"ไอเอ็มเอฟ" ระบุ AI เหมือนคลื่นสึนามิเศรษฐกิจ เปลี่ยนโฉมตลาดแรงงานโลก ทำงานปัจจุบันราว 40% เสี่ยงสูญหาย "เอกนิติ" กาง 3 เป้าหมายใช้เอไอพลิกโฉมไทย ชี้โจทย์ใหญ่เปลี่ยนเม็ดเงินลงทุน AI ให้เป็นงานจริง นายกฯ เปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ชูปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เสริมพลังประชาชน-สร้างภูมิคุ้มกัน รับมือความเปลี่ยนแปลงสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน โวต่างชาติร่วมเยอะถือว่าพาไทยกลับสู่จอเรดาร์ได้
เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 ถือเป็นวันแรกในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจาก 191 ประเทศ กว่า 15,000 คน
โดยนางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ กล่าวในการประชุมหัวข้อ WBG Flagship: Small AI: More and Better Jobs ว่า ปัจจุบันเราเริ่มเห็นผลกระทบ หรือแรงกระแทกในรอบแรกจากอุปสงค์และการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจากอุตสาหกรรมเอไอนี้ อาจช่วยทำให้เศรษฐกิจกลุ่มประเทศเหล่านี้เติบโตได้กว่า 3% ส่วนในบางประเทศก็อาจมีปัญหาเศรษฐกิจช็อกจากภาวะความตึงเครียดด้านพลังงาน ซึ่งในอนาคตการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย สำหรับประเทศที่มีการเติบโตก้าวหน้ามากๆ ตัวเลขเศรษฐกิจอาจมีโอกาสเติบโตเพิ่มอีก 0.5-1% ส่วนประเทศกำลังพัฒนาการเติบโตอยู่ที่ราว 0.2-0.8%
“กลุ่มประเทศเอเชียที่เศรษฐกิจมีการพัฒนาเร็ว โดยเฉพาะประเทศที่มีประชากรสูงวัยเพิ่มมากขึ้นนั้น การเติบโตของอุตสาหกรรมเอไอเพียงแค่ 1% จะชดเชยหรือมากกว่าคำว่าชดเชยการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยของประเทศนั้นๆ ได้ ถือเป็นการสะท้อนว่าเอไอคือเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก เปลี่ยนทุกอย่างทั้งการทำงานและการใช้ชีวิต”
นางคริสตาลินากล่าวอีกว่า ต้องยอมรับว่าเอไอเป็นสึนามิที่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ และมีผลต่อตลาดแรงงานทั่วโลก จากการศึกษาพบว่าเอไอมีส่วนทำให้งานในปัจจุบันราว 40% อาจหายหรือถูกลดระดับ ขณะที่ในบางประเทศตลาดงานอาจได้รับผลกระทบสูงถึง 60% ส่วนในประเทศรายได้ต่ำได้รับผลกระทบถึง 23% ดังนั้นแต่ละประเทศต้องตอบให้ได้ว่าหลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ซึ่งแบ่งเป็น 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ 1.การศึกษา เก็บและวิเคราะห์ข้อมูลของตลาดแรงงาน ว่าต้องการแรงงานเปลี่ยนไปอย่างไร 2.รัฐบาลแต่ละประเทศต้องเข้าใจว่ามีภาระความรับชิดชอบในการคิดใหม่ทำใหม่ ต้องศึกษาการเปลี่ยนแปลงใจเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากอุตสาหกรรมเอไอ และต้องเร่งวางแนวทางในการยกระดับทักษะแรงงานเพื่อให้สอดรับกับตลาดแรงงานในปัจจุบัน และ 3.รัฐบาลต้องคำนึงถึงภาระในภาคการคลัง เพราะอุตสาหกรรมเอไอได้เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงาน ซึ่งอาจมีผลต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล
“เอไอเหมือนสึนามิที่เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ และเราไม่สามารถรู้ได้ว่าโลกของการทำงาน 5 ปีจากนี้จะเป็นอย่างไร ดังนั้นหากเรามีวินัย มีการประเมินสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างระมัดระวัง และมีการถอดบทเรียนถึงสิ่งที่ทำ เราจะเข้าใจถึงสิ่งที่จะต้องทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นางคริสตาลินากล่าว
ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง กล่าวในการประชุมเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเอไอกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีการทำงานและการดำเนินธุรกิจอย่างรวดเร็ว โจทย์สำคัญของประเทศไทยคือ การพิจารณาว่าจะนำเอไอมาใช้สร้างงานที่ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนได้อย่างไร ผ่านเป้าหมายหลัก 3 ประการ ได้แก่ AI in All, All in AI และ AI for All เพื่อยกระดับงานเดิม การสร้างศักยภาพใหม่เพื่อสร้างงานใหม่ และการทำให้ทุกคนได้รับประโยชน์
