รมว.กห.สยบข่าวลือ “ไร้เลือกตั้ง” มั่นใจหน่วยงานมั่นคงดูแลสถานการณ์ได้ ด้าน “สระแก้ว” ไม่แผ่ว พบบริษัทเอกชนปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ “สแกมเมอร์” ปอยเปต ขณะที่ “อนุทิน” ชี้อย่าผูกโยงเหตุก่อการร้ายใต้กับการเมือง “ผบ.ทร.” ตรวจเยี่ยม “ฉก.นย.” รับมือ “Hybrid-Grey Zone” กำชับเตรียมความพร้อมต่อเนื่อง
ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เมื่อวันที่ 22 มกราคม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีการเปิดพื้นที่หน่วยทหารเพื่อให้พรรคการเมืองได้เข้าไปนำเสนอนโยบายหาเสียงว่า ได้กำชับไปตั้งแต่การประชุมสภากลาโหมครั้งที่ผ่านมา ในเรื่องการวางตัวเป็นกลางและสนับสนุนกระบวนการในการเลือกตั้ง แต่ในเรื่องการเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.เป็นผู้ประสานมา ก็จะพิจารณาเป็นกรณีไป
สำหรับในเรื่องการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ได้เน้นย้ำมาตลอดอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะก่อนการเลือกตั้ง เพียงแต่เมื่อใกล้ช่วงเลือกตั้งก็ได้เน้นย้ำเป็นกรณีพิเศษ โดยให้เพิ่มความเข้มข้น ซึ่งต้องยอมรับว่าโครงสร้างในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีนายกรัฐมนตรีเป็น ผอ.รมน. และมีผู้บัญชาการทหารบกเป็นรอง ผอ.รมน. ลงไปถึงระดับเสนาธิการทหารบก และแม่ทัพภาคที่ 4 ในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ได้อยู่ในโครงสร้าง เพียงแต่มีหน้าที่ให้การสนับสนุน ไม่สามารถให้นโยบายหรือสั่งการได้
เมื่อถามว่า มีข่าวลือว่าจะไม่มีการเลือกตั้ง พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ปัจจุบันมีข่าวลือเยอะมาก แต่ขอให้เชื่อมั่นในหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะหน่วยความมั่นคง โดยเฉพาะพื้นที่ที่กระทรวงกลาโหมรับผิดชอบตามแนวชายแดน จะดูแลให้มีความสงบเรียบร้อย เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี บรรยาการเอื้ออำนวยต่อการเลือกตั้ง พร้อมขอความร่วมมือในการกลั่นกรองข้อมูลข่าวสาร เสนอข้อเท็จจริงที่มาจากข้อมูลรัฐ เนื่องจากที่ผ่านมาตนถูกโซเชียลโจมตีอย่างต่อเนื่อง บางเรื่องก็ไร้สาระ ซึ่งตนได้ให้ฝ่ายกฎหมายไปแจ้งความดำเนินคดี ปรากฏว่าเจ้าของเพจเป็นผู้พิการ ก็ต้องถอนแจ้งความ เพราะเขาอ้างว่าทำเพื่อหารายได้ แต่อยากเตือนประชาชนว่า ปัจจุบันข่าวปลอมที่มีการโจมตีบิดเบือนในโซเชียลมีเดียมีจำนวนมาก อยากให้หนักแน่น ฟังด้วยเหตุและผล
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากเกิดเหตุปะทะกับผู้ก่อเหตุในพื้นที่ จ.ยะลา ในช่วงเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งว่า ขออย่าไปผูกโยงกัน ซึ่งทาง พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน คอยควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่ การเกิดเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการก่อการร้าย เราต้องมีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว ทั้งการเตรียมความพร้อม เสริมกำลัง และจากการก่อเหตุวางเพลิงปั๊มน้ำมันก็คงเห็นได้แล้วว่าเป็นการบั่นทอนขวัญกำลังใจของประชาชน ตนก็ได้กำชับไปแล้วว่าอย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้อีก โดยเฉพาะเรื่องการข่าว
พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและความพร้อมรบของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปการเตรียมความพร้อมของกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การฝึก และความสามารถในการตอบสนองต่อสถานการณ์ความมั่นคงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะการปฏิบัติการในลักษณะ Hybrid และ Grey Zone การควบคุมพื้นที่ การป้องปรามเชิงปฏิบัติการ รวมถึงการปฏิบัติภารกิจร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง
ผู้บัญชาการทหารเรือได้เน้นย้ำบทเรียนจากสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นของหน่วยกำลังรบแนวหน้าในการรักษาความพร้อมรบอย่างต่อเนื่อง สามารถปฏิบัติการได้ทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง ทั้งในภารกิจด้านความมั่นคง การป้องกันอธิปไตย และการควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบ โดยกองทัพเรือมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาขีดความสามารถของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือให้มีความพร้อมรบอย่างแท้จริง ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ความไม่สงบ เพื่อความมั่นคงของชาติ ปกป้องพี่น้องประชาชนใน 5 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส
วันเดียวกัน พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.ฉก.อรัญประเทศ ร่วมกับ พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล เลขาธิการ กสทช. ตรวจสอบการลักลอบส่งสัญญาณโทรคมนาคมข้ามแดนผ่านสายสื่อสารในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สืบเนื่องจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตรวจพบว่ามีเหยื่อจากการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ (หลอกให้ลงทุน) มีการใช้การบริการอินเทอร์เน็ตไปยังประเทศกัมพูชา ผ่านทาง IP Address ซึ่งปล่อยสัญญาณจากประเทศไทยไปยังกัมพูชา
เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนขยายผล เนื่องจากพบว่ามีบริษัทเอกชนยังคงให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังประเทศกัมพูชา โดยตั้งตู้จุดส่งต่อสัญญาณ ณ บ้านเลขที่ 142/2 ม.1 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งมีคนไทยในพื้นที่เป็นเจ้าของ และให้บริษัทเอกชนบางบริษัทเป็นผู้เช่าพื้นที่ติดตั้งตู้เซิร์ฟเวอร์ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต ผลการตรวจสอบพบว่ามีการปล่อยสัญญาณไปยังปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่ง กสทช.จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิบากกรรมโจ๊ก ยื่นฟ้องกราวรูด บิ๊กเต่าลั่นลุยต่อ
หนังยาว! "บิ๊กโจ๊ก" ฟ้องกลับ "บิ๊กเต่า" เอาขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ
เหตุหนีคุกค้านพักโทษทักษิณ
"คปท." บุก "กระทรวงยุติธรรม" ค้านทบทวนพักโทษ "ทักษิณ" หลังจ่อคุมขังครบ 8 เดือน
‘กกต.’ยังไม่เจอซื้อเสียง เร่งสอบนโยบายขายฝัน
“กกต.” เร่งสอบนโยบายประชานิยมให้เสร็จก่อน 4 ก.พ. บี้ 17 พรรคส่งคำชี้แจงเพิ่ม
‘อนุทิน’ย้อนถาม คดี‘ฮั้วเลือกสว.’ เกี่ยวอะไรกับภท.
เลขาฯ กกต.แจงไม่ใช่ไม่รับข้อมูล "ดีเอสไอ" แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบ
ชิงสส.อีสานเดือด! ‘ภท.-พท.-ปชป.’ลุยขอที่นั่งเพิ่ม/‘ส้ม’ตีปี๊บเวทีใหญ่กทม.25มค.
"อีสาน" เดือด! "ภท.-พท.-ปชป." ลุยหาเสียง "อนุทิน" อ้อนชาวโคราชขอเก้าอี้ สส.เพิ่ม บอกเจอหน้าหอมแก้มได้เมียไม่ว่า "ดร.เชน" ไปหนองคาย-อุดรธานี
ปปช.คืนสำนวนสินบนโจ๊ก
ป.ป.ช.มีมติคืนคดีสินบนบิ๊กโจ๊กให้พนักงานสอบสวน แนะใช้ช่องประธานรัฐสภาชงไปให้ศาลฎีกาแทน นอกจากนี้ยังชี้มูลจริยธรรมร้ายแรงอดีต

