นายกฯ มอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตเหตุเครนถล่มทับรถไฟ 30 ครอบครัว จี้ฝ่ายปฏิบัติหาวิธีบอกเลิกสัญญา “อิตาเลียนไทย” ลั่นไม่ทำให้เสียค่าโง่ แต่ทำให้ทุกฝ่ายฉลาดขึ้น ชี้เหตุไฟไหม้บริเวณเครนถล่มพระราม 2 แสดงว่ายังไม่ทำอะไรให้ปลอดภัย “บวรศักดิ์” ประสานอัยการสูงสุด บอกเลิกสัญญาเอกชน-ฟ้องเรียกค่าเสียหาย รวมถึงชาวต่างชาติดับ 5 ราย ท้าฟ้องกลับได้ ย้ายซากเครนสำเร็จ เริ่มเปิดเดินรถไฟสายอีสาน ทล.เร่งเยียวยาเหตุพระราม 2 รายละ 1.705 ล้าน จับตาศุกร์นี้ “พิพัฒน์” แถลงสรุปผลสอบตามกรอบ 7 วัน
ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 20 มกราคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานสักขีพยานในการมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม, นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าฯ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่าฯ รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยนายอนุทินมอบเงินเยียวยาแก่ครอบครัวหรือทายาทผู้เสียชีวิต สำหรับเงินดังกล่าวครอบคลุมครอบครัวหรือทายาทผู้เสียชีวิตจำนวน 30 ครอบครัว ประกอบด้วย เงินช่วยเหลือจากการรถไฟแห่งประเทศไทย รายละ 340,000 บาท และเงินค่าสินไหมทดแทนจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) รายละ 1,000,000 บาท นอกจากนี้ยังมีเงินช่วยเหลือจากบริษัทผู้รับจ้างรายละ 150,000 บาทด้วย
จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างรางรถไฟความเร็วสูงตกทับในส่วนของรถไฟ ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงและสร้างความสะเทือนใจให้แก่ประชาชนทั้งประเทศ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่อาจประเมินค่าได้ การมอบเงินเยียวยาเป็นความตั้งใจของรัฐบาลในการที่จะเร่งรัดการช่วยเหลือดูแลและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้เป็นไปได้โดยเร็วที่สุด พร้อมเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสียให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ โดยรัฐบาลจะติดตามการเยียวยาในระยะต่อไปจนกว่าทุกขั้นตอนจะแล้วเสร็จสมบูรณ์
“ผมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม จะไม่มีการละเว้นหรือยกเว้นการกระทำผิดแก่ผู้ใดทั้งสิ้น หากพบการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการผิดกฎหมายและฝ่าฝืนกฎหมายและประมาทเลินเล่อรัฐบาล จะใช้วิธีการดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัด"
นายกฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้รัฐบาลได้มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคมในการเร่งทบทวน ปรับปรุงและยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านกฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ การกำกับดูแลหน่วยงาน และบทลงโทษ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจะกำหนดให้ความปลอดภัยของแรงงานและประชาชนเป็นวาระสำคัญของประเทศ รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งประชาชน และพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในทุกมิติ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น ความปลอดภัยและความเป็นธรรมให้กลับคืน
ด้านนายพิพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้บาดเจ็บทุกรายอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้ว ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ และยังมีในส่วนของค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งมีวงเงินรวมกว่า 583 ล้านบาท สามารถรองรับค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ ภายหลังพิธีมอบเงินนายกฯ เดินทักทายพูดคุยให้กำลังใจกับญาติผู้เสียชีวิตด้วย
ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงเหตุไฟไหม้ซ้ำบริเวณเครนถล่มถนนพระราม 2 รัฐบาลมีการคาดโทษใช่หรือไม่ ว่าไม่ได้คาดโทษ แต่ให้ดำเนินการ โดยรัฐบาลให้ดำเนินการทางปกครอง หาวิธีบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา ซึ่งรัฐบาลโดยสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ใช่คู่สัญญา แต่เป็นนโยบายที่แจ้งให้กับหน่วยงานรับผิดชอบโครงการ ซึ่งต้องดำเนินการ ถ้าเขาไม่ดำเนินการก็มีความผิดเท่านั้นเอง
ไม่เสียค่าโง่แต่ทำให้ฉลาด
เมื่อถามว่า ในฐานะวิศวกร เหตุไฟไหม้ดังกล่าวถือเป็นการทำลายหลักฐานใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าถามตนในฐานะวิศวกร เราต้องวางแผนงานควบคุมและใส่ใจในแต่ละประเภทของงาน ซึ่งมีทั้งเสี่ยงน้อย เสี่ยงมาก เสี่ยงกลาง ซึ่งงานที่เสี่ยงมากๆ คืองานที่ต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม ก็ต้องให้ความใส่ใจและระมัดระวังให้มาก ต้องมีความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ จะเป็นการไปทำลายหลักฐานได้อย่างไร ถ่ายรูปกันไปชัดเจนแล้ว หลักฐานก็คือเครนที่ร่วงลงมา ซึ่งเป็นความเสียหายทางโครงสร้างทางวิศวกรรม จะไปเผาเหล็กเผาเครนตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เอกสารก็ไม่ได้ต้องการ เพราะถ้าเอกสารดีอย่างไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันฟ้องดีกว่าเอกสาร
เมื่อถามว่า ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยเหลือ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง นายอนุทินกล่าวว่า ได้มอบนโยบายต่อกรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม ว่าต้องไม่ฟังเงื่อนไขในสัญญา แต่มันมีเรื่องของกฎหมายทางปกครอง ให้ไปดำเนินการ เพราะมันเป็นภัยและอันตรายต่อสาธารณะ ทำให้ประโยชน์ของสาธารณะเสียไป รวมไปถึงความมั่นใจของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว
"ตอนที่ผมบอกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ก็มีคนว่าไม่ใส่ใจ แต่ตอนที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ก็บอกว่าระวังเสียค่าโง่ แต่ถ้าทำตรงนี้แล้วนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกฎหมาย เปลี่ยนระเบียบการควบคุมต่างๆ ได้ เพราะทุกอย่างมีต้นทุน ผมก็ไม่คิดว่าคำว่าเสียค่าโง่คืออะไร คือบริษัทไปฟ้องหรือ เครนล้มลงมาขนาดนี้ มีเสียชีวิต 30 กว่าคน เหตุเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เหตุเกิดครั้งแรกยังโอเค แต่นี่เกิดเหตุ 4-5 ครั้งแล้ว แล้วจะไม่ให้รัฐทำอะไรเลยหรือ ทำแบบนี้ก็ว่าทำแบบนั้นก็ว่า ผมก็ทำในสิ่งที่ควรทำ และผมไม่ได้เป็นคนเสียค่าโง่ แค่ไปบอกหน่วยงานว่าต้องทำอย่างไร มันไม่โง่หรอกที่ต้องทำแบบนี้ ทำแล้วทุกฝ่ายจะได้ฉลาดขึ้น จะได้ทำอะไรด้วยความระมัดระวัง นี่คือสิ่งที่ทำให้เสียหายกับประเทศ และเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องดำเนินการ ไม่ต้องมานั่งนับญาติอะไรกับผม สิ้นคิดถึงขนาดบอกว่าเอาแม่ผมไปเป็นน้องสาวของเจ้าของบริษัท อิตาเลียนไทยฯ เป็นไปได้อย่างไร เพราะสมัยก่อนแข่งขันกันมาตลอดชีวิต มันเริ่มที่จะออกไปเรื่องอื่นแล้ว" นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวอีกว่า มาตรการเร่งด่วนที่ออกมาจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นหรือไม่ หน่วยงานที่รับผิดชอบไปเลิกสัญญาให้ได้ก่อนเถอะ เพราะตอนนี้คุณทำให้รัฐบาลทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทำให้ความมั่นใจของคนไม่มี เตือนไปแล้วหลายครั้งก็ยังเกิดเหตุขึ้นอีก ซึ่งหากมีไฟไหม้เกิดตรงนั้น แสดงว่าคุณยังไม่ดำเนินการอะไรที่ทำให้เกิดความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ตรงนี้ควรหรือยังที่จะต้องมีการดำเนินการอะไร ตนทำหน้าที่ของตนแล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ ถ้าไม่ทำก็คาอยู่ที่เขา ประชุมครม.กี่สัปดาห์ จะถาม รมว.คมนาคม และหลังเลือกตั้งหากตนเป็นฝ่ายค้าน จะไปนั่งไล่ถาม รมว.คมนาคมดำเนินการไปแล้วหรือยัง ก็แค่นี้
ด้านนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มใส่รถไฟที่ อ.สีคิ้ว ว่า จะมีการประสานงาน ให้ค่าเสียหายและชดเชยจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งมีชาวต่างชาติ 5 ราย โดยรัฐบาลกำลังจะหารือ โดยจะขอให้ทางอัยการสูงสุดพิจารณาเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญา และอาจจะให้อัยการสูงสุดฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งหากผู้ที่ได้รับความเสียหายจะเข้ามาเป็นโจทย์ร่วม รัฐบาลอาจจะให้การสนับสนุน เพราะเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งในเรื่องความปลอดภัยสาธารณะเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสัญญาทางปกครองแบบนี้ไม่เหมือนสัญญาทางแพ่ง ต้องดูประโยชน์สาธารณะ ความปลอดภัยสาธารณะประกอบด้วย ฉะนั้นรัฐบาลจะไม่อยู่เฉย
'บวรศักดิ์' ท้าฟ้องกลับได้
เมื่อถามว่า การบอกเลิกสัญญาจะไม่ทำให้รัฐบาลเสียค่าโง่ใช่หรือไม่ นายบวรศักดิ์กล่าวว่า จะต้องให้อัยการสูงสุดดูข้อกฎหมาย สัญญาทางปกครองไม่ใช่สัญญาทางแพ่ง จึงต้องดูประโยชน์สาธารณะและความปลอดภัยสาธารณะประกอบด้วย จะใช้กฎหมายแพ่ง 100% ไม่ได้ ซึ่งเป็นหลักทั่วไปที่ศาลปกครองยึด ซึ่งต้องให้ทางอัยการสูงสุดหาแนวทางในการบอกเลิกสัญญาให้ได้ และฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ยุติ ส่วนเรื่องการแก้กฎกระทรวงต้องดำเนินการต่อไป พร้อมขอความร่วมมือสภาวิศวกรรมให้ดูแลเรื่องวิศวกร
เมื่อถามว่า ส่วนบริษัทเอกชนสามารถฟ้องกลับได้หรือไม่นั้น นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ไม่ได้มีข้อห้ามที่จะฟ้องกลับหรือไม่ ก็ฟ้องแย้งกลับมาสิ โดยสู้กันตามหลักฐานว่ามีการละเลยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเช่นนี้
ต่อมาเวลา 18.00 น. นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทยในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว และโครงการของกรมทางหลวงบริเวณถนนพระราม 2 คณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เพื่อรวบรวมหลักฐานและข้อมูลเชิงประจักษ์จากหน้างานจริง เพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์อย่างรอบคอบ
นายจิระพงศ์กล่าวว่า สำหรับกระบวนการตรวจสอบถูกกำหนดให้ดำเนินการเป็น 2 ระยะอย่างชัดเจน โดยระยะแรกจะใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ตามข้อสั่งการของนายกฯ เพื่อสรุปสาเหตุเบื้องต้นในเชิงวิศวกรรม และสื่อสารต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม จะแถลงข้อสรุปผลสอบข้อเท็จจริงในวันศุกร์ที่ 23 ม.ค. เวลา 09.00 น. ขณะที่ระยะต่อไปจะเป็นการสอบสวนเชิงลึก ใช้เวลาประมาณ 45 วัน เพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด และสรุปข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อสรุปหาความรับผิดชอบที่ชัดเจน และใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินการตามสัญญาหรือกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังมีข้อเสนอแนะ 2 เพื่อกำหนดแนวทางการป้องกันการเกิดเหตุการณ์ในอนาคต เช่น การปิดการจราจร 100% ในเส้นทางที่มีการก่อสร้างที่มีทางยกระดับอยู่ด้านบน และเพิ่มเงื่อนไขในการประมูลโครงการก่อสร้างหลังจากนี้ลงไปในขอบเขตงาน (TOR) โดยกำหนดว่า หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในระหว่างการก่อสร้างจนมีผู้เสียชีวิต เจ้าของสัญญาสามารถบอกเลิกสัญญาได้ เป็นต้น
เยียวยา 1.7 ล้านพระราม 2
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการจัดการพื้นที่โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว กรณีเหตุการณ์โครงสร้างเหล็กสำหรับติดตั้งสะพาน (Launching Gantry - LG) ทรุดตัวบนถนนพระราม 2 ว่า ขณะนี้กรมทางหลวงได้ผนึกกำลังร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และบริษัทผู้รับจ้าง จัดตั้งทีมปฏิบัติงานเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการการรื้อย้ายโครงสร้างเหล็กและชิ้นส่วนต่างๆ โดยการปฏิบัติงานทุกขั้นตอนเป็นไปตามแผนงานและมาตรฐานวิศวกรรมที่ผ่านการตรวจสอบร่วมกันจากทั้ง 3 ฝ่ายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้เนื่องจากประกายไฟจากแก๊ซที่ใช้ตัดโลหะโดนคราบน้ำมันและวัสดุติดไฟในที่เกิดเหตุ โดยทีมกู้ภัยที่ประจำหน้างานได้เร่งใช้ถังดับเพลิงจำนวน 4 ถังเข้าระงับเหตุเบื้องต้น ก่อนที่ทีมดับเพลิงจะเข้าระงับเหตุและควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลาประมาณ 11.30 น. โดยไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้ เพื่อป้องกันเหตุเกิดซ้ำ ได้มีการป้องกันโดยฉีดพรมน้ำโดยรอบจุดที่เสี่ยงเกิดประกายไฟระหว่างทำงานตัดย่อยโครงเหล็ก
ในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต กรมทางหลวงได้สรุปยอดเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น รวมทั้งสิ้น 1,705,000 บาทต่อราย โดยแบ่งเป็น เงินสงเคราะห์พระราชทาน (และรับศพผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์) จำนวน 20,000 บาท ค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาท และค่าสินไหมทดแทน จำนวน 500,000 บาท ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เงินชดเชยเยียวยา จากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 1,150,000 บาท
ที่ จ.นครราชสีมา นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าฯ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่าฯ รฟท. เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการรื้อย้ายโครงเหล็กจากเหตุเครนถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว จ.นครราชสีมา เสร็จเรียบร้อย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา รฟท.ได้ซ่อมแซมทางรถไฟ พร้อมทั้งได้ตรวจสอบสภาพทางและพื้นที่บริเวณโดยรอบ สามารถเปิดเดินรถเส้นทางสายอีสานได้ตามปกติ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ด้วยขบวนแรกรถธรรมดาที่ 233 กรุงเทพฯ (หัวลำโพง)-สุรินทร์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฎีกา5ปี4เดือน ‘เจ๋ง ดอกจิก’ คดีชุมนุมปี53
ฎีกายืนตามอุทธรณ์ สั่งคุก 5 ปี 4 เดือน “เจ๋ง ดอกจิก” ชุมนุมปี 53
‘ตาควาย’ส่อพัง เร่งบูรณะ-กู้บึ้ม เยียวยาชายแดน
นายกฯ สั่งเร่งดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา
แม้วพ้นคุกพ.ค./อ้วน-ทวีระทึก
“ราชทัณฑ์” แจงยิบ “ทักษิณ” ยังนอนคลองเปรมอยู่ พักโทษเดือน
ซื้อเสียง2แสนล้าน! จ่ายกรรมการยกหน่วย ภท.ฟ้องปชน.ใส่ร้ายหนู
“นายกฯ” ลั่นไม่ใช้เวลาราชการหาเสียง หวั่นรบกวนคนทำงาน บอก ภท.มีสไตล์การหาเสียง
‘ส้ม’ดิ้นหนีความจริง โวยถูกใส่ร้ายยื่นกกต.เอาผิด/‘ชูวิทย์’ปัด‘บิ๊กแดง’หนุนหลัง
“วิโรจน์” กางเดธโน้ต ขำไม่ออกบอกมีขบวนการใส่ร้ายพรรคประชาชน ทั้งใช้ไอโอ-แอ็กหลุม-ฟาร์มเพจ พร้อมเปิด 3 ชื่อเพจหลัก
แจ้งความ3สน. แก๊งช่วยจีนเทา หนีห้องกักตม.
"อัจฉริยะ" หอบหลักฐานบุก สน.หัวหมาก-สน.บึงกุ่ม-สน.อุดมสุข

