
ตรุษจีน 2569 แม้จะไม่มีการจัดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช เนื่องจาก อยู่ในช่วงของการถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แต่ในเทศกาลขึ้นปีใหม่ของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน ยังสามารถเสริมศิริมงคลได้ ด้วยการจัดพิธีไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งมีทั้งอาหารคาว หวาน ผลไม้ ที่เป็นความเชื่อว่าจะนำความเป็นสิริมงคลมาสู่ลูกหลาน นอกจากนี้ ลูกหลานไทยเชื้อสายจีน ยังสามารถเดินทางไปไหว้ศาลเจ้าตามสถานที่ต่างๆ เพื่อขอพรและเสริมความเป็นสิริมงคลได้อีกด้วย
สำหรับวันไหว้ของตรุษจีนปีนี้ ตรงกับวันที่ 16 กุมภาพันธ์ และวันเที่ยว คือวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ หลายคนเลือกใช้วันหยุดพิเศษนี้ออกเดินทางท่องเที่ยวตามสไตล์ที่ชื่นชอบ อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า โอกาสนี้เราสามารถเสริมความเป็นมงคล โดยเฉพาะสายมูเตลู ต้องไม่พลาดกับการไปสักการะศาลเจ้าเก่าแก่ เพื่อขอพรด้านโชคลาภ การงาน และความเจริญรุ่งเรือง หนึ่งในย่านที่ไม่ควรพลาดคือ คลองสาน พื้นที่ริมเจ้าพระยาที่อัดแน่นด้วยเสน่ห์วัฒนธรรมจีน-ไทย และเป็นที่ตั้งของ 4 ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ยอดนิยม ที่ผู้คนจะแวะเวียนมาไหว้ขอพรในช่วงตรุษจีนอย่างคึกคัก

เริ่มต้นทริปท่องเที่ยวสายมูย่านคลองสานที่ ล้ง 1919 ท่าเรือประวัติศาสตร์เก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเปรียบเสมือนจุดบรรจบของเรื่องราวการค้า วัฒนธรรม และความศรัทธาของชุมชนไทย-จีน ตัวอาคารจีนโบราณแบบ ซาน เหอ ย่วน วางผังเป็นรูปตัวยู ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ล้อมลานกลางแจงที่ปูด้วยหินอับเฉาจากจีนแผ่นดินใหญ่ หลังคาทรงเกือกม้าและโครงสร้างดั้งเดิมที่ยังคงรักษารายละเอียดไว้ได้อย่างงดงาม
ไฮไลท์ของล้ง 1919 คือศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว เทพผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวจีนในฐานะผู้อุปถัมภ์การเดินเรือและการค้าขาย ซึ่งประดิษฐานองค์เจ้าแม่ครบทั้ง 3 ปางในพื้นที่เดียวกัน โดยปางจุ้ยบ๋วยเนี้ย หรือปางเด็กสาว ประทับอยู่ด้านซ้าย มีพระพักตร์อ่อนเยาว์ เชื่อกันว่าท่านทรงโปรดการปฏิบัติธรรมและช่วยเหลือผู้คน นิยมขอพรเรื่องการเดินทางให้ราบรื่นและความรักที่สดใส

ถัดมาคือปางให่ตั้งหม่า หรือปางผู้ใหญ่ ประทับอยู่ด้านขวา องค์ใหญ่สง่างาม เป็นที่นิยมในการขอพรด้านการค้าขาย เงินทอง และธุรกิจให้เจริญรุ่งเรือง ส่วนปางเทียนโหวเซี่ยบ้อ หรือปางเทพ ประทับอยู่ตรงกลาง สวมฉลองพระองค์แบบจักรพรรดิ สะท้อนถึงฐานะอันสูงส่งบนสวรรค์ เชื่อกันว่าทรงเปี่ยมด้วยเมตตา นิยมขอพรเรื่องสุขภาพ การรักษาทรัพย์ และความอบอุ่นมั่นคงของครอบครัว การสักการะเจ้าแม่หม่าโจ้วที่ล้ง 1919 จัดพื้นที่ไหว้ไว้ที่ชั้นล่างเป็นองค์จำลอง ขณะที่องค์จริงสามารถขึ้นไปชมได้ที่ชั้น 2 โดยไม่จำเป็นต้องบนบาน หากสมปรารถนาเพียงนำของมาไหว้ขอบคุณ ซึ่งของไหว้หลักประกอบด้วยส้ม น้ำดื่ม และธูปเทียน เหมาะไหว้ขอพรในช่วงตรุษจีน

ไม่ไกลจากล้ง 1919 เราเดินทางต่อมาที่ มูลนิธิเผยแพร่คุณธรรม (เต็กก่า) จีจินเกาะ อีกหนึ่งจุดหมายสายศรัทธาริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่โดดเด่นทั้งความงดงามของสถาปัตยกรรมจีนและการสักการะเทพเจ้าหลากหลายพระองค์ ภายในพื้นที่ประกอบด้วยอาคารที่ทำการและเทววิหารหลายหลัง ออกแบบตามแบบสถาปัตยกรรมจีนและจัดวางตามหลักฮวงจุ้ยอย่างเป็นระเบียบ
อาคารแรกที่เราแวะเข้าไปสักการะคือ อาคารมังกร อาคารขนาดใหญ่ที่ดูโอ่อ่า โดดเด่นด้วยการออกแบบผสมผสานศิลปะจีน ทิเบต และไทย แบ่งเป็น 2 ชั้น โดยชั้นล่างประดิษฐานพระศรีอริยเมธตไตยโพธิสัตว์ พร้อมบูรพาจารย์ที่ชาวจีนเคารพนับถืออีก 3 ท่าน ส่วนชั้นบนออกแบบให้มีบรรยากาศคล้ายถ้ำ ดูสงบและขรึม ภายในประดิษฐานรูปปั้นบูรพาจารย์ในด้านต่าง ๆ และเมื่อออกมาที่ระเบียงด้านนอก สามารถชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้แบบเพลิน ๆ

เดินอ้อมไปด้านหลังอาคารมังกร จะพบกับจิตรกรรมหินขนาดใหญ่ที่เล่าเรื่องความเชื่อและเทพเจ้าของชาวจีน เชื่อมต่อไปยังวิหารในความเชื่อทางพุทธศาสนา ซึ่งประดิษฐานพระพุทธศากยมหามุนีวิสุทธิคุณ เจ้าแม่กวนอิม และพระอรหันต์จี้กง จัดแสดงให้ชมถึง 2 ชั้น เดินต่อไปอีกไม่ไกลคือ อาคารหงส์แดง หรือเจดีย์ 8 ชั้น จุดเด่นริมน้ำเจ้าพระยาที่มองเห็นได้ตั้งแต่ไกล

โดยแต่ละชั้นประดิษฐานสัญลักษณ์และเทพเจ้าแตกศาลเจ้าพ่อเสือต่างกัน ตั้งแต่ชั้นที่ 1-8 ประกอบด้วย จิตรกรรมหยินหยาง พระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร พระแม่ธรณี เทพเจ้าโชคลาภ พระอรหันต์จี้กง เทพเหี่ยงเทียงเซี่ยงตี่ มหาพรหมไตรวิสุทธิ์ จนถึงพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ชั้นบนสุด แม้การเดินขึ้นถึงชั้น 8 จะเหนื่อยอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อมองออกไปเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาในมุมสูง ก็ถือว่าคุ้มค่า เป็นอีกหนึ่งจุดแวะเที่ยวที่ได้ทั้งสักการะ เสพงานศิลป์ และชมทัศนียภาพริมน้ำ


นั่งรถชิวๆ มาลงที่ศาลเจ้ากวนอู ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณชุมชนสมเด็จย่าหลังวัดอนงคารามวรวิหาร ใกล้อุทยานสมเด็จย่า ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งนี้มีประวัติยาวนานกว่า 268 ปี และถือเป็นหนึ่งในศาลเจ้ากวนอูที่สำคัญของย่านคลองสาน ตามตำนานเล่าว่า เจ้าพ่อกวนอูองค์เล็กสุดเป็นองค์แรกที่ถูกอัญเชิญเข้ามาในประเทศไทยราวปี พ.ศ. 2279 โดยชาวจีนฮกเกี้ยนที่เดินทางมาทางเรือจากมณฑลฮกเกี้ยน ต่อมาในปี พ.ศ. 2345 มีการอัญเชิญเจ้าพ่อกวนอูองค์กลางมาประทับเพิ่ม

และในปี พ.ศ. 2365 นายคุงเส็ง ได้บูรณะเก๋งให้มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมอัญเชิญเจ้าพ่อกวนอูองค์ที่สามมาประดิษฐานร่วมกันเป็นสามองค์ ภายหลังเก๋งเดิมชำรุด คณะกรรมการและศิษยานุศิษย์จึงร่วมกันสร้างเก๋งหลังใหม่ขึ้นในปี พ.ศ. 2544 และตั้งชื่อว่ากวงตี่ บู่ เซิ่ว เมียว บริเวณประตูทางเข้าสู่ศาลมีมุมเล็กซึ่งมีรูปปั้นม้าอยู่ เหมาะอย่างยิ่งที่จะขอพรในปีมะเมีย เสริมมงคล ขอเงินทอง โชคลาภ ด้านหน้าศาลริมแม่น้ำเป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม ให้ผู้มาเยือนได้สักการะและรูปปั้นของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้สักการะขอพรและยังได้ดื่มด่ำบรรยากาศริมน้ำเข้าพระยาที่เย็นสบาย

จุดหมายสุดท้ายเราเดินลัดเลาะไปไม่ไกลประมาณ 100-200 เมตร ก็จะเจอกับศาลเจ้าพ่อเสือ(ตลาดสมเด็จ) หนึ่งในศาลเจ้าจีนแต้จิ๋วสายลัทธิเต๋าที่เก่าแก่ ภายในศาลเป็นที่ประดิษฐานของเฮี้ยงเทียนเซียงตี้ (เหี่ยงเทียงเสี่ยงตี้) พร้อมด้วยเจ้าพ่อเสือ เจ้าพ่อกวนอู และเจ้าแม่ทับทิม ให้ผู้มาเยือนได้ไหว้ขอพรครบทั้งเรื่องการงาน การเงิน สุขภาพ และความเป็นสิริมงคล และการลูบกระดองเต่า โดยลูบออก 3 ครั้งเพื่อขอพรเรื่องสุขภาพ และลูบเข้า 3 ครั้งเพื่อเสริมโชคลาภและการเงิน

ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ ใครที่มองหาทริปสั้น ๆ ได้ทั้งเที่ยว ไหว้ขอพร และสัมผัสวัฒนธรรมไทย–จีน เส้นทางสายมู 4 ศาลเจ้าย่านคลองสาน ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่ไม่ควรพลาด




ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พิษณุโลก เปิดงานเทศกาลโคมไฟ 'ง่วนเซียว' สืบสานวัฒนธรรมคนไทยเชื้อสายจีน
เทศบาลนครพิษณุโลก ร่วมกับสหสมาคมไทย - จีน พิษณุโลก ศาลเจ้า ปุนเถ้ากง - ม่า ศาลเจ้าพ่อเสือ หน่วยงานต่าง ๆ จัดงานเทศกาลโคมไฟ “ง่วนเซียว” ซึ่งเป็นประเพณีจีนที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ซึ่งในปีนี้ จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 12 – 16 กุมภาพันธ์ 2568 ณ บริเวณศาลเจ้าปุนเถ้ากง - ม่า ศาลเจ้าพ่อเสือ ล
'อุ๊งอิ๊งค์' ยังไม่รับไมตรีที่ 'ลุงป้อม' ทอดสะพานให้
'ชลน่าน-แพทองธาร' นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เดินตลาด สอบถามปัญหาเศรษฐกิจ อิ๊งค์ไม่สน 'พปชร.'ให้บัตร 700 เย้ยกลับค่าแรงเพื่อไทยทำได้จริง ยังกั๊กจับมือขั้ว 'ป้อม' หลังเลือกตั้ง

