‘เมืองเพชร-กาญจน์’ฝนถล่มอ่วม

นายกฯ สั่ง “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่กาญจนบุรี หลังน้ำป่าทะลักท่วมตัวเมือง ทางขึ้น-ลง "M81" จมบาดาล "ปภ." เผยสถานการณ์อุทกภัย "กทม.-21 จังหวัด" กางแผนรับมือฝนตกหนัก 11-13 ต.ค. "ทส." เฝ้าระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 15 จังหวัด 29 อำเภอ "สุชาติ" กำชับ จนท.พร้อมช่วยประชาชนได้ทันที ปชป.ลุยสอบปมซื้อขายที่ดินบึงคู้บอน

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล  เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน  ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีอย่างใกล้ชิด และได้มีการกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชน รวมทั้งได้มอบหมายให้นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้นายเจเศรษฐ์เคยลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้คำนึงเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก รวมทั้งดูแลเรื่องอาหาร ศูนย์พักพิง ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า จ.กาญจนบุรี เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาเข้าท่วมหลายพื้นที่ในเขต อ.เมืองกาญจนบุรี อาทิ ถนนแสงชูโต ตลาดนัดเจเจ-มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ (สำนักงานใหญ่) (ทั้ง 2 ฝั่งถนน), หมู่บ้านจงเจริญ, สถานีขนส่งผู้โดยสารกาญจนบุรี, ถนนพัฒนากาญจน์ (ตลอดสาย), หน้าร้านเอกเขนก ต.แก่งเสี้ยน น้ำป่าไหลแรงข้ามทาง, หน้าโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ มุ่งหน้าท่าล้อ น้ำดินโคลนไหลลงถนนจำนวนมาก ถนนสาย 324 (อู่ทอง) บริเวณแยกจงเจริญ มุ่งหน้าวิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี (ทั้ง 2 ฝั่งถนน), ถนนขาออก จากแยกวังสารภี มุ่งหน้ามอเตอร์เวย์ M81 และขาลงมอเตอร์เวย์ M81 มุ่งหน้าแยกวังสารภี พบว่าหลายจุดมีน้ำท่วมขังรอการระบาย ระดับน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 30-70 เซนติเมตร และบางจุดสูงถึง 1 เมตร รถจักรยานยนต์และรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ เนื่องจากอันตรายมาก และบางจุดสามารถผ่านไปได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง ส่งผลให้การจราจรชะลอตัว ขณะที่บางจุดน้ำท่วมค่อนข้างสูง มีรถยนต์ประชาชนจอดเสียอยู่กลางถนน เจ้าหน้าที่จราจรต้องเข้าไปให้ความช่วยเหลือเพื่อให้สามารถเดินทางต่อไปได้

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับการระบายน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ มาสมทบกับมวลน้ำในภาคกลาง ทำให้ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 21 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง รวมถึงกรุงเทพมหานคร รวม 100 อำเภอ 819 ตำบล 6,201 หมู่บ้าน 1,126,853 ครัวเรือน 3,144,421 คน และเสียชีวิต 60 คน

ทั้งนี้ ปภ.ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก และลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 11-13 ต.ค.69 ควบคู่กับการระดมกำลังพลและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเร่งเดินเครื่องสูบระบายน้ำในจุดที่ยังมีน้ำท่วมขัง และเข้าสนับสนุนการล้างทำความสะอาดบ้านเรือนฟื้นฟูสภาพพื้นที่ในจุดที่ระดับน้ำลดลง พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหาย จัดทำข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบและเตรียมดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

15 จังหวัดเสี่ยงดินถล่ม

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัด ทส. ในฐานะรักษาการอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ถึงสถานการณ์เฝ้าระวังดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ระหว่างวันที่ 11-13 ต.ค. โดยได้แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง 15 จังหวัด 29 อำเภอ แบ่งเป็น ภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.ตาก ในพื้นที่อำเภอพบพระและอำเภออุ้มผาง จ.อุทัยธานี ในพื้นที่อำเภอบ้านไร่ และ จ.กำแพงเพชร ในพื้นที่อำเภอคลองลาน ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ จ.กาญจนบุรี ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่อำเภอบางสะพานและอำเภอบางสะพานน้อย

