
ช่วงนี้ถ้าถามว่าใครในรั้วการเมืองไทยที่ “เนื้อหอม” ในทางที่ควันออกหูที่สุด คงหนีไม่พ้น “บิ๊กแสวง” แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่นาทีนี้ดูเหมือนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก มรสุมลูกใหญ่ถาโถมเข้าใส่ชนิดที่ว่ากางร่มคันไหนก็เอาไม่อยู่
ทั้งดรามาล่าสุดที่ทำเอาโซเชียลระเบิด คือการที่ท่านเลขาฯ ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงติดตลก แต่ประชาชนไม่ขำด้วย เกี่ยวกับกระแสการเตรียมพร้อมเลือกตั้งรอบใหม่ โดยมีประโยคทองสะเทือนลั่นประมาณว่า การเตรียมเงินซื้อเสียงได้ แต่ห้ามแจก
เหมือนบอกเด็กว่า “หยิบขนมมาถือไว้ได้นะ แต่อย่าเอาเข้าปาก” ใครจะไปอดใจไหว? งานนี้ทำเอาพี่น้องประชาชนนั่งเกาหัวแกรกๆ ว่านี่คือคำแนะนำจากผู้คุมกฎ หรือเป็นการ “ชี้โพรงให้กระรอก” กันแน่ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ในการสื่อสารของหัวหน้าหน่วยงานธุรการของ กกต.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จนเจ้าตัวต้องโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงวุ่น
"ที่สื่อออกไป เป็นการพูดถึงพฤติการณ์คนที่จะทำการซื้อเสียง ซึ่งการซื้อเสียงมีขั้นตอนอยู่ 2 ขั้นตอน คือการจัดเตรียม และการซื้อเสียง ทั้ง 2 ขั้นเป็นความผิดตามกฎหมาย ไม่ได้อธิบายกฎหมายว่าการจัดเตรียมสามารถทำได้ แต่การจัดเตรียมจับได้ยากกว่าการจับซื้อเสียง ผู้กระทำผิดมีโอกาสเลี่ยงกฎหมายได้มากกว่า หากหลักฐานไม่ชัดเจนพอ จึงได้พูดเพื่อจะสื่อถึงผู้ที่จะคิดซื้อเสียงว่าแม้ว่าจะหลีกเลี่ยงกฎหมายช่วงจะจัดเตรียมได้ แต่ถ้าจะแจกคือ แจกไม่ได้แน่เพราะเรามีมาตรการรองรับ แบบเข้มข้น หรือถ้าแจกจับได้แน่ เพราะได้สั่งการให้สำนักงานทุกจังหวัดไปก่อนนั้นว่า มีเงินก็อย่าให้แจกได้"
ไม่ใช่แค่เรื่องฝีปากเท่านั้นที่พาเดือดร้อน เพราะสดๆ ร้อนๆ จากการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา และหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ท่านเลขาฯ ต้องปาดเหงื่อรายวันกับสารพัดปัญหา ทั้งปมเรื่องคิวอาร์โค้ด ที่สแกนปุ๊บกลายเป็นข้อมูลเก่าจากการเลือกตั้งปี 2566
หรือแม้กระทั่งรหัสไปรษณีย์เจ้าปัญหา มีการเขียนรหัสเขตเลือกตั้งบนซองบัตรผิดพลาดในหลายจุด จนคนกลัวว่าจะเป็น “บัตรเขย่ง” หรือ “บัตรเสีย” หรือเปล่า? แม้ท่านจะยืนยันว่าส่งถึงมือไปรษณีย์ไทยแน่นอน แต่ความเชื่อมั่นมันร่วงกราวไปแล้ว
มรสุมที่รุมเร้าอยู่ตอนนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ฝีมือครั้งสำคัญว่า ท่านจะประคอง กกต.ให้ผ่านวันเลือกตั้งจริงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าไปได้แบบ "ราบรื่น" หรือจะกลายเป็นตำบลกระสุนตกรายต่อไป.
วอชเชอร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
น้องกวางมาแล้ว
บรรยากาศการเมืองช่วงนี้ นอกจากเกมจัดทัพรัฐบาลแล้ว อีกสีสันหนึ่งที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย ก็คือการปรากฏตัวของ “สส.น้องใหม่” ที่มักจะตกเป็นเป้าสายตาของสื่อมวลชนทันทีที่ก้าวเข้าสนาม
เพื่อนหาย
บรรยากาศหน้าห้องรับหนังสือร้องเรียนหลังจากการเลือกตั้ง สส. ที่สำนักงาน กกต. คนยังเนืองแน่นเหมือนเดิม แต่ที่ยังเห็นหน้าค่าตากันจนเป็นขาประจำ ก็คงหนีไม่พ้น อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล จากกลุ่ม สว.สำรอง ที่นำเอกสารมายื่นเรื่องร้องเรียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดประหนึ่งแบกโลกไว้ทั้งใบ นั่งรอเจ้าหน้าที่ตรวจรับเอกสารอยู่นานสองนาน
‘สิทธิของผู้หญิง’
หลังจากที่ สส.เดินทางเข้ารายงานตัวเกือบครบ 499 คน ตามที่คณะกรรมการการเลือกเลือก (กกต.) รับรอง ซึ่งก็ใกล้การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาเต็มที โดยแต่ละพรรคการเมืองก็ต้องมีการทำหน้าที่ในสภา หรือหากเป็นฝ่ายบริหารก็ต้องทำหน้าที่ฝ่ายบริหารเช่นเดียวกัน
ยึดคำสอนพ่อ
เข้ารายงานตัวเป็น สส.เรียบร้อย สำหรับ “เนเน่-รัดเกล้า สุวรรณคีรี” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หญิงแกร่งอีกคนของค่ายสีฟ้า ที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ โดยมี คุณพ่อ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงาน
โดนแซวมาดูงาน
เก็บตกการแข่งขันโมโตจีพี ที่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา หลัง เสี่ยหนู-นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ยกคณะไปเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมกับมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะ
บดขยี้ทุนเทา
แม้จะยังเป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ แต่อาการ “รอจังหวะ” ดูจะไม่อยู่ในสารบบของ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพราะแทนที่จะประคองตัวเงียบๆ ระหว่างจัดตั้งรัฐบาล กลับเลือกเดินหน้าชนปัญหาใหญ่ที่ฝังรากมานานอย่าง "สแกมเมอร์-ทุนเทา" แบบไม่มีเบรก ชนิดที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

