"อีสาน" เดือด! "ภท.-พท.-ปชป." ลุยหาเสียง "อนุทิน" อ้อนชาวโคราชขอเก้าอี้ สส.เพิ่ม บอกเจอหน้าหอมแก้มได้เมียไม่ว่า "ดร.เชน" ไปหนองคาย-อุดรธานี ไหว้หลวงพ่อพระใส ขอพรเหมายกเขต "จุรินทร์" บุก "ร้อยเอ็ด-กาฬสินธุ์" ชูประกันรายได้ กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร "อภิสิทธิ์” ขึ้น "สองแคว-สุโขทัย" ปลุกตัดวงจรเงินเทาซื้อเสียง "ธนาธร" ลงหาดใหญ่ ชูนโยบายสร้างหัวเมืองใหม่ 15 แห่ง ปลุกพลังส้มถ้าชนะถล่มทลาย ไม่มี สว.ร่วมโหวตขวาง ตั้งรัฐบาลประชาชนได้แน่ เตรียมขนแกนนำชุดใหญ่เปิดเวทีสามย่านมิตรทาวน์ 25 ม.ค.นี้
ตลอดทั้งวันที่ 22 มกราคม 2569 พรรคการเมืองต่างลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก โดยเวลา 10.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ลาราชการลงพื้นที่หาเสียง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นการลงพื้นที่ภาคอีสานเป็นจังหวัดที่ 2 โดยมีกำหนดไปช่วยหาเสียง 3 จุดคือ ที่อำเภอโนนสูง ช่วยนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 5, ที่อำเภอบัวใหญ่ ช่วยนายโกศล ปัทมะ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 6 และที่อำเภอคง ช่วยนายตติรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 16
จุดแรก ที่อำเภอโดนสูง นายอนุทินลงพื้นที่ช่วยนายทวิรัฐ ลูกชายนายวิรัช รัตนเศรษฐ โดยนายอนุทินกล่าวปราศรัยบนเวทีตอนหนึ่งระบุว่า ความจริงตนไม่ใช่คนอื่นไกล มาใช้ชีวิตอยู่ที่ปากช่อง 20 กว่าปีแล้วเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นคนโคราชได้ และก่อนหน้านี้อยู่กับ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ และเคยเป็นลูกน้องนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ทำงานการเมืองเริ่มต้นมาด้วยกัน แม้ว่าภูมิใจไทยจะมีถิ่นกำเนิดตั้งแต่แรกอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ แต่เราถือว่าเราเป็นอีสานใต้ด้วยกัน
“อีสานใต้ที่อยู่แนวเขตกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะช่วงหลังไม่ค่อยได้เป็นเพื่อนบ้านเท่าไหร่ เป็นศัตรูบ้านมากกว่า แต่ผมมั่นใจว่าพ่อแม่พี่น้องอยู่ข้างผมทุกคน ผมถึงกล้าตัดสินใจให้ฝ่ายกองทัพเขาต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อปกป้องบ้านเมืองของเรา วันนี้ขอประกาศว่า ในช่วง 4 เดือนตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐบาลชุดนี้ร่วมกับกองทัพทวงคืนพื้นแผ่นดินทุกตารางนิ้วกลับคืนมาเป็นของไทยอย่างเรียบร้อย ตรงไหนถือว่าเป็นของไทยไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องวิตกกังวลว่าใครจะไปซ่อนตรงไหนมาลอบทำลายพวกเรา" นายอนุทินกล่าว
ช่วงหนึ่งนายอนุทินถามชาวบ้านที่มาฟังปราศรัยว่า อยากเปิดด่านหรือปิดด่าน ใครอยากเปิดด่านยกมือขึ้น ปรากฏว่าประชาชนที่มาฟังการปราศรัยด้านล่างเวทีไม่มีใครยกมือ ก่อนนายอนุทินจะพูดต่อว่า ประชาชนไม่ให้เปิดแล้วใครจะกล้าเปิด ก่อนที่นายอนุทินจะพูดเป็นภาษาอีสานว่า “ให้เปิดบ่” ประชาชนตอบกลับว่า ปิด ซึ่งนายอนุทินกล่าวต่อว่า ตามนั้น จัดไป ตั้งแต่ปิดด่านกลุ้มใจ ถ้าเปิดด่านคนไทยค้าขายชายแดนอย่างไร แต่ส่วนใหญ่ประโยชน์ตกอยู่กับไทยล้วนๆ
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียง จ.นครราชสีมา ว่า โคราชคราวที่แล้วพรรค ภท.ได้มาแค่ 1 ที่ ครั้งนี้เรามั่นใจว่าได้มากกว่าเดิม เราต้องมีช่องไม่ไปกดดันตัวเอง ไม่ไปกดดันพรรคคู่แข่งจนเกินไป และเราสรรหาผู้สมัครที่ดีที่สุดที่เรามีในแต่ละเขต และให้ผู้สมัครเหล่านั้นได้นำเสนอนโยบายต่อพี่น้องประชาชน ไม่ฟาดงวงฟาดงา ไม่ให้ร้ายใช้วาทกรรมในการสาดโคลนใส่กัน ไม่เอา
จากนั้นนายอนุทินไปขึ้นเวทีที่เทศบาลเมืองบัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ หาเสียงช่วยนายโกศล ซึ่งเมื่อมาถึงชาวบ้านได้เข้ามาผูกผ้าขาวม้าให้นายอนุทิน จากนั้นนายอนุทินเดินทักทายประชาชน ท่ามกลางประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพด้วยจำนวนมาก
หนูอ้อนชาวโคราชเจอหอมได้
นายอนุทินกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า พ่อแม่พี่น้องทุกคนที่เข้ามาตนจับมือ เข้ามากอด เหลืออย่างเดียวหอมแก้มยังไม่โดน แต่ถ้าโดนก็ยินดีนะ ถ้าโดนแบบนี้เมียไม่ว่า แต่ถ้าโดนสาวๆ กลับบ้านหูขาดข้างหนึ่งแน่ ตนต้องยอมรับว่าใจไม่แข็งพอ พี่น้องเดินเข้ามาแล้วทักทายแค่ฮะๆ แค่ครับๆ คนอื่นทำหมด แต่ตนทำไม่ได้ ตนต้องอยู่ทักทายพี่น้อง
“พรรค ภท.เวลากลับเข้าไปเป็นรัฐบาล เราให้ความสำคัญกับผู้แทน เขาได้รับความเกรงใจจากผู้บริหารทุกคนในพรรค เพราะเขาไม่ได้มาคนเดียว เขามาจากการเลือกของพวกท่าน ดังนั้นสิ่งที่เขานำเสนออะไรต่างๆ จะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่ากัน ส่วนเรื่อง สส.อย่าเลือกครึ่งๆ ให้เลือกพรรคภูมิใจไทยทั้งพรรค” นายอนุทินกล่าว
ช่วงท้ายการปราศรัย มีทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการไปสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา และกลับบ้านที่อำเภอบัวใหญ่ ได้ขึ้นมาให้กำลังใจและจับมือทักทายนายอนุทินบนเวที จากนั้นนายอนุทินรับประทานอาหารกลางวันด้านหลังเวที โดยเป็นเมนูส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว
เวลา 14.30 น. นายอนุทินลงพื้นที่ลานหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลเมืองคง อ.คง ช่วยนายตติรัฐหาเสียง โดยขึ้นเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า เที่ยวนี้ขอชนะสัก 30,000 คะแนนได้หรือไม่ คิดดอกเบี้ยด้วย คราวที่แล้วปี 2566 ขาดไปเยอะ 10,000-20,000 กว่าแต้ม
ส่วนนายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรค ภท. กล่าวว่า มีข้อมูลที่ปรากฏชัดว่า นายกล่ำคาน ปาทาน ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ปราศรัยกับประชาชนนับร้อยคน มีการใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ กล่าวหาว่านายอนุทินและนายเนวิน ชิดชอบ มีบ่อนการพนันอยู่ที่ชายแดนในประเทศกัมพูชา ถือเป็นการใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ เพราะบุคคลทั้ง 2 คนไม่มีบ่อนการพนันอยู่ตรงนั้นเลย ฉะนั้นพรรคจะไปร้องทุกข์กล่าวโทษยื่นต่อ กกต.
พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินหาเสียงตลาดสดโพธิ์ชัย อ.เมืองฯ จ.หนองคาย ตั้งแต่เวลา 07.30 น. ช่วยนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ผู้สมัคร สส.หนองคาย เขต 1, น.ส.ชนก จันทาทอง ผู้สมัคร สส.หนองคาย เขต 2 และนายเอกธนัช อินทร์รอด ผู้สมัคร สส.หนองคาย เขต 3 หาเสียง โดยมีประชาชนรอถ่ายภาพ คล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยกล้วยฉาบ และคล้องผ้าขาวม้าให้ ต่อมานายยศชนันและคณะร่วมทานอาหารเช้าเมนูไข่กระทะ ก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม (เฝอ) ข้าวจี่ และขนมปังเวียดนาม ที่เป็นอาหารประจำจังหวัดหนองคาย โดยก่อนรับประทานอาหารนายยศชนันอยากรู้วิธีการทำเฝอ จึงได้ขอลองทำเฝอ
จากนั้นนายยศชนันได้ขึ้นนั่งรถสกายแล็บ พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. มาที่วัดโพธิ์ชัย เพื่อสักการะหลวงพ่อพระใส และกราบนมัสการพระเทพวชิรคุณ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย และเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย พร้อมกับประพรมน้ำมนต์
เวลา 10.00 น. นายยศชนันเดินทางมาที่ทุ่งศรีเมืองบ้านดุง จ.อุดรธานี ช่วยหาเสียงให้นายไตรภพ คำเพชร ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี เขต 4 โดยนายยศชนันได้ทักทายชาวอุดรธานีว่า วันนี้ขอเป็นลูกหลานคนอุดรธานีได้หรือไม่ หากได้อุดรฯ รอบนี้ขอ 10 เขต ถ้าได้ไม่กลับบ้าน จะอยู่ที่นี่ อยู่ในใจคนที่นี่ตลอดไป
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศัยกล่าวว่า ชาวอุดรธานีวันที่ 8 ก.พ. ตัดสินใจให้เด็ดขาดพร้อมกัน ใครที่เขาย้ายไปแล้วให้บทเรียน ให้เขารู้จักคนอุดรฯ ให้เขารู้จักคนบ้านดุง
เดือด! 'พท.-ปชป.' ก็ลุยอีสาน
เวลา 11.50 น. นายยศชนันเดินทางไปที่โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จ.อุดรธานี ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายสมัคร บุญปก ผู้สมัคร สส.อุดรธานี เขต 3 หาเสียง ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยนายยศชนันได้เดินพบปะทักทายประชาชนที่มาฟังปราศรัย ซึ่งประชาชนทั้งกอดทั้งหอมและขอถ่ายภาพ บางจังหวะนายยศชนันถึงกับขึ้นเก้าอี้เพื่อที่จะทักทายประชาชนได้อย่างทั่วถึง
นายยศชนันให้สัมภาษณ์กรณีมีเสียงวิจารณ์นโยบายยิ่งกว่าพลัส 70-30 อาจจะทำไม่ได้จริงเหมือนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตว่า เป็นการกระตุ้นทีละครั้ง มีการคำนวณเรื่องงบประมาณและมีโมเดลเพิ่มเติม เรื่องเกี่ยวกับการสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับภาครัฐ ซึ่งมีความมั่นใจว่าสามารถส่งมอบและทำนโยบายได้
"เรื่องข้อกฎหมายเราถอดบทเรียนและมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นกลไกที่ทำได้เลย" นายยศชนันกล่าว
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค นำทีมลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลก เพื่อรณรงค์หาเสียง โดยชูธงการเมืองสุจริตเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
“หากรับเงิน 1,000 บาท แลกกับระยะเวลา 4 ปี จะเท่ากับว่าเราขายอนาคตไปในราคาไม่ถึงวันละ 1 บาท ซึ่งไม่คุ้มเลยกับความสูญเสียจากการทุจริตที่ทำให้โครงการพัฒนาต่างๆ ไม่เกิดขึ้นเสียที ใครมาซื้อเสียงเราไป เขาจะไม่รู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุณเรา เพราะถือว่าจบกันไปแล้วด้วยเงิน แต่ประชาธิปัตย์ไม่ทำแบบนั้น เพราะเราต้องการเป็นหนี้ใจที่จะต้องกลับมาดูแลพวกท่านตลอดไป” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวพน้าพรรค ปชป. และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. เดินทางลงพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ช่วย น.ส.สุดารัตน์ วรรณพัฒน์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 เดินทางไปหาเสียงที่ตลาดทุ่งเจริญ โดยได้รับการต้อนรับจากพ่อค้าแม่ค้าและผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอยอย่างอบอุ่น ทั้งเข้ามาขอถ่ายรูปและพูดกับนายจุรินทร์ว่า "มัก(รัก)อยู่แล้วๆ จำได้" หลายคนบอกว่าดีใจที่เห็นนายจุรินทร์มาเยี่ยมอีสานอีก
จากนั้นนายจุรินทร์เดินทางไปยัง จ.กาฬสินธุ์ เพื่อหาเสียงร่วมกับ น.ส.ปฐมาภรณ์ มงคลสินธุ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 ของพรรค โดยนายจุรินทร์ยืนยันว่า พรรค ปชป.ยังคงมีนโยบายประกันรายได้เกษตรกร รวมทั้งยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร ผ่านกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร (กฟก.) ซึ่งกองทุนนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยให้เกษตรกรไม่ถูกยึดที่ดิน
'ทอน' แหกด่านนำ ปชน.ตั้ง รบ.
พรรคประชาชน (ปชน.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. พร้อมกับนายรอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครและแลกเปลี่ยนความเห็นต่างๆ กับภาคส่วนในพื้นที่
โดยช่วงเช้า นายธนาธรได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับกลุ่มผู้ประกอบการในพื้นที่ ถึงแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการฟื้นฟูพื้นที่หาดใหญ่ หลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ผ่านมา นายธนาธรได้หารือถึงแนวทางการจัดการน้ำในพื้นที่ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการกลับมาลงทุนในหาดใหญ่ และเสนอให้การฟื้นฟูหาดใหญ่ ทำควบคู่ไปกับการออกแบบเมืองหาดใหญ่ใหม่
นายธนาธรนำเสนอนโยบายสร้างหัวเมืองใหม่ 15 เมือง เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในภูมิภาค นอกจากนี้ยังได้นำเสนอนโยบายเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการ SMEs อย่างสินเชื่อสร้างตัว หวยใบเสร็จ และตลาดเปิดดิจิทัล (OCN หรือ Open Commerce Network แพลตฟอร์มระบบเปิด) ที่จะช่วยอุดหนุน SMEs ไทยด้วยระบบการค้าเสรี เป็นต้น
ช่วงบ่าย นายธนาธรได้เดินทางมาร่วมงาน "ปลุกพลังสงขลาเมืองสีส้ม" เพื่อพูดคุยกับสมาชิกพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งในครังนี้ โดยนายธนาธรกล่าวถึงสถิติการเลือกตั้งที่ผ่านมาใน จ.สงขลา ว่าครั้งก่อนแม้จะแพ้ สส.เขต แต่คะแนนแบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกลมาเป็นอันดับ 1 ในหลายเขต หวังว่าในการเลือกตั้งนี้จะเปลี่ยนใจชาวหาดใหญ่ให้กาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบได้
นายธนาธรกล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรค ปชน.จะทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นได้อีกครั้ง โดยจะจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ ทั้งนี้ ที่มั่นใจเพราะประชาชนเห็นถึงความตั้งใจของพรรค อย่างเรื่องของประกันสังคมก้าวหน้า ที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเข้าไปจัดการพอร์ตการลงทุนใหม่ปี 2568 ผลตอบแทนการลงทุนขึ้นมาที่ 5.8% จากปกติที่ได้เพียง 3% มาตลอด 10 ปี นอกจากนี้ยังมีเรื่องค่าไฟแพง ที่มีนายวรภพ วิริยะโรจน์ และนายศุภโชติ ไชยสัจ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ต่อสู้จนถูกฟ้องจากกลุ่มทุนพลังงาน แต่ก็ไม่หวั่นไหว
"เหตุผลสุดท้ายคือเรื่องการเมือง ที่ในรอบนี้ไม่มี สว.มาร่วมโหวตนายกฯ แล้ว โดยครั้งสุดท้ายที่เสียงของประชาชนมีความหมาย คือ 15 ปีที่แล้ว ผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลไปในทิศทางเดียวกัน หากจะให้ผลเลือกตั้งกำหนดโฉมหน้ารัฐบาลได้จริง พรรค ปชน.จะต้องชนะพรรคอันดับ 2 อย่างขาดลอย การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีอนาคตไทยเป็นเดิมพัน หากเลือกพรรคการเมืองอื่นจะได้ภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่หากประชาชนไม่อยากได้นายกฯ คนเดิม ทางออกคือเลือกพรรค ปชน." นายธนาธรกล่าว
จากนั้นนายธนาธรให้สัมภาษณ์ว่า กระแสการตอบรับจากประชาชนได้รับการต้อนรับอย่างดี แม้ก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลจะไม่ได้ชนะ สส.เขต แต่สำหรับ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ก็มีหลายเขตที่พรรคก้าวไกลได้รับเลือกเป็นอันดับ 1 ดังนั้นขอโอกาสให้พรรค ปชน.ทั้ง 2 ใบ ให้พวกเขาได้เข้าไปรับใช้ ดูแลพ่อแม่พี่น้องประชาชน ไปเป็นปากเป็นเสียงให้คนหาดใหญ่ ให้คนสงขลา เพื่อไปโหวตให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรค ปชน.ได้เป็นนายกฯ
นายธนาธรกล่าวว่า อ.หาดใหญ่ สงขลา ในระยะแรก 2-3 เดือนนี้ เห็นว่าประเด็นฟื้นฟูหาดใหญ่หลังน้ำท่วมยังเป็นประเด็นสำคัญ รัฐบาลต้องจัดให้มีการช่วยเหลือเยียวยาอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการหลายราย เห็นตรงกันว่าเรื่องเยียวยาและมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ยังไม่ถึงมือประชาชน อยากส่งข้อความนี้ถึงรัฐบาลด้วย แม้ว่าพรรค ปชน.จะอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน แต่ก็อยากใช้โอกาสนี้ แม้รัฐบาลอยู่ในฐานะรักษาการอยู่ ใช้โอกาสนี้เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ให้ถึงมือประชาชนโดยด่วน อยากให้นายกฯ และรัฐมนตรีช่วยผลักดันโครงการที่จะดูแลฟื้นฟูหาดใหญ่ ไม่อย่างนั้นแล้วผู้ประกอบการจะล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ในที่สุดจะนำไปสู่การเลิกกิจการ และจะมีการเลิกจ้างตามมา
"ระยะกลางนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฟื้นฟูความมั่นใจว่า ฤดูฝนที่จะมาถึงรอบนี้ น้ำจะไม่ท่วมอีก มาตรการการติดตามน้ำ การบริหารจัดการน้ำ รวมถึงมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมั่นใจมากขึ้น" นายธนาธรระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์พรรค ปชน. แจงว่าพรรคมีกำหนดจัดเวทีปราศรัยใหญ่ กทม. ที่สามย่านมิตรทาวน์ 25 ม.ค.2569 ภายใต้แคมเปญ เพราะเรา "เชื่อในประชาชน" โดยเริ่มต้นปราศรัยตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป มีผู้บริหารพรรค อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, น.ส.รักชนก ศรีนอก, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, น.ส.พรรณิการ์ วานิช รวมทั้งทีมผู้สมัคร สส.
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีแนวโน้มว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเดินทางมาร่วมปราศรัยใหญ่ครั้งดังกล่าวด้วย แต่ในรายชื่อผู้ปราศรัยที่แจ้งสื่อล่าสุดยังไม่ปรากฏชื่อนายพิธาแต่อย่างใด โดยเมื่อสอบถามไปทางพรรค ปชน. ได้รับการตอบกลับมาว่าให้รอติดตามหน้างาน
นายธนาธรได้โพสต์ถึงวันปราศรัยดังกล่าวว่า ตลอด 8 ปีที่เราเดินบนเส้นทางที่ชื่อว่า “เป็นไปไม่ได้” เราทำให้มันเป็นไปได้มาแล้ว 2 ครั้ง เราทำให้เห็นว่าพรรคที่หาเสียงด้วยนโยบาย อุดมการณ์ ไม่ซื้อเสียง ไม่มีหัวคะแนน เป็นไปได้ เราทำให้เห็นว่าพรรคการเมืองที่ไม่มีบ้านใหญ่ ไม่มีทุนใหญ่สนับสนุน ก้าวขึ้นเป็นพรรคอันดับหนึ่งของประเทศได้โดยแรงสนับสนุนจากประชาชนคนธรรมดา
"ครั้งนี้ มาร่วมภารกิจเปลี่ยนประเทศด้วยกันอีกครั้ง ร่วมกันทำภารกิจที่ใครๆ ก็บอกว่า 'เป็นไปไม่ได้' ภารกิจจัดตั้งรัฐบาลประชาชน" นายธนาธรระบุ
ที่ จ.ลำปาง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.ลำปางหาเสียงว่า เป็นอีกหนึ่งพื้นที่เป้าหมาย การเลือกตั้งครั้งที่แล้วต้องขอบคุณชาวลำปางที่ไว้วางใจ ทำให้พรรคก้าวไกลได้รับเลือก สส. 3 จาก 4 เขต ครั้งนี้ในนามพรรค ปชน. ตั้งเป้าให้ได้ทั้ง 4 เขต ทำให้ ปชน.ได้ สส.มากที่สุด เพื่อให้มีความเข้มแข็งในสภา พอที่จะตั้งรัฐบาลประชาชนได้
ส่วนกลยุทธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร นายณัฐพงษ์ระบุว่า ต้องทำความเข้าใจให้กับประชาชนว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วคะแนนเขตน้อย หากทำให้ประชาชนเล็งเห็นถึงความสำคัญ เลือก ปชน.ทั้ง 2 ใบ ก็จะทำให้มี สส.มากพอตั้งรัฐบาลของประชาชนได้
ส่วนกรณีที่ นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค ประกาศว่า หากการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ สส.ไม่ถึง 200 คน จะลาออกจากตำแหน่งนั้น ถือเป็นการแสดงจุดยืนและแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารพรรค ตนเคารพในการตัดสินใจของนายศรายุทธิ์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิบากกรรมโจ๊ก ยื่นฟ้องกราวรูด บิ๊กเต่าลั่นลุยต่อ
หนังยาว! "บิ๊กโจ๊ก" ฟ้องกลับ "บิ๊กเต่า" เอาขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ
เหตุหนีคุกค้านพักโทษทักษิณ
"คปท." บุก "กระทรวงยุติธรรม" ค้านทบทวนพักโทษ "ทักษิณ" หลังจ่อคุมขังครบ 8 เดือน
‘กกต.’ยังไม่เจอซื้อเสียง เร่งสอบนโยบายขายฝัน
“กกต.” เร่งสอบนโยบายประชานิยมให้เสร็จก่อน 4 ก.พ. บี้ 17 พรรคส่งคำชี้แจงเพิ่ม
‘อนุทิน’ย้อนถาม คดี‘ฮั้วเลือกสว.’ เกี่ยวอะไรกับภท.
เลขาฯ กกต.แจงไม่ใช่ไม่รับข้อมูล "ดีเอสไอ" แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบ
กห.สยบลือไร้เลือกตั้ง
รมว.กห.สยบข่าวลือ “ไร้เลือกตั้ง” มั่นใจหน่วยงานมั่นคงดูแลสถานการณ์ได้
'อนุทิน' อ้อนชาวบัวใหญ่เลือกภูมิใจไทย ใจฟูทหารชายแดนขึ้นเวทีให้กำลังใจ
"อนุทิน" ขอโทษชาวบ้านมาช้า บอกยังไม่เคยโดนหอมแก้ม แต่โดนก็ได้เมียไม่ว่า บอกชาวบัวใหญ่อย่าเลือกสส.ครึ่งๆ ให้เลือกภูมิใจไทยทั้งพรรค ใจฟูทหารชายแดน ขึ้นเวทีให้กำลังใจ

