กลัวอนุทินเป็นนายกฯ ซัดเขมรอย่าจุ้นการเมืองไทย หนุนส้ม-แดงหวังฮุบดินแดน

นายกฯ ตอกหน้า "รมต.อาวุโสกัมพูชา" ไม่มีสิทธิ์มาขู่คนไทยให้เลือกหรือไม่เลือกใคร เย้ยเพราะกลัวอนุทินเป็นนายกฯ ลั่นอธิปไตย-เอกราชใครก็ไม่สามารถรุกล้ำก้าวก่ายได้ "สีหศักดิ์" เตือนอย่าแทรกแซงการเมืองไทย ซัด “เขียว รามี” ระมัดระวังคำพูด ลั่นไม่สบายใจเป็นการกระทำที่ไม่สร้างสรรค์ ย้ำการหยุดยิงต้องยั่งยืนไม่ยั่วยุตามชายแดน "พรรคส้ม" เมิน "กัมพูชา" เสี้ยมเลือก "พท.-ปชน." บอกฟังเสียงประชาชนไทยดีกว่า ย้ำถ้าไม่ปราบสแกมเมอร์ศึกก็ไม่สงบได้ "ไทกร" ชี้เหตุ "ระบอบฮุน เซน" เชียร์นายกฯ จาก พท.เพราะใช้ข้อมูลลับแบล็กเมลบีบบังคับได้ หากมาจาก ปชน.จะให้มหาอำนาจบีบไทยยกดินแดนให้ และเชื่อ ปชน.ไม่หนุนกองทัพทำสงคราม

เมื่อวันที่ 12 มกราคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงที่ชุมชนบ่อนไก่ กทม. ถึงกรณีนายเขียว รามี  รัฐมนตรีอาวุโสและประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า อย่าเลือกนายอนุทิน ให้เลือกพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า ตามที่รัฐมนตรีกัมพูชาพูด สิ่งที่เราสร้างกันมาความภาคภูมิใจที่อยู่ในสายเลือดของเรา ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้ และไม่มีสิทธิ์มาบอกว่าใครจะเลือกใคร ประชาชนคนไทยทราบดีว่าเลือกคนไหน เลือกพรรคไหน ความเป็นเอกราชและอธิปไตยของประเทศไทยเป็นอย่างไร ตนว่าไม่จำเป็นต้องพูด ผลงานและสิ่งที่กระทำไปก็เป็นผลงานที่ประจักษ์อยู่แล้ว

เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจ เพราะคำพูดที่บอกว่าหากเลือกนายอนุทิน จะทำให้เกิดสงครามครั้งที่ 3 นายอนุทินกล่าวว่า “ผมว่านี่แหละ เขากลัวว่าอนุทิน จะมาเป็นนายกฯ มาก เพราะฉะนั้นประชาชนต้องให้อนุทิน กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี จะได้ไม่มีใครมาใช้วาทกรรมข่มขู่ และไม่มีทางที่คนอย่างผมจะยอม อย่าว่าแต่ประเทศกัมพูชา ใครก็ไม่สามารถมารุกล้ำก้าวล่วงอธิปไตยและเอกราชของไทยได้”

เมื่อถามว่า มองเป็นการปั่นกระแสดิสเครดิตพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบทันทีว่า ทำไม่ได้หรอกครับ ใครจะดิสเครดิตหรือมีชัยชนะเหนือประเทศไทยก็ทำไม่ได้สักอย่าง มีแต่ประเทศไทยที่ได้ชัยชนะ เพียงแต่เราไม่พูดเพราะเราเป็นประเทศที่ไม่ซ้ำเติมใคร แม้กระทั่งประเทศที่มีความขัดแย้งกันก็ไม่ซ้ำเติม

 “ประชาชนคนไทยทราบดีว่าเราไม่มีอะไรเสียเลย เรามีแต่ได้ความเข้มแข็ง และได้รับความยำเกรงกับคนที่คิดจะมาท้าทายเรา นี่ต่างหากเป็นสิ่งที่สำคัญ” นายอนุทินกล่าว

ทั้งนี้ เขียว รามี รัฐมนตรีอาวุโสและประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "หลายความเห็นสร้างความกังวล ถ้าอนุทินแพ้เลือกตั้ง สงครามครั้งที่สาม สําหรับมุมมองของผมถ้าอนุทินแพ้คะแนนเสียงเปอร์เซ็นต์ต่ำมาก จะไม่มีสงคราม เพราะในอดีตทหารไทยเปิดตัวการบุกรุกกัมพูชา ยังได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลไทย นําโดยนายอนุทิน ซึ่งเปรียบเสมือนการเดินหน้าไปพร้อมกัน ทั้งกลองทั้งฉาบระหว่างฝ่ายการเมืองและกองทัพ เพราะฉะนั้นถ้าอนุทินหมดอํานาจ ทหารไทยจะออกรบไม่ได้ถ้าไม่มีคู่กรณี"

