“กกต.” เร่งสอบนโยบายประชานิยมให้เสร็จก่อน 4 ก.พ. บี้ 17 พรรคส่งคำชี้แจงเพิ่ม ย้ำที่มาของเงินต้องชัด มีบางโครงการเป็นไปไม่ได้เลย อึ้ง! ยังไม่เจอซื้อเสียง รอดูโค้งสุดท้าย โวมีมาตรการป้องปราม มีเงินก็จ่ายไม่ได้ ปัดฟันธงนโยบาย "เต้" ขัดกฎหมาย หลัง “เรืองไกร” ร้องสอบประเด็นผู้หญิงมีสามีได้ 4 คน "เจษฎ์" ซัด "ไอติม" ใส่ร้ายส่อขัดมาตรา 73 "ก้องเกียรติ” ซัดขบวนการตัดสิทธิสมัคร สส. ดิ้นอุทธรณ์ศาลฎีกา
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 22 มกราคม นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง สส.ครั้งนี้ โดยมีพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร สส. จำนวน 60 พรรคการเมือง มี 51 พรรคการเมืองที่มีนโยบายใช้จ่ายเงินที่ต้องแจ้ง กกต. และมี 9 พรรคการเมืองที่ไม่มีนโยบายใช้จ่ายเงิน
ซึ่งการประชุมครั้งนี้พิจารณาต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว โดยมี 5 พรรคการเมืองที่คณะกรรมการฯ มีมติให้ชี้แจงข้อมูลและส่งเอกสารเพิ่มเติม อาทิ พรรคประชาชน จะต้องชี้เพิ่มเรื่องนโยบายเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ นโยบายจัดการที่อยู่อาศัยทั้งระบบ นโยบายการแก้ปัญหาหนี้เกษตรกร โครงการเมกะโปรเจกต์ยกระดับคุณภาพชีวิตทั่วไทย โครงการยกระดับเอสเอ็มอี โดยการสร้างแต้มต่อด้วยคนละครึ่งและหวยใบเสร็จ รวมถึงโครงการนโยบายสินเชื่อสร้างตัว เอสเอ็มอี และกองเพิ่มผลิตคุณภาพเอสเอ็มอี
ในการประชุม นายแสวงขอให้มีการเร่งพิจารณานโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเป็นไปตามแนวทางที่คณะกรรมการฯ ได้วางแนวทางไว้ หลังการประชุมจะเสนอเข้าที่ประชุม กกต.พิจารณาในวันที่ 30 ม.ค. และการประชุมครั้งหน้าจะมีการพิจารณานโยบายอีก 28 พรรคการเมือง โดยจะสามารถเสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาได้ในวันที่ 3 ก.พ. โดยหากในวันที่ 29 ม.ค. ไม่สามารถพิจารณานโยบาย 28 พรรคการเมืองไม่แล้วเสร็จ คณะกรรมการชุดนี้จะมีการประชุมพิจารณาเพิ่มเติมในวันที่ 2 ก.พ. โดยทั้งหมดจะสามารถเสนอเข้าที่ประชุม กกต.ได้ภายในวันที่ 3-4 ก.พ.นี้
นายแสวงเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า เหลืออีก 17 พรรคที่ยังต้องส่งคำชี้แจงเพิ่มเติม และคาดว่าจะเสร็จตามระยะภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งจะมีข้อสังเกตของ กกต. และจะเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับทราบ ทั้งส่วนที่เป็นนโยบายของพรรคและข้อสังเกตการณ์ของคณะกรรมการฯ ซึ่งได้ให้ข้อสังเกตกับคณะกรรมการฯ คือการพยายามเขียนให้ประชาชนเข้าใจง่าย เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงินและหนี้สาธารณะ ซึ่งอาจจะมีความซับซ้อนอยู่บ้าง จะพยายามเขียนให้ได้ 2 หน้ากระดาษต่อ 1 พรรค
เมื่อถามว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่มีปัญหาที่นโยบายของพรรคทำได้หรือทำไม่ได้ใช่หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า มีทุกอย่าง มีทั้งโครงการที่ทำได้ แต่จะคุ้มค่าหรือมีความเสี่ยง หรือบางโครงการเป็นไปไม่ได้เลยก็มี
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนจะเผยแพร่จะมีการยกเลิกนโยบายที่เป็นไปไม่ได้เลยใช่หรือไม่ เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า เราไม่มีอำนาจในการยกเลิก เพียงแต่เป็นข้อสังเกต
ส่วนการพิจารณานโยบายของพรรคครั้งนี้มีข้อห่วงใยอะไรเป็นพิเศษหรือไม่นั้น นายแสวงกล่าวว่า จากการประชุมในครั้งที่แล้วได้แจ้งไปยังทุกพรรคแล้ว ให้ระบุหรือชี้แจงที่มาของเงิน ส่วนเรื่องคุ้มค่าหรือมีความเสี่ยง เราจะเป็นคนพิจารณาเอง ส่วนที่มาของเงิน อยากให้พรรคจำแนกและชี้แจงให้ได้ว่ามาจากไหน ทั้งจะมาจากงบประมาณหรือเงินกองทุน
เมื่อถามว่า ข้อสังเกตการณ์ของ กกต. อาจจะมีส่วนในการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งแบบนี้ จะเป็นเหมือน กกต.เป็นผู้เล่นเอง นายแสวงกล่าวว่า ข้อสังเกตมีผลแน่นอน เพียงแต่เรารู้ว่าเราทำงานบนหลักการไหน ซึ่งพยายามย้ำกับคณะกรรมการฯ ในลักษณะที่ว่าแต่ก่อนประชาชนอาจจะเลือกพรรคเพราะชอบและฟังนโยบาย ตอนหลังมาอาจจะเลือกเพราะฟังข้อสังเกตการณ์ของคณะกรรมการฯ และพรรคเองอาจจะใช้ประโยชน์จากข้อสังเกตการณ์
เลขาธิการ กกต.กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อสิทธิขายเสียงว่า สำนักงานมีมาตรการ ซึ่งตอนนี้เป็นกระแส มีคนพูดเยอะ โดยข้อเท็จจริงตามข้อมูลของเราหรือจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ช่วงนี้ยังไม่มีการกระทำ จะไปเข้มข้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ส่วนจำนวนเงินที่พูดกันน่าจะเป็นเรื่องของการถามความเห็นมากกว่า และอาจจะตกใจว่าทำไมจำนวนเงินซื้อเสียงมากขนาดนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่มี อาจจะมีกระแสหรือเป็นการเตรียมการ แต่จะอยู่ในสายตาของ กกต. ซึ่งการซื้อเสียงเป็นเรื่องของคนสองคน คือคนให้กับคนรับมาเจอกัน การหาพยานหลักฐานถึงเราจะรู้ว่าจุดไหนมีก็ตาม ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น หลักตอนนี้คืออธิบายว่ามีเงินก็ซื้อไม่ได้ หรือกดดันไม่ให้เงินเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกตั้ง
"ช่วงนี้ยังไม่ใช่เรื่องของการซื้อเสียง เป็นเรื่องของการร้องเรื่องป้าย หรือการใช้ถ้อยคำก้าวร้าว รุนแรง ใส่ร้ายกัน" นายแสวงระบุ
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการระบุว่าประชาชนเห็นแต่ กกต. ไม่เห็น ครั้งนี้จะลบภาพจำแบบนี้ได้หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่มี แต่อย่างที่บอก เรามีมาตรการป้องกันได้
ส่วนกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบนโยบายหาเสียงของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ผู้สมัคร สส.พรรคทางเลือกใหม่ และแคนดิเดตนายกฯ ที่เสนอว่าผู้หญิงสามารถมีสามีได้ 4 คน โดยอ้างอิงคล้ายกฎหมายอิสลามว่า ประชาชนมีความฉลาดเลือก ซึ่ง กกต.ได้ตั้งข้อสังเกตไว้บ้างแล้ว ส่วนจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่นั้น จะต้องมาพิจารณา
"ยังไม่สามารถวินิจฉัยหรือตัดสินใจได้ในขณะนี้ เพราะต้องดูความเป็นไปได้ตามกฎหมายควบคู่กับลักษณะของสังคมไทยด้วย ซึ่งสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเห็นว่านโยบายดังกล่าวที่จูงใจให้ลงคะแนนเสียงหรือไม่ หากเป็นนโยบายที่ผิดกฎหมายก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ ต้องดูว่าผู้เสนอนโยบายกับพรรคการเมืองอาจเป็นคนละคนกัน จึงต้องตรวจสอบว่าพรรคการเมืองนั้นเสนอนโยบายอย่างไร" นายแสวงระบุ
ด้านนายเรืองไกรเปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ กกต.ตรวจสอบนโยบายการหาเสียงของนายมงคลกิตติ์ เรื่อง "ผู้หญิงมีสามีได้ 4 คน” ว่า เข้าข่ายกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2561 มาตรา 73 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ เพราะกฎหมายอิสลามมิได้มีการอนุญาตให้หญิงสามารถมีสามีได้ไม่เกิน 4 คน จึงอาจเข้าข่ายการหลอกลวง
นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ กล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ระบุระหว่างการดีเบตพาดพิงด้วยประโยคที่ว่า "อาจารย์เจษฎ์ ดูจะรังเกียจบัตรเลือกตั้งนะครับ" ว่า เป็นถ้อยคำที่บิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างร้ายแรง ขอให้ประชาชนไม่ต้องเลือกพรรคนี้ แต่นี่คือการใส่ร้ายตนและพรรค ถือเป็นการหาเสียงโดยจูงใจเพื่อให้คนไม่เลือกพรรครักชาติ ซึ่งอาจละเมิดต่อมาตรา 73 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ขอฝากให้ กกต.เข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าว
ขณะที่ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม (กธ.) โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กชี้แจงกรณี กกต.ถอนชื่อจากการเป็นผู้สมัคร สส. เนื่องจากเคยต้องคดีทุจริตลักทรัพย์ว่า ไม่เหนือความคาดหมายของตนและผู้ใหญ่ของพรรค ขบวนการเกิดขึ้นหลังจากที่ต่อรองการย้ายพรรคไม่สำเร็จ เรื่องนี้ผู้ใหญ่ของพรรค ฝ่ายกฎหมายและทีมทนายของตนได้เตรียมข้อมูลไว้เพื่อที่จะต่อสู้หลังจากที่ กกต.มีมติให้ใบแดงหรือถอดถอนรายชื่อผู้สมัคร ซึ่งมีสิทธิในการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง โดยเราจะมีเวลายื่นหลังจาก กกต.มีมติภายใน 3 วัน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิบากกรรมโจ๊ก ยื่นฟ้องกราวรูด บิ๊กเต่าลั่นลุยต่อ
หนังยาว! "บิ๊กโจ๊ก" ฟ้องกลับ "บิ๊กเต่า" เอาขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ
เหตุหนีคุกค้านพักโทษทักษิณ
"คปท." บุก "กระทรวงยุติธรรม" ค้านทบทวนพักโทษ "ทักษิณ" หลังจ่อคุมขังครบ 8 เดือน
‘อนุทิน’ย้อนถาม คดี‘ฮั้วเลือกสว.’ เกี่ยวอะไรกับภท.
เลขาฯ กกต.แจงไม่ใช่ไม่รับข้อมูล "ดีเอสไอ" แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบ
กห.สยบลือไร้เลือกตั้ง
รมว.กห.สยบข่าวลือ “ไร้เลือกตั้ง” มั่นใจหน่วยงานมั่นคงดูแลสถานการณ์ได้
ชิงสส.อีสานเดือด! ‘ภท.-พท.-ปชป.’ลุยขอที่นั่งเพิ่ม/‘ส้ม’ตีปี๊บเวทีใหญ่กทม.25มค.
"อีสาน" เดือด! "ภท.-พท.-ปชป." ลุยหาเสียง "อนุทิน" อ้อนชาวโคราชขอเก้าอี้ สส.เพิ่ม บอกเจอหน้าหอมแก้มได้เมียไม่ว่า "ดร.เชน" ไปหนองคาย-อุดรธานี
กกต. แจงไม่มีอำนาจยกเลิกนโยบายประชานิยม ทำได้เพียงชี้ข้อสังเกตให้ประชาชนรับรู้
เลขาฯกกต. ย้ำพรรคการเมืองชงนโยบายหาเสียงต้องแจงที่มาของเงินให้ชัด พร้อมคอนเฟิร์มทันเวลาให้ปชช.อ่านก่อนเลือกตั้ง พร้อมระบุ กกต.แค่ตั้งข้อสังเกตได้แต่ยกเลิกนโยบายไม่ได้เอง

