‘บันเทิงธิปไตย’5วัน ‘เท้ง’ขอเวลาศึกซักฟอก ‘รมต.’เสียงแข็งไม่หวั่น!

“เท้ง” ลั่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18  รัฐมนตรีเหมาะสม ขอสภาชำแหละ 5 วันเต็ม มั่นใจมีใบเสร็จเอาผิด โต้รัฐบาลดูเนื้อหาก่อนแซะบันเทิงธิปไตย-ยื่นอภิปรายลิเก แจงไม่แบ่งเวลา "กธ." เหตุพ้นสภาพฝ่ายค้าน ลุ้นวัดใจตอนลงมติ “รัฐมนตรี” ดาหน้าเสียงแข็งไม่หวั่นซักฟอก  “ปกรณ์” ชี้ข้อกล่าวหาเลื่อนลอย ยันเป็นนั่งร้าน ปท.ไม่ใช่ รบ. "ศุภจี" ขอใช้งานคือคำตอบ  “พิพัฒน์” ลั่นถ้าถามเรื่องเท็จไม่ตอบ “ภราดร”  เย้ยฉายหนังซ้ำๆ เตือนอย่าทำบุคคลภายนอกเสียหาย “ลูกเทพ” ซัดข้อกล่าวหาฝ่ายค้านหาความจริงไม่ได้ “วราวุธ” บอกจะนั่งในห้องประชุมเป็นเพื่อน รมต. ไม่หนีไปไหน

เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151   ว่า รอประธานสภาฯ พิจารณาบรรจุญัตติ ซึ่งคาดหวังจะทันภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ และจะได้อภิปรายอย่างน้อย 5 วัน เพราะมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายเยอะ หากเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร แต่ครั้งนี้ 18 คน 5 วัน ถือว่าเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล

ถามว่า มองอย่างไรหากฝ่ายรัฐบาลมีการต่อรองเหลือแค่ 3 วัน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า คงไม่ใช่การต่อรองเหมือนการเล่นขายของ แต่ดูตามข้อเท็จจริงว่าข้อกล่าวหาและจำนวนรัฐมนตรีที่เขียนไป เป็นข้อกล่าวหาที่เยอะ ดังนั้นควรจัดสรรเวลาให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย เมื่อถามว่าหากรัฐบาลยืนยันจะให้แค่ 3 วัน จะแบ่งสัดส่วนรัฐมนตรีในการอภิปรายอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ขอรอฟังความเห็นจากรัฐบาลก่อน เพราะรัฐบาลยังไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์จะให้กี่วัน

“การยื่นญัตติครั้งนี้คงไม่ได้เป็นไปด้วยความบันเทิง แต่จะบันเทิงหรือบันเทิงอย่างไรขอให้รอดูญัตติเข้าสภา รอฟังคำตอบและคำชี้แจงจากรัฐมนตรีก่อนดีกว่า แล้วจะได้รู้ว่าเนื้อหามันบันเทิงมากน้อยแค่ไหน” นายณัฐพงษ์ตอบข้อถามที่ว่ารัฐมนตรีหลายคนที่ถูกอภิปรายมองญัตตินี้เป็นเหมือนบันเทิงธิปไตย

ซักว่าเนื้อหาในญัตติ เช่น มือถือสากปากถือศีล จิตใจผุพัง ไม่ได้ดูเป็นลิเกใช่หรือไม่ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า นี่เป็นข้อกล่าวหา การอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้งคือการตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาล หลายครั้งมีหลักฐานที่ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะมีหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่จะเอาผิดรัฐบาลได้ 100% แต่หลายครั้งการเอาผิดตามกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ในสภา

เมื่อถามว่า การอภิปรายครั้งนี้จะมีใบเสร็จยื่นเอาผิดรัฐมนตรีแต่ละคนหรือไม่ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า มีอยู่แล้ว หากยึดตามมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะใช้คนละมาตรฐานกัน เพราะต้องใช้ความรับผิดรับชอบ เช่น กระบวนการเลือก สว. ถ้ายื่นตามกระบวนการปกติ ผลที่ออกมาอาจจะค้านสายตาประชาชน แต่เมื่อเอาข้อมูลที่เกิดขึ้นมาประกอบกันทำให้เชื่อได้ว่ามีกระบวนการฮั้วเกิดขึ้นจริง จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่ฝ่ายค้านจะเอาเรื่องเหล่านี้มาซักฟอกรัฐบาล

พอถามว่าฝ่ายรัฐบาลดูไม่กลัวกับญัตติที่ยื่นและเยาะเย้ยด้วยซ้ำมีของหรือไม่ นายณัฐพงษ์เชื่อมั่นว่า สส.พรรค ปชน.ทำการบ้านมา และเป็นเรื่องปกติที่ฝั่งรัฐบาลจะแสดงออกว่ามีความบริสุทธิ์และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าไม่ได้ทำผิดอะไร ทั้งนี้ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสียงในสภาฝ่ายค้านจะหวังได้น้อย แต่สิ่งที่คาดหวังได้มากคือเอาข้อมูลมาตีแผ่ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินนักการเมือง

ซักฟอก 18 รมต.เหมาะสม

นายณัฐพงษ์กล่าวถึงกรณีหากพรรคกล้าธรรม (กธ.) จะขอเวลาอภิปรายสามารถแบ่งเวลาให้หรือไม่ว่า ตอนนี้พรรค กธ.ไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว ตามกลไกปกติการแบ่งเวลาอภิปรายต้องอยู่ในกลไกฝ่ายค้าน

“พรรคการเมืองที่มีความประสงค์จะมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรัฐบาล ก็ต้องมาร่วมลงชื่อในญัตติด้วยกัน แต่เห็นได้ชัดว่าพรรค กธ.ไม่ได้มาร่วมลงชื่อด้วย การทำหน้าที่ในฐานะ สส.ควรทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล และจะลงมติอย่างไรที่จะแสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ดังนั้นก็รอดูว่าหลังจากนี้พรรค กธ.จะลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร” ผู้นำฝ่ายค้านฯ ระบุ

ซักว่าเหตุใดไม่มีรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย (พท.) ถูกอภิปรายเลย ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ฝ่ายค้านพิจารณาจากพยานหลักฐาน โดยรายชื่อที่ออกมาเกิดจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอชื่อรัฐมนตรีและประเด็นเข้ามาพิจารณาร่วมกัน เมื่อรวบรวมมาจากทุกพรรคแล้ว ก็ไม่ปรากฏชื่อของรัฐมนตรีคนอื่นนอกจาก 18 คนนี้ อย่างกรณีของ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ไม่มีชื่อเป็นผู้ถูกอภิปราย ทั้งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพี่เลี้ยงนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.

“ทุกรายชื่อพิจารณาจากพยานหลักฐาน และชื่อที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอมา ส่วนตัวไม่อยากให้พุ่งเป้าตั้งคำถามว่าโฟกัสเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะถ้าหากมีกรอบก็จะไม่สามารถตอบได้ทุกรายชื่อ” ผู้นำฝ่ายค้านฯ ระบุ

ขณะที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี 1 ใน 18 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจข้อกล่าวหาถือเป็นเรื่องปกติ แต่ข้อกล่าวหาควรจะมีอะไรบ้างที่เราพอสามารถชี้แจงได้ว่าเป็นเรื่องใด ประเด็นใด แต่หากเป็นข้อกล่าวหาลอยๆ ก็ไม่รู้จะตอบอะไร เพราะเมื่ออ่านจากข้อกล่าวหาของตนแล้วไม่รู้จะเอาอะไรไปตอบเหมือนกัน

“ตามระบอบประชาธิปไตย เราว่ากันด้วยเหตุผลที่ควรจะชัดเจนกว่านี้ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการกล่าวหาลอยๆ และเวลาชี้แจงหรืออภิปราย ผมมองว่าชาวบ้านจะไม่ได้อะไร แต่สิ่งที่เราต้องการจากระบอบประชาธิปไตยคือเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์หรือการกล่าวหา ซึ่งนี่คือความรู้สึกของผม เพราะเวลาดูการประชุมสภาของสิงคโปร์หรือออสเตรเลีย ก็ไม่เห็นว่าเขาจะเลื่อนลอยขนาดนี้” นายปกรณ์กล่าว

ถามว่า ฝ่ายค้านกล่าวหามีพฤติกรรมรับผลประโยชน์ทับซ้อนเอื้อประโยชน์พวกพ้อง นายปกรณ์กล่าวว่า เขาต้องอธิบายว่าผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างไร เอื้อพวกพ้องอย่างไร หากมาลอยๆ เช่นนี้ตนสามารถพูดได้ ถ้าผู้กล่าวหาเอื้อพวกพ้องพูดลอยๆ ได้หรือไม่ แล้วจะตอบกันอย่างไร

ซักว่าการมาดูงานด้านกฎหมาย อาจเอื้อช่องกฎหมายให้พรรคภูมิใจไทย นายปกรณ์กล่าวว่า ตนมีหน้าที่ไม่ให้รัฐบาลทำอะไรผิดกฎหมาย และนายกฯ ย้ำกับตนอย่างนี้ ฉะนั้นอะไรที่ผิดกฎหมายก็จะบอกกับเขาว่าไม่ทำหรือทำไม่ได้ อย่างนี้ตนเป็นนั่งร้านให้รัฐบาลหรือเป็นนั่งร้านให้ประเทศ

“ถ้าหากบอกผมเป็นนั่งร้าน ผมเป็นนั่งร้านให้ประเทศ เมื่อมีใครทำผิดนายกฯ ก็ส่งผมไปดู แล้วจะบอกว่ารู้จักคนนั้นคนนี้ ซึ่งรู้จักหมดทุกคนแต่การกล่าวหาใครในเรื่องทั้งทางแพ่งและอาญา  ทางวินัยทางปกครองควรต้องมีหลักฐาน เพราะถ้ามีหลักฐานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องไปว่ากันมา และค่อยไปไล่ตามสอบกัน ยืนยันไม่ได้เป็นกังวลแต่อย่างใดที่มีรายชื่อเป็น 1 ใน 18 รัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ยังคงกินอิ่มนอนหลับสบาย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด บอกตั้งแต่แรกแล้วเมื่อไหร่ภารกิจจบก็จะไปเอง” นายปกรณ์กล่าว

เช่นเดียวกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า คำอธิบายการอภิปรายไม่ไว้วางใจคือสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ทำงานหนักทุกวันอยู่แล้ว คงจะจัดคำอธิบายเป็นหมวดหมู่ เดี๋ยวอธิบายยาวเกินไป ท่านอื่นจะไม่มีเวลาอธิบาย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม กล่าวว่า ขอเรียนว่าเราพร้อมตลอดเวลาสำหรับการที่ฝ่ายค้านจะมีข้อซักถาม หรือมีสิ่งที่อยากทราบ ตนตอบได้ทุกประเด็น แต่ถ้าถามในสิ่งที่ตอบไม่ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องจริงก็อาจจะไม่ตอบ อันนี้ต้องเรียนตรงๆ เพราะเมื่อเป็นสิ่งที่ไม่จริง ก็ไม่มีข้อมูลมาตอบให้ได้ แต่อะไรที่มีข้อเท็จจริงพร้อมชี้แจงในทุกประเด็น

เย้ยญัตติบันเทิงธิปไตย

ถามว่ามีความกังวลใจหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า การก้าวเข้ามาสู่ชีวิตการเมือง การถูกอภิปรายเชื่อว่าเป็นเรื่องปกติ ฝ่ายค้านก็ต้องหาวิธีตรวจสอบว่าพวกท่านกินเงินเดือนของรัฐบาล ได้ทำอะไรให้กับกระทรวงของตัวเองบ้าง คุ้มกับเงินเดือนที่ประชาชนจ่ายจากภาษีที่พวกท่านได้รับในแต่ละเดือนหรือไม่ อีกส่วนหนึ่งคือการประชุม พวกท่านได้เบี้ยประชุม คุ้มหรือไม่กับการที่ประชุมในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน และแต่ละปี ผมคิดว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้เราต้องตอบโจทย์ให้ได้

 "ตัวผมเองพร้อม และไม่เคยหนีปัญหาอยู่แล้ว ก็ขอให้เอาข้อเท็จจริงมาถามผมแล้วกัน แต่ถ้าหากเอาข้อเท็จมาถามผมก็อาจจะไม่ตอบ ผมจะตอบในส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง" นายพิพัฒน์กล่าว

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มั่นใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกคนสามารถตอบชี้แจงทุกข้อกล่าวหาได้อยู่แล้ว ถือเป็นอาวุธของฝ่ายค้านที่จะใช้อาวุธในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ สส.ได้เคร่งครัด  คือขอให้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ สิ่งใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติ ก็อย่าพูดถึงไปในทางที่จะทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย ขอให้ทำตามข้อบังคับ

ถามว่า คำรุนแรงในญัตติของฝ่ายค้านเหมือนต้องการระบายและด่ารัฐบาลโดยตรง นายภราดรกล่าวว่า ก็ดี บันเทิงธิปไตย เป็นแบบไหนก็ลองถามนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าดู ก็ประมาณนั้น เมื่อถามว่า 18 คนถือว่ามากเกินไปหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ถึงได้บอกว่ามันบันเทิงธิปไตย

พอถามว่า การยื่นอภิปรายจำนวนมากเหมือนเป็นการหว่านแห ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คนใดคนหนึ่ง ทำให้มองได้ว่าอาจจะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนหรือไม่ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเขา เมื่อถามว่ามั่นใจเสียงสนับสนุนของรัฐบาลใช่หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า อย่าไปพูดว่ามั่นใจหรือไม่มั่นใจเลย คิดว่าการตัดสินใจของ สส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ ทุกคนต้องฟังข้อกล่าวหา และต้องฟังคำชี้แจงของรัฐบาล แล้วจึงจะใช้วิจารณญาณของตัวเอง ซึ่งการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่มีการครอบงำโดยพรรคการเมืองหรือมติวิปใดๆ ไปครอบงำหรือสั่งการ สส.ได้ ดังนั้น อยู่ที่ สส.เมื่อฟังสองฝ่ายแล้วจะตัดสินใจแบบไหนก็อยู่ที่ตัวเอง

ถามว่า ครั้งนี้เป็นห่วงคนนอกที่จะถูกพาดพิง  อย่างเช่นนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ทั้งหมดดำเนินตามข้อบังคับ

ซักว่า จำนวนวันที่จะใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ฝ่ายค้านขอเวลา 5 วัน รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ดูไปตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติกันมา ปกติอยู่ที่ 3-4 วัน เพราะเราจะต้องมีการแบ่งเวลาให้กับรัฐมนตรี 18 คนในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจงอย่างเพียงพอด้วย คุณอภิปรายเขาแน่นอนฝ่ายกล่าวหาต้องใช้เวลาเยอะกว่าอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มีผู้ถูกอภิปรายถึง 18 คน ก็ต้องแบ่งเวลาให้อย่างเป็นธรรมให้กับผู้ถูกอภิปรายด้วย

ถามว่ามีการเก็งข้อสอบหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า “หนังซ้ำนี่” เมื่อถามว่ามีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ที่พุ่งเป้ามาที่รัฐมนตรีของพรรค ภท.ทั้ง 18 คน โดยไม่มีพรรคร่วมอื่นเลย นายภราดรกล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเขา มีนัยแบบใดก็ต้องถามผู้ยื่น อย่างไรก็ตามเราพร้อมชี้แจง

ลูกเทพงงกล่าวหาอะไร

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ตนอ่านญัตติไม่ไว้วางใจจนหมดแล้ว ก็ยังงงอยู่ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ไม่มีปัญหาเพราะพร้อมชี้แจงทุกเรื่องอยู่แล้ว

“ข้อกล่าวหามันหาความจริงไม่ได้ ยอมรับเมื่ออ่านเสร็จแล้วก็ยังงงอยู่ว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะทุกเรื่องทำตามกรอบของกฎหมาย หากมีประเด็นใดที่คิดว่าผมทำไม่ดี ก็พร้อมที่จะชี้แจงและมั่นใจในสิ่งที่เราทำ” นายวรศิษฎ์กล่าว

               ถามว่า ต้องมีการเตรียมข้อมูลเพื่อไปชี้แจง รวมทั้งต้องดักทางเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ รมช.มหาดไทยกล่าวว่า ต้องเตรียมทุกเรื่อง แต่ก็ไม่มีอะไรต้องเตรียมมากมายอยู่แล้ว เพราะเป็นงานที่ทำมา และพร้อมชี้แจงในส่วนที่ทำมา ส่วนที่ไม่ได้ทำก็ไม่รู้จะชี้แจงอย่างไร

“หากมีการกล่าวหาว่าผมมีส่วนในการทุจริตสอบท้องถิ่น ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าไปมีส่วนตรงไหน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดก่อนที่ผมจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และผมเข้ามาในส่วนของการแก้ไข แต่ท้ายที่สุดต้องรอฟังคำถาม ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร และมองว่าเป็นการดำเนินการในเชิงยุทธศาสตร์มากกว่า” รมช.มหาดไทยกล่าว

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวเช่นกันว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร ก่อนหน้านี้มีการอภิปรายในหัวข้อต่างๆ มีการพาดพิงมาอยู่แล้ว ยินดีที่จะชี้แจงในทุกประเด็นของเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านที่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ขอให้ประเด็นอยู่ในขอบเขตทุกเรื่องสามารถตอบได้หมด

ถามว่า ข้อกล่าวหารุนแรงเกินไปหรือไม่ นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า เขามีสิทธิ์คิด แต่สำหรับตนไม่ได้มองว่ารุนแรงหรือไม่รุนแรง ซึ่งการที่ตนทำงานมาต้องมีประเด็นที่ให้เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านได้แนะนำเรา อาจจะเพิ่มเติมหรือข้อบกพร่อง ซึ่งพร้อมที่จะรับฟัง แต่หากไม่ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำงานหรือการดำรงตำแหน่งของรัฐมนตรี ในสถานการณ์ขณะนี้ คงต้องตอบไปตามความจริง แต่สิ่งที่อยากจะฟังคือตั้งแต่เป็นรัฐมนตรีมา  ตรงไหนที่ควรจะเพิ่มศักยภาพเพื่อพี่น้องประชาชนก็อยากฟังในมุมนี้มากกว่า

เมื่อถามหนึ่งในข้อกล่าวหาที่กล่าวหาว่าไร้ภาวะผู้นำ นายเจเศรษฐ์หัวเราะก่อนระบุว่า “เขาคงรู้ประวัติผมมั้งครับว่าผมจบผู้นำมา ผมไม่รู้ว่าไร้ผู้นำหรือไม่ แต่ผมมีปริญญาตรีผู้นำสังคมเศรษฐกิจและการเมือง” เมื่อถามอีกว่าคิดว่าจะถูกพุ่งเป้าทางการเมืองในประเด็นใด นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า อาจจะเป็นการล้มล้าง โดยเฉพาะกับสิ่งที่ประชาชนชื่นชอบในรัฐบาลนี้

พอถามว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ไม่มีรายชื่อของรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ของฝ่ายค้านด้วยหรือไม่  นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว เขาคงไม่ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ขอไม่ก้าวล่วงในส่วนของพรรคเพื่อไทย

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม  กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีหากฝ่ายค้านมีข้อสงสัยหรือข้อสังเกตอย่างไร เชื่อว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนพร้อมที่จะชี้แจงและได้นำเสนอข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร ซึ่งถึงแม้ตนจะไม่มีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่จะนั่งอยู่เป็นเพื่อนกับรัฐมนตรีทุกคนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจตลอดระยะเวลาที่มีการอภิปราย ไม่ได้หนีไปไหน

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงญัตติฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรีว่า อ่านญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รมต.แต่ละคนแล้วต้องบอกว่า สมราคา “บันเทิงธิปไตย" #Entertainocracy.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯจี้เร่งกำจัดขยะ–บิ๊กคลีนนิง

นายกฯ วางแผนกำจัดขยะ-บิ๊กคลีนนิง ลุยเคลียร์หลายพื้นที่เมืองกรุง “ชัชชาติ” ระดม 600 คน ตั้งเป้าร่มเกล้า 3 วันจบ เร่งระบายน้ำ “ปราจีนบุรี-ฉะเชิงเทรา” ปภ.-ออมสิน โอนเงินเยียวยาแล้ว 3,483 ครัวเรือน กว่า 29 ล้าน โพลเผยประชาชนจี้รัฐแก้ระบบเตือนภัย

โวประชุมIMFเทียบชั้นฟุตบอลโลก

"ในหลวง" พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกฯ ติมอร์ฯ เฝ้าฯ ในโอกาสเยือนไทยอย่างเป็นทางการในรอบ 13 ปี “เอกนิติ” ยันไทยพร้อม 100% จัดประชุมไอเอ็มเอฟ-ธนาคารโลก ฟุ้งศักยภาพเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากล ถ่ายทอดสดมาตรฐานเดียวกับฟุตบอลโลก-แชมเปียนส์ลีก คาดเงินสะพัด 1,050-2,250 ล้านบาท

โยน ‘ป.ป.ช.’ แจง ฟ้องคดีโกงไม่ทัน 3ผู้ต้องหาพ้นคุก

“อนุทิน-วรศิษฎ์” โยนเผือกร้อนให้ ป.ป.ช.แจงปมฟ้องไม่ทัน จนต้องปล่อย 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ชี้เป็นองค์กรอิสระแทรกแซงไม่ได้ “โรม” ซัดผิดปกติ สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง เปิดช่องหนี

'ปชน.' พร้อมซักเหตุผล-ประเมินผลกระทบ ร่างภาษีเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาท

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

'เท้ง' ลั่นซักฟอกรัฐบาลมีใบเสร็จเอาผิด บอกเดี๋ยวก็รู้บันเทิงแค่ไหน

'เท้ง' ยัน ซักฟอก 18 รมต. เหมาะสม ขอสภาฯ 5 วันเต็ม ลั่น มีใบเสร็จเอาผิด ชี้ 'บันเทิงธิปไตย' หรือไม่ รอดูคำตอบ เมิน รัฐเย้ยยื่นอภิปรายลิเก แจง ไม่แบ่งเวลา 'กล้าธรรม' เหตุพ้นสภาพฝ่ายค้าน ลุ้นวัดใจตอนลงมติ