ซื้อเสียง2แสนล้าน! จ่ายกรรมการยกหน่วย ภท.ฟ้องปชน.ใส่ร้ายหนู

“นายกฯ” ลั่นไม่ใช้เวลาราชการหาเสียง หวั่นรบกวนคนทำงาน บอก ภท.มีสไตล์การหาเสียง ไม่จัดเวทีใหญ่เหมือนพรรคอื่น ปัดไม่รู้เรื่องซื้อเสียง 7,500 บาท บอกใครจ่ายจะซื้อเขาควายไปครอบ เลิกงานนำทีมเดินสำเพ็ง-เยาวราช  ช่วยผู้สมัครหาเสียง เจอ "ดร.เอ้" โผกอดจับมือชู บอกเจอกันที่สภา “ศุภชัย” ฟ้อง "ปชน.-จตุรงค์" ใส่ร้าย "อนุทิน" เป็นญาติกับอิตาเลียนไทย ชี้โทษหนักถึงขั้น กก.บห.พ้นทั้งคณะ แถมอาจติดคุก “ธรรมนัส” ร้องห้ะซื้อเสียงหัวละ 7.5 พัน บอกถ้าจริงประเทศพินาศแน่ โวทุกโพล "กธ.” ติด 1 ใน 5 ตลอด “อภิสิทธิ์” ชวน ปชช.ร่วมกันต่อต้านซื้อเสียงทำลายระบอบประชาธิปไตย “สาทิตย์” ปูดมีซื้อกรรมการยกหน่วยเลือกตั้งด้วย “ผอ.กกต.กทม.”  ไม่เชื่อแจกคนละ 7.5 พัน บอกไม่น่ามีใครกล้าลงทุน "รมว.ยธ." กั๊กเปิด 10 ผู้สมัคร สส.เอี่ยวเว็บพนัน-สแกมเมอร์ “ไชยชนก” ยันไม่ใช่การบีบช่วงใกล้เลือกตั้ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 20 มกราคม 2569  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)  กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่า จะพยายามไม่ใช้เวลาราชการ ถึงแม้ว่าจะลาได้ก็ไม่อยากลา อย่างเวลาไปหาเสียงตอนบ่าย 2 บ่าย 3 คนยังทำงานกันอยู่ เราจะไปกวนเวลาเขาก็ไม่ดี และเราไม่อยากใช้เวลาราชการ แม้จะมีสิทธิ์ลา ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยง ส่วนเรื่องไม่ขึ้นเวทีดีเบตจะเป็นการเสียโอกาสนั้น ก็แล้วแต่จะคิด แต่ตนไม่ได้คิดอย่างนั้น

ถามว่า เห็นเวทีพรรคเพื่อไทยหาเสียงแต่ละจุดจัดพรึบมากรู้สึกอย่างไร ขณะที่พรรค ภท.ไม่จัดเวทีใหญ่ นายอนุทินกล่าวว่า ต่างคนก็ต่างมีความเชื่อมั่นในวิธีการและรูปแบบ ใครอยากทำอะไรและมีความเชื่อมั่นก็ทำไปตามนั้น ขณะที่พรรค ภท.เชื่อมั่นในวิธีที่ผู้สมัครของพรรคหาเสียงกับประชาชนทุกวันนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสม ซึ่งเป็นรูปแบบและสไตล์ของเขา เราไม่เคยประมาทใครอยู่แล้ว แต่ก็เป็นกำลังใจให้ผู้สมัครทุกคนทุกพรรค 

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ผู้สมัคร สส.อุบลราชธานี พรรค ภท. ใส่เสื้อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ หาเสียง หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวว่า ไม่รู้มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ม.ค.หรือไม่ น.ส.สุดารัตน์ชี้แจงแล้วว่าตอนนี้ผมเขาสีดำ ตอนนั้นผมเขาทำไฮไลต์ ตนจะไปแคร์อะไรเมื่อเขาสมัคร สส.ในนามพรรค ภท.ไปแล้ว เขาจะใส่เสื้ออะไรก็ขอให้เขาได้เข้ามาเป็น สส.พรรค ภท.ก็พอใจแค่นั้น

