'การเลือกตั้ง'กับภาวะ'จิตวิปลาสหมู่'!!!

อาทิตย์นี้ 8 กุมภา.ตรงกับวัน เลือกตั้ง พอดิบพอดี ดังนั้น...การจะไป ด่าใคร-เชียร์ใคร หรือชี้แนะ ชี้นำ ให้ไปเลือกพรรคไหน-ไม่เลือกพรรคไหน จึงไม่น่าจะเหมาะกับกาละ-เทศะไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง แต่ก็นั่นแหละ...ตลอดช่วงการหาเสียงที่ผ่านมา คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า กระบวนการและกรรมวิธีในการด่า-การเชียร์ ของบรรดาพรรคการเมืองต่างๆ ค่อนข้างจะก้าวหน้า ก้าวไกล เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ แถมออกจะสลับซับซ้อน ชนิดน่า อึ้ง-ทึ่ง-เสียว หรือน่า ขนลุกขนพอง เอามากๆ!!!

อาจด้วยเหตุเพราะ อุปกรณ์-เครื่องมือ ในการด่า การเชียร์ ใครต่อใคร มันถูกยกระดับ พัฒนา โดยอาศัย เทคโนโลยี ที่ก้าวล้ำ นำสมัย ชนิดสามารถทำให้ โลกแห่งความเป็นจริง กับ โลกเสมือนจริง แทบไม่อาจขีดเส้นแบ่งออกไปจากกันได้เลย จนส่งผลให้ความถูกอาจกลายความเป็นผิด ความจริงกลายเป็นความเท็จ กระทั่งความดีอาจกลายเป็นความชั่วได้แบบสบายๆ การตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหน-ไม่เลือกพรรคไหน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะถ้าหาก สังคม หรือบรรดา ปวงชนชาวไทย ทั้งหลาย ตกอยู่ในสภาวะแบบที่อดีตนักจิตวิเคราะห์ชาวสวิส ผู้มีนามกรว่า Carl Jung ท่านได้เคยทำนาย ทายทัก ไว้เมื่อเกือบ 70 ปีที่แล้ว ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นกับโลกทั้งโลกในอนาคตเบื้องหน้า อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้...

นั่นก็คือภาวะที่อดีตนักจิตวิเคราะห์ผู้นี้...ท่านเรียกว่า Mass Psychosis หรือ Mass Delusion หรือจะเรียกแบบไทยๆ ว่า อุปาทานหมู่ หรือ จิตวิปลาสหมู่ ก็คงพอได้ คือภาวะที่สังคมเกิดการ หยุดคิดด้วยตัวเอง และเริ่มเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่ถูกบอก ถูกโฆษณา โดยไม่ตั้งคำถาม ไม่สงสัย และไม่คิดจะใช้ความคิดของตัวเองเข้าไปตรวจสอบ ส่งผลให้ผู้คนแต่ละรายเลิกที่จะเป็น ปัจเจกบุคคล แต่กลายสภาพไปเป็น ฝูงชน อันเป็นอะไรที่ไม่ค่อยสนใจที่จะใช้ ความคิด แต่หนักไปทางให้ความสำคัญกับ ความรู้สึก เสียมากกว่า หรือเป็นผู้ที่พร้อมทำตามใครก็ตามที่มีความสามารถในการ ควบคุมความรู้สึกของฝูงชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างเต็มเม็ด เต็มหน่วย โดยเฉพาะผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้ อุปกรณ์-เครื่องมือ ประเภทก้าวล้ำ นำหน้า ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์ หรือออฟไลน์ใดๆ ก็แล้วแต่...

เพราะต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า...บรรดาสื่อต่างๆ ในช่วงหลังๆ นี้ ท่านออกจะไม่ค่อยสนใจในการสร้าง ความคิด ให้กับมวลชนมากมายซักเท่าไหร่ แต่หนักไปทางมุ่งจะสร้าง ความรู้สึก นั่นแหละมากกว่า พร้อมที่จะ เลือกข้าง พร้อมที่จะชักจูงใครต่อใครให้หันมาตอบสนองต่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ บรรดาผู้ที่เสพสื่อในลักษณะต่างๆ เลยมักต้องกลายสภาพไปเป็น ฝูงชน แทนที่จะเป็น ปัจเจกชน ผู้มีความคิด ความอ่าน เป็นของตัวเองเหมือนแต่ก่อน และอันนี้นี่เอง...ที่มันทำให้เกิดการยกระดับไปสู่ขั้นตอนต่างๆ ดังที่ปรมาจารย์นักจิตวิเคราะห์รายนี้ท่านได้สรุปเอาไว้ ว่ามีอยู่ประมาณ 5 ขั้นตอนด้วยกัน...

เริ่มจากขั้นแรก...ก็คือ การสูญเสียความจริง อันเนื่องมาจากการไม่คิดจะตั้งคำถาม แต่กลับหันไปถามว่าคนส่วนใหญ่เชื่อแบบไหน? จนทำให้ ความเชื่อ นั้นๆ กลายเป็น ความจริง ขึ้นมาจนได้ และนั่นเองที่ทำให้เกิดการยกระดับไปสู่ขั้นตอนที่สอง คือ การยอมจำนนในทางจิตวิทยา หรือความกลัวที่จะแสดงความเห็นที่ผิดแผก แตกต่าง ไปจากคนส่วนใหญ่ หรือกลัวจะโดน ทัวร์ลง อะไรประมาณนั้น มันเลยตามมาด้วยขั้นตอนที่สาม คือ การขาดขีดความสามารถที่จะตรวจสอบ อันทำให้ความรับรู้ใดๆ ก็ตาม ไม่ได้มีพื้นฐานมาจาก ความคิด แต่มาจาก อารมณ์ เป็นหลักใหญ่ และด้วยความวูบไหว-ไปมาของอารมณ์ที่ขึ้นๆ ลงๆ ผันผวนปรวนแปรได้เสมอ มันเลยนำไปสู่ขั้นตอนที่สี่ นั่นคือต้องหันไปอาศัย คำตอบ-คำแนะนำจากภายนอก จากพวกกูรู-กูรู้ พวกผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย หรือแม้แต่จากเออง-เอไอ อะไรต่อมิอะไรไปตามสภาพ สุดท้าย...เลยหนีไม่พ้นต้องยกระดับไปสู่ขั้นตอนสุดท้าย หรือขั้นตอนที่ห้า นั่นคือ การปฏิเสธ-ต่อต้าน หรือกระทั่ง การล้างผลาญ-ทำลาย ใครก็ตามที่คิดต่าง เห็นต่าง ที่มีอารมณ์ความรู้สึกต่างไปจากตัวเอง ว่าเป็นฝ่ายผิด ฝ่ายเท็จ ฝ่ายชั่ว ชนิดให้ต้องฉิบหาย-วายวอดกันไปข้าง!!!

ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่ทำให้ปรมาจารย์ด้านจิตวิเคราะห์อย่าง Carl Jung ท่านเลยสรุปว่า อันตราย สำหรับสังคมมนุษย์ทั้งหลายไม่ได้มาจาก ภายนอก แต่มาจาก ภายใน หรือมาจาก จิตดั้งเดิมที่แฝงอยู่ภายใต้จิตไร้สำนึก ของผู้คนในแต่ละรายนั่นเอง ที่ไม่อาจแยกแยะว่าอะไรถูก-อะไรผิด อะไรคือความจริง-ความเท็จ ไปจนแม้แต่กระทั่งอะไรคือความดี-ความชั่ว ก็ยังวัดตัดสินไม่ได้ ดังนั้น...เมื่อไหร่ก็ตามที่ สังคม หรือ ปวงชน เดินละเมอไปสู่ขั้นตอนต่างๆ ดังที่กล่าวไว้แล้ว โอกาสที่จะนำไปสู่ ความขัดแย้ง-แตกแยก ความล่มสลาย จนอาจไม่เหลือความเป็นชาติ ความเป็นสังคมใดๆ อีกต่อไป เอาเลยก็เป็นได้!!!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่

ความรู้-คู่-คุณธรรม

คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที

'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า

จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก

เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม

ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!

อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า

โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.

เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์