‘อิ๊งค์’วอนปชช. อดทนอีกหน่อย เดี๋ยวทุกคนรวย

“แพทองธาร” ขออย่าเพิ่งท้อจีดีพีรั้งท้ายอาเซียน ฟุ้งเป็นนายกฯ ดูแลทั่วประเทศ  รับท้อบ้างแต่ไม่นาน ยันอยู่ครบเทอมเพื่อสร้างความมั่นใจให้ต่างชาติ “โพล” ประจานคนส่วนใหญ่ถึง 68% บอกชีวิตแย่ลง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มี.ค.2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกรายการโทรทัศน์เทปสอง ในรายการโอกาสไทยกับนายกแพทองธาร ตอน EmpoweringThais โดย น.ส.แพทองธารกล่าวตอนหนึ่งว่า อยากพูดเรื่องของเศรษฐกิจ มีตัวเลขออกมาจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งมีหลายฝ่ายรู้สึกกังวลว่าเศรษฐกิจของเราไม่โต และรั้งท้ายในกลุ่มอาเซียน ซึ่งความจริงแล้วเศรษฐกิจภาพใหญ่ไตรมาส 4 ปี 2567 จีดีพีเราขึ้น 3.2%  รวมทั้งหมดทั้งปีจีดีพีขึ้นอยู่ที่ 2.5% แค่ไตรมาส 4 อย่างเดียวขึ้นพอสมควร เกิดจากนโยบายฟรีวีซ่า การลงทุนของภาครัฐ และการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แต่มีคำถามว่าทำไมประเทศของเราจีดีพีขึ้นน้อย รั้งท้ายอาเซียน เพราะความจริงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เราไม่ค่อยมีการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมใหม่ๆ   การเตรียมตัวเรายังไม่ทัน หากเราไม่ทำให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้า ตามคนอื่นไม่ทัน ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชนต้องดันจีดีพีประเทศไทยขึ้นด้วยกัน  ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนดัน ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย

นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลชุดนี้เข้ามาทำงานนั่งเป็นนายกฯ ประมาณ 5 เดือนกว่าเกือบ 6 เดือน เราดูเรื่องงบประมาณค่อนข้างมีจำกัดมาก  งบส่วนใหญ่ที่รัฐได้มาจะถูกนำไปใช้จ่ายเรื่องงบประจำ พยายามรัดเข็มขัดให้ดี ไม่อยากให้มีการจ่ายเพิ่มงบประจำ ขออย่าเสียกำลังใจในเรื่องจีดีพี จีดีพีเราโต 2.5% แปลว่าเราโตขึ้นจากปีที่แล้ว 2% ขยับขึ้น และคิดว่าภายใต้การนำของรัฐบาลแบบนี้ พร้อมกับเอกชนที่ให้ความร่วมมือกัน จีดีพีมีโอกาสโตขึ้นสูงมากๆ อย่าเพิ่งท้อใจ นี่เพิ่งต้นปี เราต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย

 “ดิฉันเดินทางไปต่างประเทศ เข้าร่วมประชุม World Economic Forum ปี 2025 หรือ WEF  2025 เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส เมื่อเดือน ม.ค. ได้ให้ความมั่นใจว่าเราจะทำเรื่องนี้เต็มที่ ดันเรื่องการลงทุน ดิฉันต้องอยู่ครบเทอม เพื่อผลักดันการลงทุน เพื่อบอกให้เขามั่นใจว่าเราไม่ได้จู่ๆ จะเปลี่ยนอีกนะ เอะอะยุบสภากันนะ เกมการเมืองเป็นเรื่องหนึ่ง แต่คนที่ได้ผลกระทบคือประชาชนและประเทศชาติ อันนี้เป็นสิ่งที่เมื่อเป็นนายกฯ ต้องตระหนักเรื่องนี้หนักแน่นเข้าไว้ ในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเราหนึ่งคนเล่นเกมการเมืองทุกอย่างที่คุยไว้ ไม่มีใครเขาเชื่อแล้ว จบการลงทุนทุกอย่างจะผลักดันได้ยาก” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า ได้มีโอกาสไปลงพื้นที่ตรวจราชการที่ภาคใต้ ชาวบ้านบอกว่าสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ เคยให้งบประมาณ 700 ล้านบาท เพื่อสร้างสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ที่ จ.พัทลุง ลูกมาแล้ววันนี้ให้งบอีกแน่นอน (หัวเราะ) ชาวบ้านน่ารักมาก  กดดันกันเลย ความจริงแล้วทุกจังหวัดทุกที่รัฐบาลต้องดูแลอยู่แล้ว เป็นนายกฯ ไม่เลือกว่าจังหวัดไหนคุณพ่อเคยทำหรือไม่ ไม่เกี่ยวกัน ทุกที่ทุกจังหวัดคือประเทศไทย ฉะนั้นนายกฯ ต้องดูแลประเทศไทยให้ดีที่สุด อันนี้คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นไม่มีข้อต่อรอง ขอบอกพี่น้องทุกจังหวัดเต็มที่

 “เพิ่งเริ่มต้นรัฐบาลผลักดันต่อแน่นอน เพื่อให้จีดีพีประเทศเพิ่มมากขึ้น จีดีพีเพิ่มขึ้นแปลว่าเงินในกระเป๋าของประชาชนเพิ่มขึ้น คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตัวเลขเหล่านี้เพื่อให้ประเทศอื่นๆ จะได้ดูด้วยว่าประเทศไทยมีคุณภาพ มีศักยภาพขึ้นแล้ว จีดีพีช่วงนี้ที่ไม่ได้ขึ้นมานานก็ขึ้น กำลังค่อยๆ ไปต่อ  ดิฉันเองอยากทำให้ขึ้นแบบก้าวกระโดด ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้มีจีดีพีที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ความจริงคิดว่าเป็นไปได้ รัฐบาลอยากให้พี่น้องทุกคนด้วยรวยๆ จะได้จับจ่ายใช้สอยให้เกิดประโยชน์กับประเทศ วินวินแน่นอนค่ะ ก็ขอกำลังใจเยอะๆ บางทีก็มีท้อบ้าง แต่ว่าไม่ท้อนานแน่นอน สู้ค่ะ ประเทศยังต้องการพัฒนา การผลักดันอีกเยอะ คนยังต้องการการสนับสนุนอีกเยอะ ดิฉันเองวันนี้ที่มีโอกาสเป็นนายกฯ ทำหน้าที่เต็มที่ที่สุด เพราะฉะนั้นปีแห่งโอกาส ทุกคนต้องมีความหวังและต้องได้รับโอกาสแน่นอน” นายกฯ กล่าว

ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ตอนหนึ่งว่า  ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจซบเซาระบาด ชาวนาอยุธยาและอีกหลายจังหวัดใกล้เคียงกำลังก่อตัวไม่พอใจอย่างเงียบๆ และพร้อมขยับชุมนุมให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาข้าวและมันสำปะหลังตกต่ำเป็นประวัติการณ์ของประเทศ ดังนั้น ปัญหาหลากหลายย่อมไหลหลั่งไปสู่ถนนที่มุ่งไปทำเนียบรัฐบาล

วันเดียวกัน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจเรื่อง ชีวิตคนไทยดีขึ้น เหมือนเดิม หรือแย่ลง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,329 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงชีวิตความเป็นอยู่โดยภาพรวมของคนไทย พบว่า ส่วนใหญ่หรือ 67.6% ระบุว่าชีวิตความเป็นอยู่โดยภาพรวมแย่ กล่าวคือ แย่เหมือนเดิม 32.2% และแย่ลง 35.4% ในขณะที่ 12.5% ระบุว่าดีเหมือนเดิม และ 19.9% ระบุว่าดีขึ้น

ทั้งนี้ จากการพิจารณาเหตุผลที่ระบุว่า ดีขึ้นและดีเหมือนเดิม ให้เหตุผลว่า เพราะมีรายได้เพิ่มขึ้น ค่าครองชีพดีขึ้น รายได้พอๆ กับรายจ่าย เข้าถึงบริการที่ดี สวัสดิการดีขึ้น บริการสาธารณะดีขึ้น ได้โอกาสทำงานที่ดี มีการศึกษาดีขึ้น รู้สึกมั่นคงในการเงิน และปลอดภัยในสังคมมากขึ้น และอื่นๆ เช่น มีเทคโนโลยีที่ดีกว่าแต่ก่อน เดินทางสะดวก รายได้รายจ่ายพอๆ กัน เป็นต้น ส่วนเหตุผลที่ระบุว่าแย่เหมือนเดิมและแย่ลง ให้เหตุผลว่า ไม่มีอะไรใหม่ ไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น มีแต่ทรงกับทรุด ราคาสินค้า ค่าครองชีพสูงขึ้น หนี้สิน ภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น โอกาสทำงานดีๆ เงินดี ลดลง คุณภาพชีวิตแย่ ปัญหามลพิษ ปัญหาฝุ่น รถควันดำ อุบัติเหตุ ปัญหาสังคมแย่เหมือนเดิม แย่ลง หวาดกลัวมากขึ้น และอื่นๆ เช่น บริการสาธารณสุข บริการของรัฐ แย่เหมือนเดิม ยังไม่ตอบโจทย์ เป็นต้น

นอกจากนี้ จากการสัมภาษณ์เจาะลึกเพิ่มเติมพบข้อสังเกตและแนวโน้มว่า กลุ่มที่เห็นว่าชีวิตดีขึ้นส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจเทคโนโลยี ในขณะที่กลุ่มที่เห็นว่าชีวิตแย่ลงมีแนวโน้มมาจากภาคเกษตรกรรมและแรงงานรายวัน

 “ข้อเสนอแนะคือ ควรมีมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพที่เข้าถึงได้จริง ควรสนับสนุนโครงการสร้างงานและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และควรพัฒนาระบบสวัสดิการให้ครอบคลุมกลุ่มเปราะบางมากขึ้น กล่าวโดยสรุป ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยมีการเปลี่ยนแปลงหลากหลาย ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม และนโยบายของภาครัฐที่มีผลต่อประชาชนกลุ่มต่างๆ”.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ระดมตร.1.2แสน คุมหน่วยเลือกตั้ง

สตช.ระดม ตร. 1.2 แสนนายดูแลความปลอดภัย แจ้งนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาตรการรักษาความปลอดภัยในการเลือกตั้ง งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ฝ่าฝืนคุก 6 เดือน

‘เท้ง’ชิ่งเรือบินเทา ไม่ตอบสื่อปม‘สุริยะ-เบนสมิธ’/‘อนุทิน’โต้ภาพAIเก่าแต่ดูแก่

“อนุทิน” โต้ภาพเอไอ หลังถูกเพจดังแฉนั่งกินข้าวคู่ “เบน สมิธ” ชี้ภาพเก่าทำไมดูแก่ สาธุ หลังผลโพลให้ ภท.ได้ สส.เกิน 180 ที่นั่ง ขอรอชัดเจนก่อนฟอร์มรัฐบาล ย้ำเงื่อนไขจับขั้ว ไม่แก้หมวด

กกต.จับคนซื้อเสียง

กกต.คุมเข้มโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ระดมตำรวจ-อส.ตั้งด่านทั่วประเทศ เตรียมขยายผลซื้อเสียงเชียงราย-สุราษฎร์ธานี เจอโพยพร้อมเงิน 6 หมื่น

สรุปคำสั่งศาล สอย49ผู้สมัคร

กกต.เปิดคำสั่งศาล สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.เขต 18 คน กล้าธรรมโดนไป 6 และบัญชีรายชื่อ 31 ราย ขอ ปชช.ตรวจสอบรายชื่อ-เตรียมหลักฐานแสดงตนก่อนไปใช้สิทธิ เน้นย้ำ

ศาลสั่งถอนชื่อ22ปาร์ตี้ลิสต์

“ประธาน กกต." โต้ข้อกล่าวหาสองมาตรฐาน เดินหน้าตรวจทุกเส้นเงิน "พีระพันธุ์" ฟาดเข้าข่ายผิดปกติ “แสวง” ป้อง กปน.ไม่ควรถูกกล่าวหาด้วย