ภาคใต้ 10 จังหวัด ได้แก่ จ.กระบี่ ในพื้นที่อำเภอเขาพนมและอำเภอคลองท่อม จ.พังงา ในพื้นที่อำเภอเมืองพังงา อำเภอคุระบุรี อำเภอทับปุด และอำเภอเกาะยาว จ.นครศรีธรรมราช ในพื้นที่อำเภอช้างกลาง จ.สุราษฎร์ธานี ในพื้นที่อำเภอท่าชนะ อำเภอท่าฉาง อำเภอพนม และอำเภอวิภาวดี จ.ชุมพร ในพื้นที่อำเภอพะโต๊ะ จ.ระนอง ในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ อำเภอกะเปอร์ และอำเภอเมืองระนอง จ.สตูล ในพื้นที่อำเภอเมืองสตูลและอำเภอควนกาหลง จ.สงขลา ในพื้นที่อำเภอรัตภูมิ จังหวัดตรัง ในพื้นที่อำเภอปะเหลียนและอำเภอย่านตาขาว และ จ.ยะลา ในพื้นที่อำเภอบันนังสตาและอำเภอธารโต

"ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณผิดปกติ เช่น ฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำในลำห้วยเปลี่ยนสีหรือเพิ่มระดับอย่างรวดเร็ว หรือมีดินไหลจากพื้นที่ลาดชัน ขอให้รีบออกจากพื้นที่อันตรายไปยังจุดปลอดภัยทันที พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ ทส.ในพื้นที่เสี่ยงให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมปฏิบัติงานและเข้าช่วยเหลือทันทีหากเกิดเหตุอย่างเต็มกำลัง โดยยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ" นายสุชาติระบุ

ทางด้าน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี เยี่ยมประชาชนและติดตามการบริหารจัดการน้ำ ณ อบต.บางปลาร้า อ.บ้านสร้าง โดยนายพลพีร์ได้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเร่งลงทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทันทีเมื่อระดับน้ำลด เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินเยียวยา โดยไม่ต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายครบทั้งพื้นที่ ส่วนการจ่ายกระแสไฟฟ้า ขอให้การไฟฟ้าเร่งสำรวจและปล่อยกระแสไฟให้ประชาชนทันทีเมื่อพื้นที่อยู่ในระดับปลอดภัย

สำหรับกรณีโรงงานอุตสาหกรรมใน อ.ศรีมหาโพธิ ที่เกิดเหตุสารเคมีจากกากขยะรั่วไหลนั้น ได้กำชับรองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณามาตรการทางกฎหมายและบทลงโทษควบคู่กับการเยียวยาประชาชน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน พร้อมนายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและนำสิ่งของจำเป็นและถุงยังชีพให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม  ในเขต ต.รั้วใหญ่ ต.พิหารแดง ต.โพธิ์พระยา และ ต.บ้านโพธ์ อ.เมืองสุพรรณบุรี โดยยอมรับว่าปีนี้ได้รับผลกระทบมากกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา และมากกว่าปี 2554   

เพชรบุรีอ่วมท่วมหนัก

วันเดียวกัน ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาบึงคู้บอน เขตคันนายาว และเขตคลองสามวา ให้เป็นพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิง  พร้อมระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินบริเวณดังกล่าว พบว่าโครงการริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2560 และเมื่อมีพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดินในปี 2562 จึงต้องจัดทำโครงการใหม่ทั้งหมด ต่อมาปี 2565-2566 โครงการใกล้จะเข้าสู่ขั้นตอนการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน แต่ปี 2566 กลับมีคำสั่งให้ทบทวนโครงการ โดยพบประเด็นที่น่าสงสัยและควรตรวจสอบหลายประการ โดยเฉพาะการเปลี่ยนมือกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งมีการซื้อที่ดินจำนวน 41 ไร่ 1 งาน ในช่วงที่โครงการอยู่ระหว่างการทบทวน

