
กล้าธรรมกระอักเลือด! ดีเอสไอร่วม ปปง.บี้นักการเมืองเทา เปิดปฏิบัติการ “Operation Gameflow” ลงพื้นที่ 10 จุด 4 จังหวัด รวบแอดมินเว็บพนัน พบหลักฐานโยง "ชนนพัฒฐ์" เงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท แต่จับกุมไม่ได้เพราะเป็น สส. มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง "ธรรมนัส" ท่องคาถา "ไม่รู้" ยันไม่กระทบพรรคเพราะเป็นเรื่องส่วนบุคคล
เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย น.ส.รวิวรรณ จตุรพิธพร รองปลัดกระทรวงยุติธรรม, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ, พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีดีเอสไอ, ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และนายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมแถลงผลทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว นักการเมืองคนดัง เงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท
พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า สืบเนื่องจากปี 2566 ดีเอสไอดำเนินการสอบสวนคดีอาชญากรรมออนไลน์และการฟอกเงินของเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ คดีพิเศษที่ 5/2566 กรณีการสอบสวนเว็บพนันออนไลน์ “AK47MAX” ช่องทาง www.ak47max.com ซึ่งเป็นสำนวนคดีพิเศษเดิมของดีเอสไอ กองคดียาเสพติด โดยมีผู้ต้องหาทั้งหมด 36 ราย แจ้งข้อหาดำเนินคดีได้ 24 ราย ในข้อหา "ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันสมคบตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน" ขณะที่อีก 12 รายยังคงหลบหนี ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม
อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า จากการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีเงินหมุนเวียนประมาณ 39 ล้านบาท ที่มีความเชื่อมโยงกับนายชนนพัฒฐ์ จึงได้ขยายผลการสืบสวนตามเส้นทางการเงินดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้านี้ พบว่าแม้จะถูกดำเนินคดีไปแล้ว แต่ยังคงมีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะเดิมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 จนถึงปัจจุบัน โดยพบกระแสเงินหมุนเวียนประมาณ 1,000 ล้านบาท และมีผู้ต้องหารายเดิมที่กลับมากระทำความผิดเพิ่มเติมอีก 5 ราย จึงแยกเป็นคดีพิเศษที่ 150/2568 และวันที่ 27 ก.พ.69 ได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับเพิ่มเติม 27 หมาย ศาลได้อนุมัติหมายจับรวม 25 ราย อีก 2 รายมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งศาลให้ออกหมายเรียกก่อนคือ นายชนนพัฒฐ์และคนใกล้ชิดนายชนนพัฒฐ์
ขณะที่ ร.ต.อ.เขมชาติกล่าวว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มี.ค.69 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ร่วมกับกองคดียาเสพติด ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ เขตพื้นที่ 9 และสำนักงาน ปปง. เพื่อค้นหาพยานหลักฐานและติดตามจากกลุ่มบุคคลตามหมายจับ จำนวน 10 จุด ได้แก่ จ.สงขลา 5 จุด, จ.ปทุมธานี 1 จุด, จ.นนทบุรี 2 จุด และ กรุงเทพฯ 2 จุด โดยการปฏิบัติการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง การตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ, ส่วนที่สอง การตรวจค้นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ และส่วนที่สาม การตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานเกี่ยวกับการฟอกเงิน ซึ่งเป็นการขยายผลต่อเนื่องจากคดีเดิมที่สำนักงาน ปปง.ได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว
ร.ต.อ.เขมชาติกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือ น.ส.นารีรัตน์ (สงวนนามสกุล) ทำหน้าที่เป็นแอดมิน มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงทางอิเล็กทรอนิกส์ พยานแวดล้อม เอกสารเดินทางนอกราชอาณาจักร และมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง แต่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศกัมพูชามาเยี่ยมญาติในพื้นที่เขตดินแดง กรุงเทพฯ ในข้อหา "ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือจัดอุบายล่อ ช่วยประกาศ โฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และร่วมกันฟอกเงิน"
"จากการตรวจสอบพบหลักฐานหลายรายการที่สามารถเชื่อมโยงกับนายชนนพัฒฐ์ เช่น คลิปเสียงการสนทนา 30 คลิป เป็นต้น และจากการเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายชนนพัฒฐ์ ใน จ.สงขลา ยังพบหลักฐานการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ และการตกแต่งบัญชีภาษี โดยมีการกล่าวถึง น.ส.เร (สงวนนามสกุล) ในข้อความสนทนา พนักงานสอบสวนจึงได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ สิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในโฉนดที่ดิน รวมทั้งกระเป๋าแบรนด์เนมจำนวน 9 ใบ มูลค่ารวมประมาณ 10 ล้านบาท"
ร.ต.อ.เขมชาติกล่าวต่อว่า ยังพบหลักฐานเพิ่มเติมที่ยืนยันการครอบครองและการถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินของนายชนนพัฒฐ์ โดยทรัพย์สินอีกส่วนหนึ่งมูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปปง. ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลของบริษัทมี 5 หมายจับที่ให้บริการเปิดบัญชีรับเงินทำธุรกิจต่างๆ พบว่าสถานที่ที่เกี่ยวข้องไม่สอดคล้องกับรายละเอียดการจดทะเบียนบริษัทที่เคยแจ้งไว้ บางแห่งเป็นเพียงบ้านพักอาศัยหรืออยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด ซึ่งพนักงานสอบสวนจะขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องในการจดทะเบียนบริษัท รวมถึงผู้สอบบัญชี ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่
"จากการตรวจค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดทรัพย์สินเพิ่มเติมได้ประมาณ 12 ล้านบาท โดยทรัพย์สินที่ตรวจค้นส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับนายชนนพัฒฐ์และบุคคลใกล้ชิด ขณะที่เอกสารทางทะเบียนของทรัพย์สินบางรายการยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จากแนวทางการสืบสวนเชื่อว่านายชนนพัฒฐ์เป็นผู้ครอบครองและดูแลสถานที่ดังกล่าว"
ส่วนทางนายกมลสิษฐ์ระบุว่า ปปง. บูรณาการร่วมกับดีเอสไอ ตั้งแต่ปี 2566 โดยยึดอายัดทรัพย์สินไปแล้วมูลค่า 168 ล้านบาท เมื่อเดือน พ.ย.68 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้ต้องหาในเครือข่ายเดียวกัน และจากการตรวจค้นล่าสุด พบทรัพย์สินที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม ซึ่งจะนำไปดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า นายชนนพัฒฐ์ยังคงอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ขณะนี้นายชนนพัฒฐ์ยังอยู่ในประเทศไทย แต่เนื่องจากมีตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงมีเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถควบคุมตัวได้ในระหว่างสมัยประชุมสภา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอได้ส่งหมายเรียกไปแล้วให้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามกำหนด
มีรายงานข่าวจากคนใกล้ชิดนายชนนพัฒฐ์ว่า นายชนนพัฒฐ์ได้รับหมายเรียกดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ดีเอสไอไปตรวจค้นบ้านเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะนี้เจ้าตัวยังอยู่ในจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่พบปะประชาชน แต่ยังไม่ขอพูดอะไรในขณะนี้ รอพูดคุยกับทนายและผู้ใหญ่ในพรรคก่อน ซึ่งคนใกล้ชิดบอกว่านายชนนพัฒฐ์ยังมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง
ทั้งนี้ นายชนนพัฒฐ์เพิ่งได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่สอง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา และเข้ารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรียบร้อยแล้ว
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวว่า ยังไม่รู้เลย เขาเป็น สส.แล้วมีเอกสิทธิ์คุ้มครองอะไรก็ต้องดู เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรค เป็นความผิดเฉพาะบุคคล
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายชนนพัฒฐ์แล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มี ก่อนจะย้อนถามสื่อว่า ทำไมไม่ถามเรื่องการทำงานในสภาบ้าง
ถามว่า ได้พูดคุยกับนายชนนพัฒฐ์แล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ก็มีการโทรศัพท์ปรึกษากันในฐานะที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรค ก็เป็นเรื่องปกติที่เมื่อลูกพรรคได้รับความเดือดร้อนเรื่องใดก็ตาม ก็ให้คำปรึกษา ย้ำว่าไม่กังวลใจในเรื่องดังกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กัมพูชาหนาวแน่ ‘ฝรั่งเศส’ฟังไทย
ดับฝันกัมพูชา! “สีหศักดิ์” เผยไทยยังไม่พร้อมประชุมเจบีซี 17-25 เม.ย.นี้ รอกระบวนการตั้งกรรมการฝ่ายไทยเสร็จสิ้น ระบุถึงประชุมได้ก็ยังเริ่มปักปันเขตแดนไม่ได้ ยันฝรั่งเศสให้ความร่วมมือไทยเข้าถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ยกเลิกเอ็มโอยู 43 ต้องเป็นฉันทามติ
เริ่มแล้ว‘7วันอตร.’! เซ่นสงกรานต์ 20 คน
เริ่มแล้ว 7 วันอันตรายรับสงกรานต์! ศปภ.เผยวันแรกเกิดอุบัติเหตุ 135 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 132 คน ผู้เสียชีวิต 20 ราย สาเหตุหลักขับรถเร็ว จักรยานยนต์มากสุด พื้นที่ท้องถิ่นเน้น “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว”
รัฐบาลฟิตจัด เร่งกม.ค้างท่อ ‘24ฉบับ’ไปต่อ
ครม.เร่งเครื่องกฎหมายค้างท่อ 24 ฉบับ มอบเจ้าสังกัดเร่งดำเนินการต่อ และแจ้ง สลค.ภายใน 24 เม.ย.69 ก่อนเสนอ ครม. ร้องขอรัฐสภาพิจารณาต่อไป
‘อนุทิน’คุมปราบโกง!
"อนุทิน" ลงนามคำสั่ง 8 กลุ่มภารกิจ นายกฯ คุมปราบปรามทุจริต-ยาเสพติด-ค้ามนุษย์-อาชญากรรมข้ามชาติ ส่วน “พิพัฒน์” ดูพัฒนาสาธารณูปโภค ด้าน “ทรงศักดิ์”
มาตรการชุดใหญ่ ประชุมครม.นัดแรกอัดเต็มความช่วยเหลือยุคนํ้ามันแพง
ประชุมนัดแรกหลังมีอำนาจเต็ม มติมาเป็นพวง! ครม.เคาะมาตรการช่วยประชาชน-ผู้ประกอบการ-ภาคขนส่ง-เกษตรกร เติมงบกลาง 3 ส่วน เพิ่มอีกร่วม 3 พันล้าน
ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศให้ความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็น 'คดีพิเศษ'
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศดีเอสไอ ให้ความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เข้าข่ายคดีพิเศษ มีผลย้อนหลัง 1 มี.ค. 2569 รองรับการดำเนินคดีกลุ่มขบวนการหรือพฤติการณ์ซับซ้อน

