หนูหายห่วงพท.ปึ้ก ญัตติซักฟอกไม่เข้าท่า/ลอยแพไอเดียร์

“นายกฯ” กินข้าวหารือ "รมต.เพื่อไทย” ชื่นมื่น ลงมาส่งถึงรถยิ้มแย้มโบกมือลา มั่นใจเสียงหนุนรัฐบาล บอกไม่จำเป็นต้องขอเสียงเพิ่ม ซัดดูญัตติซักฟอกแล้วไม่ค่อยเข้าท่า ย้ำตอบเฉพาะกรอบทำงานไม่ใช่ตอบทุกเรื่อง ลั่นไม่ต้องมีองครักษ์ “พลพีร์” เหน็บฝ่ายค้านซักฟอกบอกเด็ดทุกครั้ง สุดท้ายมีแต่โดนเด็ดกลับไป “อนุทิน” ยันไม่รู้ “ทักษิณ” ยื่น พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอล้างมลทิน “รุธ” โยน คกก.ดูรายละเอียดเข้าเกณฑ์หรือไม่ “ไชยชนก” ชี้ปมทรัพย์สิน “สส.ไอเดียร์” ต้องแจงเอง “ชวน” ห่วงโยกย้าย ขรก.เอาการเมืองเป็นที่ตั้งบั่นทอนกำลังใจคนทำงาน

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 ต.ค.2569 เวลา  10.20 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เชิญรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย  (พท.) รับประทานอาหารบนตึกไทยคู่ฟ้า อาทิ  นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ, นายนิกร โสมกลาง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งมีรัฐมนตรีบางส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภม.) อาทิ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการรับประทานอาหารและหารือร่วมกันกว่า 1 ชม. นายอนุทินได้เดินลงมาส่งรัฐมนตรีจากพรรค พท.ขึ้นรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โบกมือส่งจนครบทุกคน อย่างไรก็ตามเมื่อผู้สื่อข่าวขอสัมภาษณ์นายกฯ แต่นายกฯ  ได้ชี้ไปที่นายพลพีร์และนายภราดรให้มาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแทน

นายพลพีร์ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการพูดคุยกันทั่วไป โดยปกตินายกฯ จะเชิญคณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาลมาพูดคุยถึงสถานการณ์ต่างๆ  สอบถามถึงปัญหาที่ได้รับจากประชาชนช่วงน้ำท่วม และการดำเนินการเรื่องค่าชดเชยเยียวยาจากอุทกภัย รวมถึงสอบถามถึงการดำเนินงานโครงการต่างๆ ของแต่ละกระทรวงว่ามีอะไรที่ทำไปแล้ว หรือมีโครงการอะไรที่อยากจะชี้แจงในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจไปในทำนองเดียวกัน ซึ่งเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำให้เราได้พูดให้ประชาชนได้เข้าใจเนื้อหาในงานต่างๆ ของแต่ละกระทรวง ซึ่งรัฐบาลตั้งใจทำ

ถามว่า มีการขอให้พรรค พท.เตรียมพร้อมที่จะช่วยตอบในสภาหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า  พรรค พท.คงจะทราบอยู่แล้ว เพราะนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าหากตรงกับเนื้อหาของแต่ละกระทรวงที่นายกฯ ไม่ได้ดูแลเหมือนกระทรวงมหาดไทย ก็ขอให้รัฐมนตรีแต่ละท่านได้เตรียมข้อมูลเอาไว้ หากมีการพาดพิงก็จะให้รัฐมนตรีเหล่านั้นได้ร่วมกันตอบ

“ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องแนวทางการโหวต เพราะเป็นมารยาททางการเมืองอยู่แล้ว และพรรค พท.เป็นเพียงพรรคเดียวที่ร่วมอยู่รัฐบาลชุดนี้อยู่แล้ว นายยศชนันทราบดีอยู่แล้วว่าควรทำอย่างไร” นายพลพีร์กล่าว

ซักว่ามีการพูดคุยเรื่องของกรอบเวลาในการอภิปรายหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ค่อยได้พูด แต่จะพูดเรื่องปัญหาของประชาชนมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องการฟื้นฟูเยียวยา ซึ่งนายกฯ ได้ขอให้แต่ละกระทรวงดูว่าทำอย่างไร  ส่วนเรื่องของการอภิปรายไม่ได้มีการพูดถึง นายกฯ พูดแล้วว่า 5 วันนานเกินไป จึงให้เป็นเรื่องของวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านพิจารณา และค่อยเสนอมาที่คณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

พอถามว่า พรรค พท.ได้สะท้อนอะไรมายังนายกฯ หรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า ไม่ได้สะท้อนอะไร มีแต่การพูดถึงเรื่องสถานศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์คุยเรื่องเกษตรกรที่ทำประมง ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่มีทั้งกลุ่มที่ลงทะเบียนและไม่ได้ลงทะเบียน

 “การนัดรับประทานอาหารกันครั้งนี้เป็นการติดตามงาน เพราะที่ผ่านมาทุกคนติดภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อุทกภัย ไม่มีพูดถึงเรื่องเคพีไอ แต่นายกฯ มีแซวสำหรับผู้ที่ไม่ได้ถูกอภิปรายนิดหน่อย” นายพลพีร์กล่าว

อนุทินมั่นใจ พท.หนุนเต็มที่

ถามต่อว่า ช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจมักจะมีการกระชับมิตรกันแบบนี้ มีการตอกย้ำสัญญาลูกผู้ชายกับพรรค พท.หรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดถึง เพราะนายยศชนันและนายจุลพันธ์ ในฐานะหัวหน้าพรรค พท. ก็ให้สัมภาษณ์ถึงเจตนารมณ์ความแข็งแกร่งความเป็นปึกแผ่นของรัฐบาลชุดนี้ จึงไม่มีข้อกังวลอะไร แม้รัฐบาลชุดนี้มีแค่สองพรรคการเมือง แต่ถูกอภิปรายพรรคเดียวก็ไม่ได้มีข้อกังวลใดๆ ขณะที่นายยศชนันก็บอกว่าไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร ทุกอย่างเหมือนเดิม

ซักอีกว่า มีการพูดถึงพรรคเขียวที่จะมาเติมเสียงด้วยหรือไม่ นายพลพีร์กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดถึงพรรคอื่นเลย เมื่อสักครู่ตอนแยกกันรัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 ท่าน คือ รมช.เกษตรและสหกรณ์ 2 ท่าน และ รมช.ศึกษาธิการ ก็ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ดีของพรรค ภท.กับ พท. เมื่อถามว่ากรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่ามีหลักฐานเด็ดที่จะเป็นใบเสร็จไปยื่นต่อหน่วยงานต่างๆ ได้ นายพลพีร์กล่าวว่า “อภิปรายทุกครั้งก็เด็ดทุกครั้ง สุดท้ายเด็ดไหมล่ะครับ มีแต่โดนเด็ดกลับไปหรือเปล่า”

ต่อมาเวลา 12.30 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่า ได้ชวนรัฐมนตรีพรรค พท.มาทานข้าวเช้าด้วยกัน โดยวันนี้ขาดเพียงสองท่านที่ไม่ได้มา คือนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ป่วย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่ไม่ได้มาร่วมทานข้าว โดยไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่เรียนให้ทราบว่าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ  ขอให้ทุกกระทรวงเตรียมข้อมูลให้เยอะที่สุด ประชาชนจะได้รับฟังข้อมูลมากๆ และหากพาดพิงไปถึงหน่วยงานใดก็ขอให้เจ้ากระทรวงขึ้นชี้แจง

ถามว่า ได้ขอความมั่นใจเรื่องเสียงจากพรรค พท.หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องขอ พรรค พท. ไม่ว่าจะหัวหน้าพรรค หัวหน้าทีม ทุกอย่างยืนยัน เมื่อถามว่าพร้อมเปิดรับเสียงจากพรรคอื่นด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเอกสิทธิ์ สส. แต่จะไปบอกว่าพรรคนั้นให้-ไม่ให้มันไม่ได้ พรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนซึ่งกันและกันอยู่แล้ว แต่ก็ต้องเคารพเอกสิทธิ์ สส.แต่ละคน

“เรื่องความมั่นใจถึงเสียงของพรรค พท.นั้น ที่ผ่านมาทำงานด้วยกันไม่มีความขัดแย้ง ตอนพรรค พท.เป็นแกนนำพรรค ภท.เป็นพรรคร่วม  ผมก็ให้คำยืนยันกับหัวหน้ารัฐบาล ทั้งสมัยนายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ว่าไม่ต้องกังวลพรรค ภท.สนับสนุนนายกฯ อย่างเต็มที่” นายอนุทินกล่าว

ถามอีกว่า ประธานสภาฯ ได้ประสานเรื่องการอภิปรายมาหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ยังเลย เห็นว่ามีเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการพิจารณาญัตติ ส่วนจำนวนวันก็เป็นไปตามที่เคยปฏิบัติกันมา ตนไม่มีปัญหา เมื่อถามว่าหลังการอภิปรายจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คิดเลย ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุผลที่ยังไม่ได้คิดเพราะยังไม่ถึงเวลาวัดเคพีไอหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อะไรทำนองนั้น

ซักว่าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ออกมาบอกจะอภิปรายเรื่องระบอบ “น.” นายอนุทินยิ้มพร้อมกล่าวว่า “น.ขวักไขว่ บ.ทับถม” เมื่อถามว่าต้องเตรียมองครักษ์ไว้สำหรับตัวจี๊ดของพรรคประชาชน (ปชน.) เช่น นายรังสิมันต์ โรม น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนไปไหนมาไหนคนเดียว ไม่มีองครักษ์ และถ้าเป็นไปได้อยากเห็นบรรยากาศอภิปรายที่สร้างสรรค์ และตนเป็นคนรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ อันไหนเข้าท่าก็ไปทำ ไม่เคยดูหมิ่น แต่ขอให้เข้าท่า ทำเพื่อประโยชน์บ้านเมือง

พอถามว่าดูจากญัตติแล้วเข้าท่าหรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า ที่เขียนไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่ แต่เราไปบังคับเขาไม่ได้ นี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ประธานสภาฯ ยังไม่แจ้งรัฐบาลมาเสียที คงต้องไปนั่งเกลาคำให้มีความไพเราะมีความเป็นศิวิไลซ์ เมื่อถามอีกว่ามีคนมองว่ามีการใช้เอไอในการพูด เพราะคำออกแนวลิเก นายกฯ กล่าวว่า ผู้สื่อข่าวก็พูดเช่นนี้เดี๋ยวก็เตร๊ง เตรง เตร่ง เตร๊ง

เมื่อถามว่า มั่นใจว่าผ่านฉลุยในการชี้แจงใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้น ต้องตอบคำถามให้ชัดเจนในข้อสงสัย อะไรที่มีเหตุมีผลที่ต้องตอบ การอภิปรายครั้งนี้ต้องถือว่าเป็นการอภิปรายทั้งคณะ จะบอกว่าเว้นอีก 10 กว่าคนก็ไม่ใช่ เพราะมีการอภิปรายนายกฯ ด้วย

“นายกฯ ตอบทุกเรื่องไม่ได้ก็ขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายตอบประชาชน ใครตอบก็ได้คนคนนั้นต้องมีข้อมูลมากที่สุด ทุกคนใช้สิทธิ์ตัวเอง ไม่มีคำว่าคนนั้นต้องอย่างนั้นอย่างนี้ หรือนายกฯ ต้องตอบ เพราะท่านอภิปราย”นายกฯ กล่าว

ถามว่า จะฟังเสียงกล้าธรรมหรือไม่  นายอนุทินยิ้มพร้อมกล่าวว่า ไม่รู้จะตอบอย่างไร เราก็ทำสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าตอบได้ดีทุกคนมีเอกสิทธิ์ ถ้าตอบไม่ดีอย่าหวังเสียงจากฝ่ายอื่นเลย ฝ่ายเราจะยกให้เราหรือไม่ยังไม่รู้ อยู่ที่เราก็ต้องตอบให้ดี  ต้องทำการบ้าน ต้องตั้งใจ ตอบในเรื่องที่เกี่ยวข้องที่เราถูกตั้งข้อซักถามมาให้ชัดเจนที่สุดในกรอบการทำงานของเรา ไม่ใช่ไปตอบซะทุกเรื่อง มันไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของรัฐบาล

ปัดไม่รู้ทักษิณขอล้างมลทิน

นายกฯ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับนิรโทษกรรมและพ้นจากความผิดทั้งปวงตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2568 ว่า ตนยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้

เมื่อถามอีกว่า เห็นบอกจะยื่นไปที่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข นายกฯ เพียงพยักหน้า แต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

ส่วน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ปฏิเสธเช่นกันไม่ทราบเรื่องที่นายทักษิณยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขขอให้วินิจฉัยสิทธิได้รับนิรโทษกรรม โดยระบุว่า ไม่ทราบ ท่านไปยื่นในส่วนไหน เรื่องนี้มีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าท่านยื่นเรื่องอะไร

ถามว่า คำร้องของนายทักษิณที่ระบุได้รับความไม่ยุติธรรม เพราะความขัดแย้งทางการเมืองจากการรัฐประหารปี 48-49 ถือว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ต้องให้คณะกรรมการดังกล่าวดูในรายละเอียด ตนไม่ทราบเรื่อง

ขณะเดียวกันมีความเคลื่อนไหวกรณี ป.ป.ช.ตรวจสอบพบความผิดปกติบัญชีทรัพย์สิน น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์  สส.ชัยภูมิ พรรค ภท.นั้น นายอนุทินปฏิเสธยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว

เมื่อถามว่า ได้มีการสอบถาม น.ส.สุชาดาแล้วหรือไม่ นายอนุทินนิ่งฟังคำถาม พยักหน้า แต่ยังไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าว โดยจังหวะนั้นเสียงซ้อมดนตรีเพลง Live and Learn ของกมลา สุโกศล ภายในตึกสันติไมตรีดังขึ้น นายกฯ ตอบผู้สื่อข่าวว่า “ดนตรีกำลังเล่นอยู่ อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ด้านนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงเรื่องการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน น.ส.สุชาดา ว่าเป็นเรื่องที่เจ้าตัวต้องชี้แจง มีหลายหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องและได้เข้าไปตรวจสอบ

เมื่อถามว่า ได้มีการปรึกษากันหรือไม่ ในฐานะที่เคยทำงานด้วยกันมาก่อน นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่มี ตอนที่ถามในวันนั้น น.ส.สุชาดาก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์แต่อย่างใด เขาบอกว่าเขาพร้อมจะชี้แจง ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็ตาม ดังนั้นเขาต้องพร้อมที่จะถูกตรวจสอบและชี้แจงทุกอย่าง

ซักว่าทีมกฎหมายของพรรค ภท.จะต้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้หรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่ครับ ทุกคนมีทีมส่วนตัว

วันเดียวกัน นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. และอดีตนายกฯ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์การโยกย้ายข้าราชการของนายอนุทินว่า  เป็นเรื่องที่สามารถทำได้หากเจ้าหน้าที่ละเลยหรือไม่ใส่ใจประชาชนจริงๆ แต่หากเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ดีอยู่แล้วและถูกเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลอื่นในช่วงที่กำลังเผชิญปัญหา อาจทำให้คนทำงานเสียกำลังใจ

 “หากเอาการเมืองเป็นที่ตั้ง ไม่สนใจว่าใครจะเหมาะหรือไม่เหมาะ คนที่อาวุโสน้อยก็จะแซงขึ้นมาหมด คนที่คิดว่าจะได้เป็นผู้ว่าฯ 2-3 ปีก็หมดโอกาสเพราะระบบการเมือง ผมได้คุยกับผู้ว่าฯ หลายคน ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง บอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ซึ่งข้าราชการควรทบทวนและไม่ควรปล่อยให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาปู้ยี่ปู้ยำระบบการแต่งตั้งโยกย้าย” นายชวนกล่าว

อดีตนายกฯ กล่าวว่า วงจรดังกล่าวยังลามไปถึงองค์กรอิสระ สะท้อนการไม่ใส่ใจกฎเกณฑ์ กติกาบ้านเมือง และความชอบธรรม ซึ่งจะทำให้ระบบประชาธิปไตยไม่ก้าวหน้า ยกตัวอย่างการทำหน้าที่ของ กกต.และ ป.ป.ช. หากทำงานตรงไปตรงมา มีประสิทธิภาพ และยึดกฎหมายเป็นหลัก องค์กรเหล่านี้จะเป็นประโยชน์มาก แต่หากเอาแต่เกรงใจนักการเมือง ก็จะกลับกลายเป็นภาระของประเทศและผู้เสียภาษี

 “กรณีฮั้ว สว.ถือเป็นเรื่องคอร์รัปชันที่เชื่อมโยงไปถึงการตัดสินใจเลือกบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เพราะการใช้ดุลพินิจของ สว.ขึ้นอยู่กับความผูกพันกับผู้มีอำนาจและที่มาของแต่ละคน หากนักการเมืองเข้ามาพัวพันกับ สว. ก็อาจเกิดการตอบแทนบุญคุณขึ้น แต่การตอบแทนบุญคุณต้องไม่เอาประโยชน์ของชาติไปแลก” อดีตนายกฯ กล่าว. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รุมโต้‘ปลัดเก่ง’อายโกง อนุทินสาธุแผ่ส่วนบุญ

"อนุทิน" โบ้ยอดีตปลัด มท.เฉ่งลูกน้องเก่าไม่ได้ว่านักการเมือง แนะ ขรก.ผู้ใหญ่เตือนต้องรับฟัง "พลพีร์" ตอกกลับเป็นผมก็คงอายถูกเรียกปลัดหมื่นล้าน ด่า

ศก.ไทยทะยาน3%พลัส

นายกฯ ตรวจความพร้อมเลี้ยงอาหารค่ำผู้นำการเงินโลก ปลื้มแขกทุกคนรู้จัก ตื่นเต้นรอฟัง "น้องเนเน่" ร้องเพลง “เอกนิติ”

‘ในหลวง-ราชินี’ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล‘ร.9’

"ในหลวง-พระราชินี" ทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์  ร.9 ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เนื่องในวันนวมินทรมหาราช