“อนุทิน” ลุยหาเสียงภาคอีสาน 2 จว. เหยียบถิ่น “หนองบัวลำภู" สักการะสมเด็จพระนเรศวรฯ อ้อนให้เลือก “อนุทิน ติดดิน กินง่าย" ลั่นไม่เปิดด่านหลังพ่อทหารกล้าขอร้อง เหน็บ “ณัฐวุฒิ” เป็นแค่ตัวตลกเรียกแขก โชคดีไม่ได้เป็น "หลานอังเคิล" หากเป็นคงอัปยศอดสู "ยศชนัน" ลุย 3 จว. บอกไม่ท้อนายกฯ สีแดงโดนปลดทีละคน ขอเทคะแนนให้ พท.แดงทั้งแผ่นดิน "พรรคส้ม" ปราศรัยใหญ่ด้อมส้มแห่เชียร์คึกคัก "พิธา" ขอสานต่อภารกิจส่ง "เท้ง" เข้าทำเนียบฯ ปลุกชนะให้ขาดสกัดพรรคอันดับ 2 ตั้งรัฐบาลแข่ง เพ้อเป็น รบ. 2 สมัยรอวันตนเอง "ธนาธร-ปิยบุตร-ชัยธวัช" คัมแบ็กฟูลทีม "ดร.ป๊อก" ปลุกเลือกข้างการเมืองแบบเดิมกับอนาคตใหม่
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พรรคการเมืองต่างโหมลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา และนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรค ลงพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู และ จ.หนองคาย เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.ของพรรคหาเสียง
จุดแรกเวลา 10.00 น. นายอนุทินมาสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมืองฯ จ.หนองบัวลำภู และได้พบปะกับประชาชนที่มารอรับ ทันทีที่มาถึงประชาชนได้มอบหมวกสานจากใบจากและนำผ้าขาวม้าผูกเอวให้นายอนุทิน พร้อมชมว่าตัวจริงหล่อกว่าในทีวี ขณะที่บางคนตะโกนว่า “นายกฯ ในดวงใจ อนุทิน ชาญวีรกูล”
จากนั้นนายอนุทินได้ขึ้นไปสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พร้อมกล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มาสักการะ ไม่เคยรู้เลยว่าที่ จ.หนองบัวลำภูมีศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อยากให้ทางจังหวัดบูรณะและอนุรักษ์ไว้ นอกจากนี้ นายอนุทินได้เยี่ยมชมบูธมัจฉากาชาด จ.หนองบัวลำภู เนื่องจากระหว่างวันที่ 18-27 ม.ค.69 เป็นช่วงการจัดงานสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กาชาดหนองบัวลำภู ประจำปี 2569
หลังจากนั้นนายอนุทินเดินทางมาที่ศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทยจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.ของพรรค โดยจุดนี้บิดาของ ส.ท.ศราวุฒิ นามสวัสดิ์ ทหารสังกัดกองร้อยอาวุธเบาที่ 1 กองพันทหารราบที่ 8 (ร.8 พัน.1) ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ได้เดินทางมาพบ ซึ่งนายอนุทินได้พูดคุยให้กำลังใจ ก่อนที่บิดาของ ส.ท.ศราวุฒิได้บอกกับนายอนุทินว่า “อย่าเพิ่งเปิดด่าน” นายอนุทินจึงตอบกลับว่า “ไม่เปิดอยู่แล้ว ไม่มีอยู่แล้ว”
จากนั้นนายอนุทินได้กล่าวกับประชาชนที่มารอต้อนรับ ตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวล สามารถใช้ชีวิตและทำงานได้ตามปกติ ความมั่นคงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะนี้ทหารไทยได้มีการควบคุมพื้นที่ที่มีการรุกรานของกัมพูชาเรียบร้อยหมด ยืนยันว่าจะยังไม่เปิดด่านในขณะนี้ อาจทำให้ของเถื่อนทะลักเข้ามา และส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยมากกว่า การปิดด่านทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น แต่หนองบัวลำภูมีทั้งข้าว อ้อย และพืชผลทางการเกษตร ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกร โดยเฉพาะอ้อยที่เชื่อว่าราคาจะไม่ต่ำกว่า 1,400 บาทต่อตันอย่างแน่นอน
"พี่น้องประชาชนไม่ต้องกังวลเรื่องความขัดแย้งหรือสงคราม เพราะไม่มีใครต้องการให้เกิดสงคราม แต่หากมีการรบก็เชื่อว่าจะชนะ ขอให้ใช้ชีวิตปกติ เรื่องของความมั่นคงของชาติเป็นหน้าที่ของรัฐบาล และจะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ฝ่ายบริหารบ้านเมือง พวกเราจะดูแลความปลอดภัยให้กับพ่อแม่พี่น้องเอง ใครที่มารุกรานอธิปไตยของเรา เราไม่มีทางยอม และจะไม่ยอมให้ทหารที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ"
นายอนุทินกล่าวอีกว่า หากประชาชนให้โอกาสกลับเข้าไปทำงาน นโยบายสำคัญต่างๆ ที่เคยดำเนินการไว้ จะถูกนำกลับมาสานต่อทันที เช่น คนละครึ่งพลัสเฟสสอง หากประสบความสำเร็จ ก็จะมีอีกหลายเฟส ดังนั้นขอให้โอกาสให้ ภท.เราพร้อมที่จะทำงาน เราไม่ต้องการมินิฮาร์ต แต่ต้องการบิ๊กฮาร์ต ต้องการหัวใจดวงใหญ่ "ผมเป็นนายกฯ ที่ไม่มีรูปแบบ ขอให้เลือกอนุทิน ติดดิน กินง่าย ขอให้ลองของใหม่ เพราะที่ผ่านมาพี่น้องชาวหนองบัวลำภูยังไม่เคยมีผู้แทนฯ จาก ภท. อีก 2 อาทิตย์ขอให้พี่น้องช่วยพิจารณา"
จากนั้นเดินทางมาที่ตลาดห้วยเดื่อ โดยนายอนุทินกล่าวถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน (ปชน.) ที่ระบุว่าหลังเลือกตั้งจะเหลือขั้วการเมืองแค่สองขั้ว คือขั้วสีส้มและขั้วสีน้ำเงิน ดังนั้นควรเลือกเชิงยุทธศาสตร์เพื่อให้คะแนนไม่แตกว่า ตนทำงานตามบทบาทของตน ไม่เคยพูดถึงคนอื่น ไม่มีความวิตกกังวลต่อนโยบายของพรรคการเมืองอื่น เราแข่งกันทำนโยบายที่ดีเพื่อพี่น้องประชาชน ฉะนั้นคนที่มีความมั่นใจจะไม่ด้อยค่าคนอื่น คนที่ปราศรัยก็ควรพูดแต่เรื่องของตนเอง แต่ส่วนใหญ่มักจะพาดพิงพรรคอื่นๆ ซึ่งคิดว่าไม่เป็นประโยชน์อะไรกับพี่น้องประชาชน แต่เป็นการปกปิดความผิดพลาดหรือข้อด้อยของตัวเอง
หนูเหน็บ 'เต้น' ตัวตลกออกแขก
เมื่อถามว่า ภท.ถูกมองว่าเป็นพรรคฝ่ายอนุรักษนิยม ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ฝ่ายอนุรักษนิยมต้องเทคะแนนให้ ภท. นายอนุทินกล่าวว่า หาก ภท.เป็นพรรคอนุรักษนิยม ตนคงเป็นแค่รัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่แค่นั้น ซึ่งการทำงานของตน หากตัดสินใจแล้วก็จะตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก การอนุรักษ์ก็เป็นสิ่งที่ดีๆ ของประเทศอยู่แล้ว ส่วนอะไรที่ต้องพัฒนาหรือปรับปรุงก็ไม่เคยลังเล รีบตัดสินใจ
เมื่อถามว่า กลุ่มที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ควรเทคะแนนให้ ภท.หรือไม่ เพื่อป้องกันเสียงแตก นายอนุทินกล่าวว่า ภท.ขอคะแนนจากทุกฝ่าย และมั่นใจว่าประชาชนมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ภท.ได้นำเสนอผลงานต่างๆ แม้จะเข้ามาเป็นรัฐบาลในระยะเวลาสั้นๆ
ส่วนกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย (พท.) ปราศรัยพาดพิงนายอนุทินว่าโหนชายแดน ใช้กระแสรักชาติหาเสียงนั้น นายอนุทินกล่าวว่า คนที่ปราศรัยถึงเนื้อหาจริงๆ ตนเห็นมีแค่อาจารย์เชน (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย) ที่พยายามจะแสดงนโยบายถึงประชาชน และแคนดิเดตนายกฯ บางท่าน จึงมองว่าไม่ได้มีอะไร ซึ่งในภาษาลิเกเรียกว่า “ออกแขก” เวลาจะทำการแสดง ต้องมีคนออกมาเรียกแขกก่อน ซึ่งก็มีหน้าที่แค่นั้น อย่างการแสดงละครในต่างประเทศ บางทีถึงจุดตัน ก็ "Set in clam" ทำอะไรไม่ได้ก็เอาตัวตลกออกมาก่อน เมื่อคิดแบบนี้ก็ไม่ต้องไปโกรธไปแค้นอะไร ต่างคนต่างทำงาน
เมื่อถามว่า ที่นายณัฐวุฒิระบุว่านายอนุทินบอกว่าตัวเองไม่ใช่หลานอังเคิล คิดว่าเท่มากนั้น นายอนุทินตอบกลับทันทีว่า “โอ้ เท่มากเลยครับ” ก่อนจะหัวเราะและกล่าวว่า “ในยุคสมัยนี้ โชคดีที่ไม่ได้เป็น ถ้าเป็นก็น่าจะเกิดความอัปยศอดสูอะไรอีกเยอะเลย ดีแล้วที่ไม่ได้เป็น ท่านพูดถูกแล้ว ขอบคุณมากเลย”
หลังจากนั้น เวลา 15.00 น. นายอนุทินเดินทางมาช่วยผู้สมัคร สส.ที่ จ.หนองคาย จุดแรกแวะที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง จ.หนองคาย โดยมีประชาชนที่มาทำบุญที่วัดขอถ่ายรูป จำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือชายสูงอายุจาก จ.บุรีรัมย์ ที่พุ่งตัวมาหานายอนุทินและจับมือขึ้นเหนือหัว น้ำตารื้นบอกว่า คิดถึงมาก มาอยู่ต่างถิ่นนานแล้ว ไม่คิดว่าจะมาเจอนายอนุทินที่นี่ จากนั้นนายอนุทินได้ปืนขึ้นบันไดไปถวายพวงมาลัยสักการะองค์หลวงพ่อพระใส และกราบตรงฐานตัก ขณะที่เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัยได้รดน้ำมนต์เคาะศีรษะเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งนายอนุทินได้บูชาพระธาตุอรหันต์และสักการะท้าวเวสสุวรรณ พร้อมบันทึกภาพคาถาเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือด้วย
เวลา 18.00 น. ที่ลานนาคาเบิกฟ้า ริมแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองโพนพิสัย อ.โพนพิสัย นายอนุทินปราศรัยช่วย พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1, นางจิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร สส.เขต 2 และนายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ผู้สมัคร สส.เขต 3 หาเสียง ตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แทนที่จะขอคนเดียวหรือสองคน มันไม่ทันแล้ว เพราะต้องไปทำงานให้คนหนองคายมีเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นขอสามคนเลยได้หรือไม่ และต้องกาเบอร์ 37 เพื่อเลือกอนุทินด้วย การเลือกตั้งครั้งที่แล้วนางจิดาภาขมขื่น ตนก็ขมขื่น เที่ยวนี้ขออย่าให้พวกตนต้องไปร้องว่า "เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง ให้มันไหลลงๆ ทะเล" เพราะตอนนี้ปิดด่านแล้วความขมขื่นมันไหลลงทะเลไม่ได้ มันติดเขมร ดังนั้นจะต้องไม่มีความขมขื่นอีกต่อไป และตนจะไม่ขอร้องเพลงนี้เป็นครั้งที่ 2
นายอนุทินกล่าวว่า การเลือกตั้งใน จ.หนองคายครั้งนี้ ภท.ขอเสนอเป็นแพ็กเกจ ทั้งนางจิดาภา พล.ต.ท.ไพศาล และนายศักดิ์ดา ถ้าไม่เจริญยุคนี้จะเจริญยุคไหน
"ถ้าผมไม่สามารถทำความเจริญก้าวหน้าให้กับพี่น้องชาวหนองคายตามที่ต้องการได้ ขอโทษเถอะว่าตรงนี้กี่ตีนแล้ว ผมจะมาได้อีกหรือไม่ วันนี้เดินเข้ามาได้จับมือ แต่ถ้าทำไม่ได้ มาวันหน้าโดนตีนผมไม่เอา" พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า พูดในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร (บขส.) ตลาดสดเทศบาล จ.หนองบัวลำภู นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้นายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา ผู้สมัคร สส.หนองบัวลำภู เขต 2 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นของนายไชยา พรหมา อดีต สส.พท. ที่ย้ายไปลงสมัครในนามพรรคกล้าธรรม (กธ.) ทันทีที่มาถึงนายยศชนันและคณะได้สักการะศาลพระพรหมบริเวณหน้าตลาด ก่อนทักทายชายบ้านที่นำดอกไม้และพวงมาลัยที่ทำจากผักสดมารอต้อนรับ ชาวบ้านส่วนหนึ่งบอกว่า พรรคเพื่อไทยของเราไม่ว่าใครจะมาอยู่ก็ไม่สน ขอแค่เป็นพรรคเพื่อไทย
โดยนายยศชนันกล่าวปราศรัยย่อย ก่อนเปิดเผยถึงการลงพื้นที่หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของนายไชยาที่ย้ายไปสังกัด กธ.ว่า ไม่หนักใจ เพราะเป็นพื้นที่ของ พท. ไม่ใช่พื้นที่ของใครคนใดคนหนึ่ง และเป็นพื้นที่ที่ผู้สมัครมาลงพื้นที่ตลอด มีความมั่นใจสูงมาก
เชนเมินปลดนายกฯ แดง
ที่โรงเรียนภูเขียว จ.ชัยภูมิ นายยศชนันปราศรัยหาเสียงช่วงหนึ่งว่า วันนี้ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปทั้งทีม เพราะผมเข้าไปคนเดียวไม่ได้ ต้องเข้าไปทั้งทีม ครั้งที่แล้วเมื่อไม่ได้เข้าไปทั้งทีม การผลักดันนโยบายก็จะไม่ง่าย หนึ่งปีปลดหนึ่งคน อีกปีปลดอีกคน แต่เราไม่ย่อท้อ เราทำงานเป็นทีม เรามีทุกอย่างไว้หมด หากเข้าไปอีกครั้ง เราสามารถทำทันทีและเราทำได้ ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งสองใบ ชัยภูมิต้องเป็นสีแดงทั้งแผ่นดิน
ส่วนที่สนามกีฬา อบต.หนองจิก อ.บรบือ จ.มหาสารคาม นายยศชนันปราศรัยว่า วันนี้มหาสารคามแดงทั้งแผ่นดิน การที่เรามีเสถียรภาพในสภาทำให้เราสามารถส่งนโยบายต่างๆ ที่จะทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ ครั้งที่แล้วเมื่อไม่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทำให้เราทำบางสิ่งบางอย่างไม่ได้ การมีเสถียรภาพทางการเมืองเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นขอให้เลือก พท.ทั้งคนทั้งพรรคยกจังหวัด
ที่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พท. และคณะ เปิดปราศรัยหาเสียง โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้มาเยี่ยมที่บุรีรัมย์ นอกจากพบคนบุรีรัมย์แล้ว ก็อยากจะฝากไปบอกคนบางคนว่า “หนู เอ๊ย หลิม มาเยี่ยมถึงบ้านแล้วนะวันนี้” พี่น้อง วันนี้ที่บุรีรัมย์เป็นวันที่พวกเรามีอิสระทางความคิด เป็นวันที่พวกเราจะสามารถตัดสินชะตาชีวิตของประเทศชาติและประชาชนด้วยมือของเราเอง อีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ในวันที่ 8 ก.พ.จะเป็นวันเลือกตั้งเดินหน้าประเทศไทย เดินหน้าไปพร้อมกับพรรคเพื่อไทย เลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค วันนี้ผมมาพร้อมกับผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ของพรรคเพื่อไทยทั้ง 10 เขต
ที่สามย่านมิตรทาวน์ กทม. พรรคประชาชนจัดเวทีปราศรัยใหญ่ โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรค นำทีมผู้สมัคร สส.กทม.และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ เดินจากบริเวณสยามสแควร์วัน ตามเส้นทางถนนพญาไท และไปจบที่สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อขึ้นเวทีปราศัยปราศัยในกิจกรรม “เชื่อในประชาชน Trust The People” โดยมีประชาชนได้เข้ามาจับจองที่นั่งจนเต็มทุกพื้นที่ ตั้งแต่ด้านหน้าเวทียาวไปถึงลานด้านหลังอาคารห้างสรรพสินค้า จนที่นั่งที่จัดเตรียมไว้ไม่เพียงพอ หลายคนเลือกยืน และมีบางส่วนที่ยืนอยู่บริเวณนอกรั้วซึ่งบริเวณโดยรอบ โดยมีแกนนำพรรค ผู้สมัคร สส.และผู้ช่วยหาเสียงทยอยขึ้่นปราศรัย
'ทิม' เพ้อเป็นรัฐบาลยาว 2 สมัย
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ขึ้นเวทีปราศรัยว่า ตนกลับมาแล้ว เพราะเหตุผลเดียวคือการชักชวนประชาชนเลือกพรรคประชาชน ส่งนายกฯ เท้งเข้าทำเนียบรัฐบาล แม้วันนี้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไป แต่ตัดความคิดถึงที่มีต่อประชาชนไม่ได้ ครั้งที่แล้วประชาชนกว่า 40% เทคะแนนให้กับพรรคก้าวไกล 14 ล้านเสียง มาเป็นอันดับ 1 แต่ไม่ยอมให้บริหารเพื่อประชาชน เพราะฉะนั้นครั้งนี้ต้องไม่ยอมอีกต่อไป และวิธีการเดียวที่จะทำแบบนั้นได้ต้อง "ชนะให้เยอะ ชนะให้ยิ่งใหญ่ และชนะให้ยาวกว่าเดิม"
"ชนะให้เยอะคือต้องชนะให้พรรคอันดับ 2 ไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาลแข่ง ย้ำว่าเลือก ปชน.ให้ขาด มันไม่กล้าจัดตั้งรัฐบาลแข่ง และต้องชนะอย่างยิ่งใหญ่ ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง ให้สมศักดิ์ศรี รวมทั้งต้องชนะให้ยาวจนนายกฯ เท้ง 2 สมัย 8 ปี จนผมและนายชัยธวัช ตุลาธน กลับมาพอดี และยาวจนลูกสาวสามารถเลือกผมกลับมาได้"
นายพิธากล่าวว่า คนอย่างตนนั้น อยู่เป็น เย็นพอ รอได้ ตอนนี้โลกคือเวทีของตนไม่ใช่ที่นี่ ปล่อยให้นายกฯ เท้ง 2 สมัยเต็มๆ ไปเลย พร้อมตั้งคำถามว่า ไม่รู้จะมีการเหนี่ยวรั้งอนาคตไว้ทำไม เพราะ 10 ปีก็แป๊บเดียว เดี๋ยวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล กลับมา และสมัยที่ 2 ของนายกฯ เท้ง พิธา และชัยธวัช ก้าวไกลกลับมาแบบฟูลทีมแน่นอน
นายพิธายังได้กล่าวสื่อสารถึงคน 10-25% ที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่า ใครจะเป็นรัฐบาล ยังมีเวลาอีก 2 สัปดาห์ ขอให้คิดดูดีๆ ว่ามีพรรคการเมืองไหน ไม่มีนักการเมืองพรรคไหนสมบูรณ์แบบครบทุกอย่าง แต่ขอให้คิดว่าใครจะตื่นเช้า เพื่อสู้ให้กับประชาชนเหมือนรังสิมันต์ โรม น.ส.รักชนก ศรีนอก หากยังตัดสินใจไม่ได้ ขอให้เลือกพรรคประชาชน
นายปิยบุตร แสงกนกกุล กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า การเปลี่ยนแปลงกำลังใกล้มาถึงแล้ว ห้วงเวลานี้เป็นเวลาประวัติศาสตร์ ประชาชนคนไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศกำลังจะได้ตัดสินใจเลือกว่าเราจะอยู่กันแบบไหน เราจะอยู่แบบเดิมๆ ในอดีต หรือเราจะอยู่แบบอนาคตใหม่ อยู่แบบเดิมๆ คือการซื้อสิทธิซื้อเสียงเข้าไปมีอำนาจ ถอนทุนคืน แล้วนำทุนมาซื้อเสียงกลับเข้าไปอีก วันที่ 8 ก.พ.นี้ เราจะได้ร่วมเปลี่ยนแปลงด้วยกัน คือการนำอำนาจทรัพยากรที่เคยกระจุกตัวอยู่กับคนไม่กี่กลุ่มมาอยู่กับคนส่วนใหญ่
"เป็นอันดับ 1 ไม่พอ ต้องไปให้ไกลที่สุด ต้องทิ้งห่างพรรคอันดับ 2 เป็น 50-60 ที่นั่ง ถ้าประชาชนแสดงพลังแบบนี้ พรรคอันดับที่ 2-5 จะเกิดยางอายขึ้นทันที นั่งเฉยๆ ไม่ต้องขยับ รอ ปชน.เอาใครมาร่วมรัฐบาล เราที่อยู่ในระบบประชาธิปไตย 2 ใบอนุญาตมานาน เราทำได้อย่างเดียว ประชาชนรวมพลังกันร่วมแสดงออก เก็บความคับแค้นมาหลายปี เปลี่ยนเป็นความหวัง ระเบิดพลังออกมาพร้อมกันในวันที่ 8 ก.พ. เพื่อจะบอกว่า คนไทยเจ้าของประเทศเกิน 20 ล้านคน ออกใบอนุญาตให้ประชาชนตั้งรัฐบาล ไม่ต้องไปหาใบอนุญาตที่ 2 จะมาเพิกถอนใบอนุญาตของประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศไม่ได้” นายปิยบุตรกล่าว
น.ส.พรรณิการ์ วานิช ปราศรัยว่า พวกเราเชื่อว่าประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงในประเทศนี้ มีมากพอจะจัดตั้งรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ หากเสียงประชาชนดังพอ เราเชื่อว่าประชาชนจะสามารถผลักดันประเทศนี้ไปข้างหน้าได้ จากวันนี้เป็นต้นไป หัวคะแนนธรรมชาติจะทำงานหนักมากกว่า ณัฐพงษ์เดินไปบอกทุกบ้าน ทำตัวเป็นสแปมทุกที่ เพราะคือพลเมืองที่ไม่ใช่แค่ตื่นรู้ แต่ลงมือทำ จงลุกขึ้นมาทำมัน นี่คือภารกิจร่วมกัน ทำสัญญาประชาคมร่วมกัน ชื่อสัญญาสามย่าน เพื่อให้เสียงของคนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ จุดเทียนส่องสว่างให้กับประเทศที่มืดมิดมานานหลายสิบปี เดินไปสู่อนาคตที่ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศอย่างแท้จริงด้วยกัน
ต่อมา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตั้งพรรคอนาคตใหม่ในปี 2561 วันนี้ปี 2569 8 ปีพอดี 8 ปีแห่งการเดินทาง สิ่งที่ภูมิใจมากที่สุดไม่ใช่ความนิยมที่ทุกท่านมอบให้ ไม่ใช่เพราะพรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้ภูมิใจมากที่สุดคือการที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างทีมนี้ เพื่อส่งมอบให้กับทุกท่าน
นายธนาธรย้ำว่า มีหลายคนถามเยอะมาก นายธนาธรชนะมาแล้ว เขาจะให้ใบอนุญาตอีกใบหรือไม่ หลายคนกังวลเรื่องนี้ ตอบว่าคำถามนี้ไม่ถูกต้อง คำถามไม่ใช่ว่าเขาจะให้ใบอนุญาตอีกใบกับเราหรือไม่ คำถามที่ถูกต้องคือคุณยอมให้เป็นอย่างนั้นหรือ ดังนั้นต้องทำให้เขาปฏิเสธเราไม่ได้ ทำให้พรรคประชาชนชนะขาดลอย
“พวกเราไม่มีอำนาจอิทธิพล เครือข่ายหัวคะแนน อภินิหารทางกฎหมาย เงินทองก้อนใหญ่ที่จะติดป้ายได้ทุกสี่แยก แต่พวกเรามีทรัพยากรที่มีพลังและมีคุณค่ามากกว่านั้น คือทุกคนมาทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ร่วมกัน” นายธนาธรระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินยืนยัน ไทยไร้นิปาห์ สนามบินเข้ม
นายกฯ ยันไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อนิปาห์ ขอให้ยึดโมเดลเฝ้าระวังโควิด
ปชช.3%อ่านรธน.จบ อึ้ง48%เข้าใจเล็กน้อย
สวนดุสิตโพลเผยมีแค่ 3% ที่เคยอ่านรัฐธรรมนูญจนจบ ซ้ำร้าย 48% เข้าใจแค่เล็กน้อย
ตรีนุชไฟเขียวปรับสปส. ปชน.พาเหรดขยํ้าหนัก
“ตรีนุช” ไฟเขียวยกเครื่อง "ประกันสังคม" ปรับโฉมบริหารมืออาชีพ
เงินล้านไม่ตรงปก! พท.ส่งกกต.มีแค่นโยบายของขวัญ/จุลพันธ์เพ้อเป็นการลงทุน
“จุลพันธ์” อ้างเต็มปากโครงการสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ไม่ใช่แจกเงิน
ผวาซํ้ารอย‘โควิด-19’ เฝ้าระวัง‘ไวรัสนิปาห์’!
รัฐบาลสั่งการติดตามสถานการณ์เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ใกล้ชิด หลังอินเดียพบผู้ป่วยเพิ่ม กำชับคัดกรองเข้ม ย้ำไม่พบผู้ป่วยในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก
‘แกว่งส้มหาเสี้ยน’ ร้องกกต.ฟัน‘เจี๊ยบ’
"เรืองไกร" ร้อง กกต.สอบ "เจี๊ยบ" กับพวกปราศรัยถูกปล้นชัยชนะ ชี้ผิดฝ่าฝืน พ.ร.ป.เลือกตั้ง สส.และเข้าข่ายถูกดำเนินคดีอาญาหรือไม่ ระบุกรณีตัวอย่างคำวินิจฉัย กกต.

