
“กกต.” ประกาศรายชื่อพรรคการเมืองสมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมเซ็นตั้ง 21 ขุนพล ตรวจสอบนโยบายหาเสียง มอบ "แสวง" เป็นประธาน “นายกฯ หนู” เดินตลาดศรีย่าน อุบให้สัมภาษณ์ ยึดหาเสียงแบบออร์แกนิก “ศุภชัย" เดือด! ภท.โดนปั่นเฟกนิวส์ใส่ชื่อ “อนุทิน” แต่พ่วงเบอร์พรรคประชาชนหวังให้ชาวบ้านกาผิดเบอร์ ยื่นร้อง “กกต.-ปอท.” เอาผิดพรรค ปชน.-ด้อมส้ม “เท้ง” ลุยชลบุรี ประกาศปักธงส้มทั้งจังหวัด เมินอิทธิพลบ้านใหญ่ ไม่หวั่นโดนจี้ถามจุดยืนกับกองทัพ-แก้ รธน. โอ่ดึงคนนอก-ทูตพิศาลช่วยพรรค บอกไม่ปิดกั้นความคิด “ธนาธร” หาเสียงชาวศรีสะเกษ-สุรินทร์ ไม่พูดเรื่องทหารชายแดน “ยศชนัน” ปลื้มแม่ค้าเชียร์แลนด์สไลด์ “ชวน” กรีดยับ "พิพัฒน์” พาดพิงใต้มีนายกฯ 2 คนแต่ไม่พัฒนาพื้นที่ แจงเป็นนายกฯ เลือกปฏิบัติขัด รธน. ปลุกคนใต้สั่งสอนภูมิใจไทย ยกบทเรียนสมัย “ทักษิณ-ไทยรักไทย” คนใต้ไม่เลือกเตือนสติ “อภิสิทธิ์” หาเสียง อ.สิชล กองเชียร์แห่รับแน่น
เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงนามในประกาศรายชื่อพรรคการเมืองที่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และประกาศการแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้ สส.พิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
โดยรายชื่อพรรคการเมืองที่ยื่นสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ มีจำนวน 57 พรรค รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ ประกอบด้วย พรรคไทยทรัพย์ทวี 3 คน, พรรคเพื่อชาติไทย 6 คน, พรรคใหม่ 41 คน, พรรคนิติใหม่ 12 คน, พรรครวมใจไทย 12 คน, พรรครวมไทยสร้างชาติ 100 คน, พรรคพลวัต 24 คน, พรรคประชาธิปไตยใหม่ 21 คน, พรรคเพื่อไทย 100 คน, พรรคทางเลือกใหม่ 20 คน, พรรคเศรษฐกิจ 63 คน, พรรคเสรีรวมไทย 43 คน, พรรครวมพลังประชาชน 12 คน, พรรคท้องที่ไทย 8 คน, พรรคอนาคตไทย 1 คน, พรรคพลังเพื่อไทย 4 คน, พรรคไทยชนะ 28 คน, พรรคพลังสังคมใหม่ 4 คน, พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย 8 คน, พรรคฟิวชั่น 13 คน, พรรคไทยรวมพลัง 15 คน, พรรคก้าวอิสระ 15 คน, พรรคปวงชนไทย 41 คน, พรรควิชชั่นใหม่ 28 คน, พรรคเพื่อชีวิตใหม่ 4 คน, พรรคคลองไทย 16 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 98 คน, พรรคไทยก้าวหน้า 14 คน, พรรคไทยภักดี 24 คน, พรรคแรงงานสร้างชาติ 16 คน, พรรคประชากรไทย 18 คน, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน 23 คน, พรรคประชาชาติ 37 คน
พรรคสร้างอนาคตไทย 10 คน, พรรครักษ์ชาติ 25 คน, พรรคไทยพร้อม 10 คน, พรรคภูมิใจไทย 97 คน, พรรคพลังธรรมใหม่ 5 คน, พรรคกรีน 12 คน, พรรคไทยธรรม 8 คน, พรรคแผ่นดินธรรม 9 คน, พรรคกล้าธรรม 100 คน, พรรคพลังประชารัฐ 35 คน, พรรคโอกาสใหม่ 33 คน, พรรคเป็นธรรม 23 คน, พรรคประชาชน 99 คน, พรรคประชาไทย 9 คน, พรรคไทยสร้างไทย 79 คน, พรรคไทยก้าวใหม่ 60 คน, พรรคประชาอาสาชาติ 3 คน, พรรคพร้อม 9 คน, พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย 6 คน, พรรคไทยพิทักษ์ธรรม 10 คน, พรรคความหวังใหม่ 8 คน, พรรคไทยรวมไทย 4 คน, พรรคเพื่อบ้านเมือง 44 คน และพรรคพลังไทยรักชาติ 2 คน
รายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอให้ สส.พิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จำนวน 43 พรรค โดยพรรคที่ยืนรายชื่อครบ 3 คน คือ พรรคก้าวอิสระ, พรรคท้องที่ไทย, พรรคทางเลือกใหม่, พรรคไทยก้าวหน้า, พรรคไทยชนะ, พรรคไทยธรรม, พรรคไทยพร้อม, พรรคไทยสร้างไทย, พรรคประชากรไทย, พรรคประชาชน, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคแผ่นดินธรรม, พรรคเพื่อไทย, พรรคเพื่อบ้านเมือง, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรครวมพลังประชาชน, พรรควิชชั่นใหม่, พรรคใหม่ และพรรคโอกาสใหม่
นอกจากนี้ นายณรงค์ยังลงนามคำสั่ง กกต.ที่ 7/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา จำนวน 21 ราย โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นประธานกรรมการ ร่วมกับ จนท.หน่วยงานต่างๆ ทั้งสำนักงบประมาณ, สภาพัฒน์, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, ธนาคารแห่งประเทศไทย, สภาอุตฯ, หอการค้าไทย เป็นต้น ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ภท.ร้องฟัน ปชน.-ด้อมปั่นเฟกนิวส์
พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในช่วงเช้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค (ภท.) เดินทักทายประชาชนพบปะพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดศรีย่าน กรุงเทพฯ โดยนายอนุทินแวะซื้อขนมครกและผลไม้ ก่อนเดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีประชาชนที่จับจ่ายซื้อของในตลาดเข้ามาทักทายและขอถ่ายภาพร่วมกับนายอนุทินด้วย พร้อมทั้งสะท้อนปัญหาเรื่องการค้าขายด้วย โดยตลอดทั้งวันนายอนุทินไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งนายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ต้องการหาเสียงแบบออร์แกนิก ท่ามกลางการลงพื้นที่หาเสียงของพรรคการเมืองอื่นกันอย่างเข้มข้น
ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อและแกนนำพรรค ภท. กล่าวว่า ขณะนี้พบกระบวนการดำเนินการที่ผิดกฎหมายเลือกตั้งในสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ หลอกลวง สร้างความสับสนให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เช่น การโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเชิญชวนให้ “เข้าคูหากาเบอร์ 46 ทั่วประเทศนะคะ เสี่ยหนูนโยบายดีมาก” พร้อมตกแต่งตัวเลขชื่อ “อนุทิน” ให้กลายเป็นเลข 46 ซึ่งไม่ใช่หมายเลขของพรรค ภท. แต่เป็นของพรรคประชาชน (ปชน.) โดยความเป็นจริงแล้ว พรรค ภท.ได้หมายเลข 37 บัตรสีชมพู การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งตามมาตรา 73 นอกจากนี้ ยังพบการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จในลักษณะใส่ร้ายพรรค ภท. เช่น การอ้างว่าพรรคมีท่าทีเกี่ยวกับการถวายคืนพระราชอำนาจ การเพิ่มโทษตามมาตรา 112 การเพิ่มงบประมาณให้สถาบันฯ รวมถึงการนำนโยบายเก่าปี 2566 มาดัดแปลง เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิดในนโยบายปัจจุบัน
“พรรค ปชน.ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการกระทำของบุคคลเหล่านี้ ที่ทำให้ประชาชนหลงผิด เป็นการหลอกลวง ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้การเข้าใจผิด แต่กลับนิ่งเฉยไม่ระงับยับยั้งบรรดาหัวคะแนนหรือกองเชียร์ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 132 ของกฎหมายเลือกตั้ง สส. วันนี้พรรค ภท.จะเดินทางไปร้องต่อเลขาธิการ กกต. เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมาย และจะไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีผู้ใช้ต่างๆ เช่น ชื่อ ‘Khiw Khiw’ หรือ ‘Nutchuwin Muangkote’ ที่โพสต์ข้อความเหล่านี้ด้วยเจตนาที่จะให้การสนับสนุนพรรค ปชน. และให้ กกต.ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพรรค ปชน.ตามบทบัญญัติกฎหมายเลือกตั้งต่อไป" แกนนำพรรค ภท.ระบุ
พรรคประชาชน (ปชน.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. และแคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดชลบุรี โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดชลบุรี การเลือกตั้งครั้งที่แล้วได้ สส.บัญชีรายชื่อมา 47% ส่วน สส.เขตกวาดคะแนนได้ 7 เขต จากทั้งหมด 10 เขต ครั้งนี้ก็หวังว่าพรรคจะยังได้รับความไว้วางใจจนสามารถปักธงส้มได้ทั้งจังหวัด รวมทั้งไม่ได้หวั่นไหวแม้มีกระแสข่าวบ้านใหญ่รวมตัวกันในหลายพื้นที่ เพราะมีเสนอนโยบายที่ดีที่สุดให้กับประชาชน
ถามว่า กรณีแกนนำพรรคเริ่มเดินสายหาเสียงและเริ่มเจอคำถามที่อาจสร้างผลกระทบต่อความนิยมของพรรค นายณัฐพงษ์กล่าวว่า โดยส่วนใหญ่ผลตอบรับดีมาก แต่ก็เข้าใจประชาชนบางส่วนที่พยายามตั้งคำถามถึงจุดยืนต่อกองทัพ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ตนไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวหรือเสียสมาธิแต่อย่างใด ยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำต่อไปคือการนำเสนอนโยบายและทำให้ประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น
หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า ตอนนี้พรรคได้นำเสนอทีมผู้บริหารผ่านรายการ The Professionals นั้นไปแล้ว 2 ท่าน สำหรับประเด็นคนนอกหรือคนใน ต้องดูทั้งด้านอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นไปตามแนวทางเดียวกันหรือไม่ มีความรู้ความสามารถเหมาะสมหรือไม่ ส่วนประเด็นของท่านทูตพิศาล ทั้งเรื่องจุดยืนสมัยประจำการอยู่สหรัฐอเมริกา ภายใต้ยุค คสช. ตอนนั้นท่านทำหน้าปฏิบัติหน้าที่เป็นทูตประจำสหรัฐอเมริกา เป็นข้าราชการประจำกระทรวงการต่างประเทศ ท่านก็ทำหน้าที่ภายใต้หมวกกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งต้องชี้แจงตามที่กระทรวงสั่งการ ประวัติที่ผ่านมาช่วงหลังที่ท่านทูตพิศาลเป็น สว. ซึ่งมีทั้งการโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี และยังได้โหวตเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปิดสวิตช์ สว. ถึง 6 ครั้ง เหล่านี้น่าจะพิสูจน์ได้ระดับหนึ่งว่าท่านมีแนวคิดแนวทางเดียวกับพรรคประชาชน
ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค ปชน. เดินทางไปยังจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดสุรินทร์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส.ของพรรค ปชน. โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมฝากความหวังต่อพรรคในการส่งต่อประเทศที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นถัดไป โดยในการหาเสียงของนายธนาธรได้กล่าวถึงสภาพสังคมปัจจุบันที่กำลังย่ำแย่ ทั้งความเหลื่อมล้ำที่สูงขึ้น การศึกษาที่ล้มเหลวเข้าขั้นวิกฤต ปัญหายาเสพติด รวมถึงการคอร์รัปชันที่ปรากฏตามหน้าสื่อต่างๆ แม้แต่ในองค์กรตำรวจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่หาเสียงของนายธนาธรในจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดสุรินทร์ ไม่ได้มีการพูดเกี่ยวกับทหารหรือเหตุการณ์ชายแดนแต่อย่างไร
พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. พร้อมคณะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.นนทบุรี พรรค พท. หาเสียงที่ตลาดบางใหญ่ จ.นนทบุรี ช่วงหนึ่งแม่ค้าได้อวยพร "ขอให้โชคดี ขอให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน เพราะมีคนชั่วเยอะแล้ว อินเนอร์มันอยู่ข้างใน คนจะเลือกยังไงก็เลือกอยู่แล้ว ขอให้มุ่งหน้าต่อไป ไม่ต้องไปสนใจโพลที่ออกมาในเวลานี้ เพราะคะแนนมันมุดดินอยู่เยอะ" ทำให้นายยศชนันยิ้มตอบรับ
นายยศชนันกล่าวถึงกรณีพรรค ภท.ออกมาตั้งคำถามถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายสามารถทำได้ทันทีได้จริงหรือ เพราะตอนเป็นรัฐบาลไม่ทำว่า เรื่องนี้ทำงานร่วมกับเอกชน การคุยเกี่ยวกับสัมปทานรถไฟฟ้า และมีการบริหารที่ไม่ได้กระทบกระเทือน การเงินภาครัฐบาล จึงมั่นใจว่าเราทำได้ จริงๆ แล้วเราต้องทำสำเร็จตั้งแต่เดือน ต.ค.68 ที่ผ่านมา เกิดประเด็นทางการเมืองไม่ได้ทำต่อ แต่ตอนนี้เตรียมพร้อมที่จะทำต่อแล้วภายใน 3-6 เดือน สามารถเห็นตรงนี้ได้แน่
“ในวันที่ 8 ม.ค. จะมีการปราศรัยใหญ่ที่ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยเรื่องเกี่ยวกับสังคมและความเหลื่อมล้ำ” แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.กล่าว
ชวนกรีดพิพัฒน์ปลุกคนใต้สั่งสอน
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล พาดพิงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่มีนายกรัฐมนตรี 2 สมัยแต่ไม่ได้รับการพัฒนาว่า ข้อความบางส่วนเป็นการโจมตีให้ร้ายกัน โดยเฉพาะการพูดดังกล่าวเกิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งไม่ควรเป็นสถานที่ที่จะโจมตีให้ร้ายใคร
นายชวนกล่าวว่า ประเด็นที่ว่าประชาชนในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ช่วยกันเลือกพรรค ภท.เราจะเอาสิ่งต่างๆ เข้าไปทำงบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้น ตนมองว่าการพัฒนาโดยเลือกเฉพาะจังหวัดที่เลือกผู้แทนราษฎรนั้น เคยเกิดขึ้นในสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการที่บอกว่าจะพัฒนาในจังหวัดที่เลือกไทยรักไทยก่อนจังหวัดอื่น ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ
“ผมเป็นคนหนึ่งที่รณรงค์ต่อต้านแนวทางดังกล่าว ซึ่งมีผลทำให้พรรคไทยรักไทยและพรรคเพื่อไทยซึ่งได้รับเลือกตั้งท่วมท้นทั่วประเทศ แต่ไม่ได้ภาคใต้แม้แต่คนเดียว ทั้งที่ผู้สมัครก็ไม่ได้เลวร้าย ซึ่งแนวทางที่นายพิพัฒน์พูดก็เป็นลักษณะคล้ายกัน ถ้านักการเมืองใช้วิธีนี้ ก็จะทำให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยกเหมือนเช่นที่เคยเกิดสมัยที่มีการเลือกปฏิบัติในยุคของคุณทักษิณ นอกจากนั้นจะเกิดความไม่เป็นธรรม ในขณะที่การเมืองในระบอบประชาธิปไตยก็จะมีความผิดเพี้ยนไป โดยพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เลือก ส่วนพื้นที่ที่ไม่เลือกก็จะไม่พัฒนา แต่เก็บภาษีเขา" นายชวนกล่าว
อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า ตนเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย บริหารประเทศ 6 ปี ไม่ได้เจาะจงทำเฉพาะจังหวัดตรัง แต่ริเริ่มโครงการการทำถนน 4 เลนทั่วประเทศ ทั่วทุกภูมิภาค ภาคเหนือถึงจังหวัดเชียงราย ภาคอีสานสิ้นสุดที่จังหวัดหนองคาย ภาคใต้สิ้นสุดที่จังหวัดชายแดนเชื่อมมาเลเซีย นอกจากนั้นยังริเริ่มโครงการเบี้ยผู้สูงอายุและโครงการนมโรงเรียน
"ใครมาเป็นรัฐบาลในครั้งหน้า ไม่ว่าใครก็ตาม อย่าใช้วิธีที่นายพิพัฒน์พูด พี่น้องภาคใต้ขอให้รับรู้ ถ้าทำอย่างที่นายทักษิณเคยทำ ควรจะเลือกพรรคการเมืองประเภทนี้หรือไม่ สำหรับพี่น้องชาวตรัง ขอให้รับทราบว่าผมได้พัฒนาจังหวัดตรังเหมือนที่พัฒนาจังหวัดอื่น ไม่มีข้อยกเว้น ไม่เอาเปรียบจังหวัดอื่น ให้ความเป็นธรรมกับทุกจังหวัด ในฐานะที่เป็นตัวแทนชาวตรัง ไม่อยากให้ใครมาจังหวัดตรังแล้วด่าว่าจังหวัดนี้เอาเปรียบจังหวัดอื่น เอางบประมาณมากองอยู่ที่นี่ผมไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น" อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. พร้อมนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคใต้ ลงพื้นที่ตลาดสดเทวดา อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยหาเสียงสนับสนุนนายชาญวัฒนา อิสระวัฒนา ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 9 หมายเลข 3 ท่ามกลางประชาชนที่มาต้อนรับอย่างเนืองแน่น โดยนายอภิสิทธิ์เปิดตัวด้วยลีลาเป็นกันเอง แซวตัวเองว่าแม้จะอยู่การเมืองมา 30 ปี แต่ชาวบ้านยังจำชื่อไม่ได้ เรียกแต่ "หล่อเหมือนเดิม" สร้างเสียงหัวเราะสนั่นเวที ช่วงหนึ่งของการปราศรัย นายอภิสิทธิ์ได้เน้นย้ำเรื่องความสุจริต โดยกล่าวถึงกลุ่มทุนสีเทาและขบวนการสแกมเมอร์ที่ระบาดหนักตามชายแดน ซึ่งตนกังวลว่าเงินสกปรกเหล่านี้กำลังไหลเข้าสู่ระบบการเมืองเพื่อซื้อสิทธิ์ขายเสียง
"อย่าให้เขาเอาเงินสีอะไรก็ไม่รู้มาซื้อเราได้ ถ้าเรายอมให้เขาซื้ออำนาจเข้าไปเป็น สส. เป็นรัฐมนตรี เราจะปราบของพวกนี้ได้อย่างไร วันที่ 8 นี้ต้องบอกว่าเราจะเอาการเมืองสุจริตกลับมา" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ต่อมานายอภิสิทธิ์เดินทางไปหาเสียงที่โรงเรียนท่าศาลาประสิทธิ์ศึกษา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือปัญหาการซื้อเสียง ที่มีกระแสข่าวหนาหูมากในพื้นที่ แต่ตนรู้สึกดีใจที่เห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลง เมื่อประชาชนเริ่มลุกขึ้นมาพูดเองว่า "พอกันที" กับรูปแบบการเมืองที่ใช้เงินเป็นตัวชี้ขาดอำนาจ
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. และแคนดิเดตนายกฯ แถลงข่าวปล่อยรถคาราวานภาคอีสานสู้ศึกเลือกตั้ง โดยนายพีระพันธุ์กล่าวว่า เท่าที่ฟังดูทุกภาคมีปัญหาเหมือนกัน คือปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และเรื่องพลังงาน ซึ่งทั้งสองเรื่องตรงกับนโยบายของพรรค และตรงกับสิ่งที่ตนทำมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จึงเชื่อว่าถ้าประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคและผู้สมัครของพรรคได้เข้าไปบริหารประเทศ จะสามารถแก้ไขปัญหาทั้งสองเรื่องนี้ได้แน่นอน
ถามว่า ถึงวันนี้ตั้งเป้าว่าจะได้ สส.กี่ที่นั่ง นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตั้งเป้าว่าจะได้ทุกที่ เมื่อถามว่าคาดว่าจะได้เสียงถึง 69 ที่นั่งด้วยหรือไม่ นายพีระพันธุ์กล่าวว่า มันก็น่าจะได้อย่างนั้น เพราะตนมีนโยบายหลัก 6 เรื่อง ตรงกับเบอร์ 6 ของพรรค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คลังปรับจีดีพีใหม่ ดันไทยเป็นกลาง หาช่องดึงลงทุน
"คลัง" จับตาปมขัดแย้งสหรัฐ-เวเนซุเอลา หวั่นกระทบราคาน้ำมัน-บรรยากาศการค้าโลก
กกต.จี้ส่งนโยบายใช้เงิน พท.คึกปราศรัยใหญ่กทม.
"กกต." จับสลากลำดับพรรคการเมืองนำเสนอนโยบาย ขีดเส้นส่งแผนหาเสียงใช้เงินไม่เกิน 19 ม.ค.
จ่อรวบ10นักการเมืองสีเทา
เตรียมรวบ 10 ผู้สมัคร สส.-สส. พันเว็บพนัน-สแกมเมอร์ สกัดเงินสีเทาแทรกการเลือกตั้ง
‘ทรัมป์’ประหารUN ประกาศถอนตัวจาก66องค์กรอ้างขัดต่อผลประโยชน์สหรัฐ
"ทรัมป์" เขย่าโลกอีกครั้ง ประกาศนำสหรัฐถอนตัวจาก 66 องค์กรระหว่างประเทศ
เปิดคลิปมัดโจ๊ก เผยพยานเด็ด! จ่ายส่วยป.ป.ช.
"พล.ต.ท.ไตรรงค์" นำทีมเปิดคลิปโต้ รปภ.ส่วนตัวกรรมการ ป.ป.ช.
กกต.ภูเก็ต แจงตัดชื่อผู้สมัคร 1 ราย พบไม่เป็นสมาชิกพรรค
ผอ.กกต.ภูเก็ต เปิดเผยถึงกรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดภูเก็ต ไม่ปรากฏชื่อของนายอนันตรักษ์ เพชรหิน ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ตเขตเลือกตั้งที่ 1 หมายเลข 8 พรรครวมไทยสร้าง

