กำชับ7ผู้ว่าฯอย่าประมาท วางตู้คอนเทนเนอร์3พื้นที่

"ลุงตู่" ให้กำลังใจ "นายกฯ หนู" แนะแก้ปัญหาชายแดนต้องอดทน "มท.1" กำชับ ผวจ. 7 จังหวัดชายแดนไม่ประมาท เยียวยาบ้านพังต้องเหมาะสม-ทันท่วงที นายกฯ ย้ำฟังข้อมูล สมช. ขออย่าเชื่อกระแสหลังข่าวทหารกัมพูชาเริ่มขยับ ไม่หวั่นเขมรร้องนานาชาติ ลั่นเราต้องปกป้องอธิปไตยของประเทศ "ทภ.1" แจงความคืบหน้า รื้อสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำแผ่นดินไทยออกหมดแล้ว 3 พื้นที่ชายแดนสระแก้ว พร้อมวางตู้คอนเทนเนอร์

ที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) วันที่ 5 มกราคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยมีนางสาวศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัด มท. นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร รองปลัด มท. ผู้ตรวจราชการ อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดมท.และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัด มท.ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 อาคารศาลาว่าการ มท. โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการ ประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) และรับฟังผ่าน DOPA Channel

โดยนายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในทุกพื้นที่ ตลอดจนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนและเสียสละ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน

 “สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้ได้มีการลงนามถ้อยแถลงร่วมทั้งสองฝ่ายหยุดยิงแล้ว ขอให้กรมการปกครองและผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่ประมาทและเตรียมความพร้อมแผนเผชิญเหตุและศูนย์พักพิงอยู่ตลอดเวลา โดยภารกิจหลักของกระทรวงมหาดไทยคือการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชน ในส่วนการเจรจาเป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) พร้อมกันนี้ขอให้เร่งสำรวจและซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้การเยียวยาพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างเหมาะสมและทันท่วงที" รมว.มหาดไทยกล่าว

นายอนุทินกล่าวภายหลังว่า ได้ไปกราบขอพรสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ช่วงเวลาเดียวกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  องคมนตรี เดินทางมาด้วยว่า "พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ชายแดน และได้ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ พร้อมบอกให้อดทน"

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทของทหารในรอบปีที่ผ่านมา คิดว่าจะสามารถลบข้อครหามีทหารไว้ทำไมได้หรือไม่ว่า ถ้าพูดถึงเรื่องทหาร วันนี้พวกเราได้ฉลองปีใหม่กันโดยที่ไม่ต้องมีความกังวลต่ออันตรายใดๆ ของประเทศ ก็ต้องถือว่าเรามีทหารที่ทำหน้าที่ปกป้องดินแดนของเราไว้ และยังรักษาชายแดนตลอดแนวในช่วงข้ามปี นี่คือเหตุผลที่พอพ้นปีใหม่วันที่ 1-2 ม.ค. ตนต้องไปขอบคุณทหารที่เฝ้าตามแนวชายแดน ได้นำคำขอบคุณของพี่น้องประชาชนชาวไทยไปมอบให้พวกเขาทุกคน

อย่าเชื่อข่าวลือต้องฟัง สมช.

เมื่อถามถึงกรณีมีกระแสข่าวในพื้นที่ชายแดนว่าทหารกัมพูชาเริ่มจะขยับ เรามีการพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ขอให้เลิกพูดเรื่องกระแส ขอให้เลิกพูดคำว่ากระแสข่าวเถอะครับ กองทัพ หน่วยงานความมั่นคง หน่วยงานปกครอง สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ เรามีอยู่ เราไปทำตามกระแสคนโน้นคนนี้ นึกสนุกขึ้นมาก็โพสต์อย่างโน้นอย่างนี้ไม่ได้หรอก ต้องอาศัยงานด้านการข่าว งานข้อมูลด้านความมั่นคงของประเทศจากหน่วยงานที่รัฐบาลรับผิดชอบอยู่

เมื่อถามว่า แต่กัมพูชาไม่ยอมรับการปักปันเขตแดนที่มาจากการใช้กำลังทหาร นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เป็นไรครับ ทุกคนต่างคนต่างมีอธิปไตยของตัวเอง ประเทศไทยไม่ยอมให้ใครเข้ามาคุกคามและเข้ามาก้าวล่วงอธิปไตยของเราก็เท่านั้นเอง

เมื่อถามว่า นายกฯ คิดว่าบทบาทของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยังมีเครดิตเรื่องของสันติภาพในภูมิภาคนี้อยู่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า "ที่ผ่านมาผมมีหน้าที่รับผิดชอบอธิปไตยและเกียรติภูมิของประเทศไทย ผมก็ว่าผมได้ทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่"

ถามว่า ในช่วงรัฐบาลรักษาการ การพูดคุยแบบทวิภาคีระหว่างไทยกับกัมพูชาจะสามารถเกิดขึ้นได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ระดับเจ้าหน้าที่มีการแลกเปลี่ยนและหารือกัน แต่ในเรื่องการลงนามร่วมกันในการประชุม JBC ทำไม่ได้ เพราะตอนนี้ประธาน JBC พ้นหน้าที่ตามรัฐบาล เราก็ต้องรอ แต่ในระดับคณะทำงานเขาก็ทำงานกันอยู่

ส่วนกรณีกองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) มีรายงานว่ากัมพูชาเริ่มมีการขยับแล้ว นายกฯ ​กล่าวว่า เขารายงานตามสายงานผู้บังคับบัญชา เดี๋ยวผู้บังคับบัญชาจะต้องรายงานมาที่ สมช. เดี๋ยวตนรอฟัง สมช. ส่วนจะทำให้เกิดการปะทะกันรอบ 3 หรือไม่ เดี๋ยวรอฟัง สมช.ก่อน

ถามอีกว่า แปลว่าก่อนหน้านี้ที่ลงพื้นที่ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรียบร้อยดี และที่น่ายินดีคือทหารมีขวัญกำลังใจดี มีความตั้งใจ มีความมุ่งมั่นเสียสละทุ่มเท เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่กัมพูชาไปร้องนานาชาติเกี่ยวกับเรื่องกำลังทหารไทยที่เข้าไปยึดพื้นที่ นายกฯ กล่าวว่า แต่ละประเทศเขามีสิทธิ์ที่จะไปทำอะไรก็ได้ ประเทศไทยเราก็ปกป้องอธิปไตยของประเทศ ปกป้องศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของประเทศ และไม่ทำอะไรที่ทำให้เกิดการเสียเปรียบหรือเสียประโยชน์ของประเทศ เราใช้กรอบนี้ในการบริหาร เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไม่ใช่เฉพาะประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศในโลกนี้

เมื่อถามอีกว่า เหมือนชาวบ้านในพื้นที่เป็นห่วงทหาร เพราะมีเครื่องบินจากต่างชาติเข้ามา นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนเป็นห่วงทหารหมด อันนี้ต้องขอขอบพระคุณแทนทหารด้วย

ทภ.1 ย้ำปกป้องอธิปไตย

ขณะที่กองทัพภาคที่ 1 ชี้แจงความคืบหน้าการปฏิบัติ ภายหลังการลงนามในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปกัมพูชา-ไทย (GBC) เมื่อ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 1 โดยกองกำลังบูรพาได้ปฏิบัติตามถ้อยแถลงอย่างเคร่งครัด ปัจจุบันได้ดำเนินการในการจัดระเบียบพื้นที่ทั้ง 3 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา, พื้นที่บ้านหนองจาน และหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มีรายละเอียดดังนี้

การสร้างพื้นที่ให้ปลอดภัย โดยกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 และชุดทำลายล้างวัตถุระเบิด กองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 21 บชร.1 (ทลร.พัน.สพ. กระสุน.21) ได้ดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดสร้างพื้นที่ปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อย และอนุญาตให้ประชาชนทั้ง 4 หมู่บ้านสามารถกลับเข้าที่พักอาศัยได้

ทั้งนี้การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่มีการรุกล้ำอธิปไตยไทยเข้ามา ชุดทหารช่างได้ดำเนินการปรับพื้นที่ทั้ง 3 พื้นที่เรียบร้อยแล้ว

การวางตู้คอนเทนเนอร์ริมแนวชายแดน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชนและมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้  ในพื้นที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของบ้านคลองแผงอยู่ระหว่างเตรียมลำเลียงตู้คอนเทนเนอร์เพื่อเข้ามาวางริมแนวชายแดนตามแผน

การทำที่มั่นและเสริมสร้างความแข็งแรงของที่มั่นทั้ง 3 พื้นที่ ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อจัดเตรียมพื้นที่และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน ตลอดจนเพื่อเตรียมส่งมอบพื้นที่ให้ประชาชนนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคตได้

กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันการดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ และการสร้างสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นไปตามการปฏิบัติในถ้อยแถลงร่วม Joint Statement และยืนยันดำเนินการในพื้นที่อธิปไตยของไทย เพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 5 ม.ค. ถือเป็นวันแรกของการกลับมาเปิดเรียนอีกครั้งของโรงเรียนต่างๆ ทั้งในระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ที่อยู่ในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังต้องปิดชั่วคราวมานานร่วม 1 เดือน บรรยากาศที่เปิดเรียนวันแรกของโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่แนวชายแดนหลายแห่งที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พบว่าโรงเรียนหลายแห่งคึกคัก ผู้ปกครองต่างเดินทางพาบุตรหลานมาส่งที่โรงเรียน และนักเรียนทยอยเดินทางมาโรงเรียนตั้งแต่เช้าตรู่ โดยส่วนใหญ่รู้สึกตื่นเต้นดีใจที่ได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง และมีความสุขที่ได้กลับมาเจอเพื่อนและครู ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความตื่นเต้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' หาเสียงแบบออร์แกนิก เดินชิลๆที่ตลาดศรีย่าน ทักทายประชาชน แวะซื้อขนม ผลไม้

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้า​ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทักทาย​ประชาชน​พบปะพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดศรีย่าน กรุงเทพฯ​ โดยนายอนุทินแวะซื้อขนมครก และผลไม้ ก่อนเดินทางเข้าทำเนียบ​รัฐบาล