ทูตอิหร่านรับเสียใจ ‘เสธ.ทร.’ชี้3คนไทยมีชีวิต/กรมเจ้าท่าเผยไร้‘เรือ’ตกค้าง

"ศบก." เผยทูตอิหร่านแสดงความเสียใจเหตุเรือสินค้าไทยโดนโจมตี "สีหศักดิ์" ยันอาเซียนจะร่วมมือกันช่วยเหลือด้านพลังงาน-คุ้มครองชาวอาเซียน เผย 20 ลูกเรือไทยกลับถึงไทยสัปดาห์หน้า ทัพเรือโอมานรับปากช่วยหา 3 คนที่สูญหายเต็มที่ "เสธ.ทร." การันตีทั้งหมดยังมีชีวิต  “อธิบดีกรมเจ้าท่า” ยันไม่มีเรือไทยตกค้างในทะเลอาหรับ มี 2 ลำจดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์  แต่มีลูกเรือคนไทยจอดเทียบท่ายูเออี

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 มี.ค.2569 เวลา 11.30 น. ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) แถลงถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า ความคืบหน้าเรื่องเรือบรรทุกสินค้าไทยที่ประสบเหตุบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ วันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา กต.ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยมาพบ โดยฝ่ายไทยได้ประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทยและลูกเรือไทย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยได้แสดงความเสียใจ และจะรายงานการประท้วงสูงสุดของไทยให้เมืองหลวงทราบต่อไป

นายปาณิดลกล่าวว่า ในส่วนลูกเรือ 20 คนที่กองทัพเรือโอมานช่วยเหลือ กต.ได้รับรายงานว่าบริษัทเจ้าของเรือจะนำลูกเรือเดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมืองเมืองคาซับ โอมาน ไปยังสนามบินมัสกัต เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้กับลูกเรือทั้ง 20 คนแล้ว คาดว่าลูกเรือจะสามารถเดินทางออกจากเมืองคาซับได้โดยเร็ว

"การเดินทางต้องเดินทางผ่านพื้นที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ก่อนกลับเข้ามายังโอมานอีกครั้ง โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จึงได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเจ้าบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านด่านของลูกเรือ จนกว่าลูกเรือจะสามารถเดินทางขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยต่อไป" นายปาณิดลกล่าว

รองโฆษก กต.กล่าวถึงการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ว่า ในส่วนอิหร่านคนไทยที่อพยพออกจากอิหร่านชุดที่ 2 โดยกลุ่มแรก 34 คนเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา และกลุ่มที่ 2 จำนวน 30 คน ได้เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวก ดูแลและให้คำแนะนำ และประสานงานกับสายการบิน รวมทั้งมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับพี่น้องคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้

จากนั้นเวลา 13.00 น. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ ประชุมร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย เพื่อหารือสถานการณ์และผลกระทบต่อภูมิภาค รวมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางในการรับมือ และการเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาว ที่กระทรวงการต่างประเทศ

อาเซียนร่วมรับมือสงคราม

เวลา 14.30 น. นายสีหศักดิ์แถลงผลประชุมว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความน่าเป็นห่วงและมีผลกระทบต่ออาเซียนทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงประชุมกันเพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกัน และหารือว่ามีจุดใดบ้างที่ภูมิภาคอาเซียนจะสามารถร่วมมือกันเพื่อบรรเทาผลกระทบได้ หรืออาเซียนจะรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ   อย่างเข้มแข็งขึ้นได้อย่างไร ซึ่งการโจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลาง แสดงให้เห็นว่าระเบียบโลกซึ่งอยู่ภายใต้กติกา กฎหมายระหว่างประเทศกำลังถูกบั่นทอน

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้การตอบโต้ยังคงรุนแรงและไม่ทราบว่าจะยุติลงอย่างไร ในส่วนของอาเซียนยังคงยืนยันข้อเรียกร้องที่เคยได้ออกแถลงการณ์ไปก่อนหน้านี้แล้ว คือต้องการเห็นการแก้ไขโดยสันติวิธี ขอให้ทุกฝ่ายมุ่งสู่การเจรจาทางการทูต เพราะการสู้รบทำให้เกิดความสูญเสียมากมาย โดยเฉพาะพลเรือน นี่คือท่าทีของอาเซียนต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

