บ้านสร้างสวน‘หนู’ฟัน‘นอภ.’

เดือด! “อนุทิน” ซัดแหลก “นายอำเภอบ้านสร้าง” เกียร์ว่างไม่ช่วยน้ำท่วม ลั่นน่าอับอาย แย่ คนแบบนี้รับราชการไม่ได้ สั่งตั้ง กก.สอบวินัยเด็ดขาด จี้ปลัด มท.สปีดโอนเงินเยียวยา  9 พัน บ. “อธิบดี ปค.” ฟันฉับเข้ากรุทันที แย้ม “ผู้ว่าฯ ปราจีน” เซ็นเด้งทิ้งทวนก่อนเกษียณ “เสฏฐวุฒิ” น้อมรับคำสั่งพ้นพื้นที่ ยันทำเต็มที่ไม่กังวลถูกสอบ “ชาวบ้าน” อึ้ง “นอภ.” โดนย้ายทั้งที่ขยันทำงาน “ชัชชาติ” ย้ำ “แก้มลิงคู้บอน-บางชัน” ยึดตามหลักวิชาการ พร้อมรับฟังข้อมูลใหม่ “เท้ง” ฉะนายกฯ อย่าเอาแต่บ่น ลอยตัวหนีปัญหาน้ำท่วม  “ปภ.” ระดมเรือผลักดันน้ำกู้ฉะเชิงเทรา-ปราจีนฯ  เฝ้าระวัง 4 จว.ตะวันตกเสี่ยงท่วม

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)  วันที่ 7 ต.ค. เวลา 08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ร่วมกับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอให้เร่งส่งรายชื่อครัวเรือนที่เข้าข่ายจะได้รับเงินเยียวยามายังกรม ปภ. ด้วยความรวดเร็วที่สุด จนถึงเมื่อวานนี้ (7 ต.ค.) ทาง ปภ.ได้โอนเงินเยียวยาให้ประชาชน ส่วนใหญ่เข้าข่ายเกณฑ์ 9,000 บาท โอนไปแล้วประมาณกว่า 10,400 ครัวเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 94 ล้านบาท ตั้งแต่เกิดเหตุหลายครั้งที่เราต้องไปรอแต่ละจังหวัดเข้ามาโอนกันทีเป็นพันๆ ราย เป็นหมื่นๆ  ราย แต่เที่ยวนี้ได้ให้นโยบายไว้คือ First Come, First Served เพราะฉะนั้นต้องมีเจ้าหน้าที่คอยรวบรวมรายชื่อเหล่านี้ ทำการประสานกับธนาคารออมสินซึ่งเป็นธนาคารของรัฐอยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจ เพราะได้เงินฝากและเงินโอนมาจากสำนักงบประมาณ

 “แม้การโอนเงินกว่า 10,400 ครัวเรือน เป็นเงินกว่า 94 ล้านบาท จะถือว่ารวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยทำมา แต่ยังพบปัญหาความล่าช้าในขั้นตอนการโอนเงินของธนาคารที่ใช้เวลาเดินทางถึง 2 วัน ผมได้รับรายงานจากปลัด มท. บอกโอนเงินแล้วนะครับ  หมื่นครัวเรือนเรียบร้อยแล้ว เงินจะเข้าวันศุกร์ ไอ้นี่ไม่ได้เขียนเช็คนะท่าน มันไม่ต้องไปผ่านเคลียริงที่ไหน ทุกวันนี้เป็นเทเลแบงกิ้ง กดตูมเงินถึงมือชาวบ้านเลย พอกดปุ๊บมันก็ต้องไป ใช่ไหม จริงๆ เราต้องตั้งข้อสงสัยเลยว่ากดไปแล้วใช้เวลาเดินทาง 2 วัน มันไปไหน แล้วเงินไปพักที่ไหน 2 วัน ซึ่งถ้าคิดเป็นโอกาสมันก็จะมีความสูญเสีย เพราะงั้นขอให้ท่านได้ดำเนินการในเรื่องนี้ แล้วก็นำกลับมารายงานในที่ประชุมด้วยว่าเกิดสาเหตุอะไร แล้วได้แก้ไขไปอย่างไรบ้าง" นายอนุทินกล่าว

นายกฯ ยังได้แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกรณีที่ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีทำหนังสือส่งถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ  นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ออกจากพื้นที่เป็นการด่วน เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่กระตือรือร้น ไม่ทำงานด้วยความทุ่มเท ไม่ตั้งใจช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนหนักจากอุทกภัย ทั้งเรื่องการขนย้ายสิ่งของและการอพยพชาวบ้าน ทั้งที่ดำรงตำแหน่งในพื้นที่มานานถึง 5 ปี ควรจะมีความเข้าใจและคาดการณ์สถานการณ์ได้ดีที่สุด

นายกฯ กล่าวว่า รู้สึกเศร้าใจ และถือเป็นเรื่องน่าอับอายอย่างยิ่งที่มีข้าราชการลักษณะนี้อยู่ในระบบปกครอง ได้สั่งให้อธิบดีกรมการปกครองดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างเด็ดขาด รวมถึงตรวจสอบทัศนคติการทำงานอย่างละเอียด หากพบมีความบกพร่องร้ายแรงและสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจริง จะไม่ปล่อยให้อยู่ในระบบราชการอย่างเด็ดขาด

เดือด!ซัด นอภ.บ้านสร้าง

"เรื่องนี้สำหรับกระทรวงมหาดไทย น่าอับอายนะครับ เรามีคนเช่นนี้ยังอยู่ในระบบการปกครองของกระทรวงอยู่ ผู้ว่าฯ ทุกท่านผมคิดว่ากว่าจะเขียนหนังสือมาแบบนี้ก็คงคิดแล้วคิดอีก ทราบว่าท่านอธิบดีกรมการปกครองดำเนินการเรียกเข้ามาประจำโรงเรียนนายอำเภอแล้ว ขอให้ดำเนินการสอบสวนทั้งวินัย เรียกว่าสอบดูแอตติจูดอะว่ามันเกิดอะไรขึ้น สถานการณ์รุนแรงขนาดนี้ แล้วถ้าเกิดเขาใส่ใจมากกว่านี้นี่ อำเภอบ้านสร้างจะมีสถานการณ์ดีขึ้นกว่านี้ไหม ทำประเมินออกมาให้เรียบร้อย ให้ละเอียด คนแบบนี้ถ้าแย่อย่างนั้นจริง รับราชการไม่ได้ครับ" นายกฯ กล่าว

ต่อมาหลังการประชุม นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงแผนการสร้างแก้มลิงเพิ่มเติมหลังเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ว่า เรื่องแก้มลิงก็เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บกักระบายน้ำ อยู่ในนโยบายของกรมชลประทาน ตนกำลังจะมอบให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ศึกษาเกี่ยวกับการเพิ่มพื้นที่ และวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ฟังที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอให้ทำแก้มลิงรอบพื้นที่ กทม. ก็ได้นำข้อเสนอนี้สั่งการไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ดูว่าสามารถเพิ่มแก้มลิงในพื้นที่รอบ กทม.ได้โดยตรงหรือไม่ ถ้าทำได้ก็พร้อมดำเนินการ  เพราะมีงบประมาณในการดำเนินการอยู่

“เราพร้อมทำให้ทุกอย่างสามารถเป็นแหล่งรับน้ำ เก็บกักน้ำได้ เพราะเมื่อน้ำท่วมเสร็จก็จะเข้าสู่ฤดูแล้งที่เราต้องเร่งดำเนินการและทำศึกษาอยู่ ซึ่งการขยายแก้มลิงไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศทางกรมชลประทานก็มีแผนอยู่แล้ว โดยเป็นความร่วมมือกับทางจังหวัดและท้องถิ่น ซึ่งรัฐบาลให้การสนับสนุน แต่สิ่งที่ต้องการไม่ใช่ว่าเมื่อน้ำมาเยอะแล้วเราระบาย ทำให้น้ำขาด ฉะนั้นการสร้างที่เก็บกักน้ำโดยเฉพาะในช่วงน้ำหลาก ถ้าเก็บไว้ได้มากก็จะเป็นประโยชน์ในการใช้ในช่วงฤดูแล้ง” นายอนุทินระบุ

มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามคำสั่งให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง  โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ ณ วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง เป็นการประจำ มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.-5 พ.ย.2569

อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ในหนังสือผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีเสนอย้าย นอภ.บ้านสร้างดังกล่าว นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีในขณะนั้น ลงนามเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ในหนังสือด่วนที่ ปจ 0018.1/314 เรื่อง ขอให้พิจารณาย้ายข้าราชการ ส่งถึงอธิบดีกรมการปกครอง โดยในหนังสือระบุว่า จังหวัดปราจีนบุรีได้เกิดสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.2569 เป็นต้นมา  ประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างทั้ง 7 อำเภอ  ซึ่ง นอภ.บ้านสร้างไม่ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานระดับจังหวัดในการบริหารจัดการเหตุสาธารณภัย ส่งผลให้การดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยของจังหวัดปราจีนบุรีเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระพันธ์เกษียณอายุในตำแหน่งผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีไปเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลงนามในหนังสือวันสุดท้ายของการทำงานก่อนเกษียณอายุ

ขณะที่ นายเสฏฐวุฒิ นอภ.บ้านสร้าง ให้สัมภาษณ์ว่า น้อมรับคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และยืนยันที่ผ่านมาได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วตามที่คิดว่าสามารถทำได้ 

ถามว่า ที่ถูกวิจารณ์ทำงานยังไม่เต็มที่  นอภ.บ้านสร้างกล่าวว่า รับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่ขออธิบายรายละเอียดการทำงานที่ผ่านมา เพราะเกรงว่าจะถูกมองว่าเป็นการแก้ตัวหรือเข้าข้างตัวเอง ซึ่งสามารถตรวจสอบการทำงานย้อนหลังได้  และเข้าใจว่าผู้บังคับบัญชาอาจมองสถานการณ์ในภาพใหญ่ โดยเชื่อว่าทุกฝ่ายมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประชาชน

ซักถึงความกังวลหากในอนาคตมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือไม่ นอภ.บ้านสร้างกล่าวว่า  ไม่กังวล พร้อมยืนยันได้ น้อมรับทั้งคำสั่งและมุมมองของผู้บังคับบัญชา และขอไม่ก้าวล่วงการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา

ทั้งนี้ เพจเฟซบุ๊ก “ปราจีนอัปเดต” ได้นำคำสั่งย้าย นอภ.บ้านสร้างมานำเสนอ โดยมีประชาชนในพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง รวมถึงชาวจังหวัดปราจีนบุรี เข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจ นอภ.บ้านสร้างเป็นจำนวนมาก อาทิ เคยพบเห็นนายอำเภอลงพื้นที่ด้วยตัวเองและรู้สึกสงสารและเสียดายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ บางคนแสดงความเห็นไม่พอใจผู้ว่าฯ อาทิ "มีหลายคนถามหาผู้ว่าฯ ตั้งแต่บ่อขยะยันน้ำท่วม วันนี้ชาวปราจีนฯ น่าจะเจอแล้วว่าผู้ว่าฯ อยู่ไหน",  "ผู้ว่าฯ ทิ้งทวนว่างั้น 30 กันยา 69 น้ำยังไม่ท่วมบ้านสร้าง..อย่าเดินให้ชาวปราจีนเห็น...ไปแล้วไปลับ ขยันขึ้นศาลหน่อยนะ",  "ทีมหนูจัดให้สมใจนาย"

เท้งอัดหนูเอาแต่บ่น

ที่รัฐสภา นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักวิชาการด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้สภาตรวจสอบจริยธรรมนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ กรณีนำเรื่องโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแก้มลิง มากล่าวอ้างเพื่อวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร

นายทันกวินท์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง และการนำเรื่องโครงการแก้มลิงมากล่าวอ้างและโจมตี กทม. ว่ามีการตัดพื้นที่ทางน้ำไหล (Floodway) ออกจากผังเมือง เป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน การกล่าวอ้างข้อมูลโดยไม่มีเงื่อนไขความรู้ที่ถูกต้อง ถือเป็นความรับผิดชอบของนายอรรถวิชช์โดยตรง

ผู้สื่อรายงานว่า ระหว่างการให้สัมภาษณ์ ผู้ชำนาญการประจำตัวนายอรรถวิชช์ซึ่งยืนฟังการให้สัมภาษณ์อยู่ ได้เข้ามาสอบถามถึงผลงานวิจัยของนายทันกวินท์ว่าเคยตีพิมพ์หรือไม่ อะไรที่คิดไม่ถูกต้องต้องมีหลักฐาน ไม่พูดเลื่อนลอย สิ่งที่ผลักดันในพื้นที่บึงคู้บอนคือแนวทางตามพระราชดำริ ไม่ใช่โครงการตามพระราชดำริ

ส่วนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงกรณีข้อวิจารณ์เกี่ยวกับโครงการบึงคู้บอนและบึงบางชัน โดยย้ำว่า โครงการดังกล่าวเป็นการศึกษาของ กทม.ที่นำแนวคิดแก้มลิงมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ไม่ใช่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริโดยตรง การพิจารณาโครงการอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการ ประสิทธิภาพการระบายน้ำ ความคุ้มค่าของงบประมาณ และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 สำนักการระบายน้ำได้ศึกษาแนวทางจัดทำบึงรับน้ำ 6 แห่ง โดย 4 โครงการยุติไปก่อนหน้านี้ภายหลังผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ส่วนบึงคู้บอนและบึงบางชันเป็น 2 โครงการที่มีการพิจารณาต่อเนื่อง แต่เมื่อมีการทบทวนรายละเอียด พบว่าการดำเนินโครงการมีวงเงินลงทุนสูง จึงจำเป็นต้องเปรียบเทียบกับแนวทางอื่นที่อาจเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำได้ในต้นทุนที่เหมาะสมกว่า

 “กทม.พร้อมรับฟังและน้อมรับข้อมูลเพิ่มเติมจากทุกฝ่าย หากมีข้อมูลใหม่ ข้อเสนอทางเทคนิค หรือข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากข้อมูลที่ กทม.ใช้ประกอบการพิจารณาในปัจจุบัน ก็พร้อมให้สำนักการระบายน้ำนำไปตรวจสอบและทบทวนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมที่สุด โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการระบายน้ำ งบประมาณ และประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ” ผู้ว่าฯ กทม.ระบุ

ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประชุม ครม. (เงา) ครั้งที่ 15 วาระสำคัญเรื่องข้อเรียกร้องรัฐบาลช่วยท้องถิ่นฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยนายณัฐพงษ์แถลงตอนหนึ่งระบุว่า ยังเห็นปัญหาการบริหารสถานการณ์ที่ผิดพลาดของรัฐบาล อย่างในจังหวัดฉะเชิงเทรา  ประชาชนอพยพออกไปแล้วกลายเป็นว่าต้องอพยพซ้ำสอง เพราะไม่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าน้ำจะมาเมื่อไหร่ และไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า สิ่งที่เราเห็นคือคนที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ คนที่จะเข้ามาสั่งการทุกอย่างให้ภาครัฐดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนอย่างตรงจุด กลับลอยตัวหนีปัญหา เลือกไปทำภารกิจตรวจโรงครัวมากกว่าการตอบกระทู้ และให้คำชี้แจงกับสมาชิกสภาฯ ในวิกฤตน้ำท่วม

ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นอย่างยิ่งคือการแบ่งพื้นที่การบริหารจัดการให้ถูกต้อง ตอนนี้ยังมีพื้นที่เสี่ยงอีกหลายส่วน ไม่ว่าจะภาคกลางหรือภาคตะวันออก เช่น ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี อยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม ซึ่งจะต้องบริหารสถานการณ์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อลดความสูญเสีย ซึ่งปัญหาการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของรัฐบาลส่งผลกระทบต่อเจ้าของธุรกิจ SME

 “นายกฯ จะเอาแต่บ่นเหรอครับ หรือจริงๆ  แล้วนายกฯ มีอำนาจในการสั่งการปรับปรุงข้อความแจ้งเตือนให้ทันท่วงทีมากยิ่งขึ้นได้ ดังนั้นตอนนี้มองว่านายกฯ เป็นคนที่ลอยตัวเหนือปัญหามากที่สุดในสถานการณ์ตอนนี้ ที่ต้องการคนนั่งหัวโต๊ะสั่งการบริหารสถานการณ์ให้ถูกจุด" ผู้นำฝ่ายค้านฯ ระบุ

4 จว.ตะวันตกเสี่ยง

วันเดียวกัน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทราว่า จะรวบรวมเรือผลักดันน้ำที่สามารถหาได้เข้าไปติดตั้งที่ปากแม่น้ำบางปะกงให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดพลังในการผลักน้ำ หลังจากพยายามใช้เรือผลักน้ำออกจากจังหวัดฉะเชิงเทราที่รับน้ำจากปราจีนบุรีและสระแก้วมาด้วย การผลักจากต้นน้ำนครนายกอย่างเดียวเกิดประสิทธิภาพไม่มากเท่าที่ควร โดยวันนี้ตั้งเรือผลักดันน้ำได้ 40-50 ตัว และน่าจะเพิ่มเป็น 80 ตัว เพื่อให้สัมพันธ์กับน้ำขึ้นและน้ำลง

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า จุดที่น้ำเริ่มลดลง ได้แก่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ระดับน้ำจะค่อยๆ ลดลงอย่างช้าๆ ในส่วนของ จ.ชลบุรี ที่ อ.พนัสนิคม สถานการณ์เริ่มดีขึ้น จุดที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ภาคตะวันตกของประเทศ ใน จ.ราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี เนื่องจากจะมีปริมาณฝนเข้ามาเติมระหว่างวันที่ 10-12 ต.ค.นี้ จ.ปทุมธานี การระบายน้ำออกค่อนข้างช้า เนื่องจากมีน้ำมาจาก อ.องครักษ์ จ.นครนายก และในจุดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องอีกจุดคือ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ปราจีนบุรี

“น้ำเหนือวันนี้วัดปริมาณน้ำจาก จ.นครสวรรค์ ได้ที่ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะลดระดับการระบายอยู่ที่ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะทยอยลดระดับการระบายชั่วโมงละ 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที” รองโฆษกสำนักนายกฯ ระบุ

นายฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์อุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า เนื่องจากความกดอากาศสูงเริ่มลงมาแล้ว ฝนจะขยับจากภาคตะวันออกไปยังภาคตะวันตกของประเทศ ขณะนี้อยู่ในแนวภาคตะวันตก โดยในวันที่ 8 ต.ค. พื้นที่ภาคใต้ยังคงมีฝนอยู่ โดยจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในวันที่ 9 ต.ค. บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะพื้นที่ จ.อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และสุรินทร์ รวมถึงภาคใต้ฝั่งตะวันออก

จากนั้นวันที่ 10 ต.ค. จะมีฝนบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ซึ่งในภาคเหนือจะมีบริเวณ จ.ตากและกำแพงเพชรที่ได้รับผลกระทบ วันที่ 11 ต.ค. จะมีฝนที่แนวฝั่งตะวันตก ภาคเหนือตอนล่าง บริเวณ จ.ตาก รวมถึง จ.กาญจนบุรี ราชบุรี กทม.และปริมณฑล ที่ยังมีผลกระทบอยู่ โดยเฉพาะ จ.เพชรบุรีจะมีฝนเยอะ ส่วนวันที่ 12 ต.ค. บริเวณภาคกลางตอนล่างแม้จะยังมีฝนอยู่ แต่ค่อนข้างน้อย ไม่มีฝนตกหนัก รวมถึงภาคใต้ฝั่งตะวันตก จากนั้นจะมีฝนตกน้อยลงเรื่อยๆ และในวันที่ 13 ต.ค.จะมีฝนตกหนักที่ภาคใต้ตอนล่าง บริเวณ จ.ปัตตานี นราธิวาส

ขณะที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมคณะ แถลงข่าวทวงคืนแก้มลิงและฟลัดเวย์จากผู้ว่าฯ กทม.  โดยประกาศนัดหมายประชาชนในวันที่ 9 ต.ค.  เวลา 09.00 น. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม.  เพื่อร่วมแสดงเจตนารมณ์และเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครทบทวนแนวทางการบริหารจัดการน้ำ การจัดทำผังเมือง รวมถึงการทวงคืนพื้นที่ฟลัดเวย์ ทางน้ำหลัก และพื้นที่แก้มลิง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับและระบายน้ำของกรุงเทพมหานครในอนาคต.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ล็อกเป้ารมต.ฮั้วสว. ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกน้ำเงินเกินโหล/ขวางสอบไอเดียร์

ฝ่ายค้านตีเหล็กตอนร้อน “หัวหน้าเท้ง” นำทีมลุย ยื่นซักฟอก 18 รมต.น้ำเงิน พุ่งเป้าพันคดีฮั้ว สว. รวมถึงบริหารเหลว

'ถนอม' ถึงกับจุก! รับไม่ได้อดีตผู้ว่าฯปราจีน เซ็นทิ้งทวนย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง

นายถนอม อ่อนเกตุพล พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง อดีตผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกรณีคำสั่งย้ายนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง ว่างานเข้าอดีตผู้ว่าฯปราจีนเซ็นย้ายนายอำเภอบ้านสร้างทิ้งทวน หลังไม่ไปเลี้ยงส่งเกษียณ 30 ก.ย.เหตุน้ำท่วมหนักออกนอกพื้นที่ไม่ได้

รองโฆษกฯ บอกวิจารณ์รัฐบาลได้เต็มที่ แต่อย่านำภาพนายกฯตรวจโรงครัว มาสรุปแทนภารกิจทั้งหมด

รองโฆษกรัฐบาลโต้ "ภคมน" ปมแก้น้ำท่วม ขออย่านำภาพตรวจโรงครัวภูมิใจไทยมาสรุปแทนภารกิจทั้งหมด ยืนยันนายกฯ บัญชาการผ่าน บกปภ.ช. ต่อเนื่อง สั่งระบายน้ำข้ามจังหวัด เร่งเยียวยา ฟื้นฟู และเตรียมรับฝนระลอกใหม่