
"กกต." เตือนซื้อสิทธิขายเสียงโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ ตั้งรางวัลแจ้งเบาะแสจับ 1 ล้านบาท "นายกฯ" ย้ำ จนท.รัฐใช้อำนาจเอื้อการเมืองถือว่าทุจริต "ภูมิธรรม" ปูดพื้นที่อีสานแจกเงินหลักหลายหมื่นให้ "กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน" ขู่! ขรก.ได้กลับไปเป็น รบ.ตามเช็กบิลแน่ "เท้ง" ลุยหาเสียง "ลำพูน-ลำปาง" ลั่นพรรคส้มไม่มีตระบัดสัตย์อีก "มาร์ค" ไปตราด อ้อนแฟนคลับขอทวงคืน สส. 4 จว.ภาคตะวันออก
เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกประกาศเตือนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง งดเว้นการกระทำเข้าข่ายการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายเลือกตั้ง และมีโทษทางอาญาอย่างร้ายแรง
กรณีผู้ซื้อสิทธิ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73 บัญญัติ และกรณีผู้ขายเสียง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 101 บัญญัติ ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี แต่ในกรณีที่ผู้ฝ่าฝืนเป็นผู้รับหรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ถ้าได้แจ้งถึงการกระทำดังกล่าวต่อ กกต. หรือผู้ซึ่ง กกต.มอบหมายก่อนถูกจับกุม ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ และไม่ต้องถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตามมาตรา 164
นอกจากนี้ กกต.ยังเชิญชวนให้ประชาชนผู้รู้เห็นการแจกเงินซื้อเสียงเลือกตั้ง สามารถแจ้งเหตุพฤติกรรมการซื้อสิทธิขายเสียง พร้อมภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอหลักฐาน มายังสายด่วน กกต.1444 หรือ ผ่านแอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” หรือสำนักงาน กกต.จังหวัดทุกจังหวัด หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ โดยเรื่องที่แจ้งจะเป็นความลับ ผู้แจ้งเหตุจะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และเมื่อเรื่องที่แจ้งนั้นนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิด และศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้แจ้งจะได้รับรางวัลนำจับเป็นเงินสด 1 ล้านบาท
ที่อาคารอิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 23 มกราคม 2569 เวลา 10.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 18 ปี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ภายใต้แนวคิดพลังศรัทธา พลังล่าทุจริต พร้อมมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติพนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2568 จำนวน 8 ราย โดยมีนายอำนาจ พวงชมภู ประธานกรรมการ ป.ป.ท. พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. กว่า 250 คน เข้าร่วม
นายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งถึงกรณีการนำอำนาจหน้าที่ของรัฐไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นการทุจริตอีกรูปแบบหนึ่ง ดังนั้นเราจะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชนและความเชื่อมั่นที่เราจะต้องได้รับจากนานาประเทศ รวมทั้งอาศัยแหล่งข้อมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศ กินสับปะรดเยอะๆ หูตาจะได้เป็นสับปะรด และการทำงานจะได้เป็นสับปะรด" นายอนุทินกล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ผู้บริหารข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ท.ได้ร่วมกันสร้างผลงานที่มีคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เที่ยงธรรม และไม่ยอมจำนนต่ออิทธิพลหรือแรงกดดันใดๆ ที่สำคัญอยู่ 3 ประการ ที่จะเป็นเกราะที่ปกป้องการทำงานของพวกเราให้ปราศจากการคุกคามไม่ว่าจากอิทธิพลใดๆ คือ 1.การพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 2.การยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ 3.ยึดมั่นในหลักนิติธรรมการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล ดำเนินงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นที่ยอมรับของสังคม
ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถึงกรณีพรรคเพื่อไทย (พท.) ประกาศที่ จ.อุดรธานี เป็นเมืองหลวงของคนเสื้อแดง จะส่งผลกระทบต่อการหาเสียงของพรรค ภท.หรือไม่ว่า แต่ละคนก็มีความผูกพันกับพื้นที่ มีสิทธิอยู่แล้ว พรรค ภท.เวลาไปบุรีรัมย์ก็บอกว่าบุรีรัมย์เป็นต้นกำเนิดของพรรค ไม่เห็นแปลกตรงไหน
ถามว่า หลายพรรคทำโพลของตัวเอง ในส่วนของ ภท.ทำโพลพรรคหรือไม่ หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวว่า ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ ตนสนใจไปหาเสียงแบบออร์แกนิกมากกว่า และมีความสุขที่ได้ไปแบบนี้ ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้พูดคุยได้รับฟังข้อเสนอแนะของประชาชน บางอย่างเรานึกไม่ถึงเขาคิดแบบนี้
ซักว่า การลงพื้นที่แบบออร์แกนิกจะโน้มน้าวประชาชนได้ใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวว่า ถนัดอย่างไร แฮปปี้อย่างไร สบายใจอย่างไร ก็ทำอย่างนั้น ไม่ได้เก่งทุกเรื่อง
เมื่อถามว่า ขณะนี้ใกล้วันเลือกตั้งทำไมยังมีกระแสไม่ได้เลือกตั้งอีก นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี อย่าเสพโซเชียลเยอะ กกต.ได้หารือกับรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยว่า หากมีเหตุการณ์อะไรไม่พึงประสงค์ หรือทำให้การเลือกตั้งของประชาชนตามชายแดนมีปัญหา กระทรวงมหาดไทยมีมาตรการจัดให้มีการเลือกตั้งด้วยการอำนวยความสะดวกต่างๆ กกต.ได้ลงนามและแจ้งรัฐบาลมาแล้ว เราก็รับทราบไปหมดแล้วก็ไม่มีอะไรแล้ว
พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค พท.และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตการเลือกตั้ง สส. หรือศูนย์ปราบโกงเลือกตั้งของพรรค พท. พร้อมนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค แถลงความคืบหน้าหลังเปิดศูนย์ปราบโกงการเลือกตั้งของพรรค พท.
นายชูศักดิ์กล่าวว่า หลังเปิดศูนย์ปราบโกงเลือกตั้ง ได้รับเรื่องร้องเรียนอยู่ตลอดเวลารวมประมาณ 61 เรื่อง แยกเป็นเรื่องที่มีมูลกับไม่มีมูล ซึ่งพบว่าข้อมูลที่มีมูลมีเป็นจำนวนมากกว่า โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นเรื่องของการแจกสิ่งของ แจกทรัพย์สิน หรือการใส่ร้ายด้วยความเท็จ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายการเลือกตั้ง
"ทางศูนย์ได้นำเรื่องที่มีมูลทั้งหมดมายกร่างคำร้องเพื่อที่จะแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนและ กกต.ในแต่ละเรื่องในแต่ละจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการแจ้งเรื่องร้องเรียนไปแล้วประมาณ 7 เรื่อง เช่น จ.ปทุมธานี สตูล สุพรรณบุรี บึงกาฬ หรือกรุงเทพฯ เฉพาะกรุงเทพฯ มีทั้งหมด 3 เรื่องด้วยกัน โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการให้ทรัพย์สินและให้ประโยชน์ ทั้งหมดนี้ถือเป็นการทุจริตการเลือกตั้ง" นายชูศักดิ์กล่าว
ปูดอีสานแจกเงินกำนัน-ผญบ.
รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า มีอีกเรื่องที่น่าห่วงและอยากฝากถึง กกต. คือศูนย์ได้นำข้อมูลการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าของประชาชนมาวิเคราะห์ดู พบมีประมาณ 26 จังหวัด ที่มีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ามีความผิดปกติไปจากการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา โดยมีการมาลงทะเบียนเพิ่มเติมมากขึ้นจากเดิมเป็นจำนวนมาก ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ทะลุกว่า 100% เช่น ที่พะเยา มีประชาชนลงทะเบียนในปี 2566 จำนวน 5,717 คน แต่ปี 2569 มีคนลงทะเบียน 13,034 คน เพิ่มขึ้นเป็น 127.99 เปอร์เซ็นต์
"ปีนี้มียอดลงทะเบียน 14,279 คน ซึ่งการเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกตินี้ส่งสัญญาณว่า เป็นการซื้อเสียงล่วงหน้า หรือซื้อเสียงข้ามเขต เป็นต้น ทั้งหมดนี้ประมาณ 26 จังหวัด เช่น กรุงเทพฯ ขอนแก่น เชียงใหม่ นครปฐม นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ หรือปทุมธานี" รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าว
ถามว่า ได้รับข้อมูลการซื้อเสียง 7,500 บาทหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้รับแจ้งถึงจำนวนเงินดังกล่าว แต่เรื่องซื้อเสียงได้รับแจ้งมา แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นจำนวนเงินเท่าใด เมื่อถามว่าการซื้อเสียงจำนวน 7,500 บาทนั้นสูงเกินไปหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ตรงนี้พูดยาก แต่ก็ต้องมานั่งวิเคราะห์ว่าข่าวนี้มาอย่างไร ตัวเลขแบบนี้มาได้อย่างไร
นายภูมิธรรมเสริมว่า ตนก็ได้รับรายงานบางส่วนว่าในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองฯ และก็มีจังหวัดในภาคกลางและในภาคตะวันตก ซึ่งคาดว่าคงมีทุกที่ แต่ที่ทราบตัวเลขมา ไม่ใช่ราคา 7,500 บาท มีมากกว่านั้น แต่ไม่ใช่ตามรายหัว อาจจะเป็นการแจกให้กับพวกแกนนำ กำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งก็เป็นหลักหลายหมื่นบาท
นายภูมิธรรมยังกล่าวว่า ช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านๆ มามักใช้กลไกของข้าราชการไปอำนวยให้เกิดประโยชน์กับการเลือกตั้งของฝ่ายการเมืองบางส่วน ซึ่งมีมาโดยตลอด แต่ช่วงนี้ค่อนข้างมีมากเป็นพิเศษ ตนเคารพและเชื่อมั่นในกลไกของระบบราชการ และอยากให้ข้าราชการมีบทบาทต่อการเลือกตั้งให้เป็นกลางและโปร่งใส
นายภูมิธรรมกล่าวว่า วันนี้ได้รับฟังข้อมูลและได้รับรายงานอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการว่า มีกลไกทางราชการไปเอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมือง เช่น บางจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ที่มีนายอำเภอบางอำเภอ รัฐมนตรีช่วยหรือรัฐมนตรีในกระทรวงที่มีอำนาจ เข้าไปใช้อำนาจเรียกข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปหารือถึงในอำเภอ รวมถึงมีการมอบหมายให้ไปดำเนินการนำเสื้อพรรคการเมืองไปแจก ซึ่งมีให้เห็นมากเป็นพิเศษ โดยมีลักษณะไม่เกรงกลัวต่อข้อกฎหมายการเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากในการบั่นทอนระบอบประชาธิปไตย
"อยากฝากว่าเราสู้กันด้วยศรัทธาของประชาชนดีกว่าหรือไม่ ทำในสิ่งที่ได้มาด้วยความโปร่งใสและสง่างาม หากท่านทำตัวเป็นกลางคำนึงถึงศักดิ์ศรีของข้าราชการ และดำเนินการทุกอย่างให้ประเทศโปร่งใส เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ข้อเท็จจริงข้อมูลต่างๆ ก็จะถูกนำมาดำเนินการกับคนที่ไม่ซื่อสัตย์ต่ออำนาจหน้าที่ และหากเรากลับเข้ามา สิ่งที่ทำอะไรไว้ ถ้ามีหลักฐานเราก็จะไม่ปล่อยวาง ต้องการทำให้เกิดเป็นตัวอย่าง ผมไม่อยากเห็นข้าราชการถูกใช้ไปในทางการเมือง" นายภูมิธรรมกล่าว
ส่วนการลงพื้นที่หาเสียงนั้น ในช่วงเย็นนายอนุทินพร้อมคณะลงพื้นที่ตลาดใหม่รุ่งเรือง (ตลาดโค้งตาเพ็ง) อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์ ตลอดทางที่นายอนุทินเดินหาเสียงในตลาดมีประชาชน เข้ามารุมล้อมขอถ่ายรูป บางช่วงมีชาวบ้านพูดว่า "รักลุงตู่ เชียร์ลุงหนู"
นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ประกาศให้เลือกขั้วการเมือง แต่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนําคณะก้าวหน้า ประกาศพร้อมเปิดประตูจับมือกับทุกพรรคว่า ต้องไปถามสมาชิกพรรคประชาชน มาถามหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้หรอก
เมื่อถามว่า หวั่นใจหรือไม่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ลงมาช่วยพรรคประชาชนหาเสียงในโค้งสุดท้าย นายอนุทินกล่าวว่า จะไปหวั่นใจทําไม ทุกพรรคต้องมีคนที่คิดว่าจะช่วยทําคะแนนให้พรรค
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่เป็นครั้งที่ 2 ที่ลานสยามพารากอน ได้เดินสยามสแควร์วันก่อนขึ้นเวทีปราศรัยขอคะแนนเสียงกลุ่มวัยรุ่น โดยมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาทักทาย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีกลุ่มคนวัยทำงาน กลุ่มคนรุ่นใหม่ และนักเรียน เข้ามาขอถ่ายรูปมอบดอกไม้ รวมถึงมอบสายสะพายให้กำลังใจ นอกจากนี้ยังมีนักเรียนมาขอถ่ายรูป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ได้มาร่วมงานด้วย
แดงเปิดศึกส้ม
เวลา 18.20 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. ขึ้นปราศรัยตอนหนึ่งว่า สองอาทิตย์สุดท้ายจะเป็นตัววัดว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ชอบเรียกตนและนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นเข็มทิศชี้รัฐบาล บอกว่าอยู่ตรงไหน เป็นสัญญาณว่าจะไปเป็นรัฐบาล วันนี้ไม่ได้มายืนเพื่อเป็นเข็มทิศของใคร แต่ตนและนายสมศักดิ์อยู่กับพรรคเพื่อไทย เพื่อบอกว่าเข็มทิศชี้ความหวัง เป็นเข็มทิศชี้นายกฯ ซึ่งคนต่อไปคือนายยศชนัน เพราะเป็นวิศวกร รู้ดีว่าเหล็กแท้ดีกว่าเหล็กชุบ
“บางพรรคเล่นการเมืองสาดโคลน เสียงดังไม่เอาเทา แต่เทากว่าเพื่อน ตั้งพรรคมา 7-8 ปีเพิ่งรู้บริบทการเมือง ลดเพดานปรับนโยบาย พี่น้องลองลองดูนโยบาย เดินตามเรามาติดๆ เหมือนหลานตามลุง อีกพรรคอยู่มานาน 17 ปี ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจากส้มหล่น พอได้เป็นรัฐบาลก็เข้าทางโยกย้ายข้าราชการ ไม่อายฟ้าอายดิน เอื้อผลประโยชน์ให้ตัวเองมากกว่า สองพรรคที่ผ่านมามีนโยบายอะไรที่ประชาชนจำได้ว่าคิดเอง ทำเอง ไม่ได้ลอกคนอื่น แต่เพื่อไทยเราของแท้ เรามีนโยบายเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้เห็นผลงานจริงผ่านการบริหารผ่านการทำงานจริง” นายสุริยะกล่าว
นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ระบุว่า การพยายามจุดกระแสมีส้มไม่มีเทาของพรรคประชาชนมีจุดอ่อนหลายอย่าง ไม่มีพื้นฐานรองรับว่าเทาคืออะไรกันแน่ เหมือนบอกว่าส้มดีอยู่พรรคเดียว จนกลายเป็นขว้างงูไม่พ้นคอ พอโดนกับตัวเองต้องมาแก้ตัวจนไม่มีเวลาพูดเรื่องนโยบายมีส้มไม่มีเทาจึงจุดไม่ติด
“บางโพล อ.เชนชนะเท้งไปแล้ว จึงได้ข่าวว่าวันที่ 25 ม.ค. จะเชิญพิธากลับมาช่วยปราศรัย หวังว่าจะได้กระแสเหมือนคราวที่แล้ว ซึ่งจะมีผล 2 แบบคือ แบบที่ 1 ถ้าพิธามาแล้วก็ยังไม่เด่นกว่าเท้งเท่าไหร่ แสดงว่าพิธาแป้ก กับอีกแบบหนึ่งคือพิธามาแล้วเด่นมากเลย จนเท้งก็ด้อยลงไป คนก็จะบอกว่ารอพิธาเป็นนายกฯ อีก 7-8 ปีข้างหน้า ส่วนเท้งตอนนี้รอไปก่อน”
ในเวลา 19.20 น. นายยศชนันกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขอประกาศศักดาว่าวันที่ 8 ก.พ. จะเปลี่ยนความฝันความหวังของทุกคนให้เป็นความจริง วันนี้พร้อมจะเป็นนายกฯ ของคนไทยทุกคน ไม่รู้ว่าจะอยู่ในโลกใบนี้ได้อีกนานแค่ไหน จะสุดชีวิตได้ที่ไหน แต่สิ่งที่อยากทำให้ประเทศไทยสำหรับลูกหลานเราเป็นประเทศที่ปลอดภัย และลูกหลานของเราอยากทำอะไรต้องทำได้ อีก 4 ปีข้างหน้า เราจะสร้างแผ่นดินด้วยสองมือของเรา และทุกอย่างต้องเป็นไปได้
"ผมพร้อมทำให้ดู ผมพร้อมที่จะเป็นนายกฯ ของคนไทย เปลี่ยนแปลงประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" นายยศชนันกล่าว
ลั่นเลือกส้มไม่มีตระบัดสัตย์
พรรคประชาชน (ปชน.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ลงพื้นที่ตลาดลำพูนจตุจักร จ.ลำพูน ช่วยผู้สมัคร สส.ลำพูน พรรค ปชน.หาเสียง โดยช่วงหนึ่งได้มีชาวเชียงใหม่นำเค้กวานิลลา 2 ชั้น ชั้นบนเป็นสีน้ำเงินและชั้นล่างเป็นสีส้ม พร้อมเขียนข้อความว่า เชื่อในประชาชน เราเอาจริง โดยมีการปักรูปนายณัฐพงษ์และหมายเลข 46 ไว้ด้วย
ผู้ที่นำเค้กมามอบให้ระบุว่า เป็นแฟนคลับจากเชียงใหม่ ติดตามตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งกลุ่มแฟนคลับได้ร้องเพลง Happy Birthday อวยพรให้ นายณัฐพงษ์จึงกล่าวว่า "ขอบคุณมากครับ ล่วงหน้าไปหลายเดือนเลย" ก่อนที่ผู้สมัคร สส.จะบอกว่า "เขาจะฉลองนายกฯ คนใหม่" ทำให้นายณัฐพงษ์หัวเราะ หลังจากนั้นได้ตัดเค้กให้กลุ่มผู้สนับสนุนพรรค
นายณัฐพงษ์ยังได้ไปช่วยนายชลธานี เชื้อน้อย ผู้สมัคร สส.เขต 3 พรรค ปชน. หาเสียงที่ลานอเนกประสงค์วัดบ้านป่ากล้วย อ.เมืองฯ จ.ลำปาง โดยนายณัฐพงษ์กล่าวตอนหนึ่งว่า หากเป็นรัฐบาลประชาชนได้ พวกเราจะไม่ตระบัดสัตย์ และไม่ทรยศต่อประชาชน จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่
ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค ปชน. และนายรอมฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. จ.นราธิวาส พรรค ปชน. โดยนายธนาธรปราศรัยตอนหนึ่งระบุว่า ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังพยายามทำลายพรรค ปชน. เพราะกลัวว่าหากพรรค ปชน.ได้เข้าไปเป็นรัฐบาล จะเข้าไปจัดการเช็กบิลบุคคลที่เคยกระทำผิดไว้ในอดีต กลัวว่าพรรคจะเข้าไปจัดระเบียบระบบผลประโยชน์ ทำให้การทุจริตคอร์รัปชันไม่สามารถดำเนินต่อไปได้อีก
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ จ.ตราด ที่อำเภอเขาสมิง โดยมีพี่น้องชาวตราดมามอบดอกไม้และถ่ายรูปบริเวณตลาดสดเทศบาลตำบลแสนตุ้งอย่างคึกคัก แม่ค้ารายหนึ่งได้โดดหอมแก้มนายอภิสิทธิ์ท่ามกลางเสียงเฮดังไปทั่วตลาด
ปชป.ขอทวงคืน 4 จว.ตะวันออก
ต่อมานายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมาพรรค ปชป.เคยได้ สส.ใน 4 จังหวัดภาคตะวันออกเกือบทั้งหมด การเดินทางมาครั้งนี้จึงมีความมั่นใจว่าจะสามารถยึดที่นั่งได้ จากกระแสความนิยมของพรรคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนนายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ลงพื้นที่ช่วยน.ส.ศิริภา อินทวิเชียร ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 6 เดินหาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนในย่านประชาสงเคราะห์ 16
นายชวนให้สัมภาษณ์ว่า ที่ผ่านมามีความพยายามทำให้พรรค ปชป.เป็นพรรคเล็ก หรือเป็นพรรคอะไหล่ พรรคสำรอง เหมือนที่ผู้บริหารพรรคบางกลุ่มเคยทำ เพื่อหัวหน้าพรรคได้เป็นรัฐมนตรีทุกยุคทุกสมัย โจรไปร่วมรัฐบาลก็ไปร่วมกับโจร อะไรก็ได้ขอให้ผู้บริหารพรรคได้เป็นรัฐมนตรี กระทั่งนายอภิสิทธิ์และบุคลากรคนอื่นๆ ของพรรคก็ทยอยลาออก ยกเว้นตน
"ต่อไปนี้พรรคจะได้ สส.กี่คนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญพรรค ปชป.ไม่ใช่พรรคอะไหล่ พรรคสำรอง ไม่ใช่พรรคที่จะเป็นรัฐบาลกับเขาทุกยุคทุกสมัย ร่วมกับใครก็ได้” นายชวนกล่าว
พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช.และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พร้อมแกนนำ ร่วมพิธีปล่อยขบวนคาราวานมุ่งสู่ภาคกลาง-ภาคตะวันออก-ภาคตะวันตก ท่ามกลางกลุ่มเกษตรกร ชาวนา และประชาชนจากหลายพื้นที่ที่เข้าร่วมสะท้อนปัญหาและให้กำลังใจอย่างคึกคัก
พรรคกล้าธรรม (กธ.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กธ. กล่าวถึงการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ว่า ช่วงโค้งสุดท้ายจะเห็นพรรค กธ.เปิดเวทีได้รับความสนใจจากประชาชนทุกภูมิภาค ซึ่งแต่ละเวที ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.ลงพื้นที่ด้วยตนเอง ในการปราศรัยจะมีประชาชนหลายหมื่นคนในแต่ละเวที
ถามว่า ประเมินว่า กทม.จะไม่มีพรรคไหนแลนด์สไลด์ใช่หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า คน กทม.ยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะเลือกพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ
พรรคเศรษฐกิจ (ศก.) นายคริส โปตระนันทน์ ประธานพรรค ศก. เผยแพร่คลิปของ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรค กรณีที่มีคำถามว่าทำไมพรรคเศรษฐกิจไม่มีป้ายผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบเขตและบัญชีรายชื่อปรากฏตามที่ต่างๆ โดย พล.อ.รังษีเน้นย้ำการเปิดป้ายผู้สมัครดิจิทัลส่งต่อทางโซเชียลมีเดีย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กรณ์’ จวกยับนโยบายเพื่อไทย สุ่มแจกเงินล้าน!
นายกรณ์ จาติกวณิช ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อำดับ 3 พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่าหลายวันที่ผ่านมาผมเจอคุณจุลพัน
‘พิธา’ กลับมาแล้ว เตรียมขึ้นปราศรัยหาเสียงช่วยพรรคส้ม
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ขณะกำลังนั่งเครื่องบินกลับประเทศไทย พร้อมระบุสั้นๆ ว่า “โอ
เกณฑ์การมาของกระแสชาตินิยมสองรอบนี้
ขณะนี้เราอยู่ในยุคที่ 13 ของกรุงรัตนโกสินทร์ ตามหลักที่อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ครูโหรผู้ล่วงลั
'ชวน' ลั่นไม่จับมือเพื่อไทย มั่นใจประชาธิปััตย์ได้ สส. เพิ่ม
“ชวน” ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ลั่นประชาธิปัตย์ยืนบนหลักการ ไม่ร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย พร้อมชี้การเมืองซื้อสิทธิขายเสียงทำประเทศเสียหาย มองกระแสพรรคฟื้นหลังเฉลิมชัยลาออก เชื่อการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคได้เก้าอี้เพิ่ม ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและเขตเลือกตั้ง
‘กกต.’จัดคิวไปเมืองนอก หวังสังเกตการณ์ใช้สิทธิ์
ประธาน กกต.ตรวจดูการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.และบัตรออกเสียงประชามติ 2 โรงพิมพ์ กกต.แบ่งสายทัวร์นอกไปดูการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร
โพลชี้หนูหายใจรดต้นคอเท้ง
“โพลสถาบันพระปกเกล้า” พบประชาชนยังหาคนเหมาะสมนั่งนายกฯ ไม่ได้ คนให้ความสำคัญนโยบายเศรษฐกิจมากสุด วัยรุ่นเน้นปราบสแกมเมอร์

