นายกฯ ย้ำต้องปรับปรุงการข่าวหลังเหตุบึ้มปั๊ม 11 จุดใน จว.ชายแดนใต้ เร่งใช้งบกลางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด บินสงขลาถก “เลขาฯ ศอ.บต.” ช่วยเหลือ ปชช.-ผู้ประกอบการ พร้อมขอให้ติดตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก-ประเมินผลกระทบและหาแนวทางการรับมือ "เสธ.ทบ." น้อมรับสังคายนาการข่าวใต้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ผนึกกำลัง 3 ฝ่าย เชื่อว่าเป็นกลุ่ม BRN เร่งสอบ-ช่วยเยียวยา-ฟื้นความเชื่อมั่น
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 13 มกราคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ทั้งฝ่ายความมั่นคงและการทหารต้องทำหน้าที่ของเขาไปอย่างเต็มที่ ตนก็กำชับเรื่องของการข่าว สิ่งที่มันเกิดขึ้นจะบอกว่าการข่าวไม่ล้มเหลวมันก็ไม่ได้ ก็ต้องปรับปรุง มันเกิดขึ้นไปแล้ว ตอนนี้ย้ำในสิ่งที่เป็นฝ่ายขึ้นตรงกับการสั่งงานของตน คือศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้ไปเร่งร่วมมือกับทางจังหวัดในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบเหตุ ทั้งผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย ต้องช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งในพื้นที่ได้ส่งรายละเอียดมาแล้ว โดยมีมาตรการ ระเบียบ และมติจากที่ประชุมในการที่จะช่วยเหลือว่าการเกิดเหตุร้ายแบบนี้จะต้องทำอย่างไรบ้าง
"ผมจะต้องเร่งให้มันเร็วขึ้น ส่วนใหญ่ต้องใช้งบประมาณจากงบกลาง ซึ่งงบกลางที่จะนำไปใช้สำหรับสถานการณ์ที่เร่งด่วนฉุกเฉินและช่วยเหลือประชาชนโดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับทางราชการปกติ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณาให้อยู่แล้ว"
เมื่อถามว่า กรณีนี้ทางการข่าวไม่ได้มีการรายงานมาก่อนใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าแจ้งก็คงไม่เกิด
นายอนุทินกล่าวว่า ในวันที่ 14 ม.ค.นี้ จะเดินทางไปจังหวัดสงขลา ถือโอกาสเชิญเลขาธิการ ศอ.บต.มาพบด้วย เพื่อติดตามมาตรการในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจากการก่อการร้าย และการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ซึ่งได้ส่งสรุปมาให้แล้ว แต่จะเร่งให้ดำเนินการทำเรื่องขอขึ้นมา ดังนั้นเมื่อลงไปจังหวัดสงขลาถือว่าเป็นที่นัดประชุมที่เกิดความสะดวก
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้ประสานไปยัง ปตท. เพื่อให้ช่วยดูแลผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันที่ได้รับผลกระทบ โดยฝากให้รองนายกฯ และ รมว.การคลัง รวมทั้ง รมว.พลังงาน พิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยลดภาระผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งอาจรวมถึงผู้ประกอบการทั่วไปด้วย เพื่อให้สามารถมีการลงทุน ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นในพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2569 เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลก นายกรัฐมนตรีได้ให้ รมว.การต่างประเทศติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประเทศไทย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง รวมทั้งแนวทางการรับมือของไทยด้วย
นายสิริพงศ์กล่าวว่า นายกฯ ยังให้นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด จากการที่ ครม.ได้อนุมัติงบกลางเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวมทั้งจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ซึ่งขณะนี้ประชาชนได้กลับไปอยู่อาศัยในบ้านเรือนแล้ว แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากการที่ต้องอพยพ รวมไปถึงเงินช่วยเหลือในการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย
ด้าน พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงการปรับปรุงด้านการข่าวว่า ตอนนี้ทุกหน่วยงานทำอยู่แล้ว แต่ละหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นนายกฯ ในฐานะ ผอ.รมน. และ พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรอง ผอ.รมน. ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งตรวจสอบว่ามีอะไรที่ทุกหน่วยจำเป็นจะต้องปรับปรุง และจำเป็นต้องไปพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนในฐานะที่เป็นเลขาธิการ กอ.รมน. ก็จะลงไปดูว่าตรงไหนที่จะช่วยเหลือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าได้ โดยเฉพาะด้านการข่าว ที่มีข่าวออกมาว่าต้องปรับปรุงประสิทธิภาพ เราก็จะไปดูและปรับปรุง
ส่วนที่มีการมองว่างานการข่าวบกพร่องจะชี้แจงอย่างไร เสธ.ทบ.กล่าวว่า เรื่องการข่าวมีหลายหน่วยงานที่ทำอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว เราต้องให้กำลังใจกัน แต่ก็อาจมีตรงไหนที่มีจุดอ่อนอยู่บ้าง ถ้าตรงไหนที่ควรปรับปรุงก็ต้องดูและประเมินก่อน เพราะจะทำให้หน่วยงานในพื้นที่ขาดกำลังใจ
ส่วนได้ประเมินหรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดจากปัจจัยอะไร เสธ.ทบ.กล่าวว่า จากการรายงานด้านการข่าว คงเป็นเรื่องการผสมผสานกัน การก่อเหตุวันที่เหมาะสม เวลาที่เหมาะสม ความพร้อมของผู้ก่อเหตุ และในช่วงที่เราระมัดระวังตั้งแต่ปีใหม่ เราระวังมาตลอดเวลา จนกระทั่งมาถึงวันนั้น เจ้าหน้าที่อาจไม่ทันระวังในห้วงเวลาดังกล่าว มันจึงเกิดขึ้นได้ และต้องไปประเมินดู ส่วนคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจะมีบทบาทเข้ามาดูแลในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ สามารถทำได้โดยจะต้องไปยื่นกับผู้อำนวยการสะดวกของทางมาเลเซีย ว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น และต้องทบทวนการพูดคุยมีประโยชน์ยังไงบ้าง ก็ต้องไปพูดคุยกัน
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ระยะหลังกลุ่มผู้ก่อเหตุมุ่งเน้นสร้างความเสียหายด้านทรัพย์สิน เนื่องจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ไม่สอดรับกัน ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้ากับหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่ จึงได้ใช้วิธีการด้านการข่าวเป็นเครื่องมือช่วยเหลือ ซึ่งในภายภาคหน้าคงจะต้องมีการปรับให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพราะพื้นที่รับผิดชอบมีจำนวนมากไม่เพียงพอต่อจำนวนเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ตลอดจนต้องประสานความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ในการเฝ้าระวังและแจ้งเหตุ เพื่อระงับการก่อความไม่สงบ
ที่ศูนย์ปฏิบัติสำนักงานตำรวแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้รายงานสถานการณ์และความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุหลังเกิดเหตุตำรวจพิสูจน์หลักฐานในพื้นที่ได้ลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจากส่วนกลาง ทำให้เริ่มได้เบาะแสของกลุ่มคนร้ายบางส่วนแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทบทวนและวางแผนการทำงานใหม่ทั้งหมด หากแผนใดล้มเหลวจำเป็นต้องยกเลิกและปรับแผนใหม่ทันที พร้อมทั้งประเมินผลว่าแผนที่ดำเนินการไปแล้วได้ผลมากน้อยเพียงใด
ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี หน่วยงาน 3 ฝ่าย ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อรายงานผลการดำเนินงานและสื่อสารข้อมูลที่เป็นเอกภาพ โดยผู้แทนเข้าร่วม ประกอบด้วย พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า, พ.ต.อ.ธัชพิชัย จารย์วรานนท์ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พ.ท.เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาเพื่อความมั่นคง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ / รองโฆษกกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมแถลง
พ.อ.ยุทธนามแถลงว่า ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด บูรณาการงานข่าวร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด และตรวจเข้มจุดผ่านแดนเพื่อควบคุมพื้นที่อย่างละเอียด ตลอดจนวางแผนเส้นทางปลอดภัยเพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่
พ.ต.อ.ธัชพิชัยเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุครบทุกจุดแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด จากการวิเคราะห์แผนประทุษกรรม พบว่าคนร้ายก่อเหตุในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน คือระหว่างเวลา 00.50-01.00 น. และหลังจากนั้นไม่เกิน 10 นาที ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นในหลายจุดพร้อมกัน ลักษณะการประกอบระเบิด ระบบจุดชนวน การใช้สะเก็ดเหล็กเส้น รวมถึงผลการตรวจปลอกกระสุนปืน ล้วนสอดคล้องกับรูปแบบการก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเชื่อว่าเป็นกลุ่ม BRN ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ และขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอย่างรอบคอบ
ด้าน พ.ท.เชิดเปิดเผยหลักเกณฑ์เยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี 31 พฤษภาคม 2548 โดยจะประเมินทรัพย์สินให้เสร็จสิ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ และพิจารณาจ่ายเงินชดเชยล่วงหน้าไม่เกินร้อยละ 50 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ทั้งนี้ หากงบเยียวยาเกิน 100 ล้านบาท ในช่วงรัฐบาลรักษาการ จะต้องเร่งนำเสนอ กกต.ตามขั้นตอนกฎหมาย
"ขอประณามการก่อเหตุรุนแรงที่ทำลายระบบเศรษฐกิจและซ้ำเติมประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ผู้เห็นต่างหันมาใช้แนวทางสันติวิธีในการพูดคุย และขอความร่วมมือประชาชนหากพบเหตุผิดปกติ แจ้งได้ที่สายด่วน 1341 หรือสายตรงแม่ทัพภาคที่ 4" พ.ท.เชิดระบุ
ขณะที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์ประณามการลอบวางระเบิดและวางเพลิงปั๊มน้ำมัน 11 จุด ในพื้นที่ 3 จว.ชายแดนภาคใต้ ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง คุกคามสิทธิและความปลอดภัย ซ้ำเติมความทุกข์ยาก บั่นทอนความสงบ และการพัฒนาเศรษฐกิจ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในพื้นที่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“กองทัพ”ตั้งการ์ด-ลดแรงเสียดทาน เริ่มศึกภายใน-ชายแดนยังไม่จบ
แม้การสู้รบในพื้นที่ชายแดน “ไทย-กัมพูชา” จะจบลงในระลอกที่ 2 ไปแล้ว โดยกองทัพสามารถทวงคืนพื้นที่จากฝ่ายตรงข้ามได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ “สงคราม” นั้นยังไม่จบ เพราะ “ควันหลง” ของเหตุการณ์ยังเป็นเชื้อไฟที่สามารถทำให้เหตุการณ์สู้รบปะทุได้อีกตลอดเวลา จากปัจจัยหลักคือ ยังไม่มีการสำรวจจัดทำหลักเขตกันจนเป็นที่ยุติ รวมไปถึงปัจจัยเฉพาะหน้าที่เกิดจากการเมืองภายในของ 2 ประเทศ ที่รัฐบาลต่างฝ่ายต่างสร้างคะแนนนิยมจากเหตุการณ์ชายแดน
ครม.ไฟเขียวแปลงงบลับ บิ๊กตู่ให้กำลังใจชายแดน
“ลุงตู่” ร่วมงานสถาปนาทัพภาค 1 ครบ “116 ปี” ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทหารเสียชีวิตจากสงครามไทย-กัมพูชา
ทรัมป์ขู่ศาลสูง เลิกภาษีแย่แน่ รบ.ชดใช้อ่วม!
"ทรัมป์" ฮึ่ม! ศาลฎีกาขืนตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้า "เราแย่แน่" เกิดโกลาหล รัฐบาลสหรัฐต้องจ่ายล้านล้านดอลลาร์
เริ่มเทศกาลสาดโคลน
“อนุทิน” ยิ้มรับกระแสภูมิใจไทยดี แต่ยังไม่ใจชื้น ต้องรอผลเลือกตั้ง
5คลิปหาเสียงผิดกม. กกต.ลุยอีก34เรื่องอ้างสถาบัน-ปลุกระดม/ประชามติเหงา
“กกต.” จับมือ 8 หน่วยงานขับเคลื่อนส่งเสริม ปชช.ใช้สิทธิเลือกตั้ง-ออกเสียงประชามติ
'อนุทิน' ถึงกระบี่ สนทนาธรรม 'พระอาจารย์ชัย' วัดถ้ำเสือ ก่อนลุยหาเสียง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงภาคใต้ประเดิมจังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดแรก พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ

