
"อนุทิน” มั่นใจเสียงพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถ้า “กล้าธรรม” ยกมือให้ก็สาธุ เผยยังไม่คิดปรับ ครม.หลังจบอภิปราย หยอก “พลพีร์” คนกลัวโดนปรับคือคนรอดซักฟอก โว รมต.ทุกคนแจงสภาได้ “โรม” โต้ภูมิใจไทย หลังเย้ยซักฟอกเป็น “บันเทิงธิปไตย” แค่ดิสเครดิต ยันหลักฐานพร้อมสูงสุด-ไม่ใช่ฉายหนังซํ้า แจงเหตุพุ่งเป้า 18 รมต. หวังเจาะหัวใจ “ระบอบสีน้ำเงิน” อุบตอบ “ผู้มีพระคุณ” หมายถึงใคร
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านขอเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ 5 วัน รัฐบาลจะให้ได้กี่วันว่า อยู่ที่วิป ส่วนจะให้ฝ่ายค้านอภิปรายช่วงใดนั้น ตอนนี้ยังไม่ทราบ รอให้คนที่เกี่ยวข้องได้หารือกันก่อนแล้วแจ้งเข้ามายังรัฐบาล เพราะขณะนี้ยังไม่มีการประสานงานมา
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หารือกับพรรคเพื่อไทยแล้วหรือยัง เพราะการที่ฝ่ายค้านไม่ยื่นอภิปรายพรรคเพื่อไทยอาจต้องการให้เกิดความแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล นายกฯเผยว่า ตนไม่คิดเช่นนั้น อยู่ด้วยกันมีมารยาทอยู่ แล้ว
ถามว่า มั่นใจในเสียงพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “มั่นใจครับ” เมื่อถามว่ามีการมองกันว่าจะมีเสียงจากพรรคกล้าธรรมมาช่วยสนับสนุนรัฐบาลด้วย มีความเป็นไปได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “สาธุครับ”
ถามย้ำว่า ได้คุยกับพรรคกล้าธรรมในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้คุย แต่หากพรรคกล้าธรรมจะช่วยหนุนรัฐบาลก็สาธุ ถามอีกว่าได้มีดีลอะไรไว้ล่วงหน้ากับพรรคกล้าธรรมหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่มีครับ
เมื่อถามว่า หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ นายอนุทินระบุว่า ยังไม่คิด ถามต่อว่าหลังการอภิปรายจะมีความเป็นไปได้ที่จะดึงพรรคกล้าธรรมมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้คนกลัวถูกปรับคือคนที่ไม่โดนอภิปราย ในพรรคภูมิใจไทยมีคนอยากโดนอภิปรายเต็มเลย ทำให้นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ที่ยืนอยู่ข้างหลังนายอนุทินถึงกับหลุดหัวเราะออกมา จากนั้นนายอนุทินชี้ไปที่นายพลพีร์พร้อมกับกล่าวทีเล่นทีจริงว่า “คนนี้หนาวๆ ร้อนๆ ที่จะหลุดจาก มท.2” ทำให้นายพลพีร์ยกมือไหว้นายอนุทิน
ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า เป็นเพราะครั้งนี้รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยโดนอภิปรายหมด ยกเว้น มท.2 นายอนุทินกล่าวกระเซ้าต่อว่า “ใช่ เอาตัวรอดคนเดียว”
พยายามทำให้เป็นแฟร์เกม
ซักว่า รัฐบาลห่วงการตอบคำถามฝ่ายค้านหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “ห่วงสิครับ เราต้องเตรียมความพร้อมทุกอย่าง ผมเป็นคนตั้งใจฟังคำถามหรือคำอภิปรายของฝ่ายค้านมากที่สุดคนหนึ่ง ไม่เห็นหรือหลายอย่างที่ฝ่ายค้านแนะนำในการอภิปรายหรือให้ข้อคิดอะไรมาผมก็นำไปปฏิบัติตาม ผมให้เครดิตฝ่ายค้านว่าเป็นผู้ให้คำแนะนำ เพราะฉะนั้นในฐานะหัวหน้ารัฐบาลห่วงกังวลหมด และเราก็นำความห่วงกังวลเหล่านี้ไปเตรียมความพร้อมหรือแก้ไขในสิ่งที่เรายังทำไม่สมบูรณ์ และไปหาข้อมูลมาชี้แจงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์กล่าวหาหรืออภิปราย เราพยายามทำให้เป็นแฟร์เกมมากที่สุด ผมไม่ได้มองว่านี้เป็นการจ้องทำลายรัฐบาลหรือความน่าเชื่อถือของรัฐมนตรี มันไม่ใช่ เราถือว่าเป็นกระบวนการตรวจสอบในระบอบประชาธิปไตย“