"สรุปถ้าอนุทินแพ้เลือกตั้ง จะไม่มีสงคราม ถ้าพรรคประชาชน หรือ พรรคเพื่อไทย ได้รับชัยชนะในเดือนกุมภาพันธ์ จะไม่เล่นเกมสงครามเหมือนพรรคอื่น เพราะทั้งสองพรรคเน้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน และยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากกว่าไปรบกับประเทศเพื่อนบ้าน แม้นโยบายจะเปิดรับความร่วมมือกับทหารไทย แต่สันดานของสองพรรคก็ไม่เอียงไปรบ เพื่อความมั่นคงและสันติภาพในระยะยาวระหว่างปัญหาชายแดนกัมพูชา-ไทยในอนาคต จําเป็นต้องพึ่งพาคนไทยโหวตให้พรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทย ส่วนพรรคภูมิใจไทย  ต่างจากสองพรรค จะนําไฟสงครามและหายนะของสองประเทศมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด" เขียว รามี ระบุ

อย่าแทรกแซงกิจการภายใน

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้ตนไม่สบายใจอย่างมาก โดยไทยและกัมพูชามีการหยุดยิงระหว่างกัน เราต้องทำให้การหยุดยิงนั้นมีความยั่งยืน ต้องทำให้ความสัมพันธ์เดินหน้าต่อไป แต่ต้องขึ้นอยู่กับความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันและความจริงใจที่มีต่อกัน  และตลอดเวลาที่ผ่านมาช่วงเวลาการหยุดยิงที่เปราะบาง  ถ้าเราอยากเดินหน้าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกัน เป็นความรับผิดชอบทั้งสองฝ่าย เราต้องเคารพในสิ่งที่เราตกลงกัน คือไม่ควรมีการยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีก และการยั่วยุนั้นหมายถึงการยั่วยุตามแนวชายแดน

นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการยิงข้ามเข้ามายังฝั่งไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่ฝ่ายกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบและแสดงความเสียใจมาอย่างทันท่วงที เพราะความมุ่งมั่นของไทยคืออยากให้ความสัมพันธ์เดินหน้าต่อไป

 “แต่สิ่งหนึ่งที่เรารับไม่ได้เลย คือการยั่วยุจากระดับผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล การยั่วยุด้วยถ้อยแถลง อย่างกรณีล่าสุดที่นายเขียว รามี รัฐมนตรีอาวุโสกัมพูชา  แสดงความคิดเห็นยุ่งเกี่ยวกับการเมืองของไทย ว่าหากพรรคการเมืองหนึ่งแพ้จะเป็นประโยชน์ ถ้าพรรคนี้ชนะก็จะเป็นประโยชน์ต่อความสัมพันธ์ ตรงนี้ไม่ควรเป็นสิ่งที่กระทำต่อกัน เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย และประเทศไทยไม่เคยทำในสิ่งนี้เลย ดังนั้นผมจึงขอฝากไปยังฝ่ายกัมพูชา ขอเตือนไปด้วย ว่าเหตุการณ์อย่างนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่สร้างสรรค์ และถ้าเราอยากจะเดินหน้าต่อไปเรื่องความสัมพันธ์ ขอให้ระมัดระวังคำพูดของบุคคลระดับรัฐมนตรีของกัมพูชาด้วย"

นายสีหศักดิ์กล่าวด้วยว่า เพราะประเทศไทยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราใช้ความยับยั้งชั่งใจ เราระมัดระวังในการใช้ถ้อยคำ เราคาดหวังเช่นเดียวกันจากฝ่ายกัมพูชา  จึงขอตอกย้ำเรื่องนี้

ด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า  อย่าไปฟังเขาเลย ตนไม่คบกับกัมพูชา อย่าไปยุ่งกับกัมพูชาเลย เราดูแลประชาชนคนไทย เราฟังเสียงประชาชนคนไทยดีกว่า ทั้งที่อยู่ในแนวชายแดนที่ลำบาก  วันนี้จะช่วยเหลือชดเชยเขาอย่างไร ต่อการทำมาค้าขายที่ไม่เหมือนเดิม จะมีการส่งเสริมให้เขาปรับตัวอย่างไร ขณะเดียวกันต้องหันกลับมามองที่กองทัพในการเตรียมความพร้อม

นายวิโรจน์กล่าวว่า การรบกันในครั้งนี้แตกต่างจากปี 2554 ที่เป็นเรื่องความนิยมทางการเมืองและเขาพระวิหาร แต่การปะทะกันครั้งนี้เราไปแตะขุมทรัพย์ที่มันหลอกคนไทยและทั่วโลก เฉพาะฝั่งกัมพูชาก็ 4.5 แสนล้านบาทต่อปี  เหมือนโจรที่ต้องรักษาของกลางก็ต้องสู้สุดชีวิต ถ้าเราแก้สแกมเมอร์ แก้ปัญหาการฟอกเงินไม่ได้ มันก็ไม่ 100% วันนี้เรากำลังเจอสงครามลูกผสมที่เรียกว่า “ไฮบริดวอร์แฟร์” ที่จะต้องสนธิกำลังกันทุกฝ่าย ทหาร, ตำรวจ, ดีเอสไอ, ปปง., ธปท., ก.ล.ต., กสทช. ต่างคนต่างทำงานจะทำไม่สำเร็จ

นายกฯ พท.-ปชน.ทำเสียดินแดน

ขณะที่นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง รัฐบาลไทยที่ฮุน เซน ต้องการ ระบุว่า "ปัจจุบันรัฐบาลไทย (รักษาการ) มาจากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้มีนโยบายสนับสนุนกองทัพไทยอย่างเต็มที่ในการทำสงครามรอบที่ 2 กับกัมพูชา ในช่วงระหว่างวันที่ 8-27 ธันวาคม 2568 จนกัมพูชาต้องขอเจรจาหยุดยิง เหตุเพราะรัฐบาลอนุทินปฏิเสธอย่างแข็งกร้าว ไม่ยอมรับการแทรกแซงของประเทศที่สามที่ต้องการเข้ามาไกล่เกลี่ย  ไม่ว่าทั้งจากสหรัฐอเมริกาหรือจีน หรือมาเลเซีย รัฐบาลอนุทินยืนยันว่า เป็นเรื่องระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ต้องเจรจากันสองฝ่ายเท่านั้น กัมพูชาจึงยอมเสียหน้าขอเจรจาหยุดยิงโดยไม่มีประเทศที่สามเป็นตัวกลาง

ดังนั้น หากหลังการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีของไทยไม่ได้มาจากพรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทย จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กับระบอบฮุน เซน แต่ถ้าหากนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยมาจากพรรคประชาชนหรือพรรคเพื่อไทย จะทำให้ฮุน เซน สามารถขึ้นขี่คอ บงการ หรือ บีบบังคับให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยทำตามสิ่งที่ฮุน เซน และกัมพูชาต้องการได้ เช่นหากนายกรัฐมนตรีของไทยมาจากพรรคประชาชน ฮุน เซน สามารถใช้ประเทศมหาอำนาจบีบบังคับให้นายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชนยอมเจรจาและยกดินแดนไทยที่ทหารไทยยึดคืนได้คืนให้กับกัมพูชา โดยฮุน เซน จะต้องยื่นคำขาดว่าถ้าไม่คืนดินแดนให้กับกัมพูชา กัมพูชาจำเป็นต้องทำสงครามกับไทยอีกรอบ เพื่อขับไล่กองทัพไทยที่รุกรานแผ่นดินกัมพูชาออกไป ซึ่งฮุน เซน ทราบดีว่านายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชนไม่กล้าทำสงครามกับกัมพูชา และฮุน เซน เชื่อว่านายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชนจะไม่สนับสนุนให้กองทัพไทยทำสงครามกับกัมพูชาเหมือนรัฐบาลอนุทิน

หรือหากนายกรัฐมนตรีของไทยมาจากพรรคเพื่อไทย   นี่คือของหวานอันโอชะของฮุน เซน เพราะเขามีข้อมูลความลับที่จะใช้ในการแบล็กเมล บีบบังคับให้นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยทำตามในสิ่งที่เขาต้องการ เพราะญาติพี่น้องของนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ล้วนแล้วแต่มีวีรกรรมมากมายในกัมพูชา ซึ่งฮุน เซน ได้เก็บงำความลับเหล่านี้ไว้เพื่อใช้ในการบีบบังคับให้นายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยทำในสิ่งที่เขาต้องการ เช่นยอมยกดินแดนคืนให้กับกัมพูชา หรือไม่สนับสนุนอย่างเต็มที่ให้กองทัพไทยทำสงครามกับกัมพูชาเหมือนที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ที่รองนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยยอมหยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข เมื่อไปเจรจากับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่ประเทศมาเลเซีย และฮุน เซน มั่นใจว่าชาติมหาอำนาจสามารถบีบบังคับนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยได้" 

"นี่คือเหตุผลหลักที่ระบบการปกครองของฮุน เซน  ต้องการให้นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยมาจากพรรคประชาชนหรือจากพรรคเพื่อไทย เขาจึงสั่งให้เครือข่ายของฮุน เซน เชียร์สองพรรคการเมืองนี้ โดยอ้างว่าเพื่อไม่ต้องการทำสงครามกับไทยเป็นรอบที่สาม" นายไทกรระบุ.  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ขอคะแนนชาวบ่อนไก่ หวังผลงานเป็นรัฐบาล หนุนปักธง กทม. ได้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่ โดยเมื่อมาถึงชาวบ้านได้ขอจับมือและขอถ่ายภาพ นายอนุทินจึงบอกว่า จับมือแต่ไม่กา