ภท.จัดคิวอนุทินหาเสียงกทม.

"กกต." สรุป 15 วัน ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักร 1,264,103  คน “เอกนัฏ” นำทีมลงพื้นที่ กทม. โว ภท.กระแสตอบรับดี ปชช.เรียกร้อง "อนุทิน” สานต่อคนละครึ่งพลัส-สร้างรั้วชายแดน แย้มมีเซอร์ไพรส์หัวหน้าพรรคช่วยหาเสียงจัดคิว “สีหศักดิ์-ศุภจี” ร่วมขบวน "จุลพันธ์" ยกทีม พท.หาเสียงมีนบุรี ย้ำดันรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ใช้เอไอแก้จราจร   "เท้ง" บุกคำชะโนด อุดรฯ กราบ "พ่อปู่ศรีสุทโธ" ชูนโยบายจัดสรรโควตาสลากเป็นธรรม แย้มเลขเด็ด 46 หวังชนะถล่มทลาย “อภิสิทธิ์” ปลื้มแฟนคลับจะกลับมาเลือกอีก พร้อมลุยปราบทุนสีเทา  ตั้งเป้าเข้าบริหารประเทศไม่เกิน 4 ปีเศรษฐกิจเติบโตขึ้น 

เมื่อวันที่ 4 มกราคม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปยอดจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร รวม 15 วันของการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า   ระหว่างวันที่ 20 ธ.ค.68-3ม.ค.69 รวมจำนวน 1,264,103 คน พบว่า มีผู้ขอลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง 4,837 คน, มีผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจำนวน 1,148,146 คน และมีผู้ขอลงคะแนนออกเสียงนอกราชอาณาจักร 111,120 คน

สำหรับการเปิดให้ประชาชนที่มีกิจธุระจำเป็นไม่สามารถไปออกเสียงเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. หรือประชาชนที่อยู่นอกราชอาณาจักร รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ไปปฏิบัติการในวันเลือกตั้งสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2568-5 ม.ค.2569

ทั้งนี้ ประชาชนที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า แล้วเปลี่ยนใจหรือไม่สะดวกจะไปใช้สิทธิในวันที่ 1 ก.พ.2569 เนื่องจากไม่สามารถออกเสียงประชามติล่วงหน้าได้ สามารถยกเลิกการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ เพื่อจะได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งพร้อมกับการออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 ก.พ.2569

วันเดียวกัน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต สส.บางพลัด บางกอกน้อย และหมวดตรีศุภิกา พัฒน์ธนันภู (หมวดพลอย) ผู้สมัคร สส.เขต 32, นายอรรทิตย์ฌาณ คูหาเรืองรอง (อาร์ท ถึงแก่น) ผู้สมัคร สส.เขต 33 ลงพื้นที่ตลาดวังหลัง หาเสียงกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาเดินจับจ่ายซื้อของ

โดยระหว่างการเดินหาเสียงมีบรรดาแม่ค้าตะโกนบอกว่า อยากได้โครงการคนละครึ่งพลัสกลับมา เพราะทำให้เศรษฐกิจการค้าการขายดีขึ้นมาก ขณะที่แม่ค้าอีกรายบอกว่าอยากให้นายเอกนัฏฝากไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท. ว่ายังติดหนี้พี่น้องประชาชนอยู่จำนวน 2,400 บาท จึงอยากให้กลับมาใช้หนี้ เพราะที่ผ่านมาโครงการคนละครึ่งทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดี ตลาดคึกคักอย่างมาก

นายเอกนัฏเปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่าประชาชนต้องการโครงการคนละครึ่งพลัส และอยากให้นายอนุทินกลับมาดำเนินการโครงการนี้ต่อ เพราะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงวิกฤต ส่วนโอกาสที่หัวหน้าพรรค ภท.จะลงพื้นที่หาเสียงในกรุงเทพฯ จะมีเซอร์ไพรส์อย่างแน่นอน ไม่ใช่แค่นายอนุทิน เพราะประชาชนเรียกร้องนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ด้วย โดยทางพรรคได้มีการพูดคุยกันและจัดคิวในการลงพื้นที่ รัฐมนตรีในช่วงที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี

แคนดิเดตนายกฯ ของกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง มองว่าพรรคไหนน่ากลัว นายเอกนัฏกล่าวว่า ต้องให้เกียรติทุกพรรค ตลาดกรุงเทพฯ เป็นตลาดเปิด และหลายพรรคมีโอกาสที่จะช่วงชิง สส.ได้ ระยะเวลาที่เหลืออีกไม่ถึงเดือน ภท.มั่นใจว่ามีนโยบายที่ดี และมีผู้สมัครที่พร้อมอาสามาทำงานในกรุงเทพฯ ซึ่งเคยประกาศไปแล้วว่าหาก ภท.เข้ามา นอกจากจะได้โครงการคนละครึ่งพลัสและการสร้างรั้วชายแดน ทหารอาสา จะมีมือดีและคนมาทำงานรองนายกฯ ในกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญที่คนกรุงเทพฯ เชื่อถือได้ เพื่อทำงานกู้วิกฤตเศรษฐกิจ

โวคนกรุงตอบรับ ภท.

"พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมี สส.ในกรุงเทพฯ แต่จากประสบการณ์ 15 ปีของผมเห็นว่าครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยได้เสียงตอบรับที่ดีขึ้น เพราะผู้สมัครทุกคนมีความตั้งใจและพยายามปรับตัวทำนโยบายให้ดีขึ้น เพื่อให้ถูกใจคนพื้นที่กรุงเทพฯ และยังมีการเฟ้นหามืออาชีพมาช่วยทำงาน เพื่อให้ทุกคนถูกใจและมีความไว้ใจพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น ในวันนี้จะทำให้เต็มที่" นายเอกนัฏกล่าว

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรค ภท. ผู้รับผิดชอบการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ เปิดเกมหาเสียงอย่างเป็นทางการผ่านการโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ประกาศวิสัยทัศน์ “นโยบายภาคใต้ 3 เสาหลัก” ขออาสาทวงคืนโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ หลังชี้ว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมาโอกาสของคนใต้หายไปมากเกินพอแล้ว

นายพิพัฒน์ย้ำว่า หมายเลข 37 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในบัตรเลือกตั้ง แต่คือ “ความหวัง” และ “โอกาส” ที่จะกำหนดอนาคตของคนใต้ทุกครอบครัว การเลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของภาคใต้ และขอโอกาสจากประชาชนให้เลือกพรรคภูมิใจไทยทั้งคนและทั้งพรรค กาเบอร์ 37 เพื่ออนาคตของลูกหลานคนใต้ทุกคน

ที่มูลนิธิร่มไทร นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้า, นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และนายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่ช่วย น.ส.ขวัญจิรา มีนชัยนันท์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 19 หาเสียง โดยรับฟังปัญหาร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครกู้ภัย ก่อนที่เวลา 10.30 น. นายจุลพันธ์และคณะจะเดินทางมาที่ตลาดจตุจักร 2  (มีนบุรี) เพื่อทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด

โดยนายจุลพันธ์กล่าวว่า วันนี้ น.ส.ขวัญจิรามีโอกาสเข้ามาเป็นผู้สมัคร เป็นคนหนึ่งที่จะเข้ามาช่วยผลักดันนโยบายของพวกเรา หนึ่งในนั้นคือรถไฟฟ้านโยบาย 20 บาทตลอดสาย โดยในช่วง 2 ปีที่ พท.เป็นรัฐบาล เราผลักดันกฎหมายเรียบร้อยแล้ว แต่รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตัดสินใจที่ไม่เดินต่อ เขาพยายามทำเป็น 40 บาทตลอดวัน มีวิธีการทำที่แตกต่างของเรา 20 บาททุกสาย เพราะวันนี้สิ่งที่เราต้องการให้ประชาชนใน กทม. คือค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพที่ถูกลง แต่ยังไม่เพียงพอ เรามีโครงการต่อเนื่อง คือเรื่องของการทำรถเมล์ให้เป็นรถเมล์แอร์ในราคา 10 บาทตลอดสาย

นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า ยังมีนโยบายในเรื่องของการลดค่าครองชีพ ต้องการให้ประชาชนใน กทม. เข้าถึงที่พักอาศัยในราคาถูก คือโครงการบ้านเพื่อคนไทย ที่จะสามารถทำให้ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยภายในราคา 4,000 บาทต่อเดือน ยังมีนโยบายการแก้หนี้ให้กับประชาชน เพื่อลดภาระหนี้สิน ที่เราให้ความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาเสพติด สแกมเมอร์ พท.ทำแล้วไม่ชนะ เราไม่เลิก สิ่งหนึ่งที่เราจะทำคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาแก้ปัญหาให้คน กทม. คือนโยบายเรื่องเอไอ เช่น เรื่องเกี่ยวกับถนนที่เราจะเอาเอไอมาจับเพื่อดูว่ารถคันนี้จะวิ่งไปที่ไหน เราจะทำอย่างไรให้ลดการติดขัดของการจราจร รวมถึงเราจะนำเอไอเข้ามาช่วยในเรื่องของสมาร์ทซิตี  นั่นคือการติดกล้องซีซีทีวี สุดท้ายคือเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ 

ขณะที่ น.ส.ขวัญจิรากล่าวว่า อีกหนึ่งนโยบายดีๆ ของ พท. คือหวยเกษียณ ที่แม้จะซื้อแล้ว จะเป็นการเก็บออมเงินต้นแม้ว่าจะไม่ถูกหวย ยังมีเรื่อง 30 บาทรักษาทุกที่ และ 30 บาทเอไอที่ พท.พร้อมจะผลักดัน

พรรคส้มไหว้ 'พ่อปู่ศรีสุทโธ'

ที่วังนาคินคำชะโนด บ้านวังทอง ต.วังทอง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน, นายคณิศร ขุริรัง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายศักดา เกตุแก้ว ผู้สมัคร สส.อุดรฯ เขต 4 พร้อมคณะ เข้ากราบไหว้สักการะพ่อปู่ศรีสุทโธและย่าศรีปทุมมา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอุดรธานีเคารพนับถือ จากนั้นได้ออกมาพบปะประชาชนและกลุ่มแฟนคลับ โดยผู้ที่ชื่นชอบได้เข้ามาขอถ่ายรูปและให้กำลังใจ จากนั้นเดินไปตรวจเยี่ยมบริเวณแผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่อยู่ด้านหน้า ซึ่งมีประชาชนบางส่วนได้มารุมล้อมเพื่อซื้อเลขเด็ด

หลังจากนั้นนายณัฐพงษ์และคณะได้เดินไปที่แผงขายสลากกินแบ่งรัฐบาลขนาดเล็ก และนายณัฐพงษ์ได้เลือกสลากกินแบ่งรัฐบาลเลขท้าย 20, 02 ตามหมายเลขของผู้สมัครเขต 4 อุดรธานี ก็คือหมายเลข 2 จำนวน 6 ใบ ก่อนที่จะเดินทางขึ้นรถตู้และเตรียมตัวเดินทางต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง เพื่อพบปะกับประชาชนอีก 1 เขตตามรูทที่วางไว้

ผู้สื่อข่าวถามว่า พื้นที่ของคำชะโนดเป็นพื้นที่มีการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นจำนวนมาก หากว่าเป็นรัฐบาลแล้วจะมีการแก้ไขปัญหาเรื่องโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างไร นายนายณัฐพงษ์กล่าวว่า อย่างแรกที่จะต้องแก้ปัญหาคือการแบ่งโควตาให้เป็นธรรม คนขายที่เป็นตัวเล็กตัวน้อยหรือคนพิการ หรือบุคคลอื่น ก็ต้องจัดสรรด้วยความเป็นธรรม ส่วนการขายผ่านระบบต่างๆ ก็อย่าไปคิดแค่ว่าเราจะต้องตัดตัวกลาง เพราะอย่าลืมว่ามันอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพนี้ในภาพรวม ต้องทำให้การแบ่งโควตาเกิดความเป็นธรรม