เมื่อถามว่า ตอนนี้รัฐบาลเตรียมข้อมูลอะไรเป็นพิเศษบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ตอบยาก เราก็ต้องเตรียมให้มากที่สุดเท่าที่จะเตรียมได้ ส่วนเก็งข้อสอบเรื่องอะไรมากที่สุดนั้น ความจริงรัฐมนตรีทุกคนก็ทำหน้าที่ รวมถึงคนที่ถูกอภิปรายพาดพิงถึงก็ต้องสามารถให้ข้อมูลและชี้แจงได้อยู่แล้ว ตนมั่นใจรัฐมนตรีทุกคนชี้แจงได้
ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 โดยมีข้อกล่าวหา "ไม่เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีแก่นายทหารชั้นผู้น้อย ขาดระเบียบวินัย เอื้อประโยชน์พรรคพวก และทุจริตต่อหน้าที่" โดย พล.ท.อดุลย์ยิ้มพร้อมส่ายศีรษะ ก่อนจะหัวเราะและเดินเข้าลิฟต์ทันที
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้ควรจะได้เวลาอภิปรายอย่างน้อย 5 วัน เพราะมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายเยอะว่า หากเป็นการอภิปรายด้วยข้อเท็จจริงนั้นคงไม่มีปัญหา แต่เท่าที่ผ่านมาเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็คงเห็นตรงกันว่า ส่วนใหญ่ฝ่ายค้านเน้นการอภิปรายแบบกล่าวหามากกว่าแจกแจงข้อเท็จจริง เน้นการสาดโคลน เสียดสี มากกว่ารอฟังคำตอบและคำชี้แจงจากรัฐมนตรี ครั้งนี้ก็เช่นกัน ที่เน้นจำนวนรัฐมนตรีมากถึง 18 คน เหมือนเขียนให้เป็นข้อกล่าวหาเยอะๆ ไว้ก่อน ข้อเท็จจริงค่อยไปหักล้างเอาข้างหน้า บ่อยครั้งโหมโรงเป็นเดือนๆ ว่ามีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือบริหารล้มเหลว แต่พอเอาเข้าจริงกลับเป็นข่าวตัดแปะในหน้าสื่อ หรือข้อความในโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ความถูกต้องของข้อมูลและแหล่งที่มา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
เตือนอย่าสาดโคลน
ส่วนกรณีที่นายณัฐพงษ์อ้างว่า การอภิปรายครั้งนี้มีใบเสร็จยื่นเอาผิดรัฐมนตรีแต่ละคนได้นั้น นายธนกรกล่าวว่า หากฝ่ายค้านมีพยานหลักฐานจริงก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เปิดช่องไว้ให้ได้เลย เพราะนายอนุทินพูดชัดเจนว่ารัฐบาลพร้อมให้ตรวจสอบได้อย่างเต็มที่ และไม่ปกป้องคนผิดอย่างแน่นอน เพราะการตรวจสอบถือเป็นกลไกสำคัญของสภา เพียงแต่อย่านำเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง หวังลักไก่ผสมโรงเข้าไป เช่น การตรวจสอบการฮั้ว สว. เพราะเรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการบริหารงานของรัฐบาลเลย แยกแยะเวทีให้ถูก ไม่ใช่ก้มหน้าก้มตาดันทุรังลูกเดียว สุดท้ายจะมีแต่ทำให้ฝ่ายค้านเสียรังวัดเปล่าๆ
“วันนี้ผมมั่นใจว่า รัฐบาลเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่แล้ว แต่บางเรื่องนั้นก็อาจจะมีปัญหาบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำงาน คงต้องใช้เวลาบ้างเพื่อปรับปรุงแก้ไขแนวทางในการทำงานต่อไป แต่ไม่อยากให้ฝ่ายค้านลืมว่า เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ประชาชนคาดหวังที่จะได้เห็นฝ่ายค้านเอาข้อมูลมาตีแผ่ตามที่โหมโรงเอาไว้ ไม่ใช่ต้องมานั่งฟังวาทกรรมสาดโคลนโจมตีแล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ โดยที่ไม่รับผิดชอบอะไรเลย เชื่อว่าสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าใครที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีกว่ากัน” นายธนกรกล่าว
ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนออกมาตอบโต้การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่าเป็น “บันเทิงธิปไตย” ว่า การหยิบยืมคำของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ก็ควรหยิบยืมให้หมด ดังนั้นช่วยนิยามตัวเองว่าเป็นระบอบสีน้ำเงิน หรืออธิบายคำว่าใบอนุญาตสองใบ ตามที่นายปิยบุตรเคยพูดไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นการนำคำพูดของนายปิยบุตรมาทำให้ภาพของพรรคประชาชนถูกดิสเครดิตจากเรื่องนี้ เรารู้เจตนาของคนในเครือข่ายสีน้ำเงินอยู่แล้ว
เขากล่าวต่อว่า เรื่องข้อกล่าวหาต่างๆ เราต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น การที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ใบเสร็จที่สมบูรณ์แบบแล้วหรือว่าประเทศไทยเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ว่าจะเป็นคดีโกงสอบท้องถิ่น หรือคดีโกง สว. ยังไม่ชัดเจนอีกหรือว่าวันนี้ระบบนิติรัฐนิติธรรมถูกทำลายไปจากประเทศไทยแล้ว รวมถึงหลายวิกฤตที่เกิดขึ้น เช่น เหตุการณ์น้ำท่วม ยังไม่ชัดหรือว่าการบริหารราชการแผ่นดินที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เต็มไปด้วยการเอื้อพวกพ้อง ทำหน้าที่เพื่อผู้มีพระคุณ น่าจะเพียงพอให้เราเห็นภาพว่าล้มเหลวอย่างไร ดังนั้น การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยข้อกล่าวหาที่ปรากฏอยู่ ตนยังรู้สึกว่าเบาไปด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดของสังคมไทย
ไม่ฉายหนังซ้ำ
เมื่อถามว่า จะเป็นการฉายหนังซ้ำหรือไม่ เพราะบางเรื่องอาจจะเคยปรากฏในหน้าสื่อหรือต่อสาธารณะอยู่แล้ว รองหัวหน้าพรรคประชาชนตอบว่า ไม่ได้เป็นการฉายหนังอะไร มันคือการฉายความทุกข์ร้อนของประชาชน ว่าภาพที่สังคมไทยกำลังเจออยู่รุนแรงแค่ไหน เราไม่ปฏิเสธว่าหลักฐานบางอย่าง นักวิเคราะห์การเมืองคงพอจะเห็นภาพอยู่บ้าง แต่หลายส่วนก็อาจจะไม่เคยเห็น ดังนั้นคงมีทั้งสองอย่าง แต่มั่นใจว่าทุกสิ่งที่เราพูด ไม่ใช่พยานหลักฐานประเภทกล่าวเท็จหรือข่าวโคมลอยแน่นอน
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ขอให้ สส.ทุกคนและทุกพรรค ลองใช้หัวใจและความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในการตัดสินเรื่องนี้ อย่าให้ผลประโยชน์หรือเงินรายเดือนบังตาเรา จนทำให้การตรวจสอบหรือการตัดสินใจอยู่บนเรื่องของผลประโยชน์ ควรจะเอาเรื่องของบ้านเมืองเป็นหลัก เรายืนยันว่าเอกสารข้อมูลทุกอย่างมีความพร้อมสูงสุด
ถามถึงเหตุผลที่ไม่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรีในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยด้วย นายรังสิมันต์กล่าวว่า เราดูจากพยานหลักฐาน ความหนักเบาในการกระทำผิด รัฐมนตรีที่อยู่นอกเหนือจาก 18 คนนี้ ไม่ได้หมายความว่าเขามีคุณงามความดี แต่เราจำเป็นต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่หนักแน่น และข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงที่สุด ซึ่งเราคิดว่า 18 คนนี้เป็นกลุ่มคนที่เป็นหัวใจของระบอบสีน้ำเงิน
ซักว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าการที่ไม่อภิปรายพรรคเพื่อไทย เพราะมีนัยทางการเมือง รองหัวหน้าพรรคประชาชนเผยว่า เป็นเรื่องที่ไปวิเคราะห์กัน แต่วันนี้เรามองว่า ถ้าจะเจาะหัวใจของระบอบสีน้ำเงิน ก็วางแกนกลางไว้แบบนี้ ส่วนองคาพยพอื่นจะทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจหรือไม่ เป็นสิ่งที่คนรู้อยู่แล้ว แต่เราว่ากันที่จุดศูนย์กลางของระบอบสีน้ำเงินดีกว่า
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กังวลหรือไม่ว่าหากอภิปรายแล้วพาดพิงบุคคลภายนอก ฝ่ายรัฐบาลจะประท้วงจนอภิปรายไม่ได้ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ไม่กังวล เราก็เจอมาทุกสมัย แต่เราก็ไม่อยากให้เกิดการประท้วง เพราะข้อบังคับก็ระบุชัดเจนว่า การพาดพิงถึงบุคคลภายนอกสามารถทำได้เท่าที่จำเป็น
เมื่อถามว่า จะมีการพาดพิงไปถึงบุคคลที่บุรีรัมย์หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตามญัตติเราใช้คำว่า ผู้มีพระคุณ ส่วนจะเป็นใครต้องรอติดตาม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภูมิใจไทย เขย่าภาษีบาป เราไปแตะหม้อข้าวเขา
ยังคงมีปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ตามมา กับกรณี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและสส.พรรคภูมิใจไทย เข้าชื่อกันเสนอร่างกฎหมายสี่ฉบับเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฏร
คนกรุงเตรียมเฮ ค่ารถไฟ45บาท
“พิพัฒน์” กางแผนลดค่าครองชีพคนกรุง 1 ม.ค.70 รถไฟฟ้าแรกเข้า 17 บาท สูงสุด 45 บาทต่อขา เปลี่ยนสายไม่เสียซ้ำ เปลี่ยน ขสมก.ครั้งใหญ่ ดันรถเมล์ EV 2,320 คัน เชื่อมตั๋วเดียว น้ำ-ล้อ-ราง รถร้อนสูญพันธุ์
งานท่วมนายกฯลงใต้
น้ำลดแต่งานยังท่วม "อนุทิน" กำชับบริหารสถานการณ์รอบคอบ ลดความขัดแย้งในพื้นที่-หลีกเลี่ยงปะทะคารม เผย มท.สรุปยอดโอนเงินแล้ว 48,600 ครัวเรือน ย้ำเข้าช่วย "ปราจีนฯ-ฉะเชิงเทรา" ต่อเนื่อง ประชุมร่วมผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้เตรียมรับมืออุทกภัยจากฝนตกหนัก กำชับสื่อสารด้วยภาษาเข้าใจง่าย ฟังแล้วสามารถปฏิบัติตามได้ทันที
‘บิ๊กราญ’นำ ทัพ! บุกทลายจีนเทา
“บิ๊กราญ” นำทัพ สตม.-บช.น. เปิดปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวกลางกรุง เฟส 8 เจาะ 4 หมู่บ้านหรู ค้น 17 จุด บุกรวบผู้ต้องหา หมายแดง-INTERPOL-Scammer ที่ทางการจีนต้องการตัว มูลค่าทรัพย์สินกว่า 6,000 ล้าน
'อนุทิน' ถกผู้ว่าฯ 14 จังหวัดใต้ สั่งรับมือน้ำท่วม ต้องสื่อสารกับประชาชนทุกช่องทางสื่อโซเชียล
นายกฯอนุทิน ประชุมร่วมผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมืออุทกภัยจากฝนตกหนัก ย้ำ ต้องช่วยให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยในชีวิต อยู่ในที่ปัจจัย 4 ครบถ้วน ไม่ขาดตกบกพร่อง พร้อมกำชับสื่อสารด้วยภาษาเข้าใจง่าย ฟังแล้วสามารถปฏิบัติตามได้ทันที
'สุริยะ ควง ปิยะรัฐชย์' ติดตามแผนบริหารจัดการน้ำสุโขทัย เร่งเดินหน้าโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำ SK6-คลองบายพาส บรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการพื้นที่ลุ่มต่ำ ณ จุดก่อสร้างโครงการพื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งปากพระ (SK6) และจุดก่อสร้างโครงการคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกเมืองสุโขทัย (คลองบายพาส) พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะและปัญหาจากประชาชนในพื้นที่

