"นายกฯ" สั่งประสานช่วยเหลือ 3 ลูกเรือ "มยุรีนารี" ที่ยังสูญหาย ลั่น "อิหร่าน" โจมตีเรือไทยเป็นสิ่งที่ไม่ชอบ รองปลัด กต.หารือทูตอิหร่าน จี้ให้ออกแถลงการณ์ขอโทษพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง "ไทย" ออกแถลงการณ์ 2 ฉบับ เรียกร้องให้เคารพกฎบัตรสหประชาชาติ "กต." นัด "รมต.ต่างประเทศอาเซียน" ถกแนวทางรับมือตะวันออกกลาง 13 มี.ค.นี้ "ผบ.ทร." คุย "ผบ.ทร.โอมาน" ขอให้เร่งค้นหาลูกเรือไทย "โฆษก ทร." ปัดข่าวลือ 2 ใน 3 ลูกเรือเสียชีวิต แจงไทม์ไลน์เตือนเรือทุกลำเลี่ยงผ่านช่องแคบฮอร์มุซตลอด เผยเรือ 3 ลำที่ลูกเรือไทยทำงานอยู่พื้นที่ปลอดภัยหมดแล้ว
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือ 3 ลูกเรือไทยที่สูญหายหลังเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทยชื่อ “มยุรีนารี” ถูกโจมตีขณะเดินเรือในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซว่า กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และกระทรวงคมนาคม (คค.) ได้ประสานให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานให้เกิดความสะดวกที่สุดในการดูแลลูกเรือไทยที่อยู่ในเรือมยุรีนารี ซึ่งหวังว่าลูกเรือทั้งหมดจะมีความปลอดภัย
ถามว่า มีการตั้งคำถามเหตุใดเรือสินค้าสัญชาติไทยจึงสัญจรผ่านช่องแคบทั้งที่มีการประกาศเตือนการโจมตีแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า บางข่าวบอกว่าเตือนแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าการเดินเรือเป็นอย่างไร และเขาจะเชื่อฟังใคร ซึ่งอาจจะเป็นน่านน้ำสากลหรือไม่ เนื่องจากเรืออยู่ในช่องที่เป็นอ่าวเข้าไป ซึ่งต้องรอความชัดเจน
"คนส่วนใหญ่ของไทยปลอดภัยก็ถือว่ายังมีสิ่งที่ดีเกิดขึ้นอยู่ อีกทั้งได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสถานเอกอัครราชทูตในการเข้าไปดูแลให้ถึงตัว แต่ก็ทราบว่าใช้เวลามากในการเดินทาง ซึ่งได้ประสานกับประเทศที่ดูแลลูกเรือเรียบร้อยแล้ว" นายอนุทินกล่าว
ซักว่าทางการไทยจะทำหนังสือไปยังอิหร่านเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง ส่วนการเชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้ามาชี้แจงนั้น ได้มอบมอบหมายให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศดำเนินการ
ถามว่า จะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทย-อิหร่านหรือไม่ นายกฯ ย้ำว่า ต้องดูที่เหตุผลว่าเป็นอย่างไร ซึ่งการเข้ามาทำร้ายเรือของไทยไม่ใช่สิ่งที่ชอบ เมื่อถามว่าบริษัทเอกชนที่เป็นเจ้าของเรือสินค้าได้ติดต่อชี้แจงเพิ่มเติมกับรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงมีการติดต่อกับกระทรวงคมนาคมหรือกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะต้องดำเนินการรับผิดชอบ
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์เรื่อง พัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ระบุว่า ประเทศไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์วิกฤตในตะวันออกกลาง ซึ่งทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกาและการตอบโต้โดยอิหร่าน โดยการโจมตีที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องมีแนวโน้มจะเพิ่มความตึงเครียดทั้งในและนอกภูมิภาค สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ของประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อประชาชนของประเทศนอกภูมิภาค รวมถึงคนไทยด้วย
อีกทั้งล่าสุดได้ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการเดินเรือ เมื่อเรือสัญชาติไทยลำหนึ่งที่มีลูกเรือคนไทย 23 คน ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ในห้วงเวลาที่ท้าทายเช่นนี้ การเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ อาทิ การคุ้มครองพลเรือน และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
"ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุด ลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับสู่การเจรจา การทูต และการหารือ เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนสันติภาพและเสถียรภาพ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกต่อไป" แถลงการณ์ระบุ
กต.ประท้วงยิงเรือไทย
วันเดียวกัน นางศิริลักษณ์ นิยม รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนาย Nassereddin Heidari เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำประเทศไทย โดยรองปลัดฯ ได้หยิบยกกรณีเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติไทย “มยุรีนารี” ถูกโจมตีและได้รับความเสียหายบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ลูกเรือชาวไทย 23 คนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ไทยจึงขอประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทยและลูกเรือไทย และขอให้ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับจะรายงานการประท้วงของไทยให้เมืองหลวงทราบต่อไป
รองปลัดฯ แจ้งว่า ไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อการลุกลามบานปลายของสถานการณ์ในภูมิภาค และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้งใช้ความยับยั้งชั่งใจ กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูต รวมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุดต่อชีวิตของพลเรือนในภูมิภาคด้วย รวมทั้งได้ใช้โอกาสนี้แสดงความขอบคุณรัฐบาลอิหร่านที่ได้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการอพยพคนไทยออกจากอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 และ 10 มีนาคม 2569 ซึ่งสำเร็จลงเรียบร้อยด้วยดี และขอให้ทางการอิหร่านดูแลความปลอดภัยของนักศึกษาไทยอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงพักอาศัยอยู่ในอิหร่านด้วย
ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษก กต. กล่าวว่า ในทางการทูต กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อย้ำความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤตในภูมิภาค ซึ่งทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และการตอบโต้ของอิหร่าน ซึ่งได้ก่อให้เกิดภัยคุกคาม ร้ายแรง ต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนในภูมิภาค และยังมีผลต่อประชาชนในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงคนไทย อย่างเช่นกรณีลูกเรือไทยที่ประสบเหตุ
ทั้งนี้ การเคารพกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศที่ให้การคุ้มครองพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานมีความสำคัญอย่างยิ่ง ประเทศไทยจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด พร้อมลดระดับความตึงเครียดในทันที และกลับเข้าสู่การเจรจา เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายและบั่นทอนเสถียรภาพของภูมิภาคและของโลก
"ในช่วงเช้าวันนี้ (12 มี.ค.) กต.ได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยมาพบเพื่อหารือข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ และ รมว.การต่างประเทศได้หารือทางโทรศัพท์กับ รมว.การต่างประเทศของโอมาน เพื่อขอบคุณรัฐบาลโอมานที่ให้ความช่วยเหลือและติดตามความคืบหน้าของลูกเหลืออีก 3 คน” นายปาณิดลกล่าว
รองโฆษก กต.กล่าวว่า ในวันที่ 13 มี.ค.นี้ จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน สมัยพิเศษ ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย เกี่ยวกับสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางต่ออาเซียน และแลกเปลี่ยนแนวทางในการรับมือและเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาว โดยการประชุมนี้จะเป็นโอกาสการตอกย้ำความเป็นเอกภาพของอาเซียนและการเป็นแกนกลางของอาเซียนในการรับมือกับวิกฤตที่ส่งผลกระทบต่อภูมิภาค
ถามถึงมีกระแสข่าวลูกเรือ 2 ใน 3 คนเสียชีวิตแล้ว รองโฆษก กต.กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ ข่าวสารในช่วงนี้อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ อยากให้รับฟังจากช่องทางทางการเท่านั้น ขอย้ำว่าความปลอดภัยของลูกเรือทั้ง 3 คน เป็นสิ่งที่เรากังวลที่สุด ทุกคนเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่
ประสานโอมานช่วย 3 ลูกเรือ
ด้าน พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ กล่าวว่า ขณะนี้ยืนยันลูกเรือไทยจำนวน 20 คนปลอดภัยแล้ว แม้บางรายจะมีอาการบาดเจ็บบ้างเล็กน้อย โดยบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของเรือมยุรีนารี ก็ได้รับผิดชอบดูแลลูกเรือทั้งหมด เพื่อส่งตัวกลับประเทศไทย ส่วนลูกเรืออีก 3 คนที่เหลือ ทราบว่าเป็นช่างเครื่อง ยังไม่ได้รับรายงานความคืบหน้าในขณะนี้ว่าปลอดภัยหรือไม่
"วันนี้ (12 มี.ค.69) กองทัพเรือจะเร่งประสานงานเพื่อช่วยให้ได้เร็วที่สุด เพื่อนำตัวไปรวมกับลูกเรือชุดก่อนหน้านี้ 20 คน พร้อมกันนี้จะเร่งตรวจสอบว่าการโจมตีเรือมยุรีนารีเกิดจากอาวุธชนิดใด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซของเรือสินค้าต่างๆ ของไทย" พล.ร.อ.ธาดาวุธกล่าว
เสนาธิการทหารเรือกล่าวว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นย่อมสร้างความหวังวิตกและความอันตรายต่อการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งจะต้องประเมินในภาพรวมต่อไปว่าคู่ขัดแย้งทั้งอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา จะมีท่าทีอย่างไรต่อไป
"กองทัพเรือและ ศรชล.จะต้องกำหนดมาตรการ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้การเดินเรือสินค้าและคนไทยที่ปฏิบัติงานในบริเวณดังกล่าวปลอดภัย" เสนาธิการทหารเรือกล่าว
ส่วน พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (11 มี.ค.2569) พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้ส่งข้อความด่วนตรงถึง พล.ร.ต.ซาอีฟ บิน นัสเซอร์ อัล ราห์บี ผู้บัญชาการทหารเรือโอมาน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างทันท่วงที ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพและความร่วมมืออันดีระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ
"กองทัพเรือยังคงมีความห่วงใยต่อชะตากรรมของลูกเรือไทยอีก 3 คน ที่ยังตกค้างบนเรือ โดย ผบ.ทร.ได้ขอความร่วมมือจากกองทัพเรือโอมาน ในการเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบและช่วยเหลือลูกเรือที่ยังตกค้างให้ได้โดยเร็วที่สุด" พล.ร.ต.ปารัชกล่าว
โฆษก ทร.กล่าวว่า กองทัพเรือยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างเต็มกำลัง และขอยืนยันว่า จะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในทุกช่องทางในการติดตามและช่วยเหลือลูกเรือไทยที่เหลือจนกว่าจะได้รับความชัดเจน
พล.ร.ต.ปารัชกล่าวว่า กองทัพเรือได้ดำเนินการประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงในการเดินเรืออย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแจ้งเตือนและให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและทันสมัยแก่ภาคการเดินเรือของไทย เพื่อให้สามารถวางแผนการเดินเรือได้อย่างปลอดภัยโดยวันที่ 24 ก.พ.2569 กรมยุทธการทหารเรือ ออกหนังสือแจ้งเตือนครั้งที่ 1 ถึงสมาคมเจ้าของเรือไทยและบริษัทเจ้าของเรือ เกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง พร้อมขอให้ผู้ประกอบการรับทราบสถานการณ์และพิจารณาดำเนินการตามข้อแนะนำด้านความปลอดภัยในการเดินเรือ
จากนั้นวันที่ 2 มี.ค.2569 กรมยุทธการฯ ออกหนังสือแจ้งเตือนครั้งที่ 2 ระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดโดยกองกำลัง IRGC ของอิหร่าน พร้อมเสนอแนะให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และแจ้งมาตรการเบื้องต้นสำหรับการเดินเรือในพื้นที่เสี่ยง พอมาวันที่ 6 มี.ค.2569 กองทัพเรือจัดการประชุมหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และบริษัทเจ้าของเรือ เพื่อกำหนดแนวทางดูแลความปลอดภัยเรือสินค้าไทยในพื้นที่ความเสี่ยงสูง (HRA) โดยผลการประชุมได้จัดทำเป็นคำแนะนำการนำเรือ
กระทั่งวันที่ 7 มี.ค.2569-ปัจจุบัน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ โดย ศคจร. ศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ทำหน้าที่เป็นจุดประสานหลัก (POC) ในการติดตามสถานการณ์เรือไทยที่กำลังจะเข้าหรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีการรับข้อมูลรายงานจากเรือและบริษัทเดินเรือ ทำการพล็อตและติดตามเป้าเรือ พร้อมรายงานสถานการณ์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกวัน
โฆษกกองทัพเรือกล่าวด้วยว่า กองทัพเรือขยายวงติดตามเรือ 3 ลำ ที่มีลูกเรือไทยทำงานอยู่ ปัจจุบันทิ้งสมอในเขต UAE-โอมาน หลังเกิดเหตุเรือมยุรีนารีถูกโจมตี พร้อมเชื่อว่า ทร.โอมานกำลังเร่งหาทางช่วย 3 ลูกเรือมยุรีนารีที่ติดค้างในเรืออย่างเต็มที่ แต่ต้องประเมินความเสี่ยงรัดกุม
"เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่าเรือยังลอยลำไปตามกระแสน้ำแบบไร้การควบคุม ซึ่งจากเหตุการณ์มีข้อสังเกตว่า บริเวณช่วงท้ายเรือได้รับความเสียหาย และคาดว่ามีการอพยพฉุกเฉิน จึงไม่แน่ใจว่ามีการทิ้งสมอหรือไม่ หากทิ้งสมอไม่ทันเรืออาจจะมีไหลไปตามกระแสน้ำ และอาจจะเคลื่อนที่จากเดิมเล็กน้อย แต่โดยภาพรวมยังอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ" โฆษกกองทัพเรือระบุ
วันเดียวกัน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน มอบหมายให้นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนเดินทางไปรับและดูแลอำนวยความสะดวกแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศอิหร่าน จำนวน 18 คน บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
นายพิเชษฐ์กล่าวว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยเดินทางกลับมาแล้วรวมแล้ว 35 คน และจะมีแรงงานเดินทางกลับมาเพิ่มอีก 33 คน จากประเทศบาห์เรน 6 คน ประเทศอิหร่าน 27 คน โดยขณะนี้มีผู้แสดงความประสงค์จะเดินทางกลับไทยแล้วเกือบ 1,000 คน ซึ่งกระทรวงแรงงานจะแจ้งความคืบหน้าของเที่ยวบินให้ทราบล่วงหน้าเป็นระยะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กัมพูชาหนาวแน่ ‘ฝรั่งเศส’ฟังไทย
ดับฝันกัมพูชา! “สีหศักดิ์” เผยไทยยังไม่พร้อมประชุมเจบีซี 17-25 เม.ย.นี้ รอกระบวนการตั้งกรรมการฝ่ายไทยเสร็จสิ้น ระบุถึงประชุมได้ก็ยังเริ่มปักปันเขตแดนไม่ได้ ยันฝรั่งเศสให้ความร่วมมือไทยเข้าถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ยกเลิกเอ็มโอยู 43 ต้องเป็นฉันทามติ
เริ่มแล้ว‘7วันอตร.’! เซ่นสงกรานต์ 20 คน
เริ่มแล้ว 7 วันอันตรายรับสงกรานต์! ศปภ.เผยวันแรกเกิดอุบัติเหตุ 135 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 132 คน ผู้เสียชีวิต 20 ราย สาเหตุหลักขับรถเร็ว จักรยานยนต์มากสุด พื้นที่ท้องถิ่นเน้น “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว”
รัฐบาลฟิตจัด เร่งกม.ค้างท่อ ‘24ฉบับ’ไปต่อ
ครม.เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ มอบเจ้าสังกัดเร่งดำเนินการต่อ และแจ้ง สลค.ภายใน 24 เม.ย.69 ก่อนเสนอ ครม. ร้องขอรัฐสภาพิจารณาต่อไป
‘อนุทิน’คุมปราบโกง!
"อนุทิน" ลงนามคำสั่ง 8 กลุ่มภารกิจ นายกฯ คุมปราบปรามทุจริต-ยาเสพติด-ค้ามนุษย์-อาชญากรรมข้ามชาติ ส่วน “พิพัฒน์” ดูพัฒนาสาธารณูปโภค ด้าน “ทรงศักดิ์”
มาตรการชุดใหญ่ ประชุมครม.นัดแรกอัดเต็มความช่วยเหลือยุคนํ้ามันแพง
ประชุมนัดแรกหลังมีอำนาจเต็ม มติมาเป็นพวง! ครม.เคาะมาตรการช่วยประชาชน-ผู้ประกอบการ-ภาคขนส่ง-เกษตรกร เติมงบกลาง 3 ส่วน เพิ่มอีกร่วม 3 พันล้าน
'อนุทิน' ขอให้ประชาชนมีความสุขช่วงวันหยุดสงกรานต์ ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันมีให้เติมแน่นอน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า วันนี้จะลงพื้นที่สถานีขนส่งเพื่อตรวจดูประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนช่วงวันหยุดยาวนั้นตนก็จะตระเวนดูความเรียบร้อยของพื้นที่ต่างๆ

