5คลิปหาเสียงผิดกม. กกต.ลุยอีก34เรื่องอ้างสถาบัน-ปลุกระดม/ประชามติเหงา

“กกต.” จับมือ 8 หน่วยงานขับเคลื่อนส่งเสริม ปชช.ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ รับกระแสการทำประชามติเงียบเหงา เร่งเปิดเวทีดีเบตประชามติจังหวัดละ 1 แห่งกระตุ้นการตื่นตัว “แสวง” เผยประเดิมสอบ 5 คลิปส่อเข้าข่ายหาเสียงผิด กม.เลือกตั้ง แย้มมีอีก 34 เรื่องต่อคิวพิจารณา ทั้งนำสถาบันฯ มาหาเสียง-ปลุกระดม ไฟเขียว “ภท.” นำคนนอกเป็นผู้ช่วยหาเสียงโปรโมตเป็น ครม.ดึงคะแนนได้ พร้อมขึ้นเวทีดีเบตสื่อเชิญได้ เว้นเวทีประชันนโยบายบริหาร ปท.สำหรับพรรคการเมือง “ตำรวจ” ระดมกำลัง 126,000 นายดูแลเลือกตั้ง คุมเข้มพื้นที่ 10 จังหวัดชายแดน

ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ วันที่ 13 มกราคม  2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางบูรณาการขับเคลื่อนการสร้างพลเมืองรุ่นที่ 1 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อชี้แจงเป้าหมายและแสวงหาแนวทางเพื่อนำกิจกรรมตามแผนยุทธศาสตร์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปี พ.ศ. 2569 ไปสู่แนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ในการขับเคลื่อนให้ความรู้ ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับเรื่องของการออกเสียงประชามติและการเลือกตั้ง โดยมีหน่วยงานภาคีเครือข่าย 8  หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมการปกครอง,  กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น, กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข, กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ, กรมประชาสัมพันธ์ และ กกต.ประจำจังหวัด

นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกระแสการรณรงค์การลงคะแนนประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ค่อนข้างเงียบว่า สำนักงาน กกต.ได้จัดส่งเนื้อหาการทำประชามติไปยังผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศและนอกราชอาณาจักรแล้ว แต่ยอมรับการตื่นตัวของประชาชนในการทำประชามติไม่คึกคักเท่าที่ควร กกต.แต่ละจังหวัดอาจต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายภาคประชาชนช่วยรณรงค์การทำประชามติตามบ้านผู้มีสิทธิออกเสียงให้มากขึ้น  พร้อมทั้งให้ กกต.แต่ละจังหวัดเร่งจัดทำรายละเอียดผู้ขอจัดเวทีแสดงความคิดเห็นและเปิดเวทีดีเบตประชามติอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง

ถามถึงกรณีการเลือกตั้งนายก อบต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา มีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนหรือโหวตโนมากกว่าผู้สมัครรับเลือกตั้ง บ่งบอกอะไร  นายวีระกล่าวว่า เป็นหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย หากประชาชนเห็นว่าคนไหนไม่เหมาะสมหรือไม่ควรจะเลือก ก็เป็นอำนาจของประชาชนที่จะตัดสิน ไม่ได้ถือเป็นเรื่องแปลก ตนมองเป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำที่ประชาชนมีความชัดเจนว่าจะเลือกคนแบบไหน ซึ่งพันธกิจของ กกต.เองก็สื่อสารกับประชาชนอยู่เสมอว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้คนดีมาปกครองบ้านเมือง เมื่อประชาชนเห็นว่าไม่มีคนเหมาะสมก็ไม่เลือก ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ประชาชนสามารถทำได้

ซักว่าโหวตโนจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง สส.และการลงเสียงประชามติหรือไม่ รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีการโหวตโนเกิดขึ้นมาก การที่ประชาชนไม่เลือกผู้ใด น่าจะมีปัจจัยหลายอย่างที่กระทบกับความรู้สึก ซึ่งในการเลือกตั้ง สส. โอกาสที่จะไม่เลือกใครหรือโหวตชนะน่าจะเกิดขึ้นได้น้อย เพราะผู้สมัครเองก็ต้องพยายามนำเสนอนโยบายของตน ต้องออกไปหาเสียงสร้างคะแนนนิยม ตนว่าผู้สมัครทุกคน รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีบทบาทอย่างไร ต้องหาเสียงอย่างไรให้คนเลือก

 “ในหลายพื้นที่มีความท้าทายหรือการแข่งขันดุเดือด ซึ่ง กกต.ได้ให้เครือข่ายที่มีอยู่เก็บรวบรวมข้อมูล แสวงหาหลักฐานข้อเท็จจริง หากมีการร้องเรียนหรือร้องค้านขึ้นมาก็สามารถนำมาใช้ประกอบในการพิจารณาทำสำนวนไต่สวนได้ ซึ่งตอนนี้ตนยังไม่ทราบข้อมูล เช่นเดียวกับการจัดกลุ่มคนเข้ามาก่อกวนขณะลงพื้นที่หาเสียงนั้นก็จะเข้าข่ายการขัดขวางการเลือกตั้ง เป็นโทษทางอาญา ก็ต้องไปดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ซึ่งทางผู้สมัคร สส. สามารถเป็นเจ้าทุกข์ได้ กรณีที่มีการทำผิดเกี่ยวกับเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายระบุให้ผู้สมัครเป็นผู้เสียหายได้ในการไปร้องทุกข์กล่าวโทษ” รองเลขาธิการ กกต.กล่าว