ถามว่า การดำเนินการของอาเซียนจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เนื่องจากผลกระทบมีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน ความมั่นคงด้านพลังงาน ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และอาจกระทบไปถึงความมั่นคงด้านอาหารด้วย แต่ละประเทศในอาเซียนก็มีมาตรการภายในประเทศที่แตกต่างกันไป

"ในอาเซียนมีกรอบความมั่นคงด้านปิโตรเลียมอยู่ แม้ว่ามีกลไกในการช่วยเหลือหากมีประเทศใดขาดแคลนน้ำมันในระยะเวลาหนึ่ง ประเทศอื่นในอาเซียนอาจสามารถให้ความช่วยเหลือได้โดยความสมัครใจ แต่กลไกนี้ก็ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้งานอย่างจริงจัง จึงต้องมาหารือกันว่าจะทำอย่างไรให้กลไกนี้มีผลในทางปฏิบัติ แต่ยอมรับว่าไม่ง่าย เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ในอาเซียนไม่ใช่ผู้ผลิตน้ำมัน มีเพียงมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน และเวียดนาม ซึ่งก็เป็นการผลิตเพื่อใช้ในประเทศ มีสัดส่วนการส่งออกไม่มากนัก แต่ก็เป็นเจตนารมณ์ที่ต้องการจะช่วยเหลือกันและกันในยามวิกฤต กรณีที่เกิดความขาดแคลนมากจริงๆ และมีบางประเทศที่พอให้การช่วยเหลือได้บ้าง" นายสีหศักดิ์กล่าว

รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า ยังมีมาตรการระยะยาวเกี่ยวกับระบบสายส่งอาเซียน หรือ ASEAN Power Grid ด้วย ซึ่งมีอยู่ 2 สาย สายที่ 1 คือ ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ ซึ่งเป็นความช่วยเหลือในส่วนของพลังงานสะอาด  ส่วนอีกสายหนึ่งคือ อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ แต่ยังอยู่ในขั้นตอนเพิ่งเริ่มพัฒนา ซึ่งในอาเซียนเองก็จำเป็นต้องร่วมกันพัฒนาในด้านพลังงานทดแทนหรือพลังงานสะอาด และอาจต้องหาทางเจรจากับประเทศซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ว่าจะสามารถสนับสนุนเราอย่างไรได้บ้างต่อไป

"ไม่เพียงด้านพลังงานเท่านั้น เนื่องจากมีประชาชนจากประเทศอาเซียนอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลางรวมหลักล้านคน เราก็จำเป็นที่จะต้องหารือกันเพื่อให้การช่วยเหลือชาวอาเซียนในตะวันออกกลาง ว่าประเทศในอาเซียนจะสามารถช่วยเหลือคนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกันได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากบางประเทศอาจไม่มีสถานทูตในพื้นที่นั้นๆ จึงจำเป็นต้องช่วยกันให้การดูแลคุ้มครองประชาชน อาทิ การที่สิงคโปร์ นำเครื่องบินเหมาลำเข้าไปรับชาวสิงคโปร์ ออกจากประเทศซาอุดีอาระเบีย นอกจากนั้นก็ยังรับชาวอาเซียนประเทศอื่นๆ ออกมาด้วย ก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในอาเซียน" รมว.การต่างประเทศกล่าว

ถามถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง นายสีหศักดิ์ระบุว่า ในประเทศอิหร่าน ไทยได้อพยพผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับออกมาหมดแล้วจำนวน 116 คน โดยกลุ่มสุดท้ายจะมาถึงไทยในวันพรุ่งนี้ (14 มี.ค.) โดยจะมีข้าราชการสถานทูตและครอบครัวเดินทางกลับมาด้วย ส่วนผู้ที่ประสงค์อยู่ต่อ เราก็พร้อมที่จะดูแลช่วยเหลือหากได้รับการร้องขอ นอกจากนี้ยังมีคนไทยในประเทศใกล้เคียงที่ได้รับการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับไทยแล้ว ประกอบด้วย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 231 คน, บาห์เรน 92 คน, กาตาร์ 196 คน, คูเวต 5 คน, โอมาน 37 คน, จอร์แดน 13 คน, อิรัก 18 คน, เลบานอน 1 คน และอิสราเอล 10 คน

20 ลูกเรือถึงไทยสัปดาห์หน้า

"แม้ว่าจะมีแรงงานไทยในอิสราเอลประมาณ 5-6 หมื่นคน แต่ส่วนใหญ่ยังต้องการอยู่ต่อ เนื่องจากอิสราเอลยังสามารถควบคุมสถานการณ์ในประเทศ และสกัดกั้นการโจมตีต่างๆ รวมถึงมีมาตรการดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยและต่างชาติด้วย ส่วนอีก 23 คน ประสงค์เดินทางไปยังประเทศอื่น" นายสีหศักดิ์กล่าว

เมื่อถามถึงการช่วยเหลือลูกเรือไทยมยุรีนารี  รมว.การต่างประเทศกล่าวว่า ขณะนี้ลูกเรือจำนวน 20 คนที่ได้รับการช่วยเหลือก่อนหน้านี้พำนักอยู่ในเมืองคาซับ ประเทศโอมาน ซึ่งในการเดินทางกลับจะต้องเข้ามายังอาบูดาบีก่อน และไปยังมัสกัตเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับไทย ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการขอวีซ่า คาดว่าน่าจะกลับมาถึงไทยภายในสัปดาห์หน้า

"ส่วนลูกเรือที่สูญหายอีก 3 คน ทางการโอมานกำลังพยายามให้ความช่วยเหลือ ซึ่งค่อนข้างมีความเสี่ยงภัยในการค้นหา เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้ความขัดแย้ง ซึ่งสาเหตุที่มีเพียงโอมานที่ให้การช่วยเหลือ เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุอยู่ในน่านน้ำของโอมาน และมีการขอไว้ว่าอย่าเพิ่งให้มีกองกำลังจากชาติอื่นเข้ามาดำเนินการ เพราะมีความอันตราย" รมว.การต่างประเทศระบุ

ขณะที่ นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวถึงเรือไทยที่ตกค้างอยู่ในอ่าวทะเลตะวันออกกลางว่า เรือที่เป็นเรือไทยที่ยกเว้นเรือมยุรีนารีที่เกิดเหตุ ไม่มีเรือไทยที่ชักธงชาติไทยหรือถือสัญชาติไทยอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่มีเรือซึ่งเป็นเรือของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นสัญชาติสิงคโปร์จอดเทียบท่าอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) 2 ลำ เป็นเรือที่มีลูกเรือคนไทย โดยลำแรกมีลูกเรือคนไทย 14 คน และเป็นลูกเรืออินเดีย 8 คน ลำที่ 2 มีลูกเรือคนไทยทั้งหมด 22 คน

"ต้องยืนยันว่าเป็นเรือบริษัทคนไทย แต่จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์ และมีลูกเรือไทยที่ทำงานอยู่ ซึ่งเรือจอดเทียบท่าขนส่งสินค้าอยู่ในยูเออี ซึ่งตอนนี้เรือจอดอยู่ที่ท่าและยังปลอดภัย" อธิบดีกรมเจ้าท่ากล่าว

ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ นายกัน จอมพลัง ได้นำญาติของลูกเรือมยุรีนารีที่ยังออกมาไม่ได้เข้าพบ พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เพื่อติดตามการช่วยเหลือลูกเรือไทยทั้ง 3 คนที่ติดค้างอยู่บนเรือสินค้าดังกล่าว

ด้านกองบัญชาการกองทัพเรือได้มีการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ซึ่งคาดว่าอาจจะมีการหารือในเรื่องการประเมินสถานการณ์การสู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง รวมถึงการช่วยเหลือลูกเรือไทย

พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผบ.ทร. กล่าวว่า ขณะนี้ทางกองทัพเรือโอมานแจ้งว่าจะพยายามช่วยเหลือลูกเรือที่ติดค้างอย่างเต็มที่ แต่ด้วยกระแสน้ำทำให้เรือเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ แต่ได้เฝ้าติดตามว่าเรือเคลื่อนที่ไปทิศทางไหน เพื่อติดตามว่าลูกเรือที่ติดค้างเป็นอยู่อย่างไร แต่โดยปกติลูกเรือพาณิชย์จะได้รับการฝึกฝนด้านความปลอดภัยและการเอาชีวิตรอดในทะเลในระดับหนึ่ง จึงคาดหวังว่าลูกเรือจะสามารถดูแลตัวเองและเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ถามกรณีมีอินฟลูเอนเซอร์เสนอจะนำเจ็ตสกีออกไปช่วยเหลือลูกเรือไทยกลางทะเล พล.ร.อ.ไพโรจน์กล่าวว่า การปฏิบัติการในทะเลลึกไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคลื่นลมในทะเลอาจสูงถึง 2-3 เมตร ซึ่งอาจเกินขีดความสามารถของเจ็ตสกีในการฝ่าคลื่น จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ต้องขอบคุณในความตั้งใจช่วยเหลือของภาคประชาชน

ยัน 3 ลูกเรือมยุรียังมีชีวิต

ผบ.ทร.ชี้แจงกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นฐานปฏิบัติการทางทหารของต่างชาติว่า สนามบินดังกล่าวเป็นสนามบินที่เปิดให้หลายประเทศใช้ในลักษณะมิตรประเทศ เช่น การแวะเติมน้ำมันหรือพักเครื่องบิน และขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร ส่วนฐานทัพเรือพังงา เป็นพื้นที่ที่น้ำไม่ลึก จึงไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ แม้แต่เรือของกองทัพเรือไทยเองยังต้องมีการขุดลอกร่องน้ำก่อนนำเรือเข้าเทียบท่า

ส่วน พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ กล่าวถึงการช่วยเหลือ 3 ลูกเรือที่ติดค้างอยู่ในเรือสินค้าว่า เบื้องต้นยืนยันว่าทั้ง 3 คนยังมีชีวิตอยู่ แต่ความยากลำบากคือสถานการณ์ในทะเลที่ยังมีการยิงอาวุธออกมาเป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถบุกขึ้นไปบนเรือเพื่อนำตัวออกมาได้ในทันที

"การดำเนินงานในขณะนี้ กองทัพเรือได้ส่งนายทหารประสานงานไปยังศูนย์ผสมทางเรือ (CMF) และประสานสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา (บาห์เรน) และกรุงมัสกัต (โอมาน) รวมถึงกองทัพเรือเพื่อนบ้าน เพื่อหาช่องทางเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือ ที่เน้นย้ำความปลอดภัยของคนไทยเป็นอันดับหนึ่ง" เสนาธิการ ทร.ระบุ

พล.ร.ต.กรจักร์ ยศธสาร รองโฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงกรณีเจ้าของเรือมยุรีนารีโยนความผิดให้กองทัพเรือไม่แจ้งเตือนเส้นทางเดินเรือมีความเสี่ยงห้ามผ่าน และไม่มีการแจ้งเตือนเป็นการเฉพาะว่า ในเรื่องของการแจ้งเตือนการเดินเรือ ทางกองทัพเรือได้แจ้งเตือนมาอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.เป็นต้นมา  ซึ่งเป็นการประกาศเป็นลักษณะที่เรียกได้ว่า Broadcast คือหมายความว่าแจ้งเตือนให้เป็นที่ทราบกันโดยทั่ว ไม่ใช่ว่าต้องแจ้งตรงไปที่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง ซึ่งบริษัทเองก็ต้องรับผิดชอบในการที่จะดูแลความปลอดภัยของตัวเอง จะต้องมีการติดตามข้อมูลข่าวสารเรื่องความปลอดภัยที่ใดบ้าง ทั้งนี้ ทางกองทัพเรือขอยืนยันว่า เรามีการแจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลาตามห้วงเวลาที่เหมาะสม  การออกประกาศแจ้งเตือน 4 ฉบับถือว่าถี่พอสมควร

"กองทัพเรือห้ามเดินเรือไม่ได้ อันนี้เป็นพาร์ทเป็นเพียงการแจ้งเตือนให้รับทราบว่ามันมีเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ ซึ่งสมควรจะต้องตัดสินใจให้ระมัดระวังการเดินเรือ จริงๆ แล้วมันมีช่องทางในการแจ้งเตือนเรื่องความปลอดภัยในการเดินเรืออยู่ค่อนข้างเยอะ ส่วนตัวคิดว่าบริษัทเองก็คงจะรู้ว่าพื้นที่ตรงนั้นเขาเรียกว่าประชาคมของชาวเรือพาณิชย์อยู่ด้วย แล้วมีการช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างเรือรบกับเรือพาณิชย์อยู่ตลอดเวลา แต่อาจจะเคยได้ยิน UKMTO ซึ่งก็เป็นประชาคมที่รับทราบถึงสถานการณ์ที่อ่าวเปอร์เซียและทะเลอาระเบีย ซึ่งก็มีการแจ้งเตือนอยู่ตลอด" รองโฆษก ทร.กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL เจ้าของเรือมยุรีนารี ออกแถลงการณ์ระบุว่า บริษัทรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างสูง และเร่งดำเนินการโดยไม่นิ่งนอนใจ เพื่อช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมดอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ชี้แจงถึงการตัดสินใจเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซว่า ก่อนที่เรือจะเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย บริษัทได้ประเมินการเดินเรืออย่างรอบด้าน ได้มีการประเมินว่าเรือสามารถดำเนินการเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ โดยเพิ่มมาตรการป้องกันที่เหมาะสม โดยลูกเรือทราบถึงสถานการณ์ด้านความปลอดภัยในภูมิภาค และในขณะนั้นไม่มีคำเตือนที่ระบุเป็นการเฉพาะว่าไม่ควรเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ราเชนขอลาบวช 1 เดือน พี่ศรี-เรืองไกรขยี้ ‘สุริยะ’

อธิบดีกรมฝนหลวงฯ เตรียมยื่นลาบวช 1 เดือน ขอยุติทุกเรื่องหลังครอบครัวบอบช้ำหนัก “ศรีสุวรรณ-เรืองไกร” พาเหรดยื่น กกต.-ป.ป.ช.ฟัน “สุริยะ” แอ๊ด คาราบาว โผล่เขียนเพลงให้กำลังใจราเชน

2ล้นเกล้าฯเสร็จสิ้น ‘พระราชกรณียกิจ’ เสด็จฯเยือนสวีเดน

“ในหลวง-พระราชินี” ฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน ทรงร่วมพิธีสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้าในพระราชพิธี 80 พรรษาของสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ล ที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน

‘คนละครึ่ง’ค้างเติ่ง เอกนิติชงไม่ทัน5พ.ค./หนูเร่งพ.ร.ก.กู้เงิน/ไทยช่วยไทยคึก

นายกฯ ยันเร่งดัน พ.ร.ก.กู้เงินเข้า ครม.อังคารที่ 5 พ.ค.นี้ ส่วน “เอกนิติ” บอกคนละครึ่งพลัสรอไปก่อน อ้างต้องรอสรุปตัวเลขงบประมาณที่เหลือ “อนุทิน”

คดีแม้วพ่นพิษ!ปปช.ฟันสุภา

กสม.เผยผลตรวจสอบคุกวีไอพี ชี้เป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อเอื้อประโยชน์โดยมิชอบและละเมิดสิทธิมนุษยชน “ทักษิณ” เตรียมเฮได้ปลดกำไลอีเอ็มระหว่างคุมประพฤติ

ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ

“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ

ทัพเรือรับสภาพ เลื่อนกรอบเวลา ช็อป‘เรือฟริเกต’

กองทัพปรับโฉมทีมโฆษก หวังสื่อสารต่อประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็วและโปร่งใส “ทร.” รับต้องเลื่อนจัดหาเรือฟริเกต แต่ไม่กระทบความมั่นคง “ทัพฟ้า” ย้ำแผนเสริมเขี้ยวเล็บเป็นไปตามไทม์ไลน์