
"ดาวอส" เดือด! ผลงานข้าใครอย่าแตะ อดีตผู้ช่วย รมต.พาณิชย์รัฐบาลอุ๊งอิ๊งงับ "ศุจภี" อ้างให้หยุดเคลมผลงาน FTA กับกลุ่มประเทศ EFTA เฉลยที่แท้ "ซูเปอร์จี" แค่ไปเร่งลงสัตยาบัน ไม่ได้ขโมยผลงานพรรคเพื่อไทย ขณะที่ผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทยเผย "เอกนิติ" นำทีมไทยแลนด์ปิดดีลดาวอส 5 แสนล้าน
เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 นายวรวงศ์ รามางกูร อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีปรากฏมีข่าวนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประเทศ EFTA ว่า ขอชี้แจงว่าการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและกลุ่ม EFTA ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ในการประชุม World Economic Forum (WEF) ปีที่แล้ว ซึ่งลงนามโดยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย ร่วมกับนายกี ปาร์เมอแล็ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์, ซิซีลี เมียร์เซ็ท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมนอร์เวย์, โดมินิค แฮชเลอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศลิกเตนสไตน์ และมาร์ติน เอยอบสัน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศไอซ์แลนด์ โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย และเคิร์ท เจเกอร์ เลขาธิการเอฟตา ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งตนอยู่ในเหตุการณ์ ถือเป็น FTA ของไทยฉบับแรกกับชาติในทวีปยุโรป แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอนำเรื่องเข้าที่ประชุมรัฐสภาเพื่อรับรองซึ่งเป็นขั้นตอนปกติ
นายวรวงศ์กล่าวต่อว่า สัญญา FTA ระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประเทศ EFTA ถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ซึ่งผลจากการเซ็นสัญญาบรรลุข้อตกลงเปิดเขตการค้าเสรี ทำให้การส่งออกของไทยไปยังกลุ่มประเทศ EFTA ขยายตัวได้ถึง 78.66% ในปี 2568 ทำให้การส่งออกของไทยในปี 68 ขยายได้ถึง 12.93% และส่งผลให้การเจรจา FTA ระหว่างไทย-ภูฏาน สำเร็จลุล่วงตามมาในเดือนเมษายน 2568 มีพิธีลงนามในการประชุม BIMSTEC ทำให้ประเทศไทยมี FTA เพิ่มขึ้นเป็น 24 ประเทศ
หยุดเคลมผลงานเพื่อไทย
เขายังกล่าวต่อว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเจรจา FTA กับกลุ่ม EU ที่มีสมาชิกจำนวน 27 ประเทศให้จบโดยเร็ว ในอดีตนายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและความโปร่งใส หัวหน้าคณะเจรจาฝ่าย EU ได้ให้คำมั่นกับนายพิชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ขณะนั้น ว่าจะเร่งการเจรจาให้บรรลุข้อตกลงภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันก็ยังไม่แล้วเสร็จ
“ดังนั้น จึงอยากขอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โปรดอย่าบิดเบือนข่าวเสมือนว่ากำลังเจรจา FTA กับกลุ่ม EFTA ทั้งที่การเจรจาเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ก่อนคุณศุภจีเข้ารับตำแหน่ง และขอให้สานต่อการเจรจา FTA กับกลุ่ม EU ให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อแสดงความสามารถในฐานะหัวหน้าทีมเจรจาฝ่ายไทย และขอคุณศุภจีโปรดหยุดเคลมผลงานของพรรคเพื่อไทยเป็นของตนเอง ส่วนตัวขอแนะนำให้เอาเวลาไปคิดริเริ่มงานของคุณศุภจีเองบ้าง กระทรวงพาณิชย์มีเรื่องที่ต้องทำมากมาย มีปัญหารอการแก้ไขเยอะแยะเต็มไปหมด เศรษฐกิจไทยจะได้โตมากกว่าร้อยละ 3 ต่อปี เหมือนสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ผมเชื่อว่าหากเป็นผลงานที่ตนเองริเริ่มย่อมเป็นที่น่าภูมิใจกว่าการแอบอ้างผลงานของพรรคเพื่อไทย” นายวรวงศ์กล่าว