พอถามถึงกรณีการเรียกร้องให้พรรคการเมืองลงสัตยาบันไม่ซื้อเสียง หลังกระแสข่าวมีการใช้เงินซื้อเสียงสูงถึง 7,500 บาท หัวหน้าพรรค ภท.ย้อนถามว่า ประเด็นอะไร 7,500 บาท ผู้สื่อข่าวตอบว่าเป็นเงินที่ใช้ในการซื้อเสียง นายอนุทินจึงถามอีกว่า ใครซื้อเสียง 7,500 บาท สื่อจึงตอบกลับว่าเป็นผลสำรวจที่มีออกมา นายอนุทินจึงกล่าวว่า “หัวละ 7,500 บาท อุ๊ย ซื้อเขาควาย 700 บาทเอง ใครจ่าย 7,500 บาท บอกมาเลยเดี๋ยวจะซื้อเขาควายไปครอบให้เขา”

 “การเมืองสู้กันดุเดือดทุกรอบอยู่แล้ว แต่ขอให้สู้ในเกมไม่มีปัญหา การต่อสู้การแข่งขันเป็นเรื่องงดงาม แต่ต้องให้เป็นตามกติกา มีสปิริตซึ่งกันและกัน" หัวหน้าพรรค ภท.กล่าว

ถามถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุให้พรรคที่บอกว่าไม่ให้ล็อกหมวด 1 หมวด 2 ควรออกมาบอกให้ชัดว่าจะแก้ส่วนไหนบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า อย่างพรรค ภท. เมื่อเราไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ตนก็ไม่ต้องไปอธิบายอะไรเพิ่มเติม ไม่ต้องคิดอะไรเพิ่มเติม เมื่อถามว่ามีบางพรรคบอกว่าไม่ต้องเขียนล็อกไว้เพราะมีเรื่องพระราชอำนาจแทรกอยู่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ใช่พรรค ภท.ใช่หรือไม่ 

ก่อนหน้านี้ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีการออกมาตั้งข้อสังเกตว่าคำถามประชามติที่รัฐบาลส่งให้ กกต.ไม่มีหลักประกันว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะไม่ไปแตะหมวด 1 หมวด 2 ว่า ขอให้คนที่ออกมาพูดไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากดูแล้วจะทราบดีว่าที่รัฐบาลตั้งคำถามไปเป็นคำถามในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และจะเขียนล็อกแค่หมวด 1 หมวด 2 ไม่พอ จะดูแค่นั้นไม่ได้ เพราะเรื่องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ต้องไปดูอีกหลายส่วนในรัฐธรรมนูญ

“ถ้าอยากแน่ใจเกี่ยวกับเนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ให้คนที่คิดจะแก้ไขออกมาให้สัมภาษณ์ เพื่อบันทึกเอาไว้ว่าจะแก้จุดใดบ้าง จะไม่ปรับอะไรบ้าง ไม่ใช่เฉพาะหมวด 1 หมวด 2” นายบวรศักดิ์ระบุ

ฟ้อง 'ปชน.-จตุรงค์’ ใส่ร้ายอนุทิน

เวลา 17.00 น. นายอนุทินพร้อมทีมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ อาทิ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค, นายภราดร ปริศนานันทกุล ผู้สมัคร สส.อ่างทอง, น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี, นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้ช่วยหาเสียง, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์, นายธนกร วังบุญคงชนะ, นายเกรียงยศ สุดลาภา, นายอนุชา บูรพชัยศรี, นายสันติ ปิยะทัต สมาชิกพรรค เป็นผู้ช่วยหาเสียงใน กทม. ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 1 ของพรรค ย่านตลาดสำเพ็ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเดินหาเสียงนายอนุทินได้หยุดพักนั่งรับประทานกวยจั๊บ สั่งพิเศษ ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ย่านเยาวราช ร่วมกับผู้สมัคร สส.และแกนนำพรรค นอกจากนี้ระหว่างเดินหาเสียงมาถึงถนนเยาวราช ปรากฏว่าเป็นจังหวะที่นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และทีมงานเดินหาเสียงอยู่ถนนฝั่งตรงข้าม  เมื่อนายอนุทินเห็นจึงตะโกนเรียกว่า “พี่เอ้ๆ” ซึ่งทำให้นายสุชัชวีร์หันมายิ้มพร้อมกับโบกมือทักทายกลับ และพาคณะเดินข้ามถนนมาหานายอนุทิน โดยทันทีที่เจอกันนายอนุทินและนายสุชัชวีร์ได้สวมกอดกัน พร้อมพูดคุยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยนายสุชัชวีร์บอกว่า "ขอให้นายอนุทินโชคดี" ขณะที่นายอนุทินบอกว่า “ขอให้ได้ไปเจอกันในสภา” ก่อนที่ทั้งสองคนจะจับมือกันชูขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ก่อนแยกย้ายกันไปเดินหาเสียง

อย่างไรก็ตาม ช่วงระหว่างก่อนเดินไปยังจุดวัดสัมพันธวงศ์ ซึ่งระหว่างทางได้มีประชาชนมาขอถ่ายภาพ โดยนายอนุทินได้ขึ้นไปนั่งคร่อมบนรถมอเตอร์ไซค์ถ่ายภาพร่วมกับประชาชน ก่อนเดินหาเสียงต่อ และไปกราบเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์

นายอนุทินกล่าวว่า ประชาชนให้การตอบรับดีและมีการบ่นเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีไม่มาก อยากจะให้โปรโมตเรื่องการท่องเที่ยวเยอะๆ จะได้ขายของได้ และอยากให้เศรษฐกิจดีขึ้น และมีโครงการต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนมาจับจ่ายใช้สอย เพราะของในสำเพ็งเป็นของเล็กๆ น้อยๆ เป็นของใช้ในชีวิตประจำวันและราคาไม่สูง เขาจึงอยากให้ดูแลเรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งเราก็บอกว่าโอเค โครงการคนละครึ่งพลัสคงช่วยได้เยอะ และเราจะมีเฟส 2 ออกมาทันทีหากเราได้กลับมาเป็นรัฐบาล

ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรค ภท. กล่าวว่า ช่วงนี้กระบวนการใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จบิดเบือนก็มีมาในทุกช่องทาง ตนได้เรียกร้องให้พรรค ปชน.ออกมาชี้แจงตักเตือน ระงับการกระทำของนายจตุรงค์ หิรัญกาญจน์ อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ได้โพสต์ข้อความอันเป็นเท็จ กล่าวหาว่านายอนุทินมีความเกี่ยวข้องกับบริษัท อิตาเลียนไทยฯ พยายามโยงว่าเป็นเครือญาติกันนั้น จนถึงวันนี้พรรค ปชน.ก็ยังเพิกเฉย แต่พอพรรคตัวเองถูกกล่าวหาก็จะมีการไปร้อง กกต.ดำเนินคดีกับคนอื่น

นายศุภชัยกล่าวว่า วันนี้พรรค ภท.จะมีการไปดำเนินคดีกับหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ปชน. ในความผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ซึ่งจะมีโทษทางอาญา ถ้าปรากฏว่าการดำเนินการดังกล่าวนายทะเบียนพรรคการเมืองได้แจ้งให้ระงับแล้วไม่ดำเนินการ ตรงนี้ก็จะมีโทษทางปกครอง คือพรรคการเมืองนั้นจะถูกนายทะเบียนมีคำสั่งให้คณะกรรมการบริหารพ้นทั้งคณะ

“ผมจะไปแจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายจตุรงค์ ทำผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 แล้วก็ดำเนินคดีในข้อหาเอาข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะดำเนินการให้ถึงที่สุด ในขณะเดียวกันก็จะดำเนินคดีกับพรรคประชาชน และจะไปร้องต่อ กกต. เพื่อให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง เรื่องนี้ต้องการทำให้เป็นเยี่ยงอย่าง” นายศุภชัยกล่าว

ผู้กองร้องห้ะข่าวซื้อเสียง 7.5 พัน

พรรคกล้าธรรม (กธ.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. กล่าวถึงข่าวมีการซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท โดย ร.อ.ธรรมนัสถึงกับร้อง “ห้ะ” เมื่อได้ยินคำถาม พร้อมกับระบุว่า มีด้วยหรือ มีคนไม่ปกติอย่างนี้ด้วยหรือ ตนไม่ทราบเหมือนกัน เมื่อถามว่าครั้งนี้มีข่าวว่ามีการซื้อเสียงกันหนักเลยอาจทำให้ตัวเลขพุ่งสูงไปถึงจำนวนดังกล่าวได้ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าถ้าใครทำแบบนี้ โอ้โหบ้านเมืองพินาศแน่ ไม่ไหวหรอก ถ้าใช้เงินทุ่มกันขนาดนี้ แต่ตนเชื่อว่านักการเมืองคงไม่มีใครทำแบบนี้หรอก เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ที่การเลือกตั้งซึ่งมีการแข่งขันกันสูง อาจจะมีปัจจัยนี้เข้ามา ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ห่วง ตนก็ใช้วิธีการหาเสียงตามสไตล์ตน ไปเกือบทุกจังหวัด ไม่มีวันหยุด

ถามถึงการลงพื้นที่ของพรรค กธ.ในขณะนี้ เป็นไปตามเป้าหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรามีการทำโพลของเรา และดูโพลของสำนักอื่นด้วย เราก็มั่นใจ ซึ่งเราก็อยู่ 1 ใน 5 ตลอดทุกโพล บางจังหวัดก็เป็นที่ 1 ซึ่งผลโพลออกมา อย่างคะแนนนิยมของพรรค ติด 1 ใน 5 เกือบทุกจังหวัด เราไม่มีหลุดลำดับที่ 5 เลย เมื่อถามย้ำว่าโพลของพรรคกับโพลสำนักต่างๆ ที่ออกมาแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ต่างกัน ส่วนใหญ่จะคล้ายๆ กัน

ถามว่า หลังเลือกตั้งสามารถจับมือกันได้ทุกพรรคหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า พรรคเรามีหลักการชัดเจน โดยเฉพาะหัวหน้าพรรคเป็นคนที่ชัดเจนมาก และลูกพรรคทุกคนก็ชัดเจนว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับการทำลายเสาหลักของบ้านของเมือง ชาติ ศาสนา เราไม่เอาด้วย หากเป็นอย่างนั้นตนเลิกเล่นการเมืองดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกาศย้ำหลายครั้งว่าไม่ร่วมงานกับพรรค กธ. เรามีจุดยืนกับ 2 พรรคนี้อย่างไรบ้าง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ตนมีจุดยืนของตน ไม่ได้มีจุดยืนที่จะไม่เอาพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ถ้าพรรคใดพรรคหนึ่งมีนโยบายชัดเจนว่าเป็นผู้บริหารและทำลายบ้านเมืองมา ตนไม่เอาด้วย และการเข้าไปยุ่งบ่อนทำลายเสาหลักของบ้านเมือง ตนไม่เอาด้วย สมมุติว่าถ้าเราจะต้องร่วมมือกับพรรคที่ทำลาย โดยเฉพาะการแก้มาตรา 112 ยืนยันว่าไม่เอาด้วยเด็ดขาด

ซักว่าขณะนี้มีการพูดกันล่วงหน้าแล้วว่าจะจับมือกับพรรคนั้นพรรคนี้ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่มีหรอก คุณรู้ได้อย่างไรว่าคุณจะได้เท่าไหร่ บางคนอยากเป็นนายกรัฐมนตรีจนตัวสั่น คุณจะถึง 25 เสียงหรือเปล่า แต่เราถึงแน่

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.และแคนดิเดตนายกฯ นำทีมคณะบ้านสีฟ้าลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนที่ซอยสุขุมวิท 101/1 (วชิรธรรมสาธิต) เพื่อช่วย น.ส.วีร์ ศรีวราธนบูลย์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 หมายเลข 17 หาเสียง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง จากนั้นเดินทางเข้าพบ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เพื่อรับฟังแนวทางการบริหารวงการกีฬาไทย

นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 7,500 บาทว่า หากเป็นจริงขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันต่อต้าน และยืนยันพรรค ปชป.ไม่สนับสนุนการกระทำที่เป็นการบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย ถามกรณี ร.อ.ธรรมนัสระบุบางพรรคมีคนอยากเป็นนายกฯ จนตัวสั่นอาจได้ สส.ไม่ถึง 25 คนว่า ไม่ทราบหมายถึงใคร แต่ตนและพรรคมุ่งมั่นทำงานการเมืองอย่างเต็มที่ และไม่ให้ร้ายใคร ยืนยันว่าพี่น้องประชาชนจะเป็นคนตัดสิน ในวันที่ 8 ก.พ.นี้

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรค ปชป. ที่รับผิดชอบการทำยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งของพรรค กล่าวตอนหนึ่งระหว่างให้สัมภาษณ์กับรายการ "เลือกตั้ง 69 เดิมพันเปลี่ยนอนาคต-ไทยโพสต์” ว่า ให้จับตามองการหาเสียงในช่วงต่อจากนี้ เพราะที่สื่อรายงานว่ากรุงเทพฯ มีการซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาท ภาคอื่นเช่นภาคใต้ 5,000 บาท แต่เท่าที่ตนรู้พื้นที่ภาคใต้น่าจะซื้อกันแพงกว่า ข่าวการเตรียมตัวซื้อเสียง จากวันนี้ไปเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะที่ภาคใต้กับภาคอื่นที่ทราบมาเขาเริ่มจดชื่อกันแล้ว

สาทิตย์ปูดซื้อ กก.ยกหน่วย

นายสาทิตย์กล่าวว่า วิธีการที่ทำก็คือ คนที่หากต้องการชนะเลือกตั้ง ต้องคิดว่าจะต้องได้กี่คะแนนเสียงถึงจะชนะได้ หากต้องการ 50,000 เสียง วิธีการก็คือจะต้องซื้อเสียงให้เกินเป้าไว้ก่อน จากนั้นก็จะหาคนมาทำงานทำงานแบบยี่ปั๊ว เช่นคนที่เป็นยี่ปั๊วก็ให้คนไปหาคนมารับผิดชอบในการซื้อเสียง เช่นไปหามา 100 เสียง แล้ว 100 เสียงก็จะแตกออกเป็นย่อยๆ เช่น 5 คน โดย 5 คนก็จะรับผิดชอบกันคนละ 20 เสียง เพื่อให้เกิดความชัวร์ เพราะหากให้รับผิดชอบ 100 เสียง ไม่รู้ว่ารับไปแล้ว (เงิน) จะกาให้หรือไม่กาให้ จากนั้นคนที่รับผิดชอบ 20 เสียง ก็ไปเอาชื่อคนทั้ง 20 คนที่ตัวเองรับผิดชอบ เอาชื่อทั้ง 20 ชื่อไปส่งให้คนที่เป็นหัวเรือใหญ่ ที่ก็จะมีคนทำที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ คีย์ชื่อเข้าไปเลยว่าแต่ละรายชื่อที่ส่งชื่อมามีชื่อซ้ำกันหรือไม่ พอคีย์แล้วชื่อไม่ซ้ำกัน ถึงเวลาก็จะมีการจ่ายเงิน

“การจ่ายเงินทำกันสองแบบ แบบแรก จ่ายไปเลยก่อนเลือกตั้ง 1-2 วัน แล้วถึงวันเลือกตั้ง คนที่คุม 20 เสียง ก็จะพาคน 20 คนดังกล่าวที่รับผิดชอบไปลงคะแนนเสียง แบบที่สอง จ่ายครึ่งหนึ่งก่อน แล้ววันเลือกตั้ง คนที่รับไปก็เข้าคูหาแล้วใช้มือถือถ่ายรูป ที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่คนที่ทำเขามั่นใจว่ากรรมการคุมหน่วยเลือกตั้งเป็นคนของเขาหมด อันนี้เกิดขึ้นแล้ว เรียกว่าซื้อกรรมการยกหน่วย สิ่งหนึ่งที่สื่อไม่ตามคือ กรรมการคุมหน่วยเลือกตั้งหลายแห่งชื่อจะซ้ำกันในการเลือกตั้งแต่ละครั้งเป็นคนเดิมหมด เสร็จแล้ว พอเริ่มนับคะแนน ซึ่งนับกันที่หน่วย มันก็เช็กกันได้” รองหัวหน้าพรรค ปชป.ระบุ

พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พร้อมแกนนำพรรค พท. ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.พรรคจังหวัดสุโขทัยทั้ง 4 เขตหาเสียง เริ่มจากที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สุโขทัย อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยนายยศชนัน กล่าวว่า วันนี้มาหาคนสุโขทัยตัวเป็นๆ เพื่อตอกย้ำว่าวันนี้สุโขทัยแดงทั้งแผ่นดิน และวันนี้ไม่ว่าพรรคจะโดนยุบไปกี่ครั้งก็แล้วแต่ แต่ทุกครั้งจะกลับมาอย่างแข็งแรง สิ่งสำคัญที่สุดจิตวิญญาณไม่เคยเปลี่ยน พรรคเพื่อไทยหัวใจคือประชาชน ครั้งนี้ขอสุโขทัย 4 เขตเลยได้หรือไม่

ช่วงบ่าย นายยศชนันพร้อมแกนนำเดินทางลงพื้นที่ช่วย พ.ต.ท.พิษณุ พลบุตร ผู้สมัคร สส.จังหวัดตาก เขต 1 พรรคเพื่อไทย หาเสียง โดยระหว่างการปราศรัยมีประชาชนด้านหน้าเวทีได้ตะโกนขึ้นมา ขอให้นายยศชนันอู้กำเมือง หรือพูดภาษาเหนือ ทำให้นายยศชนันหัวเราะแล้วบอกว่า ตอนไปออกรายการทีวีและดีเบตบางครั้งก็หลุดพูดเป็นภาษาเหนือออกมา สับสนไปหมด สร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ร่วมฟังปราศรัย

พรรคประชาชน (ปชน.) นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อช่วยเหลือลูกพรรคหาเสียงใน 3 อำเภอ โดยเริ่มที่ อ.ละหานทราย ช่วยนายเสกสรร สุริยา ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ เขต 9 เบอร์ 3 พรรคประชาชน หาเสียงบริเวณตลาดสดละหานทราย จากนั้นไปที่ อ.ประโคนชัย ช่วยนายณัฐพงษ์ แสนโคตร ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ เขต 10 เบอร์ 7 หาเสียงบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองประโคนชัย และไปที่ อ.ลำปลายมาศ ช่วยนายนันทภพ ทองนุ่น ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ เขต 6 เบอร์ 2 หาเสียงบริเวณตลาดสดเขตเทศบาลเมืองลำปลายมาศ และที่หน้าสถานีรถไฟลำปลายมาศ

 “ส่วนตัวเราไม่เชื่อว่า จ.บุรีรัมย์เป็นของใคร เราเชื่อว่า จ.บุรีรัมย์เป็นของพี่น้องประชาชนทุกคน พี่น้องชาวบุรีรัมย์มีโอกาสที่จะเปลี่ยนใจ มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงพอๆ กันกับที่จังหวัดอื่นๆ ที่เขาได้มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว เราเชื่อมั่นในเรื่องของการเปลี่ยนแปลง” นายรังสิมันต์กล่าว

พรรครักชาติ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ  พร้อมด้วยนายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกฯ นำผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่ตลาดสะพาน 2 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง ช่วยผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรครักชาติหาเสียง โดยนายเจษฎ์กล่าวว่า พรรคได้รับรายงานข่าวกรองถึงความผิดปกติทางการเงิน มีการนำเงินเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งในภาคพื้นที่สูงถึง 100,000 ล้านบาท และยังมีกระแสข่าวเรื่องการเบิกถอนเงินสดจากธนาคารพาณิชย์ล็อตใหญ่กว่า 160,000 ล้านบาท โดยที่ไม่มีธนาคารใดออกมาปฏิเสธ เมื่อรวมตัวเลขแล้วอาจมีเม็ดเงินสะพัดจริงสูงถึง 200,000 ล้านบาท จากการคำนวณเม็ดเงินดังกล่าว พบอัตราการจ่ายเงินซื้อเสียงที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ พื้นที่ กทม.ราคาพุ่งสูงถึง 7,500 บาทต่อหัว พื้นที่ต่างจังหวัดเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000-5,000 บาทต่อหัว

กกต.ชี้แจก 7.5 พันเป็นไปไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร  (ผอ.กกต.กทม.) กล่าวกรณีระบุ กทม.มีการซื้อเสียงหัวละ 7,500 บาทว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงาน แต่โอกาสที่จะเป็นไปได้ ตนมองว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน กทม. 4.5 ล้านคน โอกาสที่จะแจกคนละ 7,500 บาท เป็นไปไม่ได้ เพราะแค่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1 ล้านคน ถ้าจ่ายก็ 7,500 ล้านแล้ว จึงคิดว่าไม่น่าจะมี สส.หรือพรรคการเมืองใดที่จะลงทุน

 “เรื่องร้องเรียนทุจริตหรือซื้อเสียงในส่วนใน กทม.ขณะนี้ก็ยังไม่มี ส่วนใหญ่จะเป็นการร้องเกี่ยวกับป้ายหาเสียงว่ากีดขวางการจราจรและบดบังทัศนียภาพ โดยแจ้งมาทางสายด่วน 1444 เมื่อเราได้รับเรื่องร้องเรียนก็จะได้แจ้งให้กับผู้สมัครหรือพรรคการเมืองนั้นๆ แก้ไข และทาง กกต.กทม.ก็มีการตรวจสอบอยู่สม่ำเสมอว่าไม่ให้ไปหาเสียงไปบดบังการจราจร" ผอ.กกต.กทม.ระบุ

วันเดียวกัน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดี 10 ผู้สมัคร สส.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันและสแกมเมอร์ว่า ตอนนี้รอคณะทำงานสืบสวนหาข่าว ต้องให้คณะทำงานได้ทำงานก่อนว่าพยานหลักฐานจะถึงแค่ไหน อย่างไร โดยทีมงานต่างๆ ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ทำงานอยู่ ถ้าเปิดเผยไปตนจะโดนฟ้องคนแรก จึงไม่สามารถบอกได้

ส่วนนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณี 10 นักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทุนสีเทาว่า ตนให้สัมภาษณ์หลายครั้ง และพูดหลายรอบแล้วว่าสิ่งที่พูดไปเป็นไปตามที่พาดหัวข่าว แต่ขอใช้พื้นที่นี้ในการให้ความเป็นธรรมกับพรรคประชาชน นักการเมืองทั้ง 10 คนนั้น ไม่ใช่ 10 สส.หรือ 10 ผู้สมัครของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็น 10 บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงพรรคเดียว แต่มีหลายพรรคการเมือง ทั้งนี้ยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้ จนกว่าเอกสารหลักฐานจะผ่านการพิสูจน์ทราบตามกระบวนการทางกฎหมายเสร็จสิ้น ซึ่งขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จ

“เรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของผม แต่เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมว่าการตรวจสอบหลักฐานจะแล้วเสร็จเมื่อใด หากเสร็จสิ้นแล้วจะมีการแถลงต่อสาธารณชนอย่างแน่นอน ซึ่งคาดว่าจะเป็นในอนาคตอันใกล้นี้ และคงไม่ใช่ทั้ง 10 คนพร้อมกัน  อยู่ที่ว่าใครจะเสร็จสิ้นกระบวนการก่อนหรือหลัง”  นายไชยชนกกล่าว

ซักว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้โอกาสนี้มาเป็นเกมบีบทางการเมือง นายไชยชนกกล่าวว่า เราไม่ได้นำคดีมาบีบทางการเมือง เรื่องที่ถูกพูดถึงในขณะนี้เป็นสิ่งที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และใช้เวลาทำมาแล้ว 2-3 เดือน มีมูลเหตุและเอกสารหลักฐานที่ต้องตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริง  หากไม่ดำเนินการจะถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น หากมองว่าเป็นการบีบทางการเมืองคงไม่ใช่ แต่เป็นกรณีที่มีมูลเหตุจริง และจำเป็นต้องตรวจสอบจริง จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ส้ม’ดิ้นหนีความจริง โวยถูกใส่ร้ายยื่นกกต.เอาผิด/‘ชูวิทย์’ปัด‘บิ๊กแดง’หนุนหลัง

“วิโรจน์” กางเดธโน้ต ขำไม่ออกบอกมีขบวนการใส่ร้ายพรรคประชาชน ทั้งใช้ไอโอ-แอ็กหลุม-ฟาร์มเพจ พร้อมเปิด 3 ชื่อเพจหลัก