AI พลิกโฉมไทย
สำหรับเป้าหมายแรก AI in All โดยมุ่งเน้นในการนำเอไอเข้ามาเพิ่มผลิตภาพให้แก่กลุ่มอาชีพหรือธุรกิจเดิมที่มีอยู่ โดยไทยเริ่มนำมาตรการทางการคลังมาช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และต่อยอดผ่านโครงการเอไอนกกระซิบ เป้าหมายที่ 2 All in AI เน้นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันใหม่เพื่อรองรับการสร้างงานในอนาคต โดยนอกจากดึงดูดการลงทุนระดับโลกในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์, เซมิคอนดักเตอร์, บริการคลาวด์ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเข้ามาได้แล้ว รัฐบาลมุ่งหวังให้การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้แปรเปลี่ยนเป็นการสร้างงานจริงให้คนไทย ซึ่งรัฐบาลได้เริ่มโครงการ Skill Bridge เพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยให้พร้อมเข้าสู่ตำแหน่งงานใหม่
เป้าหมายที่ 3 AI for All การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นรูปธรรมและปกป้องประชาชนจากภัยดิจิทัล โดยการทำให้มั่นใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง รัฐบาลจึงนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐมาใช้เชื่อมโยงข้อมูล เพื่อวิเคราะห์และจัดสรรความช่วยเหลือได้ตรงจุด ทั้งการพยุงรายได้ การปรับทักษะ และการช่วยเข้าถึงแหล่งเงินทุน
“หัวใจสำคัญของทั้งหมดนี้คือการเพิ่มพลังให้ประชาชน โดยรัฐบาลจะไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้เพียงลำพัง ดังนั้นไอเอ็มเอฟ สถาบันระหว่างประเทศ รวมถึงภาคเอกชนจะต้องมาร่วมมือกันแลกเปลี่ยนบทเรียน เพื่อให้ประเทศและประชาชนได้รับประโยชน์จากเอไออย่างแท้จริง พร้อมทั้งคุ้มครองประชาชนจากภัยออนไลน์และดีปเฟก”
โดยช่วงค่ำ ในเวลา 17.00 น. นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า: เสริมพลังประชาชน สร้างความเข้มแข็งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง” (The Royal Legacy: Empowering People, Building Resilience) ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ IMF และกลุ่มธนาคารโลก โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง, นาย Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก, นาง Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หัวข้อ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ของการประชุมประจำปีในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของไทยในการให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา และเสริมสร้างความสามารถของสังคมในการรับมือกับโลกที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสำหรับประเทศไทยแนวคิดดังกล่าวมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำริและพระราชจริยวัตรของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษ พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาได้สะท้อนหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันต่อความเปลี่ยนแปลง บนพื้นฐานของความรู้และคุณธรรม ซึ่งยังคงมีความสำคัญต่อการพัฒนาในปัจจุบัน
ชูเศรษฐกิจพอเพียง
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาทรงแสดงให้เห็นว่า ความก้าวหน้าไม่ควรวัดเพียงการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ควรครอบคลุมถึงความเข้มแข็งของชุมชน การดูแลสิ่งแวดล้อม และความสามารถของประชาชนในการรับมือกับความท้าทายในอนาคต โดยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงยังคงเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ต่อการส่งเสริมการพัฒนาที่สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน
ในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เชื่อมั่นว่า นิทรรศการจะสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและมีความเข้มแข็งสำหรับทุกคน
ด้านนายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มาเปิดนิทรรศการฯ เพื่อให้ผู้มาร่วมประชุมธนาคารโลก และ IMF ได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพที่สืบสานต่อเนื่องมาจนถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เป็นการบอกให้ชาวโลกรับทราบว่า ประเทศไทยผ่านวิกฤตการณ์ต่างๆ จนถึงปัจจุบันได้ด้วยแนวนโยบายที่เราได้รับพระราชทานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 9 อยากให้ทุกคนรับทราบแนวนโยบายการเงินการคลัง ทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทย และจะมีการนำเสนอเรื่องต่างๆ เช่น แพลตฟอร์มการต่อสู้กับสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ อาจญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งประเทศไทยมีการดำเนินการปราบปรามที่ดี เราก็จะนำเรื่องนี้มานำเสนอต่อที่ประชุมครั้งนี้ด้วย เพราะเรื่องอาชญากรรมทางการเงินทางออนไลน์ทางเทคโนโลยี ทั้งโลกได้รับผลกระทบ
นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ที่ตนมาตรวจความพร้อมก็ได้พบกับประธานธนาคารโลก และประธาน IMF ทั้งสองท่านแสดงความพึงพอใจในการจัดเตรียมงานของกระทรวงการคลัง ในนามของรัฐบาลไทยและคนไทยทุกคน ทุกท่านมีความยินดีและมั่นใจนี่คือสิ่งที่ประเทศไทยทำมาตลอด คือการสร้างความมั่นใจให้นานาชาติเพื่อนำโอกาสต่างๆ มาสู่ประเทศไทย
"ทั้งสองท่านชมแล้วชมอีก และให้ความมั่นใจในหลายเรื่อง ประธานธนาคารโลกพูดถึงขนาดว่าตั้งแต่มีการจัดงานมา ครั้งนี้ถือว่ามีผู้เข้าร่วมงานมากที่สุดประมาณ 18,000 คน ถือว่าเป็นความสำเร็จของประเทศไทยที่สร้างความมั่นใจให้คนในวงการการเงินทั่วโลก ยังไม่นับรวมไปถึงผู้นำประเทศ รมว.การคลัง ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติหลายประเทศที่จะมาร่วมงานครั้งนี้ ถือว่าเป็นอีกขั้นของประเทศไทยที่กำลังกลับเข้าสู่จอเรดาร์" นายอนุทินกล่าว
ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า การพูดคุยเจรจานอกรอบกับผู้บริหารระดับสูง รัฐมนตรีคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางจากทั่วโลก ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ในการสร้างเครือข่ายและต่อยอดทางธุรกิจ
เมื่อถามถึงกรณีที่ รมว.การคลังของสหรัฐอเมริกาไม่ได้มาร่วมประชุมในครั้งนี้ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องการตัดสินใจ เนื่องจากภารกิจภายในประเทศของสหรัฐเอง อย่างไรก็ตามการประชุมยังคงได้รับความสนใจอย่างมาก และมีผู้แทนจากนานาประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปปช.ยันต้นพย.แจ้งข้อหาโกงท้องถิ่น
"ป.ป.ช.” แจงยิบหลัง 3 ผู้ต้องหาคดีโกงข้อสอบท้องถิ่นถูกปล่อยตัว
ส้มแลนด์สไลด์ ยึด‘บอร์ดสปส.’ แห่ใช้สิทธิ์1ล้าน
เครือข่ายส้มแลนด์สไลด์! สำนักงานประกันสังคมเปิดผลคะแนนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอย่างไม่เป็นทางการ
ขู่ฟันโรงงานขยะสารเคมีรั่วปราจีน
โทรโข่งรัฐบาลยอมรับคะแนนนิยม "รัฐบาลหนู" จมน้ำท่วม ขณะที่นายกฯ นั่งคุมหัวโต๊ะ บกปภ.ช.
ฝ่ายค้านโวยให้3วันซักฟอกไม่พอ
"อนุทิน" ไฟเขียว ต.ค.ซักฟอกได้ ใช้เวลา 5 วันมากไป มั่นใจพุ่งเป้า
เลือกบอร์ดประกันสังคม คึก!หย่อนบัตรพุ่ง331%
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมสุดคึกคัก นายจ้าง-ผู้ประกันตนแห่ใช้สิทธิ “พนัส” เผยต้องต่อสู้กับพรรคการเมือง
‘เมืองเพชร-กาญจน์’ฝนถล่มอ่วม
นายกฯ สั่ง “เจเศรษฐ์” ลงพื้นที่กาญจนบุรี หลังน้ำป่าทะลักท่วมตัวเมือง