นายวรวงศ์กล่าวด้วยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่นางศุภจีเข้ารับตำแหน่ง ผลงานที่แถลงข่าวล้วนเป็นผลงานของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทั้งสิ้น เช่น การทลายทุนผูกขาด ลดสต๊อกข้าวเหลือ 100 ตัน เพื่อให้เปิดโอกาสให้ผู้ส่งออกรายย่อยสามารถส่งออกได้ง่ายขึ้น รวมถึงราคาข้าวในปัจจุบันก็ยังต่ำกว่าราคาข้าวในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย ทั้งนี้ ผลงานต่างๆ ของพรรคเพื่อไทยสามารถตรวจสอบได้ทุกผลงาน ปัจจุบันมีดิจิทัลฟุตพรินต์บันทึกไว้ในอินเทอร์เน็ต สามารถสืบข้อมูลย้อนหลังได้ทั้งหมด เพื่อจะได้ไม่นำผลงานเดิมของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาเคลมเป็นผลงานของตัวเองอีก
เร่งรัดสัตยาบัน FTA
ทั้งนี้ ในงานประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นางศุภจีได้พบกับนางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา ปลัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจสมาพันธรัฐสวิส เพื่อหารือเกี่ยวกับการเร่งรัดสัตยาบันความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) โดยตั้งเป้าให้สัตยาบันในไตรมาส 4 ปี 2569 และคาดว่า FTA จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2570
ความตกลงนี้จะช่วยขยายโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดสวิส ซึ่งเป็นคู่ค้ารายสำคัญในกลุ่ม EFTA โดยสินค้าไทยที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ ผักผลไม้ ข้าว และอาหารทะเล รวมถึงการลดต้นทุนการนำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ เช่น เครื่องจักรและนาฬิกา นอกจากนี้ยังจะเสริมสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนในภาคเทคโนโลยีและนวัตกรรม
นอกจากการขยายการค้าแล้ว ความตกลง FTA ยังจะนำมาซึ่งโอกาสในการดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนสวิสในสาขาที่สำคัญ เช่น การวิจัยและพัฒนา ICT และการซ่อมบำรุงชิ้นส่วนอากาศยาน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ๆ ของไทย รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตและพลังงานสะอาด
นอกจากนี้ นางศุภจีได้หารือกับฝ่ายสวิสเกี่ยวกับการเข้าร่วมในกรอบความร่วมมือ Friends of Investment and Trade Platform (FITP) ซึ่งเป็นการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศขนาดกลางในเวทีพหุภาคี ทั้งนี้ ยังได้พูดคุยถึงการเป็นเจ้าภาพประชุม World Bank IMF ที่จะจัดขึ้นในประเทศไทยในเดือนตุลาคมนี้
มีรายงานว่า หลังมีการลงนามในรัฐบาลพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังไม่มีการลงสัตยาบันแต่อย่างใด เพราะกระทรวงพาณิชย์ต้องเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนเสนอรัฐสภาให้ความเห็นชอบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้ว หน่วยงานภายในประเทศของไทยจะต้องดำเนินการออกกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการมีผลบังคับใช้ของ FTA ฉบับนี้ให้เรียบร้อย ไทยจึงจะสามารถให้สัตยาบันได้ และการหารือของนางศุภจี ได้พบกับนางเฮเลเนอ คือการหารือเกี่ยวกับการเร่งรัดสัตยาบัน มิได้เป็นการขโมยผลงานแต่อย่างใด
นายกฯ ชมทีมไทยแลนด์
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับทราบและติดตามผลการประชุม World Economic Forum มีทีมไทยแลนด์ นำทีมโดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน พบว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และสามารถยกระดับความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยได้
นายเอกนิติได้โชว์วิสัยทัศน์บนเวทีระดับโลกนี้ เพื่อแสดงศักยภาพของไทย พร้อมชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจอาเซียนอยู่ในช่วงเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์โลก ซึ่งความผันผวนดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อการค้า การลงทุน รวมทั้งห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตและผลิตภาพแรงงาน บวกกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ผลักดันให้ทุกประเทศหันกลับมาพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) กันอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ การเข้าร่วมประชุม WEF Annual Meeting 2026 จะทำให้อาเซียนสามารถแสดงศักยภาพและความได้เปรียบต่างๆ จากความเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ ความเป็นกลาง และการยึดกติกาการค้าในระดับสากล มุ่งปรับเปลี่ยนจากนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน คมนาคม และดิจิทัล ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดรับกับเศรษฐกิจใหม่ ตลอดจนการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตระดับภูมิภาคและระดับโลกได้
ขณะที่ นายอนิศ โอสถานุเคราะห์ ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความว่า ประเทศไทยจะรวยจากดีลดาวอส 2026 ได้ขนาดไหน อธิบายแบบง่ายๆ ในการประชุม WEF 2026 ที่สวิตเซอร์แลนด์ พี่เอก เอกนิติ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ได้บินด่วนไปพร้อมทีมไทยแลนด์ เพื่อไปปิดดีลสำคัญ และผลเจรจา
ดีลดาวอส 5 แสนล้าน
ผมฟังแล้วร้องโอ้โหออกมาว่าเหลือเชื่อ ชาวบ้านฟังดูแล้วหลายคนบอกไม่ค่อยเข้าใจ อธิบายหน่อย เอาเงินเข้ามาลงทุนได้ 500,000 ล้าน กับบริษัทพวก Microsoft Nvidia Tiktok แล้วเราจะได้อะไร เขาจะมาสร้างตึกเรอะ ไม่ใช่ครับ พวกนี้เขาจะมาสร้าง Data center ระบบคลาวด์และ พวก AI ตึกน่ะสร้างแน่ แต่แค่เปลือก พวกระบบเทคโนโลยีมหาศาลจะมากองอยู่ที่ประเทศไทย งานก่อสร้างระดับมหึมา แถมด้วยโรงไฟฟ้ากับน้ำ ที่ต้องใช้เยอะมาก พร้อมระบบหล่อเย็นพร้อมบำบัดจะขึ้นมาทันที แต่แค่นี้จิ๊บๆ ระบบดิจิทัลทั้งประเทศ คลาวด์ ภาครัฐ AI อุตสาหกรรม และสำหรับ SME Start up จะอยู่ที่ประเทศเราทันที
คราวนี้พวกคนเก่งๆ ด้าน AI จะเข้ามาประเทศไทย ดีลดาวอสไม่ได้หยุดแค่นี้ เพราะไม่ได้คุยแค่ลงทุน แต่คุยเรื่องฝึกคนไทยให้ทำงานระดับโลก วิศวกร AI, Data Engineer, Cybersecurity, Cloud Architect มาหมด ความรู้มหาศาลที่เราไม่เคยมีจะถูกนำมาสอน Reskill ให้เด็กไทยที่เก่งๆ อยู่แล้ว คนของเราจะถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วทันที เงินเดือนคนสายนี้ไม่ใช่แค่ 15,000 แต่เงินเดือนระดับ 80,000-300,000 ต่อคน คนจะรอมาจ้างทันทีโดยไม่ต้องย้ายประเทศด้วย เพราะงานสายไอทีทำที่ไหนก็ได้ รอรับกันได้เลย
แต่ที่สำคัญคือเราต้องได้ระบบ + คน + ความรู้ นะ ดีลนี้ถึงจะคุ้ม ไม่ใช่มาเช่าที่ทำเฉยๆ แต่ระดับพี่เอก เอกนิติ ไม่พลาดอยู่แล้ว
คราวนี้คนก็ถาม มาตั้งที่เราดียังไง ตั้งที่ไหน เน็ตมันก็วิ่งได้ป่าว มันอยู่ตรงนี้ เขาเรียก Latency ความเร็วในการคำนวณ ถ้าอยู่ ตปท. ที่ USA คลิก รอคำนวณ ส่งกลับ มันหน่วงช้าลง แค่หลักวินาทีก็มีผลแล้ว เพราะ AI เวลาคำนวณมันวิ่งไปกลับเป็นหมื่นแสนครั้งต่อวินาที ถ้าตั้งอยู่ที่เรา มันจะชนะเขาในกะพริบตา โลกของ AI การแพทย์ ตลาดหุ้น ระบบรัฐ ชนะกันหลักวินาทีนี่แหละ และถ้าอยู่ในบ้านเรา ระบบรัฐเราคุม กฎหมาย อำนาจต่อรองระหว่างประเทศ จะมาอีกมหาศาล
ก็แหมเงินขนาดนี้ เขามาลง คุยกันมันก็เกรงใจกันไปมาแบบสบายๆ มีอีกเยอะ แต่เล่าง่ายๆ เท่านี้ก่อน ขอฝากพี่เอก เอกนิติ อีกเรื่องครับ ถ้ามีดีลระดับนี้มาแล้ว ฝากสนับสนุนให้เราเป็น Hub ของพวก Digital nomad ไปเลย ถ้าเราเอาจริง ช่วยพวกเรื่อง Visa กฎหมาย Tax หรือให้ระดับ green card กับพวกนี้ ถ้ามาช่วยประเทศไทย สมองจะไหลมาอีกบาน ชนะบาหลี ชนะทุกประเทศไปเลยชัวร์ เงินและความรู้จะไหลมาอีกมหาศาล ปิดดีลขนาดนี้ได้ คารวะสองจอกครับ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผวาซํ้ารอย‘โควิด-19’ เฝ้าระวัง‘ไวรัสนิปาห์’!
รัฐบาลสั่งการติดตามสถานการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม กำชับคัดกรองเข้ม ย้ำไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก
‘แกว่งส้มหาเสี้ยน’ ร้องกกต.ฟัน‘เจี๊ยบ’
"เรืองไกร" ร้อง กกต.สอบ "เจี๊ยบ" กับพวกปราศรัยถูกปล้นชัยชนะ ชี้ผิดฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.และเข้าข่ายถูกดำเนินคดีอาญาหรือไม่ ระบุกรณีตัวอย่างคำวินิจฉัย กกต.
ประชานิยมสิ้นคิด ‘ดร.เชน’โหมอย่างหนักแจกเงินปั้นเศรษฐีเงินล้านวันละ9คน
ไม่ต้องอายกันแล้ว เพื่อไทยโหมนโยบาย "เศรษฐีวันละ 9 ล้าน" "ดร.เชน" อ้างจูงใจประชาชนจ่ายภาษี หาเสียงไปก่อนยังไม่ส่งเรื่องให้ กกต. "หมอมิ้ง" อ้างต่อยอดจากความสำเร็จของหลายประเทศ
DITP ชู ‘เกษตรนวัตกรรม’ขับเคลื่อนส่งออกสินค้าเกษตรไทยปี 2569
DITP ชู “เกษตรนวัตกรรม–เพิ่มมูลค่า–ขยายตลาดศักยภาพ” ขับเคลื่อนส่งออกสินค้าเกษตรไทยปี 2569สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในเวทีการค้าโลกอย่างยั่งยืน
‘แดง’เปิดวอร์‘ส้ม’ ‘สุริยะ’อัดเทากว่าเพื่อน/อ๋อยซัดดึงพิธาทำ ‘ณัฐพงษ์’แห้ว
กกต." เตือนซื้อสิทธิขายเสียงโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ ตั้งรางวัลแจ้งเบาะแสจับ 1 ล้านบาท "นายกฯ" ย้ำ จนท.รัฐใช้อำนาจเอื้อการเมืองถือว่าทุจริต "ภูมิธรรม"
‘กกต.’จัดคิวไปเมืองนอก หวังสังเกตการณ์ใช้สิทธิ์
ประธาน กกต.ตรวจดูการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.และบัตรออกเสียงประชามติ 2 โรงพิมพ์ กกต.แบ่งสายทัวร์นอกไปดูการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