จากนั้นเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2567 สำนักงานระบายน้ำมีความเห็นควรให้ยกเลิกโครงการ แต่ภายหลังความเห็นดังกล่าวกลับพบว่ามีการซื้อที่ดินเพิ่มเติมอีก 12 ไร่ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2567 และมีธุรกรรมต่อเนื่องไปจนถึงเดือน ส.ค.ปีเดียวกัน ก่อนที่โครงการจะถูกยกเลิกในวันที่ 2 มิ.ย.2569 ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากผู้ซื้อขายที่ดินมีความเกี่ยวข้องกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ และเชื่อมโยงกับอดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. จึงมีข้อสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งทบทวนโครงการหรือไม่ ทั้งนี้ พรรคจะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป โดยเตรียมหารือกับกรุงเทพมหานครเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง และผลักดันให้มีการจัดทำพื้นที่รับน้ำหรือแก้มลิง    

ที่ จ.เพชรบุรี เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำทะลักเข้าท่วมขังผิวการจราจรหลายจุดในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรี โดยจุดที่วิกฤตที่สุดคือทางลอดสะพานต่างระดับบ้านลาด พบรถยนต์จมน้ำเกือบมิดคันจนเหลือเพียงส่วนหลังคา ขณะที่บริเวณถนนหน้าวิทยาลัยอาชีวศึกษาเพชรบุรี มีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ทั้งนี้ในช่วงบ่าย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ได้ลงพื้นที่และเรียกประชุมคณะทำงานศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเพชรบุรี โดยคณะทำงานรายงานว่า เขื่อนแก่งกระจานอยู่ในภาวะวิกฤต น้ำเต็มอ่างเก็บขีด 2569 กักเก็บสูงสุด ที่ประชุมจึงมีมติเร่งด่วนให้ปรับลดอัตราการระบายน้ำลงเหลือประมาณ 70 ลูกบาศก์เมตร (ลบม.) ต่อวินาที จากเดิมที่ระบายหนักถึง 80-85 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อเปิดทางให้พื้นที่ตอนล่างและเขตเทศบาลเมืองเร่งระบายน้ำฝนที่ตกสะสมลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังซ้ำซ้อน

เพจมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี : PBRU แจ้งประกาศปิดมหาวิทยาลัยเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วม ในวันจันทร์ที่ 12 ต.ค.2569 เพื่อความปลอดภัยของบุคลากร นักศึกษา และผู้มาติดต่อราชการ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ-รัฐบาล คะแนนรั้งท้าย! แก้ปัญหา‘ท่วม’

“นายกฯ-รัฐบาล” รั้งบ๊วยคะแนนแก้น้ำท่วม ส่วน “มูลนิธิ-ทหาร” คะแนนนำในการเข้าช่วยเหลือชาวบ้าน 75% เห็นพ้องแจ้งเตือนล่าช้าทำให้เกิดอุทกภัย

อนุทินยันผ่านฉลุย มั่นใจในเสียงรัฐบาลไม่คิดปรับครม.ไร้ดีล‘กล้าธรรม’

"อนุทิน” มั่นใจเสียงพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถ้า “กล้าธรรม” ยกมือให้ก็สาธุ เผยยังไม่คิดปรับ ครม.หลังจบอภิปราย หยอก “พลพีร์” คนกลัวโดนปรับคือคนรอดซักฟอก

คนกรุงเตรียมเฮ ค่ารถไฟ45บาท

“พิพัฒน์” กางแผนลดค่าครองชีพคนกรุง 1 ม.ค.70 รถไฟฟ้าแรกเข้า 17 บาท สูงสุด 45 บาทต่อขา เปลี่ยนสายไม่เสียซ้ำ เปลี่ยน ขสมก.ครั้งใหญ่ ดันรถเมล์ EV 2,320 คัน เชื่อมตั๋วเดียว น้ำ-ล้อ-ราง รถร้อนสูญพันธุ์