ฟ้องตร.ชดใช้สลายม็อบหยุดเอเปก

ทนายสามนิ้ว

ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ขอให้เรียกตัวแทน สตช.มาไต่สวนกรณี คฝ.สลายการชุมนุมบาดเจ็บหลายราย "กลุ่มทะลุฟ้า"   แค้นแทนเพื่อนโดนยิงตาบอด ลุยยื่นสถานทูตฟ้องผู้นำเอเปก ตะโกนลั่น "เอเปกเลือด-ประยุทธ์ออกไป" ขณะที่ ศปปส.บุกมหาดไทยจี้ มท.1 ปลด "ชัชชาติ" พ้นผู้ว่าฯ กทม. โวยปล่อยม็อบป่วนเอเปก พาดพิงสถาบัน ซัดความเจริญของกทม.ได้หยุดลง ผู้ว่าฯ ไร้ผลงานเน้นแต่ไลฟ์สด

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาฯ ทนายความภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ขอให้ศาลเรียกตัวแทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มาไต่สวนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ใช้กำลังสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงจนประชาชนจำนวนมากรวมทั้งสื่อบาดเจ็บ และในหลายรายได้บาดเจ็บร้ายแรง

โดยจะยื่นคำร้องต่อศาลในคดีแพ่ง หมายเลขดำที่ พ.3683/2564 ระหว่างนายธนาพล เกิ่งไพบูลย์ กับพวกรวม 2 คน เป็นโจทก์ฟ้อง สตช. เรียกค่าเสียหายในทางแพ่งจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ซึ่งศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2564 ว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุมโดยคำนึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชนภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 18 พ.ย.65 ที่ผ่านมา คฝ.ยังคงใช้กำลังสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงและไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของสื่อมวลชนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่การชุมนุม ซึ่งถือเป็นการละเมิดคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาล

ทั้งนี้ นับแต่ปี 2563 ที่ผ่านมา คฝ.ได้ใช้กำลังสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงและการใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมาย หากพิจารณาจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยาง นับแต่การชุมนุมในช่วงปี 2563 ถึงปัจจุบัน มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางจำนวนมากกว่า 65 ราย แต่กลับไม่ปรากฏข้อมูลว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ คฝ.ได้ถูกสอบสวน ถูกตรวจสอบ หรือดำเนินการทางวินัยใดๆ

การยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกตัวแทน สตช.มาไต่สวนในครั้งนี้ ภาคีฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนช่วยในการปรับปรุงพฤติกรรมการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและใช้อำนาจตามอำเภอใจของทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ. และผู้บังคับบัญชาที่มีพฤติกรรมสนับสนุน ให้ท้ายการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเอง จนก่อให้เกิดพฤติกรรมกร่างและใช้ความรุนแรงในการปฏิบัติหน้าที่ สร้างความเสียหายแก่ประชาชนและหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดมา

ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน แกนนำกลุ่มทะลุฟ้า และคีย์แมนหลักของม็อบราษฎรหยุดเอเปก 2022 นำมวลชนจำนวนหนึ่งเดินเท้าเข้ายื่นหนังสือถึงสถานทูตประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมประชุมเอเปก เพื่อฟ้องเหตุประชาชนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมจำนวนมาก

โดยนายจตุภัทร์ได้ให้มวลชนชูป้ายข้อความ “bloodyapec2022” ที่มีภาพนายพายุ บุญโสภณ เพื่อนสนิทนายจตุภัทร์ ซึ่งถูกกระสุนยางที่ตาขวาจนบาดเจ็บ รวมทั้งภาพผู้บาดเจ็บรายอื่นๆ จากนั้นทางกลุ่มได้ร่วมกันแสดงสัญลักษณ์ใช้สามนิ้วปิดตาขวาที่สื่อถึงการบาดเจ็บของนายพายุ พร้อมตะโกนพร้อมกันว่า “เอเปกเลือด” และ “ประยุทธ์ออกไป” เดินเท้ามุ่งหน้าไปยื่นหนังสือสถานทูต เวียดนาม สหรัฐ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เยอรมนี ฯลฯ

นายจตุภัทร์กล่าวว่า ต้องการยื่นสรุปผลการประชุมคู่ขนานของภาคประชาชนในช่วงประชุมเอเปก ที่เหมือนเป็นรายงานการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนให้ผู้นำแต่ละประเทศรับทราบว่า วันที่ 18 พ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ใช้กำลังสลายการชุมนุมเกินกว่าเหตุ จนมีผู้ถูกจับกุม 25 คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเฉพาะนายพายุ บุญโสภณ ต้องตาขวาบอดสนิท ถือเป็นความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ที่ยิงไปยังอวัยวะสำคัญ จึงขอให้นำข้อมูลเหล่านี้ส่งต่อไปยังผู้นำประเทศหรือผู้แทนที่มาร่วมประชุมเอเปกในครั้งนี้ได้ทราบว่าระหว่างการประชุมเอเปกนั้น  เวทีคู่ขนานของประชาชนเกิดอะไรขึ้นบ้าง สิ่งที่ผู้เข้ามาร่วมประชุมพบเห็นล้วนสวยงาม แต่สิ่งที่รัฐไทยปกปิดด้วยตู้คอนเทนเนอร์ล้วนเป็นคราบน้ำตาและความสูญเสีย

จากนั้น เวลา 13.58 น. ขบวนเดินทางถึงสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย  โดยมีนายต๋วน เจ้าหน้าที่สถานทูต เป็นตัวแทนรับหนังสือ, เวลา 14.12 น. เดินทางถึงสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาก่อนยื่นหนังสือให้กับเจ้าหน้าที่สถานทูต  จากนั้น เวลา 14.34 น. ยื่นหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นผู้รับ, เวลา 14.45 น. ยื่นหนังสือกับตัวแทนของสถานเอกอัครราชทูตเม็กซิโก

ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) มวลชนกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ประมาณ 30 คน นำโดยนายอานนท์ กลิ่นแก้ว แกนนำ ศปปส. เดินทางเข้ายื่นหนังสือผ่านฝ่ายเกี่ยวข้องส่งไปถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เพื่อขอให้สั่งปลดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เนื่องจากเข้าข่ายละเว้นหน้าที่ เปิดพื้นที่ลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการ กทม. ปล่อยให้มีม็อบ ป่วนในช่วงการประชุมเอเปกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนเกิดความวุ่นวายประกอบกับแกนนำม็อบ เกือบทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 และติดป้ายจาบจ้วงสถาบันเรียกร้องยกเลิกมาตรา 112 ที่บริเวณแยกอโศก

 “ที่ผ่านมาผู้ว่าฯ กทม.มีผลงานอะไรบ้าง นอกจากเต้นแล้วก็ไลฟ์สด เลียนแบบลอกแบบงานของคนอื่น ที่สัญญาอะไรไว้กับประชาชนก็เรื่องของเขา แต่ล่าสุดการประชุมเอเปก นายชัชชาติเป็นพ่อเมืองหลวงของประเทศไทย ไม่ควรให้มีความวุ่นวายเกิดขึ้นในบ้านเมือง การประชุมเอเปกเป็นระดับโลก ผู้นำ 20 ประเทศมาประชุมบ้านเรา ทำไมเราไม่เป็นเจ้าของบ้านที่ดี ปล่อยให้ม็อบมาจัด แล้วสุดท้ายออกนอกพื้นที่ชุมนุม และนายชัชชาติหาย เราเลยมายื่นตรวจสอบว่าทำถูกต้องหรือไม่ จะผิดตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้มั้ย” นายอานนท์กล่าว

นายนพดล พรหมภาสิต ประธานศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิดบูลลี่ทางสังคมออนไลน์ (ศชอ.) กล่าวว่า นับตั้งแต่นายชัชชาติเข้ามาเป็นผู้ว่าฯกทม. ความเจริญของ กทม.ได้หยุดลง ความสกปรก ไร้ระเบียบกลับมา นายชัชชาติเน้นความสำราญ ไม่ได้เน้นการบริหารราชการแผ่นดิน และขอปรามาส พล.อ.อนุพงษ์ ไม่กล้าปลดนายชัชชาติ เพราะ พล.อ.อนุพงษ์เป็นคนนิ่งเงียบเฉย ไม่รู้ร้อนรู้หนาว รัฐบาลใกล้ครบวาระ เขาคงไม่เปลืองตัว เพียงแต่เรามาสะท้อนให้สังคมไทยเห็นว่าพวกเราไม่เห็นด้วยกับนายชัชชาติ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ผบ.ตร.' ไม่กล้าหัก 'บิ๊กโจ๊ก' แต่ให้จเรตำรวจสอบข้อร้องเรียน ตม.

ผบ.ตร.เผยตำรวจ ตม.ร้องเรียนไม่ได้รับความเป็นธรรมคดีออกวีซ่าให้จีนสีเทา เป็นอำนาจของ รอง ผบ.ตร.ที่ได้รับมอบหมายด้านงานสืบสวนสอบสวน แต่ก็ให้จเรตรวจสอบข้อร้องเรียน