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า วันนี้ได้เข้าไปกราบไหว้ภายในคำชะโนด ก็ได้กราบไหว้และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหมือนทุกที่ แต่เชื่อว่าในนาม ปชน. สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงคือเสียงของประชาชน หวังว่าประชาชนจะเลือก ปชน.ทั้ง 2 ใบ เมื่อถามถึงเลขเด็ด นายณัฐพงษ์บอกว่า ก็ยังยืนยันว่าเลขเด็ดคือ 46 อยากให้ประชาชนเลือกพรรคเราอย่างถล่มทลาย

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ปชน. พร้อมด้วย นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เข้าพื้นที่ตลาดกลางนครร่มเกล้า ช่วยหาเสียงให้นายชุมพล หลักคำ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 20 (ลาดกระบัง) เบอร์ 7 โดยได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างอบอุ่น ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอยในช่วงเช้า หลายคนสอบถามนโยบายของพรรค ปชน. โดยเฉพาะนโยบายปากท้องและนโยบายสวัสดิการดูแลคนทุกช่วงวัย

ด้านนายพริษฐ์กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ของ ปชน.คือ “รักษาเขตเดิม เพิ่มเติมเขตใหม่” ใน กทม.ครั้งที่แล้วพรรคก้าวไกลได้รับการเลือกตั้ง 32 เขต จากทั้งหมด 33 เขต เขตลาดกระบังเป็นเขตเดียวที่แพ้ไป 4 คะแนน ซึ่งผู้สมัครครั้งก่อนคือนายชุมพล ครั้งนี้จึงตั้งใจมาขอความไว้วางใจจากประชาชนอีกครั้ง ส่วนนโยบาย ถ้า ปชน.เป็นรัฐบาล จะผลักดันร่าง พ.ร.บ.กทม. เพื่อปลดล็อกอำนาจผู้ว่าฯ กทม.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ให้มีเครื่องมือมากขึ้นในการแก้ไขปัญหา ตอบสนองประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ที่ศูนย์ประสานงานนายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.เขต 2 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค, นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค เปิดศูนย์ประสานงานฯ และเปิดตัวผู้สมัคร สส.เขต จ.สงขลา 9 เขต และแถลงนโยบาย โดยมีประชาชนประมาณ 100 คนให้การต้อนรับ นายอภิสิทธิ์กล่าวตอนหนึ่งว่า มีคนทั่วประเทศต้องการช่วยเหลือประชาชนถูกน้ำท่วม แต่ไม่รู้จะติดต่อใคร ประสานใคร การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. วันเลือกตั้ง เรามีความพร้อมเข้าไปทำงานเรื่องภัยพิบัติ เรื่องเศรษฐกิจปากท้องมีความสำคัญมาก เที่ยวนี้หากพรรคประชาธิปัตย์ตั้งเป้าไว้ว่า เมื่อเข้าบริหารประเทศไม่เกิน 4 ปี เศรษฐกิจประเทศจะเติบโตกว่าที่เป็นอยู่

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกฯ และรองหัวหน้าพรรค รวมไปถึงนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่กรุงเทพฯ และนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่สวนพฤกษ์ การเคหะฯ พบปะประชาชนในซอยนวมินทร์ 8 พูดคุยกับประชาชนในเขตบางกะปิ โดยเขตนี้ นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ (อุ้ย) ผู้สมัคร สส.หมายเลข 1 เขต 14 วังทองหลาง บางกะปิ ร่วมลงพื้นที่หาเสียง

ปชป.ปลื้มแฟนคลับรีเทิร์น

นายอภิสิทธิ์เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่วันนี้ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และประชาชนจำนวนมากที่พูดถึงความผูกพันที่มีต่อ ปชป.และกับตนเองในอดีต และพร้อมที่จะกลับมาสนับสนุน ปชป.อีกครั้ง

