อเมริกาโจมตีก่อน! ถล่มเวเนซุเอลา ‘ทรัมป์’ โวจับ ‘มาดูโร’ พร้อมภรรยาออกนอกปท.

ภาพเปลวไฟที่ฐานทัพฟูเอร์เต ติอูนา ซึ่งเป็นฐานทัพที่ใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา หลังเกิดระเบิดหลายครั้งในกรุงการากัส เมื่อวันที่ 3 มกราคม (Photo by Luis JAIMES / AFP)

สหรัฐอเมริกาเปิดปฏิบัติการโจมตี "เวเนซุเอลา" เกิดระเบิดกลางกรุงการากัสช่วงเช้ามืดวันเสาร์ รัฐบาลเวเนฯ ประณามสหรัฐฯ รุกรานทางทหารอย่างร้ายแรงที่สุด พร้อมประกาศภาวะฉุกเฉิน "ปธน.ทรัมป์" โว กองกำลังมะกันจับกุม "ปธน.มาดูโร" พร้อมภรรยาและนำตัวออกนอกประเทศไปแล้ว ขณะที่รอง ปธน.เวเนฯ เรียกร้องให้แสดงหลักฐานว่ามาดูโรถูกจับกุมตัวและยังมีชีวิตอยู่  

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า เกิดการระเบิดในกรุงการากัสเมื่อช่วงเช้ามืด โดยทางการเวเนซุเอลาระบุว่าเป็นฝีมือของสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางการกดดันนานหลายเดือนโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สื่อของสหรัฐฯ รวมถึง Fox News และ CBS News รายงานตรงกันในกรณีที่กองทัพสหรัฐฯ ทำการโจมตีทางทหารในประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งอย่างรุนแรงที่ชาวเวเนซุเอลาหวาดกลัวมาหลายสัปดาห์แล้ว

นักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เสียงระเบิดพร้อมกับเสียงเครื่องบินบินอยู่เหนือเมือง ได้ยินเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์

นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงระเบิดในลากัวอิรา ทางเหนือของเมืองหลวง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามบินและท่าเรือของกรุงการากัส

รัฐบาลของประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ผู้นำฝ่ายซ้าย  ออกแถลงการณ์ว่า "เวเนซุเอลา ปฏิเสธ, ประณาม และประกาศต่อประชาคมระหว่างประเทศ ถึงการรุกรานทางทหารที่ร้ายแรงอย่างยิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันของสหรัฐอเมริกาได้กระทำต่อดินแดนและประชาชนเวเนซุเอลา"

ผู้นำเวเนซุเอลาได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทันทีจากเหตุการณ์ดังกล่าว

โดยประธานาธิบดีของโคลอมเบียซึ่งเป็นประเทศข้างเคียง ได้เรียกร้องให้มีการประชุมฉุกเฉินของสหประชาชาติเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้

"เป็นการแจ้งเตือนไปทั่วโลกว่าพวกเขาได้โจมตีเวเนซุเอลาแล้ว" กุสตาโว เปโตร ผู้นำฝ่ายซ้าย เขียนลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X

ความสับสนวุ่นวายเกิดขึ้นในกรุงการากัสเมื่อการโจมตีเริ่มต้นขึ้น ผู้คนต่างรีบวิ่งออกไปที่หน้าต่างและระเบียงบ้านในช่วงกลางดึก เพื่อพยายามทำความเข้าใจเหตุการณ์       ไฟฟ้าดับในบางส่วนของเมืองตามคำบอกเล่าของชาวเมือง

ทรัมป์ที่ได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบไปยังทะเลแคริบเบียนในก่อนหน้านี้ เพื่อเปิดปฏิบัติการต่อต้านการลักลอบขนยาเสพติด ได้เคยขู่ว่าจะโจมตีบนแผ่นดินเวเนซุเอลาหลายครั้ง

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เขากล่าวว่าสหรัฐฯ ได้โจมตีและทำลายพื้นที่จอดเรือขนยาเสพติดของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นการโจมตีทางบกครั้งแรกของปฏิบัติการ

มาดูโรไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธการโจมตีดังกล่าว แต่กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลวอชิงตัน

รัฐบาลทรัมป์กล่าวหามาดูโรว่าเป็นหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติด แต่ผู้นำฝ่ายซ้ายผู้นี้ปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าเหล่านั้น และโต้ว่ารัฐบาลวอชิงตันพยายามโค่นล้มเขา เพราะเวเนซุเอลามีแหล่งน้ำมันสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในความพยายามที่จะบีบให้มาดูโรออกจากตำแหน่ง สหรัฐฯ ได้ปิดน่านฟ้าของเวเนซุเอลาอย่างไม่เป็นทางการ บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม และสั่งยึดเรือบรรทุกน้ำมันจากเวเนซุเอลา

นอกจากนี้ กองกำลังสหรัฐฯ ยังได้โจมตีเรือหลายลำในทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกตั้งแต่เดือนกันยายน โดยมีเป้าหมายที่รัฐบาลวอชิงตันกล่าวว่าเป็นผู้ลักลอบค้ายาเสพติด

การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 107 ราย ตามรายงานของกองทัพสหรัฐฯ

ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวยอมรับปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลาและเปิดเผยว่า กองกำลังสหรัฐฯ จับกุมนิโกลัส มาดูโร ได้แล้ว

"สหรัฐอเมริกาได้ปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่อเวเนซุเอลา และประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ซึ่งถูกจับกุมและนำตัวออกนอกประเทศไปแล้วพร้อมกับภรรยา" ทรัมป์กล่าวผ่าน Truth Social ประมาณสองชั่วโมงหลังจากเกิดระเบิดขึ้นในกรุงการากัส

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเวเนซุเอลายังไม่มีการยืนยันชะตากรรมของมาดูโร ผู้นำฝ่ายซ้ายที่อยู่ในอำนาจมาตั้งแต่ปี 2013

ขณะที่รองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ ของเวเนซุเอลา เรียกร้องให้สหรัฐฯ แสดงหลักฐานยืนยันว่านิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ที่ถูกกองกำลังสหรัฐฯ จับกุมตัวไปยังมีชีวิตอยู่

ทั้งนี้ มีรายงานว่าป้อมปราการติอูนา ซึ่งเป็นฐานทัพที่ใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา ตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงการากัส  และฐานทัพอากาศคาร์โลตาทางตอนเหนือ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของการโจมตี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง