นายกฯจี้เร่งกำจัดขยะ–บิ๊กคลีนนิง

 

นายกฯ วางแผนกำจัดขยะ-บิ๊กคลีนนิง ลุยเคลียร์หลายพื้นที่เมืองกรุง “ชัชชาติ”  ระดม 600 คน ตั้งเป้าร่มเกล้า 3 วันจบ เร่งระบายน้ำ “ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา” ปภ.-ออมสิน โอนเงินเยียวยาแล้ว 3,483 ครัวเรือน กว่า 29 ล้าน โพลเผยประชาชนจี้รัฐแก้ระบบเตือนภัย

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

นายอนุทินกล่าวในที่ประชุมว่า ขอย้ำว่าอย่าให้ภาพรวมที่มันกำลังดีขึ้นได้กลบความสำคัญของพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมหนักอยู่ ซึ่งเหลืออยู่น้อยมาก วันนี้ขอให้เราโฟกัสที่ชุมชนที่ยังมีความลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการระบายน้ำทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และต่างจังหวัด ที่มีอยู่ไม่กี่จุด เราจะได้เติมการสนับสนุนลงไปให้เต็มที่

นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับพื้นที่คลี่คลายแล้ว ก่อนที่ฝนระลอกใหม่จะมาขอให้เราได้เร่งวางแผนจัดการกำจัดขยะที่ประชาชนเอามาทิ้งในกรณีที่บ้านของเขาเกิดน้ำท่วม ต้องเร่งเข้าไปทำบิ๊กคลีนนิง อย่าให้ขยะหรือกองขยะเหล่านั้นเป็นอุปสรรคในการดำรงชีวิตของประชาชนและกีดขวางทางจราจร ลงไปบล็อกท่อระบายน้ำหรือทางน้ำ ขอให้เร่งจัดการกับขยะเหล่านี้

นายกฯ ระบุว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ได้เตรียมการรับมือในทุกด้าน ในช่วงนี้เราประมาทไม่ได้ ยังคงต้องเตรียมการรับมือ เพราะช่วง 3 เดือนหลังคือ  ต.ค.-ธ.ค.69 เป็นช่วงที่มีน้ำมาก เราต้องร่วมกันฝ่าฟันปัญหาเหล่านี้ไปด้วยกันให้ได้เพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน

นายกฯ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า  สถานการณ์การระบายน้ำโดยรวมดีขึ้น ที่หนักๆ เป็นจุดเดิมคือ หมู่บ้านฟลอราวิลล์ เขตหนองจอก กทม. ที่เราเร่งระดมกำลังไปช่วยสนับสนุน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ตามคำขอ ส่วนต่างจังหวัดมี จ.ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี  สถานการณ์เริ่มดีขึ้น เราเร่งที่จะไประบายน้ำออก  ส่วนที่ อ.บ้านสร้าง ตั้งใจจะเร่งระบายน้ำทันก่อนฝนระลอกใหม่ที่จะเข้ามา เครื่องมือเครื่องจักรมีความพร้อมเต็มที่ แต่พื้นที่รับน้ำเราต้องระบายออกไป ในช่วงที่น้ำทะเลลดลงหรือน้ำทะเลไม่หนุน มันมีเวลาในการระบายของมันอยู่

เมื่อถามถึงกรณีที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประเมินว่า จ.ปราจีนบุรี ต้องใช้เวลาประมาณ 1 เดือนกว่าน้ำจะระบายออกได้หมด นายกฯ ตอบว่า "เราก็ทำถึงที่สุด ทำให้เร็วที่สุด"

               ส่วนเรื่องการเยียวยา นายกฯ ระบุว่า เริ่มทยอยเข้าไป ในที่ประชุมได้เร่งและย้ำแล้วว่าเราจะไม่รอจนสถานการณ์ผ่านไปแล้ว แล้วค่อยมารวบรวม แต่ขอให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติว่าผู้ที่จะได้รับจะต้องเข้าหลักเกณฑ์อย่างถูกต้อง  เพราะเงินนี้เมื่อออกไปแล้วมันไม่กลับเข้ามา ฉะนั้นความถูกต้องคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เรารวบรวมรายชื่อและทำสำรวจ และให้เร่งส่งมายัง ปภ. เพราะเงินจากการเยียวยา ปภ.ได้รับมาจากสำนักงบประมาณแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ธนาคารออมสิน เมื่อรายชื่อมาสามารถยืนยันรายชื่อแล้วส่งรายชื่อไปที่ธนาคาร จากนั้นธนาคารกดโอนเงินเข้าบัญชีแต่ละครัวเรือนเลย

ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นายนิกร โสมกลาง รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ขับเคลื่อนมาตรการ สธค. ช่วยภัยน้ำท่วม ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือน ผ่านสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยครอบคลุมสำนักงานธนานุเคราะห์ 5 สาขา ได้แก่ 1.สาขา 9 สะพานใหม่ 2.สาขา 19 บางกะปิ 3. สาขา 30 ร่มเกล้า 4.สาขา 45 ปทุมธานี (เทพกุญชร) และ 5.สาขา 46 ลาดกระบัง

ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์กล่าวว่า สำหรับผู้ใช้บริการที่เข้ามาส่งดอกเบี้ย ผ่อนเงินต้น หรือเพิ่มเงินต้น ณ สาขาที่เข้าร่วมมาตรการ ระหว่างวันที่ 9-31 ต.ค.69 จะได้รับสิทธิยกเว้นดอกเบี้ย 1 เดือนในรอบตั๋วถัดไป ครอบคลุมทุกวงเงิน โดยกำหนด 1 คน 1 สิทธิ์ ทั้งนี้ คาดว่าจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ประมาณ 4,900 ราย คิดเป็นวงเงินที่ใช้บริการรวมกว่า 100.57 ล้านบาท และช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ประชาชนได้ประมาณ 1.11 ล้านบาท

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเก็บกวาดขยะ ทำความสะอาด และขนย้ายสิ่งของและวัสดุที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยได้รับความร่วมมือจากคณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย และสมาคมศิษย์เก่าอุเทนถวาย ซึ่งได้ระดมกำลังนักศึกษาและศิษย์เก่าประมาณ 200 คน เข้าร่วมสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทส. ในพื้นที่เคหะร่มเกล้า ทั้งการเก็บกวาด ทำความสะอาด ขนย้ายขยะและสิ่งของที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่ตามความเหมาะสม ซึ่งการดำเนินงานต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

น.ส.ลลิดาระบุว่า นายสุชาติยังได้กำชับให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เร่งจัดเตรียมน้ำหมักชีวภาพ หรือ EM เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้บรรเทาปัญหากลิ่นเหม็นและน้ำเน่าเสียในพื้นที่ประสบอุทกภัยตามความเหมาะสม โดยนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบายว่า น้ำหมักจุลินทรีย์ EM สามารถช่วยบรรเทากลิ่นเหม็นจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์ได้ โดยใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ 1 ส่วน ผสมกับน้ำ 100 ส่วน แล้วนำไปฉีดพ่นบริเวณที่มีน้ำขังตื้น หรือบริเวณคราบขยะ ผนังบ้าน และทางเท้าที่มีกลิ่นเหม็นเน่าจากอินทรียวัตถุ

ทั้งนี้ การใช้ EM เป็นเพียงมาตรการลดกลิ่นรบกวนเบื้องต้นและบรรเทาปัญหาชั่วคราว จึงต้องดำเนินการควบคู่กับการจัดการขยะ การระบายน้ำท่วมขัง และการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมหลังน้ำลด เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ

วันเดียวกัน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่ติดตามภารกิจฟื้นฟูพื้นที่ย่านคลองจั่น-ลาดพร้าว 101 เขตบางกะปิ เร่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำความสะอาดและจัดการพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

โดยนายเจเศรษฐ์กล่าวว่า กำลังเร่งเคลียร์พื้นที่ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ เมื่อภารกิจฟื้นฟูในพื้นที่ต่างๆ เดินหน้าได้ตามแผน เราจะสามารถจัดสรรกำลังเจ้าหน้าที่และทรัพยากรไปเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ในพื้นที่อื่นต่อ โดยเฉพาะภาคใต้ที่ต้องเฝ้าระวังฝน และปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราต้องเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถรับมือและเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ส่วนที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด

โดยนายชัชาติกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำแห้งลงเป็นส่วนใหญ่แล้ว ภารกิจหลักในปัจจุบันจึงมุ่งเน้นไปที่การจัดการปัญหาขยะตกค้าง โดยเฉพาะลักษณะพื้นที่ของเขตลาดกระบังที่มีซอยย่อยแบบก้างปลาจำนวนมาก เมื่อน้ำลดลงประชาชนจึงนำขยะภายในบ้านออกมาวางกองบริเวณหน้าบ้านและปากซอย ทำให้ขยะเต็มซอยจนคนออกไปทำงานไม่ได้ ขณะที่รถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงได้ กทม. จึงต้องใช้ระดมกำลังคนทอยขยะจากซอยย่อยออกมายังจุดรวบรวมด้านนอกให้เร็วที่สุด เพื่อให้รถขนาดใหญ่เข้ามาขนถ่ายออกไปได้ ปัจจุบันการเคลียร์พื้นที่ในซอยย่อยลุล่วงไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่อาจยังมีบางจุดที่มีขยะกีดขวางหน้าบ้านหรือปากซอย

ตั้งเป้า 3 วันเคลียร์ขยะเสร็จ

นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า สำหรับการขนย้ายขยะ จะใช้ระบบการจัดการแบบโลจิสติกส์ผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ใช้กำลังคนจำนวนมากทอยขยะออกจากซอยเล็กๆ มาไว้ยังจุดกองบริเวณลานกว้าง จากนั้นใช้รถดัมป์หรือรถบรรทุก 6 ล้อ และ 10 ล้อ ขนย้ายขยะจากจุดกองไปสู่จุดเทรวม และใช้รถเทรลเลอร์ขนาดใหญ่ 30 ตัน ลากขนขยะไปทิ้งยังจุดกำจัดปลายทางต่อไป

ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ในส่วนของกองขยะประมาณ 33 จุด ได้มอบหมายให้ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม.เข้ามาช่วยดูแล สำหรับแผนปฏิบัติการฟื้นฟูและจัดการขยะของชุมชนเคหะร่มเกล้า มีการแบ่งโซนความรับผิดชอบออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่ โซน 1 กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการเคลียร์ไปได้มากแล้ว, โซน 2 ปภ., โซน 3 กทม.และกองทัพไทย และโซน 4 กระทรวง ทส.ดำเนินการเคลียร์ไปได้มากแล้ว โดยแต่ละโซนจะมีหัวหน้าทีมคอยกำกับดูแลการทำงานอย่างชัดเจน" นายชัชชาติกล่าว

ผู้ว่าฯ กทม.ระบุอีกว่า ในด้านการจัดสรรกำลังพลและอุปกรณ์เครื่องจักร สำนักสิ่งแวดล้อมสนับสนุนบุคลากร 420 คน และสำนักงานเขตลาดกระบัง 200 คน พร้อมนำระบบบัดดี้มาใช้ด้วยการดึงกำลังพลจากเขตพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง ได้แก่ เขตบางแค ธนบุรี บางขุนเทียน และพระนคร มาเสริมทัพอีกกว่า 100 คน กระจายกำลังลงตามโซนต่างๆ โซนละ 40-50 คน เพื่อช่วยยกขยะ ส่วนจุดทิ้งขยะได้จัดเตรียมไว้ 2 จุด เพื่อรองรับขยะที่ดึงออกมาจากโซนต่างๆ ทำให้รถดัมป์สามารถวิ่งขนถ่ายออกได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้เปิดใช้งานรองรับการจัดเก็บขยะมาแล้ว 3 วัน

ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า สำหรับถนนสายหลักที่มีกองขยะใหญ่จำนวน 11 กอง ได้มอบหมายผู้รับผิดชอบเร่งเคลียร์ให้หมดโดยเร็ว ตั้งเป้าหมายเคลียร์พื้นที่ทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 3 วัน

นายชัชชาติยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่า ดีขึ้น เนื่องจากฝนไม่ตกมา 2 วันแล้ว และอยู่ระหว่างเร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ แต่พื้นที่ฝั่งตะวันออกยังคงมีน้ำค่อนข้างมาก จึงได้ประสานงานกับกรมชลประทานให้ทยอยระบายน้ำลงสู่ด้านล่างและคลองแสนแสบ ซึ่งระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว

ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ปี 2569 ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งวันที่ 9 ต.ค. ได้โอนเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีผู้ประสบภัยแล้ว จำนวน 3,483 ครัวเรือน รวมเป็นเงิน 29,499,000 บาท แบ่งเป็นครัวเรือนละ 9,000 บาท ใน 7 จังหวัด ได้แก่ กทม. อ่างทอง นครราชสีมา แพร่ แม่ฮ่องสอน สุพรรณบุรี และภูเก็ต รวมทั้งสิ้น จำนวน 3,021 ครัวเรือน ครัวเรือนละ 5,000 บาท ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กทม. อ่างทอง และสุพรรณบุรี รวมทั้งสิ้นจำนวน 462 ครัวเรือน

นอกจากนี้ ยังได้จ่ายเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย จำนวน 5 ราย รายละ 2,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000,000 บาท ที่ จ.น่าน 2 ราย และ จ.แม่ฮ่องสอน สกลนคร

ทั้งนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กำชับให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนให้เรียบร้อย หากยังไม่ได้ผูกบัญชี ขอให้ติดต่อธนาคารใดก็ได้เพื่อดำเนินการโดยเร็ว เพื่อไม่ให้การโอนเงินช่วยเหลือขัดข้อง

สถาบันพระปกเกล้า ได้เปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 41 เรื่อง ความคาดหวังของประชาชนต่อการรับมือน้ำท่วมและการจัดสรรงบพัฒนาท้องถิ่น โดยสำรวจประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 18-21 ก.ย.69 พบว่า ประชาชนต้องการให้ภาครัฐเร่งปรับปรุงการแจ้งเตือนน้ำท่วมล่วงหน้ามากที่สุด 37.8% รองลงมาคือ การระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบภัย 29.7%, การประสานงานระหว่างหน่วยงาน 10.7%, การอพยพและช่วยเหลือผู้ประสบภัย 8.9% และการจ่ายเงินเยียวยาให้รวดเร็วและทั่วถึง 8.1%.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โวประชุมIMFเทียบชั้นฟุตบอลโลก

"ในหลวง" พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกฯ ติมอร์ฯ เฝ้าฯ ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการในรอบ 13 ปี “เอกนิติ” ยันไทยพร้อม 100% จัดประชุมไอเอ็มเอฟ-ธนาคารโลก ฟุ้งศักยภาพเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล ถ่ายทอดสดมาตรฐานเดียวกับฟุตบอลโลก-แชมเปียนส์ลีก คาดเงินสะพัด 1,050-2,250 ล้านบาท

‘บันเทิงธิปไตย’5วัน ‘เท้ง’ขอเวลาศึกซักฟอก ‘รมต.’เสียงแข็งไม่หวั่น!

“เท้ง” ลั่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรีเหมาะสม ขอสภาชำแหละ 5 วันเต็ม มั่นใจมีใบเสร็จเอาผิด โต้รัฐบาลดูเนื้อหาก่อนแซะบันเทิงธิปไตย-ยื่นอภิปรายลิเก แจงไม่แบ่งเวลา

โยน ‘ป.ป.ช.’ แจง ฟ้องคดีโกงไม่ทัน 3ผู้ต้องหาพ้นคุก

“อนุทิน-วรศิษฎ์” โยนเผือกร้อนให้ ป.ป.ช.แจงปมฟ้องไม่ทัน จนต้องปล่อย 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้เป็นองค์กรอิสระแทรกแซงไม่ได้ “โรม” ซัดผิดปกติ สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เปิดช่องหนี

DSI จับมือราชบุรี ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม มอบถุงยังชีพ 600 ชุด ข้าวกล่อง 500 กล่อง

กรมสอบสวนคดีพิเศษผนึกจังหวัดราชบุรี ส่งมอบถุงยังชีพ 600 ชุด พร้อมข้าวกล่อง 500 กล่อง ช่วยประชาชนประสบอุทกภัย ก่อนลง

'กรมอุตุฯ' อัปเดต เตือน 8 จังหวัดพื้นที่สีส้ม 'ฝนตกหนักมาก' เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 10-11 ต.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 13 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 6 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 9-13 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน