'ยูนิโคล่' แบรนด์ยักษ์ใหญ่แดนปลาดิบ ชูธง'เสื้อผ้ายั่งยืน โลกร่มเย็น '

 มร.โยชิทาเกะ วาคากุวะ

เมื่อโลกร้อนขึ้น สภาพอากาศแปรปรวน เกิดภัยธรรมชาติถี่ขึ้น เป็นเหตุผลที่เราทุกคนบนโลกต้องตระหนัก ถึงความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นที่มาทำให้ทุกองค์กรธุรกิจให้ความสำคัญกับ”ความยั่งยืน ” รวมทั้ง วงการธุร กิจเสื้อผ้าและแฟชั่น อย่าง ” ยูนิโคล่” ผู้ผลิตเสื้อผ้าชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ก็มีนโยยายทำธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนด้วยเช่นกัน และแน่นอนว่ายูนิโคล่ให้ได้น้ำหนักไปที่การผลิต   ตั้งแต่ต้นน้ำ ยันปลายน้ำ  ซึ่งในทุกขั้นตอนได้ใส่ใจในผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การลดการปล่อยก็าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลก

ในปี2569  ยูนิโคล่ ประเทศไทยได้เผยเป้าหมายและแผนการด้านความยั่งยืนในปีนี้  ว่าจะเดินหน้าสานต่อโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืนในไทยทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน ซึ่งเป็นพันธกิจด้านความยั่งยืนผ่านการดำเนินธุรกิจในไทยมาเป็นปีที่ 15   มร.โยชิทาเกะ วาคากุวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูนิโคล่(ประเทศไทย) กล่าวว่า เป้าหมายและแผนการด้านความยั่งยืนของยูนิโคล่ระดับโลกและในไทย ปี2569  เป็นการตอกย้ำพันธกิจด้านความยั่งยืนเพื่อสังคมไทย และคนไทยผ่านปรัชญาของแบรนด์ “ปลดล็อกพลังแห่งเสื้อผ้า” Unlocking the Powerof Clothing) ซึ่งมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนเครื่องแต่งกายคุณภาพสูงให้กลายเป็น“พลังแห่งความดี” (Force for Good) ให้ความสำคัญกับผู้คน (people)โลก (planet) และชุมชน (community)พร้อมสานต่อกิจกรรมด้านความยั่งยืนระดับโลกในไทย  เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 15ปีของยูนิโคล่ ในประเทศไทย

“15 ปีที่ยูนิโคล่เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเราไม่ได้เพียงขยายร้านสาขาเพื่อให้คนไทยเข้าถึงไอเทมไลฟ์แวร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรายังขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความยั่งยืนควบคู่กันไปด้วยเพื่อมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนไทย สร้างสังคมที่น่าอยู่  เราลงมือทำกิจกรรมด้านความยั่งยืนอย่างครบวงจร ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคมและชุมชน อย่างต่อเนื่อง “

ความเคลื่อนไหวที่นำไปสู่เป้าหมายความยั่งยืนของยูนิโคล่ที่เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ดำเนินการผ่านแนวคิด LifeWear = A New Industry  มร.โยชิทาเกะ กล่าวว่า แนวคิด LifeWear จะช่วยสร้างสังคมที่ยั่งยืนผ่านธุรกิจ  การสร้างสรรค์  LifeWear  โดยในเดือนก.ย.2568 ยูนิโคล่ประกาศนโยบาย นิยาม “วัตถุดิบที่ยั่งยืน” ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยไม่ได้พิจารณาเฉพาะการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ทั้งการใช้น้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ  สิทธิมนุษยชน สวัสดิภาพสัตว์ เช่นผ้าพรีเมียมลินิน ที่ปลูกด้วยความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผ่านมาตรฐานการรับรองระดับสากล

ที่สำคัญคือ  การผลิตฝ้าย  ได้ผลิตฝ้ายเชิงฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งจะทำให้ดินมีคุณภาพ ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 20% ซึ่งมากกว่าการผลิตฝ้ายแบบดั้งเดิม และจะขยายการใช้ฝ้ายชนิดนี้ต่อเนื่อง เริ่มจากสินค้าหลักก่อนเป็นอันดับแรก รวมทั้งมีการใช้วัตถุดิบรีไซเคิล 50% ในปี2573 เทียบกับปี2568ที่ใช้สัดส่วน 19.4%ซึ่งในสัดส่วนนี้เป็นโพลีเอสเตอร์ 46.4%  ตลอดจนมีกระบวนการย้อนกลับมีระบบติดตามที่มาของวัตถุดิบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความสบายใจให้กับลูกค้าเมื่อเลือกซื้อสินค้ายูนิโคล่

“กระบวนการต่างๆ ในการผลิตจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 1และขอบเขตที่2 ปี2567ลดได้ 83.3% เพิ่มขึ้นจากปี2563 และเรายังตั้งเป้าว่าในปี2573 จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 90% รวมทั้ง ยังเพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าที่เป็นพลังงานหมุนเวียนในร้านค้าและสำนักงาน เป็น 84.7% และเดินหน้าทำให้ได้ตามเป้า 100%ในปี2573  หรือในภาพรวมปี2567 ยูนิโคล่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากห่วงโซ่คุณค่าขอบเขตที่ 3 ได้ 16.8% เมื่อเทียบกับปี2563  และมีเป้าหมายเพิ่มจาก  20%เป็น 30% ภายในปี2573”

คุณภาพที่ดีและคุณสมบัติการเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้ยาวนาน เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ยูนิโคล่ให้ความสำคัญอย่างมาก มร. โยชิทาเกะ กล่าวว่า ยูนิโคล่ได้ทำการสำรวจ ความคิดเห็นคนไทย พบว่าคนไทยสนใจมีความหลงใหลในแฟชั่นสูงมาก โดยมักจะเน้นสินค้าที่เป็นเทรนด์ใหม่ๆ มากกว่าคนญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม ยูนิโคล่เชื่อมั่นว่าจากนี้ไปผู้บริโภคไทยจะเริ่มให้ความสำคัญกับการถนอมและยืดอายุการใช้งานเสื้อผ้ามากขึ้น  นอกจากนี้ เราก็พยายามสื่อสารกับพนักงานการประชุมแต่ละครั้ง ย้ำเรื่องความยั่งยืน สารที่เราสื่อออกไป จะมีการส่งต่อไปถึงผู้บริโภค และน่าจะถึงคนรุ่นใหม่ด้วย เพราะเรามีนักศึกษาฝึกงานจำนวนหนึ่งด้วย

“การออกแบบเพื่อความยั่งยืน ตามอุดมคติของยูนิโคล่คือการสร้างเสื้อผ้าที่ใส่ได้นานเป็น 10 ปีโดยไม่ล้าสมัย เช่น กลุ่มอินเนอร์แวร์หรือเสื้อตัวใน เราพยายามทำให้ทุกชิ้นเป็นไอเทมที่ใช้ได้ยาวนานในทุกฤดูกาล แม้ตอนนี้จะยังไม่ถึงจุดที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เรากำลังพยายามขับเคลื่อนไปสู่จุดนั้น”

จากโครงการเสื้อผ้าเพื่อความยั่งยืนยังทำให้ยูนิโคล่ ในปี2566  ได้เปิดตัวโครงการ  RE.UNIQLO Studio ครั้งแรกในไทย ที่สาขาเซ็นทรัลเวิลดิ์ เปิดรับบริการซ่อมแซมดัดแปลงเสื้อผ้า ซึ่งมีนัยยะสำคัญช่วยลดวงจร Fast Fashion ได้ทางหนึ่ง โดยเปิดรับ 2วัน ในเดือนเม.ย.2566 ในวันคุ้มครองโลก และเดือนต.ค. ตั้งแต่ม.ค.-ธ.ค.2568 มีลูกค้านำเสื้อผ้าตัวเก่ามารับบริการ2,400 รายการ เพิ่มขึ้นกว่าปี2567 ประมาณ110%

ภารกิจเพื่อสังคม   ยังมีโครงการวางกล่องรับบริจาคเสื้อผ้ายูนิโคล่ทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่ปี2558 เสื้อผ้าพวกนี้เราส่งต่อไปยังผู้ต้องการความช่วยเหลือมากกว่า 430,000ชิ้น  และมีการส่งมอบเสื้อผ้าผู้ขาดแคลนทั่วประเทศ ตั้งแต่ก.ย.2568-ม.ค.2569  เราบริจาคเสื้อผ้าไปแล้ว 95,000 ชิ้นทั่วประเทศ ผ่านโครงการ RE.UNIQLO ”   Warmth foe all”

การบริจาคเสื้อผ้ายูนิโคล่ยังดำเนินในยามเกิดเหตุวิกฤติฉุกเฉิน ภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหวกรุงเทพ 2,000 ชิ้น  น้ำท่วมจ.น่าน3,000 ชิ้น น้ำท่วมเชียงราย3,000 ชิ้น ส่งให้พื้นที่ไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา 22,000 ชิ้น น้ำท่วมหาดใหญ่13,000 ชิ้น   นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีสานต่อโครงการ” The Heart of LifeWear    “บริจาคเสื้อฮีทเทค15,000 ชิ้นให้มูลนิธิบ้านร่วมไทร มูลนิธิกระจกเงา  ซึ่งมูลนิธิฯดังกล่าวจะนำไปแจกจ่ายให้กับชุมชนห่างไกลภาคเหนือ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่  

 และยังมีโครงการเสื้อยืด Peace for all ซึ่งมีคนมีชื่อเสียงระดับโลก 48  คนร่วมออกแบบและมีส่วนร่วม ปัจจุบันสามารถทำกำไรได้ 2.8พันล้านเยน ผลิตเสื้อยืดได้ 9.6 ล้านตัว ในปี2568

นอกจากนี้ ยูนิโคล่ ยังให้การสนับสนุนโรงเรียน  ผ่านโครงการ PM 2.5 Warrior Award มีโรงเรียนเข้าร่วม 17 แห่ง  , โครงการถุงมือปันสุข เพื่อน้องเพื่อโลก โดยร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสริมสร้างการเรียนรู้เด็กพิการทางสอง โดยใช้วัสดุผ้าจากยูนิโคล่มารีไซเคิล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดภาพดาวเทียม ตะกอนจากน้ำท่วมหาดใหญ่ ไหลลงทะเลสาบสงขลา กระทบระบบนิเวศ

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

'ดร.ธรณ์' แนะวิธีการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติ คือทักษะสำคัญสุดของมนุษย์ยุคโลกร้อน

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การเอาตัวรอดจากภัยพิบัติ คือทักษะสำคัญสุดของมนุษย์ยุคโลกร้อน แนะนำเพื่อนธรณ์เริ่มต้นดังต่อไปนี้