“อนุทิน” โวไม่ใช่นายกฯ ฝึกงาน เข้ามาทำงาน 3 เดือนรู้เห็นช่องทางแล้ว ยันมีแต่มิตรไม่มีศัตรู ไม่ปิดกั้นร่วมงาน "พท.-ปชน." หากเห็น ภท.มีประโยชน์รับนโยบายได้ “ยศชนัน” ขอเก้าอี้สูงสุด ส่วนกระทรวงอื่นไร้ปัญหาแต่ต้องไม่คอร์รัปชัน “เท้ง” รีบมัดปากบนเวที 3 แคนดิเดตนายกฯ บอกทุกพรรคเห็นดีให้พรรคได้ สส.มากที่สุดตั้งรัฐบาล “มาร์ค” พบนักลงทุนเตือนสติบอกเลือก ปชป.ปลอดภัย เพราะนโยบายค่อยเป็นค่อยไป พรรค ศก.เปิด 15 ที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ดอกเตอร์พรึ่บ!
เมื่อวันจันทร์ที่ 12 มกราคม 2569 ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างคึกคัก โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมทีมที่ปรึกษานายกฯ ได้มารับประทานอาหารกลางวันช่วงพักเที่ยงที่ตลาดนางเลิ้ง ซึ่งระหว่างทางได้ทักทายพ่อค้าแม่ค้าอย่างเป็นกันเอง โดยแม่ค้าร้านขายของชำได้กล่าวกับนายอนุทินว่า กลับมาอีกนะปีนี้ อย่าลืมนะ คนละครึ่งพลัส ทั้งนี้ในช่วงหนึ่งได้มีแม่ค้าขายลอตเตอรี่นำลอตเตอรี่เลขท้ายสองตัว เลข 33 มาให้นายอนุทินซื้อ ซึ่งนายอนุทินบอกว่าเดี๋ยวเลือกตั้งเสร็จค่อยมาซื้อ
ขณะที่นายอนุทินจะเดินเข้ามารับประทานอาหารกลางวันในศูนย์อาหาร ในระหว่างจะเดินเข้าตลาดนางเลิ้ง ได้มีประชาชนมาขอถ่ายรูป พร้อมกล่าวชื่นชมว่าตอนนี้กระแสของภูมิใจไทยดีมาก โดยนายอนุทินได้ยกมือไหว้ขอบคุณก่อนเดินไปสั่งอาหาร และระหว่างนั่งรับประทานอาหาร มีชาวไทยที่อาศัยอยู่ต่างประเทศกลับมาเมืองไทย เมื่อมาเจอนายอนุทินจึงได้ขอเข้ามากอดและถ่ายภาพ พร้อมบอกว่าวันเลือกตั้งจะกลับมาใช้สิทธิ์แน่นอน
และก่อนเดินกลับทำเนียบรัฐบาล นายอนุทินแวะร้านทำเนียบศิลป ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายกรอบรูปและภาพวาด โดยได้ซื้อภาพวาดที่มีศิลปินคนไทยมาฝากขาย 4 ภาพ ซึ่งระหว่างเดินตลาดนางเลิ้งมีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนให้ความสนใจเข้ามาขอถ่ายภาพกับนายอนุทินตลอดทาง
ในช่วงบ่าย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทินได้มาร่วมงานทิศทางโลกทิศทางไทย โดยภายในงานมีอีก 2 แคนดิเดตนายกฯ เข้าร่วม ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน (ปชน.) และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.)
โดยนายอนุทินกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ตอนหนึ่งว่า พี่น้องประชาชนอาจคิดว่าเอาอีกแล้วมาหาเสียงพูดอะไรสวยหรู นโยบายเลิศเลอ เดี๋ยวก็ติดนู่นติดนี่ บอกทำไม่ได้บ้าง อยู่ไม่ครบเทอมบ้าง แต่ครั้งนี้ไม่ได้ฝึกงานแล้ว ไม่ได้เป็นนายกฯ ฝึกงานแล้ว เข้ามาทำงานกว่า 3 เดือน เห็นช่องทางที่เห็นว่าจะทำให้นโยบายพรรคภูมิใจไทย เป็นคำว่าพูดแล้วทำได้จริงๆ ในช่วง 3 เดือนที่เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินก็ได้ทำงานสำเร็จไปหลายอย่าง เราทำงานร่วมกับหลายๆ ฝ่าย เรามีแต่มิตร ไม่ได้มีศัตรู และไม่ได้มายืนตรงนี้เพื่อขายฝันกับพี่น้องประชาชน
นายอนุทินกล่าวว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ถมเงินเข้าไปลงไปกับโครงการประชานิยม ประเทศไทยไม่ได้ขาดทรัพยากร ไม่ได้ขาดคนเก่ง อย่างรัฐบาลชุดนี้ที่มีคนเก่งหลายคน และขอยืนยันว่ารัฐบาลภูมิใจไทย ทุนเทาจะไม่มีอีกต่อไป มีแต่ทุนดำที่ต้องถูกกำจัด เพราะว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีกาสิโน ไม่พึ่งทุนเทา ไม่เอาสแกมเมอร์ เราพูดแล้วทำได้จริง
จากนั้นนายอนุทินตอบคำถาม กรณีใช้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเพื่อเป็นข้อได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่ว่า ประชาชนสามารถเป็นผู้ให้คําตอบนี้ได้ หน้าที่ของความเป็นรัฐบาล อันนี้ไม่ใช่ภูมิใจไทย หน้าที่ของหัวหน้ารัฐบาลคือนายกฯ ในการรักษาอธิปไตยและแผ่นดินของเราจนสุดความสามารถ
ลั่นเป็นนายกฯ ของทุกคน
เมื่อถามย้ำว่า ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการใช้สถานการณ์นี้มาสร้างความนิยมทางการเมืองใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ไม่เกี่ยว เวลาทํางานในทําเนียบรัฐบาล คือนายกฯ ของคนไทยทุกคน
เมื่อถามต่อว่า ยังไงเสียสองประเทศนี้ก็แยกจากกันไม่ได้ ในยุคนายอนุทินจะเปิดด่านหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ตอนนี้ไม่เปิดแน่นอน จนกว่าจะแน่ใจว่าบูรณภาพแห่งดินแดนจะเกิดขึ้นในประเทศไทย คําว่าบูรณภาพแห่งดินแดนหมายความว่าจะไม่มีศัตรู ไม่มีคนที่อยู่นอกอธิปไตยของไทยกล้าแม้กระทั่งคิดที่จะมารุกราน หรือมาทําให้ประเทศเราเสียอธิปไตย นี่คือหลักที่ทํามาตลอด
เมื่อถามต่อว่า นายณัฐพงษ์บอกว่าจะไม่ยกมือให้นายอนุทินเป็นนายกฯ อีกแล้ว หลังคำถามนายอนุทินหันไปทางนายณัฐพงษ์พร้อมกล่าวว่า “ถ้าท่านเข้ามาที่หนึ่ง ท่านต้องไม่ยกมือให้ผม”
ถามอีกว่า ถ้าพรรค ปชน.มาเป็นที่สอง เขาก็จะไม่ยกมือให้เช่นกัน นายอนุทินตอบว่า ยังไม่ได้คุยกันขนาดนั้น คิดว่าเราทั้ง 3 คนอายุก็ไม่ห่างกันสักเท่าไหร่ แต่ความคิดความรักชาติรักแผ่นดิน มองเห็นประโยชน์ของประเทศชาติเหนือสิ่งอื่นใด คิดว่าเรา 3 คนมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ต้องให้ประชาชนตัดสิน
เมื่อถามอีกว่า ถ้าเขาได้มาอันดับหนึ่ง นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าทั้งพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยมีประโยชน์ รับนโยบายพรรคภูมิใจไทยได้ เราค่อยมาว่ากัน เหมือนที่ผ่านมา ไม่เคยปิดกั้นอะไรอยู่แล้ว ซึ่งการเลือกตั้งทุกครั้งต้องถอดความต้องการของประชาชนออกมาให้ได้ ถอดจากจํานวน สส.ที่ได้รับเลือก ครั้งนี้ก็จะดูจากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ที่พรรคภูมิใจไทยได้มา ไปถูกทางแน่นอนไม่ต้องห่วง
ผู้ดำเนินรายการถามนายยศชนันว่า หากเป็นรัฐบาลผสม ถ้าไม่ได้กระทรวงไหนจะไม่ร่วม นายยศชนันกล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญ เราพยายามสื่อสารเรื่องวิสัยทัศน์ เราจำเป็นต้องทำงานร่วมกับทุกพรรค โดยทุกคนมองเป้าหมายว่าเราอยากทำให้ประเทศไทยมีรายได้สูง การอยู่กระทรวงไหนไม่เป็นไรหากเรามีเป้าหมายร่วมกันแล้ว ก็ขอเก้าอี้เดียวคือตำแหน่งสูงสุด
ถามอีกว่า เมื่อดูแนวนโยบายแล้วมีพรรคใดใกล้เคียงกับ พท.มากที่สุด นายยศชนันกล่าวว่า ทุกพรรคมีเรื่องปากท้องเศรษฐกิจ จึงมั่นใจว่าการจะเลือกคนมาพรรคมา มันไม่ยาก แต่ต้องเป็นคนที่ไม่คอร์รัปชันหากเข้ามารับตำแหน่ง
เท้งรีบมัดปากทุกพรรค
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามกรณีพรรค ปชน.จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารประเทศ จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลพรรคเดียวใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่เชิงอย่างนั้น หากเราได้เกิน 250 ที่นั่งสามารถทำได้ แต่ถ้าไม่ถึงโจทย์ของเรา คือตั้งรัฐบาลประชาชนที่เอาวาระเป็นตัวตั้ง พรรคที่จะมาร่วมต้องทำงานข้ามกระทรวงโดยยึดวาระเป็นตัวตั้ง ยึดภารกิจเป็นตัวตั้ง โดยโครงสร้างทีมบริหารจะมีรองนายกฯ ที่ดูภาพรวมให้งานสามารถทำข้ามกระทรวงได้ รัฐมนตรีที่ถูกเสนอชื่อมาควรเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถตรงสาย การทำงานยึดวาระเป็นตัวตั้ง ไม่แบ่งกระทรวงใครกระทรวงมันหรือต่างคนต่างทำ และเห็นว่าหลายพรรคออกมาพูดตรงกัน การตั้งรัฐบาลครั้งหน้าต่างรับหลักการที่พรรคอันดับหนึ่งควรได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน และอยากให้มีความโปร่งใสในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในสายตาประชาชน
ภายหลังนายอนุทินร่วมโชว์วิสัยทัศน์ทิศทางโลกทิศทางไทย ก่อนเดินทางกลับ โดยมีเอฟซีมาทักทายพร้อมบอกเป็นกำลังใจ และสนับสนุนเบอร์ 37 ขอให้สำเร็จ ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่พูดทิ้งท้ายในเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ว่าจะไม่ปิดกั้นการจับมือกับพรรคการเมืองอื่น นายกฯ ตอบกลับด้วยการโบกมือ พร้อมกล่าวว่า “ขอให้ประสบความสามเจ็ด” (หมายเลขปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคภูมิใจไทย)
ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน.และทีมบริหารพรรคด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ เข้าพื้นที่ช่วยหาเสียงผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ กล่าวถึงการเปิดทีมบริหารรัฐบาลประชาชนพร้อมประกาศ 12 ภารกิจว่า ถือเป็นมิติใหม่ของการประกาศทีมบริหาร โดยเอาวาระของประเทศเอาภารกิจเป็นตัวนำ ซึ่งงานเรื่องการปฏิรูปราชการ พรรค ปชน.น่าจะเป็นพรรคเดียวที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ในระดับสูง เพราะถ้าเราไม่ปรับปรุงรัฐให้ทันสมัย จะมีความอุ้ยอ้ายทั้งในเชิงงบประมาณและการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ การบริหารนโยบายเป็นระบบไซโล ต่างคนต่างทำ
“นี่คือสิ่งที่เราบอกว่าเป็นมิติใหม่ของทีมบริหาร ที่เราเอาภารกิจเป็นตัวนำ ไม่ได้เอาตัวบุคคลหรือหัวหน้ามุ้งเป็นตัวนำ”
เลือก ปชป.แล้วปลอดภัย
ส่วนที่อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และแคนดิเดตนายกฯของพรรค พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เดินทางเข้าหารือกับกลุ่มนักธุรกิจและนักลงทุน ณ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เพื่อฉายภาพอนาคตเศรษฐกิจไทยผ่านนโยบายที่เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้
นายอภิสิทธิ์ระบุว่า พรรคเน้นการค่อยๆ ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างเดิมให้ดีขึ้น มากกว่าการวาดภาพสวยหรูแต่ต้องแลกด้วยการทำลายระบบเดิม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของประเทศ
“เราเน้นปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ไม่หวือหวา ไม่ฉับพลัน แต่ต้องยั่งยืน ยอมรับนโยบายคนละครึ่ง ในปัจจุบันว่าเป็นการต่อยอดที่ทันสมัยและตอบโจทย์กำลังซื้อได้ดี จากต้นแบบเช็คช่วยชาติในอดีต ขณะที่รายได้เกษตรกรยังยืนหยัดด้วยนโยบายประกันรายได้ที่แม่นยำและสุจริต” ในช่วงท้ายนายอภิสิทธิ์ยังระบุว่า ปชป.คือพรรคที่เลือกแล้วประเทศปลอดภัย โดยขอโอกาสให้พรรคได้รับแรงสนับสนุนเพื่อเข้าไปมีพลังในการปราบทุจริต-หยุดทุนเทา และยุติความแตกแยกในสังคม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมีเอกภาพและมั่นคงต่อไป
ขณะที่ห้องประชุมวิทยาลัยเทคนิคพังงา อ.เมืองพังงา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ปชป.นำผู้สมัคร สส.พังงา เขต 1 ขึ้นรถแห่หาเสียงในเขตเทศบาลเมืองพังงา
นายจุรินทร์กล่าวว่า เป็นห่วงการเมืองวันนี้ เพราะเงินได้เข้ามามีบทบาทในการเลือกตั้งมากขึ้นเป็นอย่างมาก และเป็นต้นเหตุของการทุจริตคอร์รัปชันเมื่อเข้าไปมีอำนาจหรือเข้าไปเป็นรัฐบาล ส่งผลให้การเมืองและเศรษฐกิจของไทยติดหล่ม จึงขอให้แฟนคลับประชาธิปัตย์ทุกยุคกลับบ้าน ช่วยกันสนับสนุนการเมืองสุจริต ให้คนดีได้มีโอกาสเข้ามารับใช้บ้านเมือง เหมือนที่คนพังงาหลายยุคเคยทำสำเร็จและเป็นที่ชื่นชม
ต่อคำถามกรณีนายอภิสิทธิ์ประกาศพร้อมร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนโดยมีเงื่อนไข 3 ข้อ นายจุรินทร์กล่าวว่า ไม่ทราบว่านายอภิสิทธิ์ได้พูดชัดเจนอย่างนั้นหรือไม่ จึงไม่ขอให้ความเห็นในเรื่องนี้ ส่วนการตั้งรัฐบาลคงต้องรอผลการเลือกตั้ง พรรคการเมืองที่รวมเสียงข้างมากได้ก็เป็นรัฐบาล โอกาสย้อนยุคไปเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยคงเป็นไปได้ยาก
พท.หาเสียงชูล้างหนี้!
