“นายกฯ” ถก “บกปภ.ช.” สั่งเฝ้าระวัง 10 วันอันตรายฝนถล่มภาคใต้ 4-14 ต.ค. กำชับ “กรมอุตุฯ-ปภ.” อย่าการ์ดตก อัปเดตสถานการณ์เตือน ปชช.ตลอด ห่วง “ปราจีนฯ-ฉะเชิงเทรา” น้ำไม่ระบายจนเน่าเหม็น จี้ “ผู้ว่าฯ-นอภ.” เร่งสำรวจผู้เดือดร้อนเยียวยารอบคอบไม่ซ้ำซ้อน “พิพัฒน์” ไม่กล้าพูด “หาดใหญ่” น้ำจะไม่ท่วมซ้ำรอยเหมือนปีก่อน บอกภัยธรรมชาติตอบไม่ได้ งัดแผนเชิญเหตุเตรียมพร้อม เร่งซ่อมคลอง ร.1 เสร็จทันน้ำหลาก “มท.4” ย้ำผู้ว่าฯ ใต้หากเข้าเกณฑ์ระเบียบประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติได้ทันที “ครม.” ประกาศ “สมุทรสาคร” พื้นที่ประสบภัยพิบัติเพิ่ม “กรมชลฯ” ปล่อยน้ำออกเขื่อนขุนด่านฯ น้อยสุด ช่วยกู้ “ปราจีนฯ-แปดริ้ว"
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 6 ต.ค.2569 เวลา 08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และ ผบ.เหล่าทัพ ร่วมประชุม
นายอนุทินกล่าวช่วงต้นว่า เป็นวันที่ 7 ในการประชุมร่วมกัน ซึ่งภาพรวมหลายพื้นที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว เหลือช่วงเฝ้าระวัง แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ถือว่ายังหนักหน่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะน้ำไม่สามารถระบายได้ และเกิดสภาวะเน่าเหม็น ฉะนั้นขอให้ทางจังหวัดได้ระดมกำลังไปช่วยอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่อำเภอบางบาล, จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว, จังหวัดปราจีนบุรี อำเภอบ้านสร้าง, จังหวัดนครนายก อำเภอองครักษ์ และจังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอบางปลาม้า ที่มีรายงานน้ำขังอย่างต่อเนื่อง และมีระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น ในบางแห่งมีการตัดขาดของเส้นทางคมนาคม
นอกจากนี้ อีกประเด็นที่ต้องเตรียมความพร้อมรับมือแนวโน้มสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ ตนเห็นประชาชนได้ใช้อินโฟกราฟิกกันอย่างแพร่หลาย เรื่องการเฝ้าระวังฝนในช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 4-14 ต.ค.นี้ เป็นช่วง 10 วันอันตราย ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยาและ ปภ. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการอัปเดตสถานการณ์ให้กับประชาชนได้รับทราบอยู่เสมอ หากมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องสื่อสารในลักษณะที่ดึงความสนใจ และเมื่อใกล้เวลาเหตุการณ์จะเปลี่ยนก็ต้องย้ำเตือนกันอีกครั้ง
“ขอให้ตั้งการ์ดไว้ตลอดเวลา อย่าให้การ์ดตก อย่าให้การสื่อสารขาดตอน ส่วนในพื้นที่ที่ผ่านวิกฤตและเข้าระยะฟื้นฟูยังมีงานที่ต้องไปช่วยเหลือประชาชน คือการเก็บกวาด ภาษาพวกเราใช้คำว่าบิ๊กคลีนนิง ของเราก็จัดคลีนนิงในที่สาธารณะ บาทวิถี ซึ่งจะเต็มไปด้วยซากของใช้ที่ถูกน้ำท่วม ขยะมูลฝอย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นขยะชิ้นใหญ่ พวกฟูก โซฟา เตียงนอน ตู้ไม้ต่างๆ ก็ต้องมีการเตรียมรถบรรทุกเพื่อเก็บของเหล่านี้ เพื่อเป็นการเปิดทางให้การจราจรมีความสะดวกเพิ่มมากขึ้น กรณีถ้าประชาชนร้องขอความช่วยเหลือมา ก็ขอให้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” นายอนุทินกล่าว
นายกฯ ย้ำเรื่องการเยียวยา ได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทย รายชื่อเริ่มเข้ามาแล้ว และมีการโอนเงินเยียวยาไปแล้วประมาณกว่า 600 ราย และจะเริ่มทยอยโอนเงินไปเรื่อยๆ ตามรายชื่อที่ได้รับมา จึงขอเน้นย้ำผู้ว่าฯ นายอำเภอ ที่จะต้องไปสำรวจและส่งรายชื่อมายัง ปภ. ขอให้เร่งดำเนินการด้วยความรอบคอบ อย่าให้มีการซ้ำซ้อน และอย่าให้มีการล่าช้า
