ไม่พลิกโพล “เท้ง-พรรคส้ม” กวาดคะแนนนิยมนำโด่งทั้งนิด้าโพล-สวนดุสิตโพล อึ้ง! กล้าธรรม-พลังประชารัฐ-รทสช.ไม่ติดท็อปไฟว์แม้แต่พรรคเดียว พรรคเปิดใหม่ “ปวงชนไทย” มาแรง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ยกแรกกระแสเลือกตั้ง 69” โดยสำรวจประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวม 2,500 หน่วยตัวอย่าง
โดยเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า 24.76% ระบุว่าเป็นนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน), 20.84% นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย), 14.12% ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้, 12.12% นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์), 9.64% นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย), 5.04% พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ), 2.64% คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย), 1.92% นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (พรรคเพื่อไทย), 1.84% น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล (พรรคประชาชน), 1.32% นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) และ 5.48% ระบุอื่นๆ และไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)
สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พบว่า 30.40% พรรคประชาชน, 21.96% พรรคภูมิใจไทย, 15.72% พรรคเพื่อไทย, 12.16% พรรคประชาธิปัตย์, 8.40% ยังไม่ตัดสินใจ, 4.04% พรรคเศรษฐกิจ, 2.20% พรรครวมไทยสร้างชาติ, 1.60% พรรคไทยสร้างไทย และ 3.52% ระบุอื่นๆ และไม่ประสงค์ลงคะแนน
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่า 30.48% พรรคประชาชน, 22.32% พรรคภูมิใจไทย, 15.44% พรรคเพื่อไทย, 12.56% พรรคประชาธิปัตย์, 7.80% ยังไม่ตัดสินใจ, 4.16% พรรคเศรษฐกิจ, 2.24% พรรครวมไทยสร้างชาติ, 1.76% พรรคไทยสร้างไทย, 3.12% ระบุอื่นๆ และโหวตโน
ขณะที่ สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้งปี 2569” จากกลุ่มตัวอย่าง 2,682 คน โดยเมื่อถามว่าประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใดแบบบัญชีรายชื่อ พบว่า 34.23% พรรคประชาชน, 16.22% พรรคภูมิใจไทย, 16.03% พรรคเพื่อไทย, 9.02% พรรคประชาธิปัตย์, 3.13% พรรคเศรษฐกิจ, 11.12% พรรคอื่นๆ และ 10.25% ยังไม่ตัดสินใจ ส่วนเมื่อถามว่าประชาชนจะเลือก สส.เขตสังกัดพรรคใด พบว่า 33.56% พรรคประชาชน, 18.46% พรรคเพื่อไทย, 16.29% พรรคภูมิใจไทย, 8.05% พรรคประชาธิปัตย์, 2.01% พรรคเศรษฐกิจ, 8.65% พรรคอื่นๆ และ 12.98% ยังไม่ตัดสินใจ
เมื่อถามต่อว่า ประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกฯ รัฐมนตรีคนต่อไป พบว่า 31.99% นายณัฐพงษ์ (ปชน.), 17.45% นายยศชนัน (พท.), 15.14% นายอนุทิน (ภท.), 10.81% นายอภิสิทธิ์ (ปชป.), 3.80% พล.อ.รังษี (ศก.) , 9.18% อื่นๆ, 11.63% ยังไม่ตัดสินใจ ทั้งนี้ เมื่อถามถึงปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งของประชาชน พบว่า 52.35% นโยบายที่แก้เศรษฐกิจและปากท้อง, 45.64% ผลงานจริงที่ผ่านมา, 38.03% ผู้นำและทีมบริหาร, 35.35% การดีเบต และ 33.52% พรรคที่สังกัดและอุดมการณ์ทางการเมือง
ส่วนสำนักวิจัยซูเปอร์โพล นำเสนอหลักสถิติ ประมาณการแนวโน้มคะแนนเสียงของพรรคการเมืองครั้งที่ 4 เฉพาะพรรคการเมืองเปิดตัวใหม่ สำรวจจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,275 ตัวอย่าง โดยผลประมาณการครั้งที่ 4 ชี้ว่า ประชาชนที่คาดว่าจะไปเลือกตั้งมีจำนวน 40.4 ล้านคน ขณะที่กลุ่มที่ไม่ไปเลือกตั้งหรือยังไม่แน่ใจ อยู่ที่ 12.7 ล้านคน จากฐานรวม 53.1 ล้านคน เท่ากับว่าในโครงสร้างสนามรอบนี้ยังเป็นสนามที่มีแรงขับการใช้สิทธิในระดับสูง
รายงานซูเปอร์โพลแจ้งว่า การประมาณครั้งที่ 3 เคยประมาณการว่า คนจะไปเลือกตั้งสูงกว่าเล็กน้อยที่ 40.8 ล้านคน และกลุ่มไม่ไปหรือไม่แน่ใจต่ำกว่าอยู่ที่ 12.3 ล้านคน หมายความว่าในระยะสั้นล่าสุดเกิดการแกว่งกลับเล็กน้อย กล่าวคือผู้ไปใช้สิทธิลดลงราว 0.4 ล้านคน ขณะที่กลุ่มที่ไม่ไปหรือไม่แน่ใจเพิ่มขึ้นราว 0.4 ล้านคน ซึ่งในเชิงสังคมศาสตร์การเมืองสามารถตีความได้ว่าความตื่นตัวยังสูง แต่ความมั่นใจของการตัดสินใจในบางส่วนเริ่มสั่นไหวหรือยืดเวลาออกไป ทั้งนี้ หากย้อนไปในภาพใหญ่จากครั้งที่ 1 ผลเคยประมาณการว่าผู้ไปเลือกตั้งอยู่ที่ 38.4 ล้านคน และไม่ไปหรือไม่แน่ใจสูงถึง 14.7 ล้านคน เมื่อเทียบกับครั้งที่ 4 จึงเห็นความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญ คือผู้ไปเลือกตั้งเพิ่มสุทธิราว 2 ล้านคน ในขณะที่กลุ่มไม่ไปหรือไม่แน่ใจลดสุทธิราว 2 ล้านคน สะท้อนว่าเมื่อวันเลือกตั้งเข้าใกล้แรงจูงใจการมีส่วนร่วมทางการเมืองจะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติของการแข่งขันในระบบประชาธิปไตย
สำหรับประมาณการคะแนนเสียงพรรคเปิดตัวใหม่ พบว่าเส้นทางการเติบโตของแต่ละพรรคมีรูปแบบแตกต่างกันอย่างชัดเจน พรรคปวงชนไทยมีคะแนนประมาณการเพิ่มจาก 477,518 คะแนนในครั้งที่ 1 มาเป็น 833,003 คะแนนในครั้งที่ 4 เพิ่มขึ้นสุทธิ 355,485 คะแนน ซึ่งเป็นการขยายตัวที่สูงที่สุดในกลุ่มพรรคใหม่ที่รายงานนี้ติดตาม ขณะที่พรรคเศรษฐกิจเริ่มต้นด้วยคะแนนที่สูงกว่าในครั้งที่ 1 ที่ 742,806 คะแนน แต่เพิ่มขึ้นมาเป็น 795,863 คะแนนในครั้งที่ 4 เพิ่มสุทธิ 53,057 คะแนน ซึ่งสะท้อนรูปแบบทรงตัวและเติบโตช้า ส่วนพรรคไทยก้าวใหม่เพิ่มจาก 265,288 คะแนนเป็น 371,403 คะแนน เพิ่มสุทธิ 106,115 คะแนน ซึ่งแสดงลักษณะเติบโตจากฐานเล็ก
"พรรคปวงชนไทยสะท้อนพลังของการสร้างโมเมนตัมทางการเมืองในหมวดพรรคใหม่ คือมีอัตราเร่งที่เด่นชัด ซึ่งมักเกิดจากการสื่อสารที่เชื่อมกับประชาชนอย่างตรงประเด็น โดยเฉพาะการนำประเด็นสร้างงานสร้างอาชีพไปจับกับความเดือดร้อนเรื่องค่าครองชีพ ในทางกลับกัน พรรคเศรษฐกิจแม้เริ่มจากฐานคะแนนที่สูงกว่า แต่การเติบโตที่น้อยอาจสะท้อนว่าฐานรับรู้เดิมไม่ได้ถูกต่อยอดให้เกิดแรงส่งใหม่ หรือยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างเชิงนโยบายจนทำให้เกิดการไหลเข้าของคะแนนจากประชาชนกลุ่มลังเลได้มากนัก ส่วนพรรคไทยก้าวใหม่ซึ่งเติบโตจากฐานเล็กนั้น ชี้ว่ามีศักยภาพในการเพิ่มขึ้นในกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาและการสร้างคน แต่หากจะขยายไปสู่คนวงกว้าง จำเป็นต้องเชื่อมประเด็นการศึกษาให้ตอบโจทย์ปากท้องเป็นรูปธรรม"
ด้านนายยศชนันกล่าวถึงผลนิด้าโพลที่ยังเป็นรองทั้งตัวบุคคลและพรรคว่า บางโพล เช่น โพลเดลินิวส์ - มติชนมีคะแนนนำ ก็ทำให้พรรคชื่นใจ และเป็นกำลังใจ ส่วนนิด้าโพลก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ซึ่งอาจจะเกิดจากปัจจัยกลุ่มตัวอย่าง แต่เราเปิดใจรับฟัง ตรงไหนดีก็รับไว้ ตรงไหนที่ต้องปรับปรุงก็ดำเนินการปรับปรุงต่อไป และหวังว่าประชาชนจะให้โอกาส.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บึ้ม!ปั๊ม11จุด/นราฯเคอร์ฟิว
3 จังหวัดชายแดนใต้ป่วนหนัก! บึ้ม-เผาปั๊ม ปตท. รวม 11 จุด เจ็บ 4 ราย
หาเสียงกทม.เดือด! ลุงหนูลุยสยาม/เท้งเปิดตัวตึงคุมมั่นคง/ปชป.ปราศรัยใหญ่
“อนุทิน" ควง "ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์” ลงพื้นที่ กทม. หาเสียงตลาด อ.ต.ก.-จตุจักร
‘ชินวัตร’ยกครัว เยี่ยมนช.ทักษิณ ฉลองวันเด็ก69
ครอบครัวชินวัตรขนลูก-หลาน 10 ชีวิต เยี่ยม “ทักษิณ” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ พร้อมถ่ายรูปร่วมกัน หลังถูกคุมขังร่วม 4 เดือน
เลือกตั้ง‘ท้องถิ่น’สุดคึก ‘กกต.’โวเตรียมมานาน
เลือกตั้ง อบต.ทั่วประเทศ ประชาชนทยอยเข้าคูหาใช้สิทธิเลือกนายก อบต.-ส.อบต.
สั่งคุมเข้มชายแดนทุกมิติ
ผบ.ทบ.ตรวจแนววางกำลัง “เนิน 350-ปราสาทตาควาย” สั่งคุมเข้มความมั่นคงทุกมิติ และให้กำลังใจทหารปกป้องอธิปไตย-สถาปนาความมั่นคง รัดกุม รอบคอบ พร้อมขอให้ภาคภูมิใจต่อการปฏิบัติอย่างสมบูรณ์ที่ผ่านมา