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ผู้สมัคร สส.เขต 3 พร้อมด้วยนางภูวษา หรือยุ้ย สินธุวงศ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนที่มาร่วมงานบุญ ณ วัดหนองใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ โดยนางภูวษาระบุว่า พท.มีแนวคิดช่วยเหลือคนยากจนและผู้สูงอายุให้หลุดพ้นจากวงจรหนี้ได้ ด้วยนโยบายล้างหนี้ประชาชน โดยประชาชนที่มีหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกันต่ำกว่า 200,000 บาท และค้างชำระเกิน 1 ปี สามารถจ่ายนี้เพียง 10% เพื่อปิดจบหนี้ได้เลย ส่วนใครที่เป็นหนี้นอกระบบ รัฐบาลจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ย และให้สถาบันการเงินของรัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้รายละไม่เกิน 50,000 บาท โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อนำเงินไปปิดหนี้นอกระบบ
นายวรวัจน์กล่าวถึงกรณีหนี้ของผู้สูงอายุว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป พรรคเพื่อไทยมีนโยบายช่วยเหลือเรื่องการล้างหนี้เสีย โดยหากมีหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกันต่ำกว่า 100,000 บาทในสถาบันการเงินของรัฐ รัฐจะยกเลิกหนี้ให้ทันที เพื่อให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยไม่มีภาระผูกพัน
ที่โรงแรมปริ้นตัน นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรคเศรษฐกิจ (ศก.) ได้แถลงข่าวเปิดตัวทีมงานคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ 15 คน ได้แก่ 1.พ.ต.ท.หญิง ดร.แสนสุข อุทยานินทร์ 2.รศ. ดร.กิตติ ลิ่มสกุล 3.ดร.จุฬาบุตร ค้าทันเจริญ 4.นายอภิรัฐ คงชนะกุล 5.ดร.อัครเวช โชตินฤมล 6.พ.ญ.ปนัดดา ลีลาอุดมลิปิ 7.ดร.พิริยะ อุไรวงศ์ 8.ดร.วันวิวัฒน์ เกศวา 9.นายณัฐพงษ์ จิตต์เจริญ 10.นายชัชพล บุญธนาพิบูลย์ 11.นายธนัตต์ เจริญมิน 12.นายนรวิชญ์ อูนากูล 13.ดร.ปิยชาติ โชติช่วง 14.ผศ.ดร.กฤษติศักดิ์ พูลสวัสดิ์ 15.นายพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร
ขณะที่ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรค ศก.และแคนดิเดตนายกฯ ได้แถลงประกาศ “นโยบายที่ 5 พลิกชาติ พลิกเศรษฐกิจ” ว่าหากพรรคได้เป็นรัฐบาลจะปรับโครงสร้างราคาก๊าซให้สะท้อนต้นทุนจริง แยกภาคอุตสาหกรรมออกจากภาคครัวเรือน และให้ ปตท.ดำเนินนโยบายโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก รวมทั้งสร้างเมกะโปรเจกต์เชื่อมโยงคมนาคมจากประเทศเพื่อนบ้านสู่กรุงเทพฯ เพื่อดึงการลงทุน กระตุ้นการท่องเที่ยว และเพิ่มรายได้ประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต.รับมือ‘พื้นที่ฉุกเฉิน’ เตือนกฎเหล็กประชามติ
"กกต." พร้อมรับมือเลือกตั้งพื้นที่ชายแดนใต้ ชี้หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินให้อำนาจ
กำชับสังคายนาการข่าว ยันน้ำมันภาคใต้เพียงพอ
นายกฯ เรียกฝ่ายความมั่นคงถกเหตุระเบิดปั๊ม ปตท. 3 จว.ใต้ กำชับเร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุดพร้อมเยียวยาผู้ประกอบการ
จับตาศาลสหรัฐ ตัดสินภาษีทรัมป์ มั่นใจแผนปรับตัว
"ปลัดคลัง" จับตาศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสิน "ภาษีทรัมป์" ชี้ทุกฝ่ายอย่าเพิ่งตื่นตระหนกล่วงหน้า
แฉก๊วนขายชาติ ปล่อย‘ผู้ต้องกัก’ จีนเทาหลบหนี
ศาลอาญาประทับฟ้อง "รังสิมันต์" อภิปรายหมิ่นฯ "เบน สมิธ" เป็นแก๊งสแกมเมอร์-คอลเซ็นเตอร์
กลัวอนุทินเป็นนายกฯ ซัดเขมรอย่าจุ้นการเมืองไทย หนุนส้ม-แดงหวังฮุบดินแดน
นายกฯ ตอกหน้า "รมต.อาวุโสกัมพูชา" ไม่มีสิทธิ์มาขู่คนไทยให้เลือกหรือไม่เลือกใคร
'อนุทิน' ขอคะแนนชาวบ่อนไก่ หวังผลงานเป็นรัฐบาล หนุนปักธง กทม. ได้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่ โดยเมื่อมาถึงชาวบ้านได้ขอจับมือและขอถ่ายภาพ นายอนุทินจึงบอกว่า จับมือแต่ไม่กา