จากนั้น นายกฯ ให้สัมภาษณ์หลังประชุม บกปภ.ช. ถึงการส่งคนไปแก้ไขปัญหาประชาชนจังหวัดปราจีนบุรีและนครนายกกระทบกระทั่งกันกรณีรื้อคันกั้นน้ำว่า ได้ส่งคนไปดูแล้ว โดยขอให้ไปถามรายละเอียดจากนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
เข้ม 10 วันอันตรายฝนใต้
ด้านนายนิรัตน์กล่าวว่า ต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนทั้งฝั่งเหนือคันกั้นน้ำและใต้คันกั้นน้ำว่าทำไปแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร และต้องประเมินด้วยว่าฝั่งไหนจะได้รับผลกระทบ รวมถึงต้องกั้นในระดับไหน มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด จะช่วยเยียวยาเขาอย่างไรและเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่ด้วย ซึ่งทางฝั่งเหนือน้ำจะต้องรับน้ำมากกว่าอยู่แล้ว แต่คันกั้นน้ำมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางน้ำว่าจะให้ไหลไปยังทิศทางใดหรือป้องกันพื้นที่อย่างไร จึงต้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งสองจังหวัดเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่
ถามถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและนครนายก นายนิรัตน์กล่าวว่า วิกฤตทั้งคู่ โดยจังหวัดนครนายกน้ำส่วนหนึ่งจะไหลผ่านจังหวัดปราจีนบุรีไปออกบางปะกง ซึ่งเป็นทางน้ำผ่าน จึงจำเป็นต้องมีการบริหารทางน้ำไหล ขณะนี้เครื่องสูบน้ำทั้งของ ปภ. กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงหน่วยอื่นๆ อาทิ กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม ได้มีการบริหารทรัพยากรกันในแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสมในแต่ละวัน ยืนยันว่าใช้อย่างเต็มกำลังและเป็นหนึ่งเดียวกัน
“จากที่ผมได้หารือกับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และฝ่ายทหารเรือ ทราบว่าจะทุ่มสรรพกำลังในเรื่องของการเอาน้ำออกจากปลายน้ำบางปะกงให้เร็วกว่านี้และมากกว่านี้ เพื่อที่จะสามารถช่วยทั้งจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี และนครนายก” นายนิรัตน์กล่าว
ถามถึงความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคใต้ หลังจากนายกฯ สั่งให้เฝ้าระวังช่วง 10 วันอันตราย อธิบดี ปภ.กล่าวว่า นายกฯ ได้สั่งให้ทุกจังหวัดหยิบแผนที่มีอยู่แล้วขึ้นมาใช้ โดยนำมาซักซ้อม และปรับใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งจากการรายงานขึ้นมาพบว่าน้ำไม่ได้เต็มอ่างและเขื่อน ปริมาณน้ำฝนไม่ได้อยู่ในช่วงสูงสุด แต่มีการพยากรณ์ว่าฝนตกหนักกำลังเข้ามา จึงจำเป็นต้องไปเน้นในเรื่องของการทำทางน้ำไหลและดูเรื่องท่อระบายน้ำในชุมชน พร้อมกำชับว่าฝนตกวันเดียวน้ำท่วมต้องไม่เกิดขึ้น
“พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ผู้ว่าฯ ได้รายงานมาแล้วว่าคลองต่างๆ ได้มีการขุดลอกไว้หมดแล้ว และระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งหลายเมตร ฉะนั้นน่าจะรองรับฝนตกตามที่มีการพยากรณ์มาในช่วงสัปดาห์นี้” อธิบดี ปภ.ระบุ
ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 10.00 น. นายอนุทินเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าตอนนี้ต้องระวังสถานการณ์น้ำในภาคใต้เป็นพิเศษใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ต้องระวังทุกที่”
มีรายงานว่า ในการประชุม ครม. ก่อนเข้าวาระพิจารณา นายกฯ ได้ใช้เวลาหารือและสั่งการเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศกับ ครม. นานกว่า 1 ชั่วโมง โดยส่วนใหญ่เป็นการเน้นย้ำเรื่องการดูแลช่วยเหลือประชาชน อาทิ กระทรวงคมนาคม ให้ออกมาช่วยเหลือบริการยกรถยนต์ของประชาชนที่จมน้ำท่วม รวมไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ให้ออกมาช่วยประชาชนในเรื่องของการซ่อมรถที่เสียหายจากน้ำท่วม และโดยเฉพาะในเรื่องของการเยียวยาประชาชนที่นายกฯ สั่งการให้ลดความยุ่งยากในขั้นตอนต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
ต่อมาเวลา 12.15 น. ภายหลังการประชุม ครม. นายอนุทินไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่พยายามสอบถามเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมไปแล้ว 600 ราย โดยนายกฯ กระเซ้าผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มด้วยว่า “มีกระแสมาว่า… กังวลไหม” ซึ่งเป็นคำถามที่ผู้สื่อข่าวมักใช้ถามนายอนุทินเป็นประจำ จากนั้นนายอนุทินเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที
เวลา 16.00 น. นายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางเข้าที่ทำการพรรค ใช้เวลาช่วงหนึ่งหลังเสร็จสิ้นการประชุม สส.ประจำสัปดาห์ เดินตรวจและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่โรงครัวภูมิใจไทย โดยนายอนุทินมีการกำชับเจ้าหน้าที่ที่ตักอาหารในเมนูข้าวเหนียวหมูทอดว่า ใส่ไปเลยไม่ต้องยั้ง ใส่ให้เยอะที่สุดเท่าที่จะใส่ได้ ให้คนกินอิ่มทีเดียว จากนั้นนายอนุทินแวะจุดที่แม่ครัวกำลังทอดไก่ ก่อนจะหยิบน่องไก่ขึ้นมาชิม 1 ชิ้น โดยแม่ครัวถามนายอนุทินว่า รสชาติได้ไหมคะ นายอนุทินพยักหน้ารับ ก่อนบอกว่า ไม่เค็ม ให้เพิ่มความเค็มอีกหน่อย
ไม่กล้าพูดหาดใหญ่ไม่ท่วม
จากนั้นนายอนุทินได้ดูการทำผัดกะเพราไก่ พร้อมเน้นย้ำให้แม่ครัวเพิ่มซีอิ๊วดำเพื่อให้มีสีสันเข้มขึ้น ก่อนจะลงมือผัดด้วยตัวเอง และยืนยันด้วยว่า เมนูผัดกะเพราไก่ของโรงครัวพรรคภูมิใจไทยเป็นเมนูฮาลาล อย่างไรก็ตาม บางช่วงมีประชาชนที่มารับอาหารจากโรงครัวภาคภูมิใจไทย โดยมีผู้สูงอายุคนหนึ่งมาพร้อมกับหลาน ได้ยกนิ้วโป้งให้กับนายอนุทินพร้อมบอกว่า “เยี่ยมมากครับ ทำดีมาก ทำต่อไป ทำดีกว่าไม่ทำ" ก่อนที่นายอนุทินจะยกมือไหว้ขอบคุณ
ขณะที่ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม ครม. ตอนหนึ่งว่า ที่ประชุม ครม.มีมติประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพิ่มเติมคือ จ.สมุทรสงคราม หลังจาก ครม. เมื่อวันที่ 29 ก.ย.69 ได้มีมติประกาศพื้นที่ภัยพิบัติไปแล้วส่วนหนึ่ง เนื่องจากมีพื้นที่น้ำท่วมเพิ่มเติม
ส่วนนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงการแต่งตั้งอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาคนใหม่ หลังจาก น.ส.สุกันยาณี ยะวิญชาญ เกษียณอายุราชการว่า ได้เสนอชื่อนายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ขณะนี้อยู่ในตำแหน่งรักษาการเป็นอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาคนใหม่ ส่วนขั้นตอนขณะนี้อยู่ในชั้นเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว ซึ่งน่าจะยังอยู่ในกระบวนการ และคาดว่าจะเข้าสู่วาระการประชุมครม.ครั้งหน้า
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงการเตรียมรับมือฝนที่จะตกในพื้นที่ภาคใต้ช่วงสัปดาห์นี้ว่า เวลา 16.00 น. วันนี้จะมีการประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดใน 14 จังหวัดภาคใต้ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยจะเป็นการหารือและวางมาตรการว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ จากการที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไทย ขณะนี้ฝนจะตกในทั่วภูมิภาค แต่หลังจากนี้ในพื้นที่ภาคใต้ฝนจะเริ่มตกและหนักขึ้นยาวไปจนช่วงต้นเดือน ม.ค.70
ถามว่า มีการเตรียมความพร้อมในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาอย่างไร นายพิพัฒน์กล่าวว่า มีการเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะหลังจากที่มีการประชุม ครม.สัญจร ซึ่งได้หารือกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และผู้ว่าฯ ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในพื้นที่ ประกอบด้วย นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ซึ่งได้มีการเตรียมความพร้อมเบื้องต้นเอาไว้แล้ว
ซักว่าจะไม่ซ้ำรอยกับปีที่แล้วใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า “อันนี้ผมไม่กล้าที่จะพูดในส่วนนั้น เพราะเรื่องของธรรมชาติเป็นอะไรที่ตอบไม่ได้เลย แต่เราก็ต้องพยายาม ช่วงนี้เราดูจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่าจะต้องดูแลในส่วนไหน โดยเฉพาะเรื่องการพร่องน้ำ จะต้องหารือกับกรมชลประทานและเจ้าของพื้นที่กักเก็บน้ำ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งตอนประชุม ครม.สัญจรนายกฯ ได้เดินทางไปดูพื้นที่แก้มลิงแล้ว
“ขณะนี้ได้มีการอนุมัติงบประมาณไปแล้ว ประมาณ 800 ล้านบาท เพื่อไปซ่อมแซมคลองภูมินาถดำริ หรือ คลอง ร.1 ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง ตนเชื่อว่าน่าจะทันฤดูน้ำหลาก” นายพิพัฒน์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้หลายพื้นที่ประสบปัญหาการแจ้งเตือนล่าช้า ครั้งนี้จะต้องกำชับเป็นพิเศษหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ในการประชุมจะมีการหารือเรื่องนี้ด้วย
สั่งงัดแผนฉุกเฉินรับมือ
ต่อมาเวลา 16.00 น. นายพิพัฒน์เป็นประธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคใต้ ครั้งที่ 2/2569 ร่วมกับนายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย และคณะผู้บริหาร ปภ. รวมทั้งแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 14 จังหวัดภาคใต้ ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์
นายพิพัฒน์กล่าวว่า พื้นที่ภาคใต้จะเริ่มมีฝนตกหนักถึงหนักมาก รวมถึงมีคลื่นลมแรงระหว่างวันที่ 6-13 ต.ค. ตามการพยากรณ์อากาศ จึงจำเป็นต้องติดตามและประชุมเพื่อบูรณาการข้อมูลชุดเดียวกันในการวางแผนเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด ดังนั้นทุกจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้จะต้องจัดทำแผนเผชิญเหตุที่มีการแบ่งมอบภารกิจอย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด
“ขอให้แม่ทัพภาคที่ 4 ช่วยสนับสนุนกำลังพล ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากร เพื่อเข้าช่วยเหลือการปฏิบัติงานของทั้ง 14 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ให้การบริหารจัดการน้ำทุกจังหวัดเกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งขอให้ผู้ว่าฯ เตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ ทั้งอุทกภัย อัคคีภัย และภัยแล้งอย่างบูรณาการ เน้นย้ำการรายงานสถิติน้ำฝนรายวัน การบริหารงบประมาณ การกำหนดจุดจอดรถฉุกเฉินพร้อมพิกัดให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กีดขวางการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ การจัดเตรียมศูนย์พักพิงและสิ่งของจำเป็น รวมถึงการเตรียมสุขาสำรองเพื่อป้องกันปัญหาด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม” นายพิพัฒน์กล่าว
นายวรศิษฎ์เสริมถึงเรื่องการประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติว่า หากสถานการณ์เข้าเกณฑ์ตามระเบียบกฎหมาย ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งดำเนินการประกาศภัยโดยเร็ว เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด เมื่อเกิดปัญหาจะต้องเข้าไปช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว
นอกจากนี้ ต้องเตรียมความพร้อมด้านอาหาร ต้องพิจารณาแหล่งที่มาของวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร รวมไปถึงการจัดเตรียมเครื่องจักรที่ไม่ใช่ของส่วนราชการ โดยสามารถใช้งบทดรองราชการเพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างทันท่วงที
วันเดียวกัน นายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ยังมีช่องว่างรับน้ำได้อีกมาก ยืนยันว่าน้ำที่ระบายออกไปจะไม่ไหลเข้าสู่ลุ่มน้ำภาคกลางอย่างแน่นอน
“น้ำในทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก จ.ปทุมธานี รังสิต ถึง กทม. ซึ่งเป็นน้ำบ่ามาจาก จ.นครนายก กรมชลฯ ได้เร่งระบายน้ำ 2 ส่วน คือ ระบายแนวขวางผ่านคลองรังสิตประยูรศักดิ์ด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม และระบายแนวดิ่งผ่านคลอง 13 คลอง ออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด” นายธเนศร์กล่าว
อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ภาคตะวันออกสถานการณ์น้ำตอนบนของ จ.ปราจีนบุรี มีแนวโน้มลดลงหลังอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดาลดการระบาย ส่วนน้ำท่วมขังที่ อ.กบินทร์บุรีและตัวเมืองปราจีนบุรี แม้ยังท่วมอยู่ แต่เริ่มลดลงอย่างช้าๆ ขณะที่การบริหารจัดการน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีไปแม่น้ำนครนายก ได้มีการคำนวณการปล่อยน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลให้ออกมาน้อยที่สุดเพื่อลดภาระพื้นที่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แนวร่วม-แนวรบ เขย่า"ภาษีบาป" จากปุระชัย ถึงอนุทิน
ยังมีปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ตามมา กับกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย-พรรคภูมิใจไทย-รัฐบาลสีน้ำเงิน รุกคืบ
ทรัมป์เร่งหนูปิดดีล เนเน่โชว์แบงก์โลก
นายกฯ เผย “ทรัมป์” ส่งจดหมายหวังลงนามสัญญาภาษีกับรัฐบาลไทยช่วงมาเอเชีย
ปปช.ลุยอภิโกง คุ้ยลึกทุนสีเทา สว.ฉุนด่ากราด
เลขาฯ ป.ป.ช.ป้ายแดงประกาศเดินหน้าลุยคดีทุจริตขนาดใหญ่
กสม.ห่วงสิทธิปชช. ภท.โต้ฮุบ4องค์กร
"ณัฐพงษ์" ดักทางรื้อที่มารายได้ 4 กองทุน อย่ารวบอำนาจทุกอย่างและคุมไทยพีบีเอสสื่อสาธารณะ "กสม."
จองคิวต.ค.ซักฟอกรบ.นํ้าเงิน
“ณัฐพงษ์” ฟุ้งยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือนนี้แน่ พุ่งเป้าระบอบสีน้ำเงิน
นายกฯ ถก 'บกปภ.ช.' ห่วง ปราจีน-ฉะเชิงเทรา น้ำไม่ระบายจนเน่าเหม็น
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชากา

