ศิริราชโชว์นวัตกรรม Faesthetics 2.0 ฝึกทักษะหัตถการนศ.แพทย์

ในยุคที่หัตถการความงามได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความแม่นยำและความปลอดภัยของการรักษาจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาการเรียนการสอนทางการแพทย์ โดยเฉพาะหัตถการที่ต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกด้านกายวิภาคศาสตร์ใบหน้าและเทคนิคเฉพาะทาง การนำเทคโนโลยีการจำลองเสมือนจริงเข้ามาช่วยฝึกทักษะก่อนลงมือปฏิบัติกับผู้ป่วยจริง จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับมาตรฐานการฝึกแพทย์ยุคใหม่

ล่าสุด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล แห่ง มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัวนวัตกรรมทางการแพทย์ “Faesthetics 2.0”  ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และบริษัท SurgicalMind Co., Ltd. ประเทศเกาหลีใต้ สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน ในการผลักดันเทคโนโลยีเพื่อการแพทย์ไทยสู่อนาคต

สำหรับ Faesthetics 2.0 คือการต่อยอดจากเวอร์ชันแรกที่แสดงโครงสร้างทางกายวิภาคในระบบดิจิทัล สู่เครื่องมือการเรียนการสอนยุคใหม่ที่ครบวงจร ยกระดับการศึกษากายวิภาคศาสตร์และการฝึกหัตถการเสมือนจริง ผ่านเทคโนโลยีภาพจำลอง 3 มิติขั้นสูง ผสานองค์ความรู้ ความแม่นยำ และความสนุกในการเรียนรู้เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ก้าวสำคัญของวงการแพทย์ไทยในโลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ศิริราชจับมือกับบริษัท SurgicalMind ประเทศเกาหลีใต้ ในการพัฒนานวัตกรรม Faesthetics ซึ่งแนวคิดได้มาจากการฝึกทักษะการทำหัตถการที่เรียกว่า Fruit Lab ที่เน้นความปราณีตในการใช้มีดบน เปลือกผลไม้ ก่อนเริ่มฝึกทักษะผู้เรียนด้วยวิธีฉีดยาบนผิวหนังเทียมเสมือนจริง ที่พัฒนาร่วมกับหน่วยผลิตหุ่นจำลอง ทางการแพทย์ สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการฝึกกับร่างอาจารย์ใหญ่

ศ. นพ.อภิชาติ กล่าวต่อว่า โดยการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่สำหรับฝึกทำหัตถการด้านเสริมความงามด้วย Botulinum Toxin และสารเติมเต็ม มากกว่าเดือนละครั้งและแต่ละครั้งจะใช้เพียงใบหน้าเท่านั้น จากจุดเริ่มต้นนี้จึงได้ คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยลดการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยี Mixed Reality (MR) ที่ผสมผสาน ระหว่าง ทั้ง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เข้าด้วยกัน จนกลายเป็น Faesthetics 2.0 นวัตกรรมที่จะเปลี่ยนการเรียนการสอนแพทย์ในยุคนี้

ศ. ดร. พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา

ด้าน ศ.ดร.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า Faesthetics 2.0 ไม่ใช่เพียงซอฟต์แวร์ธรรมดา แต่เป็นการพลิกโฉมรูปแบบการเรียนการสอนแพทย์ ให้ทันสมัยตามยุคที่ดิจิทัลเข้ามามีส่วนสำคัญในชีวิต โดย Faesthetics Software แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ ได้แก่ PC Version ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับการจัดการเรียนการสอนของคณาจารย์ เป็น Higher Technology สามารถเลือกแสดงผลโครงสร้างต่างๆ โดยแยกชั้นผิวหนังและอวัยวะใต้ผิวหนังได้อย่างอิสระตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้นำมาใช้จริงในการประกอบการบรรยายจาก PC Version ที่มีความละเอียดสูง ได้ถูกนำมาต่อยอดมาสู่ Web Version โดยลดความละเอียดลง เล็กน้อย เพื่อให้นักศึกษาแพทย์สามารถใช้งาน Web Version ในการทบทวนบทเรียนได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ ทุกที่ ทุกเวลา

ศ. ดร. พญ.รังสิมา กล่าวต่อว่า ส่วนถัดมา VR Version ถูกพัฒนาเพื่อใช้ในรูปแบบกลุ่ม โดยผู้สอนและผู้เรียนสามารถเข้าถึงพื้นที่เสมือนพร้อมกัน ผู้สอนสามารถหมุนภาพโครงสร้างและชี้จุดสาธิตให้นักศึกษาดูได้อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ระบบดังกล่าวยังอยู่ใน ขั้นตอนการพัฒนาในอัตราส่วนอาจารย์ 1 ท่าน ต่อผู้เรียน 6 ท่าน (1:6) และมีแผนงานที่จะขยายขีดความสามารถให้ รองรับผู้เรียนได้สูงสุดถึง 20 ท่านและ Injection Simulation Training ซึ่งนวัตกรรมนี้รองรับการใช้งานอย่างครอบคลุมในส่วนของ การฝึกทำหัตถการ โดยหัวใจสำคัญคือการจำลองระบบให้จับคู่ข้อมูลดิจิทัลเข้ากับหุ่นจำลองที่เราออกแบบขึ้น โดยเฉพาะ (Data Mapping) เมื่อผู้เรียนมีการลงเข็มในตำแหน่งต่างๆ บนหุ่นจำลองนั้น ระบบจะแสดงผลว่าขณะนี้เข็ม อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่ ทั้งตำแหน่งและความลึก

“ปัจจุบันการเรียนการสอนด้านหัตถการความงาม เช่น การฉีดฟิลเลอร์หรือการฉีดสารเติมเต็ม ยังไม่ได้จัดสอนในระดับนักศึกษาแพทย์ แต่จะอยู่ในกระบวนการฝึกอบรมของแพทย์ประจำบ้านสาขาผิวหนังและสาขาต่อยอดเฉพาะทาง ดังนั้น Faesthetics 2.0 จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มความเชี่ยวชาญก่อนปฏิบัติจริง เนื่องจากการทำหัตถการที่ต้องอาศัยความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างใบหน้า กล้ามเนื้อ เส้นเลือด และจุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อให้สามารถทำการรักษาได้อย่างปลอดภัย ในช่วงประมาณ 1–2 ปีที่ผ่านมา ที่ได้มีการใช้เทคโนโลยีการจำลองโครงสร้างใบหน้าและหุ่นฝึกเสมือนจริงเข้ามาใช้ในการเรียนการสอน ทั้งในระดับแพทย์ประจำบ้านและแพทย์ที่เข้ารับการอบรมเพิ่มเติม ซึ่งผลตอบรับจากผู้เรียนเป็นไปในทางที่ดี” ศ. ดร. พญ.รังสิมา กล่าว

Faesthetics 2.0 การเรียนรู้แบบ VR Version

 ศ. ดร. พญ.รังสิมา กล่าวต่อว่า ข้อดีของการเรียนด้วยเทคโนโลยีดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้แพทย์สามารถกลับมาทบทวนความรู้ได้ตลอดเวลา เช่น ก่อนทำหัตถการสามารถศึกษาตำแหน่งโครงสร้างกล้ามเนื้อหรือจุดที่ต้องระวังเพิ่มเติม หรือหลังทำหัตถการหากยังไม่มั่นใจก็สามารถกลับมาทบทวนเพื่อปรับปรุงความรู้และทักษะของตนเองได้อีกครั้ง ส่งผลให้กระบวนการรักษามีความปลอดภัยมากขึ้น และช่วยลดปัญหาที่ผู้ป่วยอาจกลายเป็นเคสทดลอง ของแพทย์ที่ยังมีประสบการณ์ไม่มาก ทั้งยังช่วยลดความจำเป็นในการใช้ร่างอาจารย์ใหญ่สำหรับการฝึกหัตถการด้านความงาม ทำให้สามารถสงวนการใช้เพื่อการฝึกหัตถการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาชีวิตได้มากขึ้น

"การฝึกหัตถการนี้สอดคล้องกับแนวโน้มที่ปัจจุบันความนิยมในการทำหัตถการความงามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนคลินิกและผู้ให้บริการขยายตัวมากขึ้น ขณะเดียวกันก็พบปัญหาคลินิกเถื่อนและการใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะแทรกซ้อนในผู้รับบริการ ดังนั้นผู้ที่สนใจเข้ารับบริการควรตรวจสอบว่าแพทย์ผู้ให้บริการเป็นผู้มีใบประกอบวิชาชีพจริงผ่านเว็บไซต์ของ แพทยสภา รวมทั้งตรวจสอบว่าสถานพยาบาลได้รับใบอนุญาตถูกต้อง และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการรับบริการด้านความงามให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น" ศ.ดร.พญ.รังสิมากล่าว

การเรียนโดยให้ทดลองฉีดหัตถการลงบนใบหน้า ที่แสดงโครงสร้างภายในชัดเจน

การต่อยอด Faesthetics 2.0 ศ. ดร. พญ.รังสิมา กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำผลงานวิจัยเพื่อตีพิมพ์ โดยผลการศึกษาพบว่าการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้แพทย์เข้าใจโครงสร้างกายวิภาคได้ชัดเจนขึ้น เพิ่มความมั่นใจในการปฏิบัติหัตถการ อัตราความสำเร็จในการรักษาสูงขึ้น และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ในอนาคต Faesthetics 2.0 จะพัฒนาสู่รูปแบบ Game Learning หรือสถานการณ์จำลองอัจฉริยะ (Simulation Game) ที่ผู้เรียนสามารถเลือกอุปกรณ์ ขนาดเข็ม ตัวยา และวางแผนการรักษาได้เสมือนจริง ช่วยเสริมทั้งทักษะ ความชำนาญ และประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบที่ทันสมัย สะท้อนการยกระดับมาตรฐานการศึกษาแพทย์ไทยสู่ระดับนานาชาติ

ผู้ที่สนใจสามารถทดลองใช้งาน Faesthetics Software ผ่านเว็บไซต์ https://faesthetics.acroxer.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'คิม' ประกาศสถานะอาวุธนิวเคลียร์ เตือนโซลถึงการตอบโต้ที่ 'โหดเหี้ยม'

สื่อของรัฐรายงานเมื่อวันอังคารว่า เกาหลีเหนือจะไม่มีวันละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ โดยผู้นำคิม จองอุน กล่าวว่า ประเทศจะประกาศให้เกาหลีใต้เป็น "รัฐที่เป็นปรปักษ์มากที่สุด" ในเร็วๆ นี้

พาณิชย์วางเป้าปี69ปิดดีล FTA กับ 3 คู่ค้าเร่งเจรจาภาษีสหรัฐ

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ตั้งเป้าปิดดีล FTA กับ 3 คู่ค้า ไทย-สหภาพยุโรป ไทย-เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ภายในปีนี้ เพื่อหาพันธมิตรเพิ่ม รับมือปัญหาโลกป่วน พร้อมเร่งเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ และรับมือมาตรา 301

'ปาร์ค ดันยู'ตีลบ8นำเดี่ยว 'เนมิตรา'และ'ณัฐกฤตา'ตาม3แต้ม 'KLPGAรีจูรัน'รอบแรกสนามอมตะฯ

ปาร์ค ดันยู นักกอล์ฟจากเกาหลีใต้ ขึ้นนำเดี่ยวด้วยสกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 64 โดยมี ฮัน อารัม และ ลี เยวอน สองนักกอล์ฟร่วมชาติรั้งที่สองร่วม สกอร์รวม 6 อันเดอร์พาร์ 66 ขณะที่ เนมิตรา จันต๊ะนาเขตร์ และ ณัฐกฤตา วงค์ทวีลาภ เป็นสาวไทยที่จบผลงานได้ดีสุด สกอร์รวมเท่ากัน 5 อันเดอร์พาร์ 67 ตามหลังผู้นำสามสโตรค จบรอบแรกกอล์ฟอาชีพ เคแอลพีจีเอ ทัวร์ รายการ รีจูรัน แชมเปี้ยนชิพ ชิงเงินรางวัลรวม 1,200 ล้านวอน หรือราว 22.44 ล้านบาท แข่งขันระหว่างวันที่ 12-15 มีนาคม 2569 สนาม อมตะ สปริง คันทรี คลับ แบบพาร์ 72 จ.ชลบุรี โดยการเล่นรอบแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 มีนักกอล์ฟร่วมด้วย 120 คน