ขณะที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ได้ร่วมประชุมกับคณะทำงานติดตามการหาเสียงเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-War Room) ซึ่งมีผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงดีอี ร่วมประชุม โดยได้พิจารณาคลิปภาพและเสียงที่เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งจำนวน 5 คลิป ซึ่งหากที่ประชุมเห็นว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็จะเสนอ กกต.พิจารณามีคำสั่งให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูล หรือถ้าเห็นว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองมีผลให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็จะมีการเสนอต่อเลขาธิการ กกต.เพื่อให้มีการดำเนินการตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการสืบสวน ไต่สวนและวินิจฉัยชี้ขาด

 “ในการประชุมยังมีการเสนอเรื่องให้คณะทำงานติดตามเกี่ยวกับการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้พิจารณาอีกจำนวน 34 เรื่อง แบ่งเป็น 1.อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง 2561 ข้อ 17 นำสถาบันพระมหากษัตริย์มาใช้ในการหาเสียง จำนวน 8 เรื่อง 2. อาจเข้าข่าย ข้อ 18 (3) ใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดม จำนวน 26 เรื่อง” นายแสวงกล่าว

มีรายงานว่า สำนักงาน กกต.ได้ตอบข้อสอบถามของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เพื่อให้การดำเนินงานถูกต้องตามกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายพรรคการเมือง หรือข้อกำหนดระเบียบหรือประกาศของ กกต. ใน 4 ประเด็นคือ 1.พรรคได้มีการประกาศนโยบายการบริหารงานบุคคล โดยคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริตมาเป็นคณะรัฐมนตรี โดยมีการนำภาพบุคคลและชื่อให้ประชาชนทราบและพิจารณาในการลงคะแนนเลือกตั้งผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ ทำได้หรือไม่ ซึ่งสำนักงาน กกต.พิจารณาและมีความเห็นว่าหากเป็นนโยบายของพรรค ภท.ย่อมสามารถทำได้ตามมาตรา 74 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 ส่วนการนำเสนอบุคคลโดยมีชื่อและภาพให้ประชาชนได้รับทราบผ่านสื่อประชาสัมพันธ์นั้น ให้ปฏิบัติตามข้อ 6 ข้อ 7 และข้อ 8 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง สส. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 พ.ศ.2565

2.กรณีผู้ช่วยหาเสียงที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ภท. แต่ได้รับแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายหาเสียง เพราะเป็นผู้ทราบรายละเอียดนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงเป็นอย่างดี สามารถขึ้นเวทีหาเสียงกับพรรคได้หรือไม่  โดยสำนักงาน กกต.เห็นว่าสามารถทำได้ โดยต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ช่วยหาเสียง หน้าที่และค่าตอบแทนตามข้อ 4 และข้อ 14 ของระเบียบ กกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้ง สส.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2565 และต้องไม่มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 28 และ 29 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญไม่ได้พรรคการเมือง 2560  และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566  

3.กรณีผู้ช่วยหาเสียงที่ได้รับแต่งตั้งจากพรรค ภท.ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค แต่ได้รับแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้บริหารในการกำหนดนโยบายหาเสียง สามารถมีรูปถ่ายในป้ายหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้สำนักงาน กกต.เห็นว่าไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคการเมืองหรือสมาชิกพรรคการเมือง ตามที่กฎหมายและระเบียบกำหนด และ 4.กรณีผู้ช่วยหาเสียงที่ได้รับแต่งตั้งและมอบหมายให้เป็นผู้บริหารกำหนดนโยบายหาเสียง สามารถเป็นผู้ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพรรคให้ไปร่วมดีเบตหรือแสดงวิสัยทัศน์ตามรายการต่างๆ ที่ได้รับเชิญหรือไม่ โดยสำนักงาน กกต.พิจารณาแล้วเห็นว่า สามารถทำได้หากได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ช่วยหาเสียง หน้าที่และค่าตอบแทนผู้ช่วยหาเสียงให้เป็นไปตามที่ระเบียบ กกต.กำหนด และการร่วมดีเบตหรือแสดงวิสัยทัศน์ตามรายการต่างๆ ที่ได้รับเชิญนั้น ต้องไม่ใช่เวทีประชันนโยบายบริหารประเทศสำหรับพรรคการเมืองตามมาตรา 81 วรรค 2 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 และข้อ 14, ข้อ 15 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2566 และต้องเป็นผู้ไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 28 และมาตรา 29 ของกฎหมายพรรคการเมือง

วันเดียวกัน พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เป็นประธานประชุมเปิดศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 13 ม.ค.-12 ก.พ.69 โดยศูนย์ดังกล่าวจะบูรณาการร่วมกับ กกต. ฝ่ายปกครอง และทหาร ในการดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้งกว่า 90,000 หน่วยทั่วประเทศ ซึ่งใช้กำลังตำรวจ 126,000 นาย ในการดูแลความปลอดภัย

มีรายงานว่า ในที่ประชุมเน้นความสำคัญในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน ประกอบไปด้วย บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี จันทบุรี สระแก้ว ตราด โดยจะใช้แผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง รวมถึงประเมินสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในวันเลือกตั้ง หากมีการปะทะในแนวชายแดน จะมีการนำรถหุ้มเกราะ อพยพประชาชน ร่วมกับทุกหน่วยงาน รวมไปถึงจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาคัดกรองข่าวสาร ส่วนพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าหากมีสถานการณ์เลวร้ายสุด กำลังประสานกับ กกต. พอจะมีการพิจารณาย้ายหรือยุบบางหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลความปลอดภัย โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาร่วมกับตำรวจตระเวนชายแดน รวมทั้งพิจารณาปรับเวลาการเลือกตั้งให้อยู่ในห้วงเวลาความปลอดภัย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง