“จิรายุ” ร่ายยาวบอก “แพทองธาร” ไปเยือนจีนประสบความสำเร็จทุกมิติ ได้พบผู้นำสูงสุดแดนมังกรทุกระดับ สื่อจีน-ไทยตีข่าวไปทั่วโลก “เทพไท” เหน็บได้แค่ภาพ ขนาดซินหัวยังลงแค่รูปจับมือสี จิ้นผิง
เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นภารกิจการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งสื่อมวลชนของจีนและไทยต่างจับตาการเดินทางเยือนครั้งแรกในครั้งนี้ โดยสื่อมวลชนจีนชื่นชมนายกฯ ไทย และเห็นว่าการเดินทางเข้าร่วมประชุมกับผู้นำระดับสูงของจีนและรัฐบาลกลางจะทำให้การค้าขายเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศคึกคักมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ซึ่งไทยประสบความสำเร็จอย่างมากในทุกมิติ ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ การแก้ปัญหาต่างๆ ระหว่างกัน และการลงนามในข้อตกลง 14 ฉบับ
นายจิรายุยังยกเหตุผลต่างๆ สนับสนุน ประกอบด้วย 1.ให้เกียรติผู้นำไทย คนไทย และประเทศไทย โดยการเจริญสัมพันธไมตรีครบรอบ 50 ปี และร่วมกันวางแผนสำหรับอนาคตเพื่อก้าวสู่อีก 50 ปีของความสัมพันธ์ไทย-จีน 2.ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ให้เกียรติประเทศไทย โดยพบกับผู้นำสูงสุดของประเทศทั้ง 3 ท่าน โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ขอบคุณในนโยบายตัดวงจรอาชญากรรมทางไซเบอร์ของรัฐบาลไทย
นายจิรายุกล่าวว่า นายกฯ ได้พบหารือกับนายจ้าว เล่อจี้ ประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน ซึ่งกล่าวว่าไทย-จีนเป็นหุ้นส่วนที่มีอนาคตร่วมกัน ทั้งสองประเทศมีความเป็นมิตรภาพที่ลึกซึ้ง สมคำกล่าวที่ว่าไทย-จีนมิใช่อื่นไกล พี่น้องกัน ส่วนการหารือกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน น.ส.แพทองธารได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์กับผู้นำจีนถึงการเผชิญหน้าความท้าทายและการขยายความร่วมมือในอนาคต โดยมุ่งมองไปข้างหน้าที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และประชาชนมีกินมีใช้ ประชาชนมีความปลอดภัย และประชาชนมีความพร้อมต่ออนาคต และความเข้าใจอันดีต่อกัน
นายจิรายุกล่าวต่อว่า 3.ไทยเนื้อหอม นักลงทุนจีนชื่นมื่นพร้อมลงทุนในไทยเพิ่มแน่นอน จากนั้นนายกฯ ยังได้หารือกับผู้บริหารระดับจากภาคเอกชนชั้นนำของจีน ได้แก่ บริษัท Hisense และ Xiaomi เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเชิญชวนมาลงทุนที่ประเทศไทย รวมทั้งการพูดคุยกับหอการค้าไทยในจีน เพื่อส่งเสริมประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยในด้วย 4.ลงนามเอ็มโอยูไทย-จีน ปลดพันธนาการทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม ข้อมูลข่าวสาร การค้าขายระหว่างกัน นับจากนี้ สินค้าไทยจีนค้าขายสะดวกมากขึ้นทุกมิติ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ฤดูหนาว ครั้งที่ 9 ซึ่งมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธาน พร้อมผู้นำจากอีกหลายประเทศ และยังได้เดินทางไปให้กำลังใจทัพนักกีฬาไทยที่เข้าร่วมในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ฤดูหนาวครั้งนี้ด้วย
“การเยือนจีนครั้งนี้ประสบความสำเร็จ และยังสร้างกระแสชื่นชมนายกฯ ในโลกออนไลน์จีนด้วย เพราะท่านนายกฯ มีการเตรียมตัว ทำการบ้านข้อมูล ประเด็นต่างๆ เพื่อมาเจรจาผู้นำและภาคเอกชนจีน การส่งออกสินค้าเกษตรไทย ความคืบหน้ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน รวมทั้งการปราบปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งผู้นำจีนเอ่ยปากชมไทยกดดันกิจกรรมผิดกฎหมาย ด้วยการตัดไฟ อินเทอร์เน็ต งดส่งน้ำมัน นายกฯ ยังยืนยันดูแลความปลอดภัยของประชาชนไทยและนักท่องเที่ยวชาวจีน และไทยพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนที่จะเดินทางมาเที่ยวไทย โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์นี้ด้วย” นายจิรายุกล่าว
ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อเรื่อง “อุ๊งอิ๊งเยือนจีนได้ภาพมากกว่าผล” ระบุว่า การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ไม่มีประเด็นข่าวที่สื่อมวลชนในต่างประเทศเสนอ และให้ความสำคัญเลย แม้แต่สำนักข่าวซินหัวของจีนก็ลงข่าวแค่ภาพที่ น.ส.แพทองธารจับมือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เท่านั้น ไม่มีเนื้อข่าวประกอบหรือคำอธิบายเพิ่มเติมเลย ส่วนการเสนอข่าวของสื่อไทย ก็เป็นการเสนอข่าวการสัมภาษณ์ของรัฐมนตรีที่ติดตามคณะของ น.ส.แพทองธาร ทุกคนจะเน้นในประเด็นที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ชื่นชม น.ส.แพทองธารและรัฐบาลไทย ที่ได้ตัดกระแสไฟฟ้าชายแดนพม่า 5 จุด เพื่อสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ น.ส.แพทองธารเองก็รู้สึกปลื้มกับคำชมนี้มากด้วยเช่นกัน จึงไม่แปลกใจว่าทำไมรัฐบาลจึงเร่งการตัดไฟชายแดนพม่าอย่างเร่งด่วนให้ได้ก่อนเดินทางไปเยือนจีน
“ข่าวที่เสนอกันในสื่อโซเชียลมากที่สุด ไม่ใช่ประเด็นวาระงานการเยือนประเทศจีน แต่เป็นเรื่องการแต่งตัวของ น.ส.แพทองธาร ที่ถูกวิจารณ์เรื่อง หมวก เสื้อผ้า และกางเกง รวมไปถึงรองเท้าที่สวมใส่ ว่าเหมาะสมกับภาวะผู้นำประเทศหรือไม่ สรุปได้ว่าการเดินทางไปเยือนจีนของ น.ส.แพทองธารในครั้งนี้ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญได้เพียงแค่การสร้างภาพการเดินทางไปเยือน แต่ผลสัมฤทธิ์ของเนื้องานกลับไม่มีเลย นับว่าเป็นการเสียโอกาสของประเทศชาติอีกครั้งหนึ่ง” นายเทพไทระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งศูนย์ส่วนหน้าดับไฟเหนือ สภารุมสวดรบ.แก้ฝุ่นเหลว
นายกฯ ให้อำนาจผู้ว่าฯ ประกาศภัยพิบัติหรือไม่ หลังค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งหนัก
เคาะค่าไฟ3.95บาท คัดเข้มขึ้นบัตรคนจน
กกพ.เคาะค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค.69 อยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้นน้อยสุด 7 สตางค์
ถอด‘พิพัฒน์’ส่ง‘เอกนิติ’คุมแทน
นายกฯ จ่อตั้ง “เอกนิติ” คุม "ศบก.-พลังงาน" แทน “พิพัฒน์” อ้างเปลี่ยนตัวตามเสียงเรียกร้อง ปชช. ไม่เกี่ยวมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ขู่ไร้ผลงานปรับออก ‘อนุทิน’บี้ครม.ใหม่ลุยทันที พรรคส้มสู้ยิบตาคดี44สส.
"อนุทิน” ดินเนอร์ “เนวิน” ร้านประจำ หลังโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่
สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ปิดป่าแก้วิกฤตฝุ่นเหนือ
นายกฯ ส่ง "สุชาติ-ปลัด มท." ขึ้นเหนือแก้ไฟป่า ลั่นต้องเฉียบขาด อย่าจับปูใส่กระด้ง
เร่งชง‘ไทยช่วยไทยพลัส’อุ้มปชช.
ศบก.ยกระดับวิกฤตน้ำมันเข้าสู่ระยะที่ 2.2 การจัดหามีความยากขึ้น


