จองคิวต.ค.ซักฟอกรบ.นํ้าเงิน

“ณัฐพงษ์” ฟุ้งยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเดือนนี้แน่ พุ่งเป้าระบอบสีน้ำเงิน เล็งซักฟอกทุกเรื่องที่เป็นข่าว "ชาดา" บอกไม่ต้องรับมือ เพราะไม่มีอะไรเลย “รุทธพล” กวักมือให้หาหลักฐานมาฟ้อง “สุชาดา” ลั่นพร้อมดำเนินการให้  “เท้ง” มั่นใจ “รังสิมันต์” มีข้อมูลไม่เลื่อนลอย ไชยชนกเชื่อ “ไอเดียร์” ไม่มีเอี่ยว เจ้าตัวบอกอีกไม่นานพร้อมแจงหมด “พิพัฒน์” เผยยกพลไปอวยพรวันเกิดครูใหญ่ทำมากว่า 20 ปี ณัฐพงษ์เมินบันเทิงธิปไตยให้ท้าย “ไอซ์-โรม” ชี้การทำหน้าที่มีหลากหลาย

เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ยื่นเร็วๆ นี้แน่นอน โดยญัตติควรต้องเข้าสู่การพิจารณาของสภาภายในช่วงเดือน ต.ค.นี้ อย่างช้าที่สุดไม่ควรเกินต้นเดือนหน้า

เมื่อถามว่ายังขาดเนื้อหาอะไรบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เท่าที่ได้ติดตามเรื่องของกรอบญัตติ ตัวรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายตอนนี้ค่อนข้างแน่ชัดแล้ว แต่ยังคิดว่าไม่ควรให้ข่าว เดี๋ยวรอยื่นญัตติทีเดียวก็จะได้เห็นพร้อมกัน

เมื่อถามต่อว่า รายชื่อรัฐมนตรีมีมากกว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จากโจทย์ที่มี ณ ตอนนี้มีหลายคน แต่ว่าอย่างที่บอก รอยื่นญัตติทีเดียวดีกว่า

เมื่อถามว่าธีมเป็นยังไงบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ประเด็นที่สำคัญ ณ ตอนนี้ คือการเมืองที่อยู่ในระบอบสีน้ำเงิน รัฐบาลเองมีความพัวพัน  สังคมมองเห็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ารัฐบาลมีส่วนพัวพันในการโกงเลือก สว.มา และควบคุมหรือมีอิทธิพลเหนือองค์กรอิสระ ทำให้กลไกถ่วงดุลตรวจสอบไม่ทำงาน ทำให้บ้านเมืองเราไม่ได้มีความเป็นประชาธิปไตย คนมีอำนาจรัฐก็ทำอะไรไม่ต้องเกรงอกเกรงใจประชาชน

ถามว่า เรื่อง น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์  สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับสามีของ น.ส.สุชาดา จะมีด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำท่วม เรื่องการโกงเลือก สว. เรื่องการบริหารจัดการที่ล้มเหลว หรือแม้แต่เรื่องทุนเทาต่างๆ ทุกเรื่องที่มีปัญหา ก็ควรต้องถูกซักฟอกทั้งหมด

ขณะที่นายอนุทินปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจภายในเดือน ต.ค. โดยยิ้มก่อนรีบกดลิฟต์เพื่อขึ้นประชุมพรรคทันที

ภายหลังการตรวจเยี่ยมโรงครัวพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินให้สัมภาษณ์ระบุว่า การประชุมพรรควันนี้เป็นการประชุมประจำสัปดาห์ และเมื่อถามว่าได้มีการหารือในที่ประชุมเรื่องการรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยหรือไม่ นายอนุทินย้ำว่า ไม่ได้คุยเลย ยังไม่มีญัตติเรื่องนี้เข้ามา ซึ่งในระหว่างนั้นนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี ที่ยืนอยู่ใกล้กันกล่าวแซวว่า ทำไมต้องรับมือ ไม่มีอะไรเลย

ส่วนนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านกังวลว่าอาจมีการใช้วิชามารสกัดการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เคารพการทำงานของทุกฝ่าย เป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่จะทำอะไรตามบทบาทหน้าที่ที่กฎหมาย และข้อบังคับกำหนด ประธานทำอย่างอื่นไม่ได้ ฉะนั้นขออย่าไปสื่อเรื่องแบบนั้น  มันไม่ใช่ ไม่ได้วางแผน ไม่ได้คิดเลย ไม่สกัดกั้นใครหรอก

“ยังไม่ได้คิดด้วย ไม่เคยจะทำเรื่องแบบนี้ เพราะมันไม่เป็นประโยชน์อะไร สังคมเราขัดแย้งมาพอสมควรแล้ว ในภาคนิติบัญญัติเราก็ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง แต่อยากเห็นการปฏิบัติ เคารพอำนาจตามกฎหมายของแต่ละฝ่ายอย่างจริงจัง มันจึงจะเรียบร้อย ฉะนั้นคนที่รักษากติกาการประชุม ก็ต้องว่าไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แล้วไปสอดคล้องกับข้อบังคับ เท่านั้นเอง บางครั้งความหนักใจของประธานคือจะทำอย่างไรที่การประชุมจะต้องเป็นไปตามข้อบังคับจริงๆ เท่านั้น เราก็ทำตามข้อบังคับ" นายโสภณกล่าว

เมื่อถามว่า หากในอนาคตมีการยื่นญัตติจะเปิดให้อภิปรายได้มากน้อยแค่ไหน นายโสภณกล่าวว่า เรื่องไหนที่ไม่ขัดกับข้อบังคับก็อภิปรายได้หมด หากเป็นเรื่องที่ถูกต้องมาเราไปสกัดกั้นไม่ได้ ต้องดูกฎหมายและข้อบังคับที่เปิดให้สามารถปฏิบัติได้ หากไม่ขัดต่อกฎหมายหรือข้อบังคับก็ทำได้หมด อย่าไปกังวล ให้ยื่นมาเถอะ

นายอนุทินยังตอบข้อถามถึงการประชุมพรรค ภท.มีการหารือเรื่องของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ว่า ไม่ได้พูดคุย และเมื่อถามว่าไม่กระทบกับพรรคใช่หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ทุกอย่างมีกฎหมาย ควบคุมไว้

ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายรังสิมันต์ตั้งข้อสังเกตว่าสามีของ น.ส.สุชาดามีความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์หรือไม่ ว่าเรื่องนี้ต้องแบ่งออกเป็น 2 ประเด็น โดยเรื่องแรกเป็นเรื่องของบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งมีผู้ไปยื่นกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว ซึ่งเห็นด้วย เพราะหากพูดลอยๆ การตรวจสอบก็จะไม่เริ่มต้น ประเด็นที่ 2 เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ และเว็บพนันออนไลน์ โดยให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดูข้อมูลเบื้องต้น แต่ยังไม่มีใครมาร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งหากใครมีพยานหลักฐานก็อยากให้เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ เพราะหากอยู่ในอำนาจของกฎหมายไทย ก็จะเร่งรัดดำเนินการ แต่หากเกี่ยวพันกับต่างประเทศ ต้องประสานข้อมูล สิ่งไหนเป็นเรื่องที่กระทำผิดในประเทศไทยกระทรวงยุติธรรมพร้อม ขณะนี้เราได้ดูข้อมูลในเบื้องต้น

 “ขอยืนยันว่าอยากให้มีผู้ที่มาร้องทุกข์กล่าวโทษ จะเป็นใครก็ได้ คนทั่วไปก็ได้ แค่แจ้งเบาะแสหรือมีหลักฐาน เหมือนช่องทางที่แจ้งกับ ป.ป.ช.”

ไชยชนกเชื่อมั่นไอเดียร์

นายไชยชนกกล่าวในเรื่องนี้ว่า นักการเมืองทุกคนต้องพร้อมรับการตรวจสอบ และเชื่อว่า  น.ส.สุชาดาก็พร้อมชี้แจงและรับการตรวจสอบเช่นกัน โดยเบื้องต้น น.ส.สุชาดาได้ชี้แจงต่อพรรค ภท.แล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบ ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ทั้งเรื่องนาฬิกา และการปล่อยกู้ให้กับบริษัทในต่างประเทศที่ล้มละลายไปแล้วนั้น ในรายละเอียดต้องให้ น.ส.สุชาดาชี้แจงด้วยตัวเอง แต่เบื้องต้น น.ส.สุชาดายืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด พร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการตรวจสอบ และไม่ว่าผลการสอบสวนจะออกมาอย่างไร พรรคพร้อมชี้แจงและให้ดำเนินการตามกฎหมาย

 “สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงรายละเอียด” นายไชยชนกกล่าว

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.สุชาดาเคยเป็นคณะทำงานของนายไชยชนก และมีการตรวจสอบประวัติหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า จนกว่าเห็นข้อพิสูจน์ทางหลักฐาน ไม่เชื่อว่า น.ส.สุชาดาจะเกี่ยวข้อง และในสมัยแรกที่เข้ามาทำงาน มีการดำเนินการหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งมีการดำเนินการในหลายประเด็น ก่อนยุติกระบวนการในบางเรื่อง

เมื่อถามย้ำว่า ในช่วงสมัยแรกที่ปราบปรามสแกมเมอร์ ไม่พบว่ามีชื่อ น.ส.สุชาดาเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายไชยชนกยืนยันว่า ไม่มี

ด้าน น.ส.สุชาดา กล่าวถึงกรณีนายรังสิมันต์เรียกเข้าชี้แจงต่อ กมธ.การกฎหมายฯ ในที่ 7 ต.ค.ว่า ขอบคุณสื่อที่ให้ความสนใจและให้โอกาสชี้แจง ขณะนี้ได้รับทราบข้อกล่าวหาของ สส.ผู้ทรงเกียรติคนดังกล่าวแล้ว เดี๋ยวรออีกไม่นาน จะออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด ย้ำว่ารอไม่นาน

เมื่อถามย้ำว่า จะเข้าชี้แจงต่อ กมธ.การกฎหมายฯ ในวันพรุ่งนี้หรือไม่ น.ส.สุชาดากล่าวว่า ไว้ให้ได้ข้อเท็จจริงจะชี้แจงให้ทุกคนฟัง

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรค ภท. บิดา น.ส.สุชาดา กล่าวในเรื่องนี้ว่า เราต้องรับฟังทุกความคิดเห็น และมีหน้าที่ต้องชี้แจง ทำชัดเจน ให้สังคมรับทราบ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจอะไร

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับลูกเขยแล้วหรือไม่ นายสัมฤทธิ์กล่าวว่า พูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง ซึ่งลูกเขยก็คุยผ่านทางบุตรสาวเข้ามา แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ รัฐบาลก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ตรวจสอบอยู่แล้ว มีขั้นตอนมีกระบวนการยุติธรรมและกฎหมาย ซึ่งคิดว่าคำชี้แจงต้องให้หน่วยงานภาครัฐระบุออกมาดีที่สุด และเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกต้องที่สุด

ถามต่อว่า จะให้บุตรสาวเป็นผู้ชี้แจงใช่หรือไม่ นายสัมฤทธิ์ระบุว่า ใช่ ในข้อเท็จจริงต้องเป็นแบบนั้น เพราะเจ้าตัวรู้ดีที่สุด และเขาก็มั่นใจทุกครั้งว่าไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย ซึ่งก็บอกว่าให้เอาหลักฐานมาชี้แจง เขาก็พร้อมที่จะชี้แจงทุกเรื่องอยู่แล้ว ส่วนกระแสข่าวการถูกเตะตัดขาภายในพรรคเพื่อสกัดไม่ให้นั่งรัฐมนตรีนั้น คิดว่าเรื่องพวกนี้ไม่น่าจะเป็นข้อเท็จจริง

มั่นใจมีหลักฐาน

ขณะที่นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เชื่อว่าในฐานะ กมธ.การกฎหมายฯ ก็มีกรอบอำนาจหน้าที่ในการจะตรวจสอบเรื่องนี้ได้ แล้วจริงๆ ทั้งสองฝ่ายก็มีสิทธิ์ใช้กระบวนการทางกฎหมายของตัวเอง เข้าใจว่า น.ส.สุชาดาเองก็ดำเนินการทางกฎหมายทางฝั่งเขาไปแล้ว ที่ไปยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท

ถามย้ำว่า หลักฐานเรามีแน่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า มั่นใจในการทำหน้าที่ของสมาชิกพรรค ปชน. โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายรังสิมันต์ คงไม่ได้กล่าวหาใครเลื่อนลอยอยู่แล้ว

 “พวกเราทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ตรวจสอบคนของตัวเองเสมอ อย่างกรณีของนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชนเอง เขาก็สมัครใจเข้าไปชี้แจงเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้คิดว่าจะย้อนหาตัวเองหรือไม่ได้มีข้อกังวลใจอะไร”

เมื่อถามว่า พรรค ปชน.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบนายสมชาติขึ้นมาแล้ว ยังไม่มีผลออกมา ไม่นานไปหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า บางทีเราก็ต้องพยายามชั่งน้ำหนัก อย่างแรกยึดหลักไว้ก่อนว่าพรรคเองไม่ปกป้องคนผิด แม้คนคนนั้นจะเป็นคนของเรา เราไม่ปกป้องคนผิด แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องชั่งน้ำหนักดูว่า การดำเนินคดีต่างๆ  มีโจทย์ทางการเมืองอะไรแอบแฝงหรือไม่ ก็พยายามรักษาสมดุลทั้งสองส่วนนี้

ส่วนนายโสภณกล่าวถึงกรณี น.ส.สุชาดาแจ้งความดำเนินคดีนายรังสิมันต์ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จะสามารถใช้เอกสิทธิ์ สส.คุ้มครองในการอภิปรายได้หรือไม่ ว่าหากอภิปรายไม่เสียหาย สส.ก็มีสิทธิ์ใช้สิทธิ์พาดพิงตามข้อบังคับของสภาได้ ส่วนจะเข้าข้อกฎหมายหมิ่นประมาทหรือไม่ ก็ต้องไปดูว่าแจ้งความหมิ่นประมาทเรื่องอะไร ไม่มีใครเกินกฎหมายได้ แต่เมื่อหน่วยงานที่รักษากฎกติกา ตัดสินมาอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น เพราะนิติรัฐเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เรื่องกฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมายตัดสินอยู่แล้ว ไม่ใช่เผด็จการ

วันเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรค ภท. กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรค ภท.เดินทางไปร่วมงานวันคล้ายวันเกิดนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ว่าเป็นประเพณีของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด งานบุญหรือแต่งงาน หากเป็นพรรคพวกจะไปร่วม ซึ่งการไปร่วมงานวันเกิดเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ไม่ได้ทำเฉพาะปีนี้ แต่ทำมาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ยืนยันว่าเราไปกันทุกปี เพราะถือเป็นประเพณี ความเป็นเพื่อนฝูงและเป็นคนที่รักใคร่ ต้องไปแสดงความยินดี

เท้งให้ท้าย 'ไอซ์-โรม'

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเชื่อมโยงเป็นการเช็กชื่อทางการเมือง นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่จริง เพราะนายกฯ มีข้อสั่งการแล้ว หากใครที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยขอให้เฝ้าพื้นที่ ใครที่มีเวลาว่างเราก็แวะเวียนกันไป จะเห็นได้ว่าสมาชิกแถวภาคกลาง เช่น จ.พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง รวมถึงพื้นที่รอบ กทม. สส.พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เดินทางไป โดยเฉพาะ รมช.มหาดไทยทั้ง 3 คนอยู่ในพื้นที่ กทม. เพื่อดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เมื่อถามย้ำว่า นายเนวินได้ฝากอะไรกับสมาชิกพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องพรรค เพราะเป็นแค่การแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันเกิดเท่านั้นเอง แต่ก็มีการทำตามประเพณีของชาวบุรีรัมย์และสุรินทร์ที่ทำทุกปี

ส่วนนายณัฐพงษ์กล่าวกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องบันเทิงธิปไตยของพรรคประชาชน ว่านายปิยบุตรสามารถวิพากษ์วิจารณ์พรรคได้เต็มที่ และเชื่อว่าความคิดเห็นของนายปิยบุตรก็มีประโยชน์ที่เราเองจะรับมาปรับใช้ในสิ่งที่เราคิดว่าเรายังทำได้ไม่ดีพอ เป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องที่สวยงามที่เรามีความฝันร่วมกันมาตั้งแต่ที่เราอยากจะสร้างพรรคมวลชนที่สมาชิกพรรคทุกคนเป็นเจ้าของ แต่นายปิยบุตร ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะไม่ใช่สมาชิกพรรคแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นอีกหนึ่งคน ตั้งแต่สมัยสมาชิกอนาคตใหม่ก็เป็นคนที่ก่อตั้งอุดมการณ์นี้ขึ้นมา และคิดว่าเป็นความเห็นที่มีคุณค่า วิพากษ์วิจารณ์กันได้

เมื่อถามว่า มีคนพุ่งเป้ามาที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า นายปิยบุตรไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ตัวบุคคลคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นภาพรวม และถ้าพูดถึงอีกฝั่งของการทำหน้าที่ของพรรคประชาชน เราจำเป็นต้องมีคนที่ทำหน้าที่ทางการเมืองที่มีความหลากหลาย ทั้ง น.ส.รักชนก หรือนายรังสิมันต์ หรือหลายๆ คนเขาอาจจะมีวิธีการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนได้มากกว่า แต่เราก็ไม่ได้หมายถึงว่าการทำการเมืองทุกอย่างจะต้องใช้วิธีการทำงานที่มุ่งเน้นแต่ทำคอนเทนต์อย่างเดียว อะไรที่มุ่งเน้นในเนื้อหาทางวิชาการ เราก็มีอีกหลายคนที่ทำหน้าที่ต่างๆ เหล่านั้นได้ดี

เมื่อถามว่า จะไม่กลบหลักการของพรรคใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่กลบ เพราะเชื่อว่า น.ส.รักชนก หรือที่สังคมอาจตั้งคำถามว่านายปิยบุตรหมายถึงใครบ้าง เชื่อว่าทุกคนที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนผู้แทนราษฎรในนามของพรรคประชาชนในขณะนี้ ทุกคนก็คงจะยึดมั่นและยืนตรงในหลักการของพรรค.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขยาดพูด‘เอาอยู่’ ห้ามการ์ดตกงัดทุกแผนสกัดท่วมใต้เร่งกู้ปราจีน-แปดริ้ว

“นายกฯ” ถก “บกปภ.ช.” สั่งเฝ้าระวัง  10 วันอันตรายฝนถล่มภาคใต้ 4-14 ต.ค. กำชับ “กรมอุตุฯ-ปภ.” อย่าการ์ดตก อัปเดตสถานการณ์เตือน ปชช.ตลอด

จากทหารสู่สีน้ำเงิน! 'เท้ง' ชี้เมืองไทยยังไร้ประชาธิปไตยแท้จริง งานรำลึกครบ 50 ปี 6 ตุลาฯ

'เท้ง' ชี้ประเทศไทยแทบไม่เคยมีประชาธิปไตยเต็มใบ มองยังถูกครอบงำ แค่เปลี่ยนรูปจากอำนาจการทหาร เป็นกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน

บันเทิงธิปไตย! 'เท้ง' พลิกวิกฤตเป็นโอกาส 'ปิยบุตร' วิจารณ์พรรคส้มเป็นเรื่องสวยงาม

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรร