่งวัตถุดิบให้โรงงาน ตามโมเดลอุตสาหกรรมสมุนไพรขนาดใหญ่” ประณัย กล่าว

 กลุ่มอาหารที่มีวาซาบิเป็นวัตถุดิบ

ประณัย กล่าวต่อว่า ศูนย์เรียนรู้วาซาบิฯได้ดำเนินการเข้าสู่ปีที่สองแล้ว โดยเปิดให้บุคคลทั่วไป นักเรียน หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เข้ามาศึกษาเรียนรู้ได้ตลอดทั้งปี เหตุผลที่เปิดพื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ เพราะมองว่าภารกิจหลักของศูนย์คือการถ่ายทอดองค์ความรู้ เด็กและเยาวชนจำนวนมากรู้จักวาซาบิในรูปแบบผงสีเขียว แต่ไม่เคยเห็นต้นจริง การเปิดพื้นที่ให้เข้ามาเรียนรู้จึงช่วยสร้างองค์ความรู้ใหม่ และสร้างแรงบันดาลใจว่า ประเทศไทยเองก็สามารถปลูกวาซาบิได้ และผู้ที่เข้ามาศึกษาดูงานสามารถปรึกษานักวิชาการด้านการเกษตรได้โดยตรง หากสนใจจะนำไปต่อยอดเชิงอาชีพหรือเชิงธุรกิจ

ด้านพท.ป.ปริวรรตน์ จารุชลีย์ภรณ์ ผู้จัดการอโรคยา เวลเนส ศาลา เพลาเพลิน บุรีรัมย์ กล่าวว่า วาซาบิเป็นพืชที่ต้องใช้เวลาในการปลูกค่อนข้างนาน ตั้งแต่เริ่มปลูกจนเก็บเกี่ยว หากต้องการคุณภาพที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคหรือแปรรูป จะใช้เวลาประมาณ 1–1.5 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ให้รสชาติและคุณภาพดีที่สุด หากปล่อยไว้นานเกินไป เหง้าจะเริ่มแข็งและไม่เหมาะต่อการนำไปใช้ในอาหารระดับพรีเมียม ความท้าทายสำคัญจึงอยู่ที่การควบคุมสภาพแวดล้อม ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น และระบบน้ำ โดยในประเทศไทยจำเป็นต้องใช้ระบบปลูกแบบปิดและเทคโนโลยีเฉพาะ ทำให้ต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง

พท.ป.ปริวรรตน์ จารุชลีย์ภรณ์-ชวัลลักษณ์ จิตโคกกรวด

พท.ป.ปริวรรตน์ กล่าวต่อว่า โดยห้องเพาะปลูกของศูนย์เรียนรู้วาซาบิฯ ใช้ระบบปิด ควบคุมอุณหภูมิที่ประมาณ 16 องศาเซลเซียส ปลูกวาซาบิสายพันธุ์ Matsuma (มัทซึมะ) จำนวนราว 2,000 ต้น โดยการขยายพันธุ์จากเดิมที่นิยมเพาะเมล็ดหรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ปัจจุบันเริ่มใช้วิธีปักชำจากต้นแม่พันธุ์ที่แข็งแรงมากขึ้น ใช้ดินปลูกเป็นพีทมอส  และรดน้ำทุก 3 วัน วาซาบิประกอบด้วยราก ใบ เหง้า และดอก ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วน โดยเหง้าเป็นส่วนสำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นแหล่งสะสมสารอัลลิล ไอโซไทโอไซยาเนต (Allyl isothiocyanate) สูงถึง 86–92% ของสารไอโซไทโอไซยาเนตทั้งหมด ซึ่งเป็นตัวให้รสเผ็ดเฉพาะของวาซาบิ ขณะที่ใบพบสารฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ รากมีสารในกลุ่มเดียวกันที่ช่วยต้านการอักเสบและต้านมะเร็ง ส่วนดอกพบสารลูทีโอลิน (Luteolin) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ สารสำคัญจากวาซาบิถูกนำไปสกัดและวิจัยพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร สมุนไพร และสุขภาพ โดยปัจจุบันมีการต่อยอดในกลุ่มอาหาร เช่น ข้าวแต๋นวาซาบิ และน้ำผึ้งวาซาบิ และมีแผนทดลองนำใบวาซาบิไปใช้เป็นส่วนผสมของแหนมในอนาคต

สารสำคัญวาซาบิต่อยอดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ชวัลลักษณ์ จิตโคกกรวด นักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณท์เครื่องสำอาง อโรคยา เวลเนส ศาลา เพลาเพลิน บุรีรัมย์ กล่าวว่า การนำวาซาบิมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ไม่สามารถนำวัตถุดิบสดมาใช้ได้โดยตรง เนื่องจากวาซาบิสดยังคงมีความฉุนและอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว จำเป็นต้องผ่านกระบวนการสกัด เพื่อให้ได้สารออกฤทธิ์ในรูปแบบที่เหมาะสมต่อการใช้งาน เมื่อผ่านการสกัดแล้ว สารบางส่วนที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองจะลดลง ทำให้มีความอ่อนโยนต่อผิวมากขึ้น และสามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางได้อย่างปลอดภัย

เครื่องหอมวาซาบิ

ชวัลลักษณ์ กล่าวต่อว่า วาซาบิมีสารสำคัญอย่าง Allyl isothiocyanate (AITC) ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อที่ก่อให้เกิดสิว ช่วยลดการอักเสบและการระคายเคืองของผิว นอกจากนี้ยังพบสารกลุ่ม glucosinolate รวมถึง phenolic และ flavonoids ที่ช่วยฟื้นฟูผิว ลดเลือนริ้วรอย และเสริมความแข็งแรงของเซลล์ผิว วาซาบิจึงถูกนำมาวิจัยและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ เช่น สบู่ แชมพู ครีมนวดผม ผลิตภัณฑ์นวดผิว เครื่องหอม และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพบางชนิด ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองและพัฒนา ยังไม่วางจำหน่ายเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

ข้าวแต๋นวาซาบิ 

“ การใช้สารสกัดวาซาบิในเครื่องสำอางต้องเป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย โดยควบคุมปริมาณไม่เกินร้อยละ 2 ของสูตรผลิตภัณฑ์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคือง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้า รอบดวงตา และผิวบอบบาง ขณะที่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและผิวกายสามารถปรับสัดส่วนการใช้ให้เหมาะสมตามประเภทผลิตด้วย” ชวัลลักษณ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน