“ชวน-อภิสิทธิ์” ประสานเสียงค้านแก้กฎหมาย สสส. ล้วง “ภาษีบาป” เข้าคลัง หวั่นการเมืองเปลี่ยน งบถูกตัด-โครงการสุขภาพสะดุด "ไทยพีบีเอส" แจงยังไม่ได้รับผลสอบจาก สตง. ข้องใจข้อมูลรั่วตกเป็นจำเลยสังคม สวนไม่ใช่หน่วยงานชี้ผิดถูกมีสิทธิ์แค่แนะนำ ยันใช้เงินโปร่งใสไร้โกง
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวคัดค้านข้อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จากภาษีจัดสรรเฉพาะ (ภาษีบาป) ไปเข้าสู่ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาลว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะภาษีจัดสรรเฉพาะ สสส. เป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาสุขภาพประชาชนในระยะยาว หากงบประมาณต้องขึ้นอยู่กับอำนาจรัฐบาลแต่ละยุคจะทำให้การทำงานขาดความต่อเนื่อง เพราะรัฐบาลที่ให้ความสำคัญก็สนับสนุนงบประมาณ ขณะที่รัฐบาลที่ไม่เห็นความสำคัญก็ตัดงบ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงขององค์กรและโครงการสุขภาพระยะยาว ซึ่ง สสส.เป็นองค์กรที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างมาก พร้อมยกตัวอย่างโครงการในอดีตที่ขาดความต่อเนื่องเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล เพราะกลัวเป็นผลงานทางการเมืองอีกฝ่าย เช่น โครงการรถไฟทางคู่ โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม เมื่อ สสส.ได้รับเงินจากภาษีบาปในสัดส่วนร้อยละ 2 ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี ย่อมต้องถูกตรวจสอบจากสังคมมากขึ้น โดย สสส.ต้องเปิดรับข้อวิจารณ์และนำไปปรับปรุงการทำงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม พร้อมเสนอให้ สสส.ปรับบทบาทมุ่งแก้ปัญหาวิกฤตสุขภาพที่ชัดเจน เช่น โรคเบาหวาน ด้วยการรณรงค์ลดการบริโภคน้ำตาลในเด็กและโรงเรียน รวมถึงประสานความร่วมมือภาคธุรกิจให้ลดน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งปัจจุบันเห็นผลแล้วในการช่วยลดภาระทางสาธารณสุขของประเทศได้อย่างมหาศาล ทั้งนี้รัฐบาลและ สสส.ควรรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก แต่รัฐบาลไม่ควรแทรกแซงหรือตัดงบจนกระทบความมั่นคงและความต่อเนื่องขององค์กร
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แนวคิดรัฐบาลดังกล่าวขัดต่อหลักการก่อตั้งองค์กรที่ต้องมีความเป็นอิสระและหลักประกันด้านรายได้ เพื่อให้สามารถทำงานตามภารกิจและเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ ซึ่งรัฐบาลอาจกำลังเผชิญข้อจำกัดด้านการคลัง จึงพยายามดึงแหล่งเงินนอกงบประมาณกลับมาจัดสรรใหม่ตามนโยบาย
ทั้งนี้ หากรัฐบาลหรือสังคมเห็นว่า สสส.มีรายได้มากเกินไป ควรใช้วิธีปรับลดเพดานงบประมาณ เพิ่มระบบตรวจสอบ หรือพิจารณาเงินสะสมและภาระขององค์กร แทนการนำเงินเข้าสู่งบประมาณรายปีจนกระทบความต่อเนื่องของการทำงาน รวมทั้งขอเรียกร้องให้ สสส.ยกระดับการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสในการจัดสรรเงินสนับสนุนแก่หน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคม
"การผูกงบประมาณไว้กับรัฐบาลอาจกระทบความน่าเชื่อถือและลดบทบาทการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพราะงานรณรงค์ที่ดำเนินการผ่านระบบราชการอาจถูกมองว่าเป็นการรับนโยบายจากผู้มีอำนาจ มากกว่าการขับเคลื่อนร่วมกับภาคประชาสังคมโดยตรง" นายอภิสิทธิ์ระบุ
ที่สำนักงานองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอส แถลงชี้แจงกรณีข่าวผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ข้อเสนอให้ดำเนินการทางวินัยกับผู้อำนวยการ และพนักงาน ส.ส.ท. จำนวน 10 ราย รวมทั้งสั่งให้ชดใช้เงิน 85.22 ล้านบาทว่า ส.ส.ท. ในฐานะหน่วยรับตรวจยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจาก สตง.ในกรณีดังกล่าว
จึงมีข้อสังเกตว่า ข้อมูลการตรวจสอบ ซึ่งถือเป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่ระหว่างกระบวนการ และเป็นเรื่องภายในระหว่างหน่วยตรวจ กับหน่วยรับตรวจ ซึ่งควรได้รับการปกป้องตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 เนื่องจากการเปิดเผยอาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพ หรือกระทบต่อสิทธิของบุคคลที่เกี่ยวข้อง เหตุใดข้อมูลดังกล่าวจึงถูกนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ได้ ทั้งที่กระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายยังไม่เป็นที่ยุติ และหน่วยงานผู้ถูกตรวจสอบยังมิได้รับทราบข้อมูลอย่างเป็นทางการ
สำหรับกระบวนการตรวจสอบของ สตง. เป็นการให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ สตง.จะจัดทำรายงานผลการตรวจสอบแจ้งข้อบกพร่องและมีข้อเสนอแนะให้ ส.ส.ท. ดำเนินการแก้ไขปรับปรุง โดยมิใช่คำพิพากษาหรือคำสั่งลงโทษทางกฎหมายที่ถึงที่สุด หากหน่วยรับตรวจพิจารณาแล้วไม่เห็นพ้องด้วย ส.ส.ท.ย่อมมีสิทธิ์ในการชี้แจงข้อเท็จจริงข้อบกพร่องและข้อเสนอแนะดังกล่าวได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย
นายพิเศษกล่าวว่า การเข้ามาตรวจสอบไม่ได้หมายความว่าเป็นการชี้ว่าผิดหรือถูกในทันที แต่เป็นการตรวจสอบและเสนอแนะในประเด็นที่เห็นว่าควรปรับปรุง ซึ่งหน่วยงานเองก็มีสิทธิ์ที่จะชี้แจง อธิบาย หรือคัดค้าน หากเห็นว่าข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตบางประเด็นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ดังนั้นเราไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบ และพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ แต่ขอให้มีโอกาสได้ชี้แจงด้วย เพราะเมื่อข้อมูลบางส่วนออกไปสู่สาธารณะก่อนที่หน่วยงานจะมีโอกาสชี้แจง ก็อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าเราเป็นผู้กระทำผิดกลายเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว ทั้งที่กระบวนการตรวจสอบยังไม่สิ้นสุด ส่งผลให้คนทำงานท้อแท้เสียขวัญกำลังใจ
"ส.ส.ท.ขอยืนยันเจตนารมณ์ในการบริหารงานด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และพร้อมรับการตรวจสอบภายใต้กรอบของกฎหมาย หาก ส.ส.ท.ได้รับหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจาก สตง. แล้ว ส.ส.ท.จะดำเนินการพิจารณาชี้แจงข้อเท็จจริงและใช้สิทธิตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป ซึ่งเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ ส.ส.ท.ทำเราทำแบบเปิดเผยและไม่มีการทุจริตหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อ ส.ส.ท. และหากมีคำแนะนำที่ดี ส.ส.ท.ก็มีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้น" นายพิเศษระบุ
ทั้งนี้ ยืนยันว่า การใช้จ่ายเงินงบประมาณไม่ได้ดำเนินการอย่างอิสระตามอำเภอใจ แต่อยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกับหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 และ พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 กับทั้งการดำเนินงานของ ส.ส.ท.เป็นหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้กลไกการตรวจสอบที่เข้มงวด นอกเหนือจากการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าผู้สอบบัญชีของบริษัทเอกชนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการตรวจสอบโดย สตง. แล้ว ส.ส.ท.ยังมีคณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่กำกับดูแลการตรวจสอบภายในอย่างเป็นอิสระ นอกจากนี้ มีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชมไทยเจ้าภาพประชุม IMFชี้จังหวะที่เหมาะสม
นายกฯ ร่วมเสวนาบนเวที Forbes Global CEO Conference 2026 ชูศักยภาพไทยพร้อมเชื่อมโลก ดึงลงทุน
ติดตามซัปพลายเชนอุตฯรถยนต์ ลดผลกระทบต่อการผลิต-ส่งออก
“ศุภจี” เดินหน้าทัพหลังรับมือน้ำท่วม ดูแลตั้งแต่การผลิตถึงการค้า ลงพื้นที่โตโยต้า ติดตาม Supply Chain อุตสาหกรรม ลดผลกระทบต่อการผลิต-ส่งออก
เชื่อผู้ว่าฯเด้งนอภ. เร่งดันนํ้าลงทะเล
“นายกฯ” สั่งหน่วยแจ้งเตือนประชาชนพื้นที่เสี่ยงก่อนฝนถล่มซ้ำช่วง 9-13 ต.ค.
ระบอบน.หนูกินรวบ ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก18รมต.ภท. จัดหนัก‘อนุทิน’เนรคุณแผ่นดิน
“เท้ง” นำทีมฝ่ายค้านยื่นประธานสภาฯ ซักฟอก 18 รัฐมนตรีภูมิใจไทย
ศิษย์เก่า ปชป. พรึ่บ! ร่วมงาน 80 ปี 'ชวน' หยอดแม้แยกย้าย แต่รากเหง้าเดียวกัน
ประชาธิปัตย์จัดงาน “กาลครั้งหนึ่ง ณ บ้านฟ้า” ฉลอง 80 ปี อดีตแกนนำกลุ่ม 10 มกรา-นกนางแอ่น-กปปส. ร่วมงานคึกคัก “ชวน” ย้ำจุดแข็งพร
สสส.ปลุกภาคีต้านรื้อกม. ศุภชัยยันภาษีบาปเข้ารัฐ
“ศุภชัย” โต้ “บรรเจิด” ปม Earmarked Tax “อย่าเอากฎหมายคนละฉบับมาปนกัน”