ในส่วนของสโลแกน “ไทยหายจน ไม่ทนทุนเทา” นั้น นายอภิสิทธิ์ระบุว่า เรื่องของทุนเทาคนที่จะปราบและแก้ไขได้ดีที่สุดคือประชาชน เพราะในวันที่ 8 ก.พ.2569 นี้ เราจะสามารถหยุดกระบวนการของทุนเทาที่จะเข้ามาซื้ออำนาจรัฐ เข้ามาซื้อประเทศไทย เข้ามาซื้อกระบวนการยุติธรรม หรือส่วนต่างๆ ได้ด้วยการเลือกพรรคการเมืองและนักการเมืองที่มีความจริงใจในการต่อสู้กับเรื่องเหล่านี้

 “ถ้าเราสามารถที่จะทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ ก็จะเรียกความเชื่อมั่น ความมั่นใจจากนักลงทุนต่างชาติ และประชาคมโลก ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เราสามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้โตได้เหมือนในอดีตและเข้าสู่ภาวะที่ไทยจะได้หายจน” นายอภิสิทธิ์กล่าว

ส่วนจุดยืนของ ปชป.หลังการเลือกตั้งจะจับมือหรือไม่จับมือกับใครนั้น นายอภิสิทธิ์ระบุว่า  “หากเลือกเรามากที่สุด เราจะเลือกพรรคที่ดีที่สุดมาร่วมกับเรา”

ต่อมาพรรค ปชป.เปิดปฏิบัติการเคาะประตูบ้านย่านประวัติศาสตร์ริมน้ำเจ้าพระยา นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงพื้นที่ช่วย ดร.วิสวัส ทองธีรภาพ (ปาล์ม) ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 32 เบอร์ 14 รณรงค์หาเสียงท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคัก มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติมาขอถ่ายรูปคู่และขอเซลฟีกับหัวหน้าอภิสิทธิ์ พร้อมทั้งอวยพร ขอให้เป็นม้ามืด ได้เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล

นายอภิสิทธิ์ได้นำทีมเดินเคาะประตูบ้านขอคะแนนให้ ปชป.ในพื้นที่เขตบางคอแหลม-ยานนาวา (กทม.เขต 3) ช่วยนายอภิมุข ฉันทวานิช (ออม) หาเสียงท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น ชาวบ้านแห่ต้อนรับพร้อมโชว์ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ และยืนยันว่าให้การสนับสนุน ปชป.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ได้กลับมาเป็น สส.ในพื้นที่นี้อีก   

ในการลงพื้นที่ซอยเจริญกรุง 103 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาสวมกอดพร้อมบอกว่า "คิดถึงและรอการกลับมามานาน" นอกจากนี้ยังมีแฟนคลับ ปชป.ได้นำรูปภาพนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และนายอภิมุข ที่มีลายเซ็นของนายอภิสิทธิ์เมื่อปี 2550 มาให้นายอภิสิทธิ์ดู เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นแฟนคลับ ปชป.มาอย่างยาวนาน โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า มีความผูกพันในพื้นที่ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นทางการเมืองของตน

นายอภิสิทธิ์ยังได้แสดงความกังวลต่อกระแสข่าวการทุจริตซื้อเสียงในการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยเรียกร้องให้ กกต.ทำงานอย่างเข้มงวดและเอาจริงเอาจัง เพื่อกอบกู้ศรัทธาของประชาชนต่อรัฐสภา

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการใช้กระแสชาตินิยมและปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชามาเป็นจุดขายในการหาเสียง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประชาชนพึงพอใจที่กองทัพปฏิบัติการได้ดี และขอบคุณรัฐบาลที่เปิดโอกาสให้กองทัพทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่จากนี้ไปจะเป็นงานของรัฐบาล ที่ยากขึ้นในเรื่องการต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ทุกคนเสียสละกันมานั้นไม่สูญเปล่า ไม่ถอยหลังกลับไปสู่ที่เดิม จึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองเอาใจช่วย และเป็นหนึ่งเดียวในเรื่องนี้ ไม่ควรนำประเด็นความมั่นคงมาสร้างความแตกแยกเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

 เมื่อถามว่า จากการหาเสียงตั้งแต่รับสมัครมองได้หรือไม่ว่าในพื้นที่ กทม.น่าจะปักธงได้เท่าใด นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่อยากประเมิน แต่ดีใจที่การตอบรับชัดเจนและดีขึ้นอบอุ่นขึ้น แต่ต้องทำงานอย่างหนัก

รทสช.ฟุ้งลดน้ำมันเหลือ 25 บาท

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 2 และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า หากพรรคได้โอกาสเป็นรัฐบาลเข้าดูแลกระทรวงพลังงาน จะยกเลิกกองทุนน้ำมัน ใช้ระบบคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ ซึ่งสามารถออกเป็น พ.ร.ก.ได้เลย, ยกเลิกการเก็บ VAT ที่ซ้อนทับกัน, เลิกอิงราคาสมมุติของสิงคโปร์ โดยให้ใช้ต้นทุนหน้าโรงกลั่นที่แท้จริง ซึ่งนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในขณะเป็น รมว.กระทรวงพลังงาน ได้ออกกฎหมายลูกทำให้ทราบต้นทุนการกลั่นที่แท้จริงสำเร็จไปแล้ว ด้วยทั้งหมดนี้ สามารถทำเป้าหมายให้ราคาน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลอยู่ที่ 25 บาทต่อลิตรได้

 ทีมพรรครักชาติ ลงพื้นที่หาเสียงและสำรวจความต้องการประชาชนบริเวณตลาดสดศิริชัย แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ นำโดย ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ พร้อมด้วยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ นายปิ่น แจ้งชะไว ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 28 เบอร์ 9 รวมถึงทีมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อคนรุ่นใหม่ โดยเน้นย้ำจุดยืนการเมืองที่โปร่งใส และการปกป้องอธิปไตยของชาติ

ดร.เจษฎ์ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ว่า  หนึ่งในนโยบายหลักของพรรครักชาติคือ “การปราบตำรวจก่อนเป็นโจร” โดยย้ำว่า พรรคเข้าใจดีว่าตำรวจที่ดีมีจำนวนมาก แต่เราจำเป็นต้องจัดการกับตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต และอิทธิพลมืดอย่างจริงจัง

พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ และแคนดิเดตนายกฯ  พรรคเศรษฐกิจ  เปิดแคมเปญ “กทม.ทุจริตเท่ากับประหาร” ที่วัดไตรมิตร ฝั่งถนนมิตรภาพไทย-จีน กทม. พร้อมด้วย พ.ต.ท.หญิง ดร.แสนสุข อุทยานินทร์ สส.กทม. เขต 1 และ สส.กทม.พรรคเศรษฐกิจ ร่วมกันเดินขบวน ลงพื้นที่ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กทม. และตลาดสำเพ็ง เพื่อพบปะประชาชนไทยเชื้อสายจีน

โดย พล.อ.รังษีให้สัมภาษณ์ถึงนโยบาย กทม.ทุจริตเท่ากับประหาร การทุจริตมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับเศรษฐกิจว่า ก็ถ้าวันนี้มีการทุจริตตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับประเทศชาติและมีการทุจริตไปถึงระดับรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี ประเทศจะไปต่อไม่ได้

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่เขตบางพลัด เพื่อรณรงค์หาเสียงช่วย ดร.บุณณดา สุปิยพันธุ์ เบอร์ 2 สส.เขตที่ 33 เขตบางพลัด-บางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช) บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 79 พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในชุมชนวัดบางพลัด

นายสุชัชวีร์กล่าวว่า พรรคไทยก้าวใหม่มีความจริงจังในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบและเบ็ดเสร็จ ซึ่งเป็นนโยบายที่พรรคผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ พรรคยังมีนโยบายกองทุนประชาชน 20,000 บาท เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ.

            

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง