เลขาฯ ป.ป.ช.ป้ายแดงประกาศเดินหน้าลุยคดีทุจริตขนาดใหญ่ สอบทรัพย์สินเชิงลึกสกัดทุนเทา พร้อมริบทรัพย์ ด้าน “สว.กอบ” อัดแหลก ยื่นสอบ กกต.เสียงข้างน้อยคดีฮั้ว สว. ซัดเวทีราชบัณฑิตใช้คำ “รัฐประหาร เงียบ” แสลงใจ เตือนเป็นผู้ใหญ่ควรระวังคำพูด อย่าพูดชี้นำ
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.ว่า ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานสำคัญที่จะพัฒนาการดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อการแก้ไขปัญหาการทุจริตของประเทศ ดังนี้ 1.เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิบัติการด้านการต่อต้านการทุจริต 2.เน้นการไต่สวนเชิงรุกที่รวดเร็วและเป็นธรรม พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมด้วยการให้ความสำคัญกับการดำเนินการกับคดีสำคัญขนาดใหญ่ การทุจริตเชิงนโยบายที่มีความซับซ้อนและกระทบต่อสาธารณประโยชน์ หรือ Grand Corruption ยังเน้นการสืบสวนทางการเงิน ยึด อายัด และริบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตให้ตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อตัดวงจรการกระทำความผิด และสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคมอย่างแท้จริง
3.ยกระดับการตรวจสอบทรัพย์สินเชิงลึกและสกัดกั้นทุนเทา โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยการตรวจพิสูจน์และเปรียบเทียบบัญชีทรัพย์สิน มีการตรวจกลุ่มเสี่ยงในเชิงลึกทั้งจากการวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์และการสะสมทรัพย์สินมีค่า สามารถระบุตัวผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (BO) และทรัพย์สินที่ซุกซ่อนในต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อสกัดกั้นและปราบปรามเงินผิดกฎหมาย หรือทุนเทาอย่างครบวงจร 4.ส่งเสริมการทำงานร่วมกับภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนร่วมกันแสดงเจตนารมณ์ต่อต้านคอร์รัปชัน
5.ผลักดันการเป็นองค์กรดิจิทัล โดยยกระดับระบบสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาปรับใช้ เช่น การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับสถาบันการเงินและหน่วยงานรัฐ รวมทั้งใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มายกระดับการทำงานด้านไต่สวนและตรวจสอบทรัพย์สิน 6.เร่งรัดการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้ทันสมัยและสากล โดยจะต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในประเทศหลายประการ เพื่อการต่อต้านปัญหาการทุจริตและสินบนในหลายรูปแบบ 7.พัฒนาองค์กรและบุคลากรสู่การเป็นองค์กรสมรรถนะสูง 8.พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรมและความเที่ยงธรรม (Merit system) สร้างขวัญกำลังใจและความก้าวหน้าในสายอาชีพ
ที่รัฐสภา พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงการยื่นคำร้องถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ต้องการให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ที่ไม่ใช่การวินิจฉัยล่วงหน้าว่าใครก็ตามที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้กระทำผิด และขอให้ผู้คุ้มครองสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหา พยานและบุคคลที่เกี่ยวข้องตามหลักการสันนิษฐานทางคดีอาญาซึ่งสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
พ.ต.อ.กอบกล่าวว่า เมื่อเรื่องไปถึง ป.ป.ช.แล้วถือเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในการดำเนินการ ตนไม่สามารถบอกได้ว่า ร้องใครร้องอย่างไร ส่วนเป็น กกต.เสียงข้างน้อยทั้งสองคนหรือไม่ ตนไม่สามารถบอกได้ เพราะ กกต.เป็นองค์กรอิสระ ซึ่งจะอยู่ในขอบเขตที่สามารถให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบได้ ส่วน ป.ป.ช.จะตรวจสอบอย่างไรนั้น ข้อมูลจะปรากฏอยู่ในคำร้องที่ยื่นไป
"ปัจจุบันนี้ ผู้รู้หรือกูรูทั้งหลายไม่ทำตัวเป็นกลางเลย ราชบัณฑิตมีไว้ทำอะไร มีไว้เพื่อให้ความรู้และทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ใช่ชี้นำว่าฝ่ายนี้ผิดฝ่ายนี้ถูก ท่านกล่าวหาเกินเลยถึงขนาดว่าเป็นรัฐประหารเงียบ ท่านพูดได้อย่างไร คำนี้มันแสลงใจ เพราะไม่ใช่หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ท่านเคยทำงานภายใต้พระปรมาภิไธย ในขณะที่ท่านเป็นตุลาการ แต่เวลาท่านออกมาแล้วท่านลืมว่าท่านต้องมีจริยธรรมของนักกฎหมาย ผมอยากเตือนสติท่านทั้งหลาย ที่ออกมาพูดชี้นำ ท่านเป็นผู้ใหญ่ทั้งนั้น เคยมีตำแหน่งหน้าที่ในองค์กรอิสระด้วยซ้ำไป บางท่านยังเป็นผู้ที่ร่วมกันออกกฎมาตรฐานทางจริยธรรม ทำไม่คิด ตอนที่ท่านมีหน้าที่ทำไมไม่แก้ หรือไม่มีเวลาแก้ ทำอะไรอยู่ พอออกมาแล้วที่ว่าคนอื่นไม่ดี จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ จะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว" พ.ต.อ.กอบระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทรัมป์เร่งหนูปิดดีล เนเน่โชว์แบงก์โลก
นายกฯ เผย “ทรัมป์” ส่งจดหมายหวังลงนามสัญญาภาษีกับรัฐบาลไทยช่วงมาเอเชีย
กสม.ห่วงสิทธิปชช. ภท.โต้ฮุบ4องค์กร
"ณัฐพงษ์" ดักทางรื้อที่มารายได้ 4 กองทุน อย่ารวบอำนาจทุกอย่างและคุมไทยพีบีเอสสื่อสาธารณะ "กสม."
จองคิวต.ค.ซักฟอกรบ.นํ้าเงิน
“ณัฐพงษ์” ฟุ้งยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือนนี้แน่ พุ่งเป้าระบอบสีน้ำเงิน
ขยาดพูด‘เอาอยู่’ ห้ามการ์ดตกงัดทุกแผนสกัดท่วมใต้เร่งกู้ปราจีน-แปดริ้ว
“นายกฯ” ถก “บกปภ.ช.” สั่งเฝ้าระวัง 10 วันอันตรายฝนถล่มภาคใต้ 4-14 ต.ค. กำชับ “กรมอุตุฯ-ปภ.” อย่าการ์ดตก อัปเดตสถานการณ์เตือน ปชช.ตลอด
ปภ.ยัน1-2วันนี้ โอนเงินเข้าบช. เยียวยาอุทกภัย
นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. กำชับสัปดาห์นี้่ต้องเห็นการโอนเงินเยียวยาน้ำท่วม ยันงบฯ 4.7 พันล้าน
ลุยล้างมาเฟียเสื้อกาวน์ ‘ช้างใหญ่’จี้ผ่าตัด‘TPBS’
รัฐบาลสกัดไฟล้วงภาษีบาป “อนุทิน” บอกอยู่ระหว่างขั้นตอน ขณะที่อธิบดีสรรพสามิตออกโรงรื้อภาษีไม่เอื้อเอกชน

