ดีลภาษีทรัมป์ ไทยลงทุนอื้อ!

รัฐบาลเตรียมเจรจาภาษีสหรัฐปลาย ส.ค. ชูเอกชนไทยลงทุนเกือบ 2  หมื่นล้านดอลลาร์ มีแผนเพิ่มอีก 5 พันล้านเหรียญฯ คิดเป็นเงินไทยรวมเฉียดล้านล้านบาท  สะท้อนผลประโยชน์ร่วม มุ่งลดภาระภาษีสินค้าส่วนที่เหลือ

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาทางเทคนิคด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะนำข้อมูลด้านการค้า การลงทุน และความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิตระหว่างไทยกับสหรัฐไปประกอบการเจรจา  เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ส่งออกไทยและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ได้มากที่สุด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ ในกลุ่มรายการสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการตามมาตรา 301 และมาตรา 232 สินค้าไทยประมาณร้อยละ 72 ได้รับการยกเว้นภาษีแล้ว ขณะที่รายการสินค้าอีกร้อยละ 28 ยังต้องจัดทำข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการเจรจา โดยรัฐบาลจะพยายามผลักดันให้สินค้าในส่วนที่เหลือได้รับอัตราภาษีต่ำที่สุด หรือได้รับข้อยกเว้นเพิ่มเติม ทั้งนี้ ตัวเลขร้อยละ 72 และร้อยละ 28 เป็นสัดส่วนของรายการสินค้าในกรอบมาตรการดังกล่าว ไม่ใช่สัดส่วนมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยไปยังสหรัฐ

น.ส.ลลิดากล่าวว่า หนึ่งในข้อมูลสำคัญที่จะนำไปประกอบการเจรจาคือบทบาทของภาคเอกชนไทยในเศรษฐกิจสหรัฐ โดยปัจจุบันภาคเอกชนไทยมีเงินลงทุนสะสมในสหรัฐเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแผนลงทุนเพิ่มเติมอีกมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศไม่ได้มีเพียงการซื้อขายสินค้า แต่ครอบคลุมถึงการลงทุน การผลิต และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกัน

               ขณะเดียวกัน ตามข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ อย่างน้อยร้อยละ 30 ของยอดเกินดุลการค้าของไทยกับสหรัฐมาจากการส่งออกของบริษัทสหรัฐที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกข้อมูลสำคัญที่สะท้อนว่าห่วงโซ่อุปทานของไทยและสหรัฐมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด การพิจารณาความสัมพันธ์ทางการค้าจึงไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขดุลการค้าเพียงด้านเดียว

“รัฐบาลจะนำข้อเท็จจริงทั้งด้านการค้าการลงทุน การจ้างงาน และห่วงโซ่การผลิตไปประกอบการเจรจา เพื่อชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐเป็นความสัมพันธ์ที่ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ การลดอุปสรรคทางภาษีจึงไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทยเพียงฝ่ายเดียว แต่ยังเอื้อต่อบริษัท การลงทุน และห่วงโซ่การผลิตของสหรัฐที่เชื่อมโยงกับประเทศไทยด้วย”

น.ส.ลลิดาย้ำว่า ข้อมูลการลงทุนเกือบ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของภาคเอกชนไทย  เป็นข้อมูลที่ใช้สะท้อนผลประโยชน์ร่วมทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ไม่ใช่เงื่อนไขที่นำไปแลกเปลี่ยนกับการได้รับข้อยกเว้นภาษี เช่นเดียวกับแผนลงทุนเพิ่มเติมมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นแผนการลงทุนในอนาคตของภาคเอกชน ไม่ใช่เงินลงทุนใหม่ของรัฐบาลหรือเม็ดเงินที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมด

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการนำความร่วมมือด้านอื่นมาเชื่อมโยงกับการเจรจาภาษีว่า การเจรจารอบนี้ยึดกรอบผลประโยชน์ทางการค้าและการลงทุนเป็นหลัก ไม่มีการนำเงื่อนไขด้านความร่วมมือทางทหารมาแลกกับผลประโยชน์ด้านภาษีตามที่มีกระแสข่าว

“รัฐบาลจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อให้สินค้าไทยได้รับเงื่อนไขทางภาษีที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย แต่ต้องย้ำว่าขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมข้อมูลและการเจรจา ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับการหารือและการพิจารณาของฝ่ายสหรัฐ จึงยังไม่ควรสรุปล่วงหน้าว่าสินค้าในส่วนที่เหลือทั้งหมดจะได้รับการยกเว้น รัฐบาลจะยึดผลประโยชน์ของประเทศและผู้ประกอบการไทยเป็นสำคัญในการเจรจา” น.ส.ลลิดากล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนกรุงแห่ยื่นเยียวยา

"ศุภจี" เร่งหนุนส่งถุงยังชีพถึงพื้นที่น้ำท่วม คุมเข้มราคาสินค้า เบรกส่งออก 30-50% ป้องกันของขาดตลาด

‘ไทยพลัส’คึกคัก! มีสิทธิ30ล้านคน ยืนยันแล้ว22ล้าน

“ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เทน้ำเทท่า! มีประชาชนผู้มีสิทธิในโครงการทั้งหมด 30.7 ล้านคน รายเดิมยืนยันสิทธิแล้วกว่า 22.3 ล้านราย แตะ 90% รัฐบาลย้ำผู้มีสิทธิที่เหลือกดยืนยันภายใน 15 ต.ค.

ปชป.จี้เลิกไลฟ์โชว์

ปชป.จี้ กทม. เลิก Live โชว์ที่ไม่ได้ผลลัพธ์อะไรเลย เรียกร้องศูนย์บัญชาการน้ำท่วมใช้ข้อมูลจริงในการทำงาน พร้อมเร่งทำอุโมงค์ส่วนต่อขยายบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ด้าน "ชัชชาติ" ขอโทษ เจ้าหน้าที่ดุคุณลุงจนร้องไห้ หลังไม่เข้าใจลงทะเบียนเยียวยาออนไลน์