“อนุทิน” เมินวิจารณ์ ปชน.หาเสียงด้อยค่าทหาร เชื่อประชาชนตัดสินได้ ดีเดย์ 30 ม.ค.จัดปราศรัยใหญ่สวนลุมพินี “ยศชนัน” เดินสายหาเสียงอีสาน “ชัยภูมิ-บุรีรัมย์-โคราช” หวังเป็นนายกฯ คนที่ 33 โวยึด 16 เขตเมืองย่าโม แพลมชัดเตรียมละเลงงบ บอกรัฐบาลหารายได้ไม่ต้องเก็บไว้ “หัวหน้าเท้ง” ลงใต้ชวนปลดแอกนายหัว เลือก ปชน.ที่คนเท่าเทียม “มาร์ค” ชี้นโยบาย ปชป.ทำได้จริง ไม่ใช่แค่นึกสนุกหวังโกยคะแนน
เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 ยังคงมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างคึกคัก โดยเฉพาะปฏิกิริยาหลังนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน (ปชน.) ปราศรัยพาดพิงทหารว่าทหารมีไว้ปกป้องประเทศ ไม่ใช่ครอบครองประเทศ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ว่า พี่น้องประชาชนเข้าใจดี แต่เราจะไปวิพากษ์วิจารณ์ความคิดหรือแนวทางของแต่ละพรรคไม่ได้ เขาก็มีความเชื่อของเขาแบบนั้นในแต่ละพรรค ซึ่งเราต้องให้เกียรติกัน ส่วนคนที่จะตัดสินใจอยู่ที่พี่น้องประชาชน ที่จะใช้ข่าวสารที่ได้รับมาในการตัดสินใจ
ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติและแคนดิเดตนายกฯ กล่าวประเด็นนี้ว่า ผิดหวัง เพราะพรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายโจมตีพรรคส้มเหลือเกิน แต่พอหัวหน้าพรรค ปชน.ไม่ได้ตอบโต้พรรค พท. เลยกลับไปพูดเรื่องเก่าๆ วาทกรรมเดิมๆ ทหารมีไว้ปกป้องประเทศ ไม่ได้มีไว้ปกครองประเทศ ไปด้อยค่าทหารอีก คุณไม่เคยเสียใจเลยหรือ ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาที่รัฐบาลพรรค พท.ทำให้เกิดขึ้น มีคนบาดเจ็บล้มตายไปกี่คน มีทหารเสียชีวิตทหารบาดเจ็บไปเท่าไหร่
“ผมไปเยี่ยมทหารเห็นแล้วสงสาร ทั้งพี่น้องประชาชน ทั้งทหารเดือดร้อนลำบากกันเท่าไหร่ เคยพูดถึงหรือไม่ว่ามีอังเคิลไว้ทำไม พรรคเพื่อไทยมีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรกับอังเคิล จนทำให้เกิดปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา คุณพูดสิ คุณเคยถามเรื่องนี้หรือไม่ เคยโจมตีเรื่องนี้หรือไม่ ไม่เคย หรือเกรงใจพรรคเพื่อไทย กลัวจะไม่ได้ร่วมรัฐบาลกันหรือ คุณต้องเป็นนายกฯ เพื่อรับใช้ประชาชน ไม่ใช่รับใช้ตระกูลชินวัตร” นายชัยวุฒิกล่าว
ถามถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน.ปราศรัยแล้วมีคนมาฟังค่อนข้างเยอะนั้น แสดงถึงกระแสส้มจะมาแซงทางโค้งหรือไม่ ประเด็นนี้นายอนุทินย้อนว่า คุณไม่ดูเวทีภูมิใจไทยที่หนองคายก็เยอะนะ เมื่อถามอีกว่า ดูเหมือนพรรคประชาชนมั่นใจว่าครั้งนี้จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ นายอนุทินตอบทันทีว่า “ทุกคนก็ต้องมั่นใจ ใครจะขึ้นเวทีไปแล้วบอกว่าโอเคเลือกผมนะ ผมจะไปเป็นฝ่ายค้าน”
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. กล่าวเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องปกติที่ทุกพรรคการเมืองช่วงนี้ต้องลงพื้นที่ รู้สึกดีอยากให้ทุกพรรคลงพื้นที่พบประชาชนมากยิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนได้คิดและพิจารณาเรื่องนโยบาย ไม่ว่าใครจะกลับมาหรือไปพบปะประชาชนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี
ถามถึงกรณีพรรค ปชน.บอกว่าต้องชนะขาดห่างจากอันดับ 2 จำนวน 30-40 ที่นั่ง นายจุลพันธ์กล่าวว่า พท.ก็อยากได้แบบนั้น การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลต้องห่างกับที่ 2 ให้เยอะพอตัว ตรงนี้อยู่ที่ประชาชนตัดสิน
ส่วนนายอนุทินให้สัมภาษณ์พร้อมหัวเราะ ถึงกระแสพรรค ภท.หลังเดินสายขึ้นเวทีปราศรัยต่างจังหวัดหลายจุด ว่า ก็ดีนะ ไปที่ไหนคนก็เดินเข้ามาและบอกขอให้ประสบความสามเจ็ด
ถามอีกว่า โค้งสุดท้ายจะเสนอนโยบายอะไรใหม่หรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยเสนอนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน คนละ 1 ล้านบาท นายอนุทินกล่าวว่า นโยบายเราดีแล้วและปฏิบัติได้ เป็นที่น่าเชื่อถือและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ทำให้ประเทศเสียหาย และสามารถที่จะกระตุ้นในมิติทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ความสุขของพี่น้องประชาชน
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรค ภท. กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 30 ม.ค. เวลา 17.30-20.00 น. ที่บริเวณสวนลุมพินี ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขตจะร่วมกันจัดเวทีปราศรัยใหญ่ โดยจะมีนายอนุทิน, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท.นั้น ตลอดทั้งวันได้เดินสายพร้อมคณะลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดภาคอีสาน โดยเริ่มที่ จ.ชัยภูมิ จุดแรกไปสักการะพระยาภักดีชุมพล (แล) เจ้าเมืองชัยภูมิคนแรกเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีประชาชนมารอมอบดอกไม้ พวงมาลัยดอกดาวเรืองให้กำลังใจ พร้อมตะโกนว่า “นายกฯ เชนๆๆๆ”
ต่อมาได้ไปหาเสียงที่ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ หน้าสระใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยนายยศชนันได้ปราศรัยถึงนโยบายพรรค ทั้งการแก้หนี้และเศรษฐีเงินล้าน และเน้นย้ำว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยทิ้งใคร วันนี้สิ่งที่ต้องทำคือดูแลทุกคน หากจะรายได้สูงก็ต้องสูงทุกคนใช่หรือไม่
พท.ขอกวาด 16 เขต
ในเวลา 10.00 น. คณะนายยศชนันไปหาเสียงที่ลานตลาดนัดหนองแขม อ.คง จ.นครราชสีมา โดยนายยศชนันระบุว่า ครั้งนี้ต้องเลือกให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพราะจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงประเทศไทย วันนี้เราเห็นปัญหาต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าตอนที่เดินเข้ามาได้ยินความฝันและความหวังของพี่น้องประชาชน ฉะนั้น 8 ก.พ.นี้จะเดินเข้าสภาเพื่อไปเปลี่ยนความฝัน และความหวังของพี่น้องประชาชนให้กลายเป็นความจริง
“ขอให้เลือกแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ครั้งที่แล้วเราได้ไป 12 เขต ครั้งนี้ขอ 16 เขตได้หรือไม่ ขอให้เลือกยศชนันเข้าไปเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของชาวโคราช” นายยศชนันกล่าว
ในช่วงเที่ยง นายยศชนันพร้อมคณะไปหาเสียงที่วัดหงษ์ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ โดยให้สัมภาษณ์ถึงพื้นที่ที่มี สส.ย้ายพรรค เช่น หนองบัวลำภู, ขอนแก่น และนครราชสีมา มั่นใจจะยังรักษาฐานเสียงไว้ได้ใช่หรือไม่ว่า มั่นใจ ได้เดินพบปะกับพ่อแม่พี่น้อง ได้ปราศรัย และจำนวนคนที่มาฟังปราศรัยมีจำนวนมากและหลายคน พอเราพูดถึงนโยบายเขาก็ขานรับ
ต่อข้อถามที่ว่า ช่วงโค้งสุดท้ายจะมีการปรับกลยุทธ์การหาเสียง หรือจะเปิดนโยบายอะไรใหม่ๆ ออกมาหรือไม่ นายยศชนันกล่าวว่า อย่างแรกเป็นการลงพื้นที่ อย่างที่สองเป็นเรื่องของการสื่อสาร นโยบายไหนจะทำภายในกี่เดือน ซึ่งจะทำให้ประชาชนเห็นว่าเราจะทำได้เมื่อไหร่ จะเป็นส่วนท้ายที่เราพยายามจะสื่อสาร
ในเวลา 14.00 น. นายยศชนันพร้อมคณะเดินทางไปปราศรัย ณ ที่ว่าการอำเภอประทาย อ.ประทาย จ.นครราชสีมาอีกครั้ง โดยชาวบ้านได้นำพวงมาลัยดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบมามอบให้ บางคนนำผ้าขาวม้ามาผูกเอว ให้ ขณะที่บางคนนำเอาพวงมาลัยไข่ กล้วยน้ำว้าและข้าวแต๋นมาคล้องคอพร้อมกับสวมกอด
นายยศชนันกล่าวว่า ทุกครั้งที่มาปราศรัยตนมักจะเดินมาจากข้างหลัง เราอยากจะรับทราบความหวังของพ่อแม่พี่น้องทุกคนที่ฝากมา วันนี้เราเป็นคนที่จะเข้าไปเป็นผู้แทนพ่อแม่พี่น้อง นี่คือ สส. และสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องไม่คิดถึงตัวเอง แต่ต้องคิดถึงพ่อแม่พี่น้องประชาชนเท่านั้น เราต้องมีกินมีใช้ ซื้อของจับจ่ายใช้สอย พ่อแม่พี่น้องที่ทำด้านการค้าขาย วันนี้ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง ด้วยโครงการ รัฐบาลจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30
“การที่วันนี้รัฐบาลหาเงินเข้ามา สิ่งสำคัญที่สุดไม่ควรเก็บเงินไว้เอง และเราพร้อมที่จะลดอำนาจรัฐและคืนอำนาจสู่ท้องถิ่น คืนอำนาจสู่พ่อแม่พี่น้องประชาชน ครั้งนี้ขอเสียงสนับสนุนจากชาวโคราชอีกครั้งเลือกพรรคเพื่อไทย เลือกทั้งคนเลือกทั้งพรรคได้ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ ของทุกคน” นายยศชนันกล่าว
ส่วนนายณัฐพงษ์พร้อมคณะได้ลงพื้นที่หาเสียงที่บริเวณสวนขวัญ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ก่อนที่ช่วงบ่ายจะเดินทางไปร่วมพบปะกับตัวแทนหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช และช่วงเย็นเดินทางไป จ.กระบี่ โดยนายณัฐพงษ์ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า การเมืองไทยที่ผ่านมามีแต่เรื่องสีเทา มีแต่การเอารัดเอาเปรียบคนตัวเล็กตัวน้อย มีแต่การกระจุกอำนาจและงบประมาณไว้อยู่กับคนไม่กี่คน กดทับการพัฒนาประเทศ และที่ผ่านมามีเพียงพรรค ปชน.ที่จุดยืนมั่นคง พูดอย่างไรรักษาคำพูดแบบนั้น ไม่เคยเอาเงินซื้อตัว สส.ย้ายค่ายเพื่อหวังเอาจำนวน สส.ไปต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง
'หัวหน้าเท้ง' ชวนปลดแอกนายหัว
“ถ้าไม่อยากได้รัฐบาลหน้าตาแบบเดิม ที่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งสัญญากับประชาชนทุกอย่าง แต่พอเข้าไปมีอำนาจก็แทบไม่เคยทำตามคำที่สัญญาเอาไว้ เรื่องสีเทาก็เห็นกันอยู่ว่าใครมีประวัติบ้าง แต่ก็ยังเห็นแก่พวกพ้องและผลลัพธ์ทางการเมืองมากกว่าความถูกต้อง ได้รับการละเว้นการลงโทษอยู่ร่ำไป ถ้าไม่อยากเห็นการเมืองไทยเป็นแบบนี้ ขอชวนให้ทุกคนร่วมกันเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ ช่วยกันบอกต่อครั้งนี้อย่างไรก็ต้องกาให้พรรคประชาชนทั้งสองใบ”
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า แม้มีคนบอกว่าวัฒนธรรมของคนใต้คือความอยากเลือกนายหัว แต่ผู้สมัคร สส.พรรคเป็นคนธรรมดาที่มองเห็นทุกคนเท่ากัน ทุกคนอยากเข้ามาทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ทุกคนบอกว่าพรรคนี้หวังสูงเกินไป สมัยเป็นพรรคก้าวไกลก็บอกอีกว่าหวังสูงเกินไป ครั้งนี้ก็มีคนบอกอีกว่าหวังสูงเกินไป ไม่ได้เป็นรัฐบาลหรอก แต่ทุกครั้งที่เราหวังสูงเกินไปเราไม่เคยผิดหวัง ครั้งนี้ไม่ผิดหวังได้เป็นรัฐบาลแน่นอน
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมคณะลงพื้นที่ตลาดนัดท่าแซะ จ.ชุมพร โดยนายอภิสิทธิ์ปราศรัยช่วงหนึ่งว่า นโยบายของพรรคทุกข้อถูกกลั่นกรองมาอย่างดี ทุกนโยบายเราคิดด้วยสมอง เราทำด้วยใจ พี่น้องประชาชนจึงมั่นใจได้ว่าการเลือกประชาธิปัตย์ คือการเลือกทีมที่มีประสบการณ์ทางการเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องที่นึกสนุกทำนโยบายออกมาเพียงเพื่อหวังคะแนนนิยมในช่วงเลือกตั้ง แต่พรรคได้ทำสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอด และรู้ชัดว่าปัญหาของประชาชนอยู่ตรงไหน และควรเดินหน้าต่อไปอย่างไรเพื่อให้ความเป็นอยู่ของทุกคนดีขึ้น
“คนปราบคนโกงไม่ใช่คนที่อยู่บนเวที แต่คือคนที่นั่งอยู่ตรงนี้และยืนอยู่ตรงนั้น คนไทยทุกคนคือพระเอกนางเอกตัวจริง ที่จะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยและคนไทยซื้อไม่ได้ กระบวนการยุติธรรมซื้อไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่คนโกงและคนทุจริตต้องออกไป” นายอภิสิทธิ์กล่าว
ต่อมา นายอภิสิทธิ์พร้อมคณะเดินทางถึงตลาดนัดบ้านคุณหนู ต.คลองไทร อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ตั้งแต่ชุมพรต่อเนื่องมาถึงสุราษฎร์ธานีว่า ได้รับการต้อนรับที่ยอดเยี่ยมจากพี่น้องชาวใต้ ซึ่งบรรยากาศความผูกพันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพี่น้องประชาชนที่สัมผัสได้ในขณะนี้ เป็นสัญญาณที่ดีว่าประชาชนจะกลับมาให้การสนับสนุนพรรคอย่างเต็มที่อีกครั้ง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘สุภัทร’โดนเตะตัดขา ‘รมต.ภท.’ลงมติชี้ขาด4:3ปลดออก/สธ.ยันทำตามขั้นตอน
นายกฯ ยันปมปลด “หมอสุภัทร” ไม่มีกลั่นแกล้ง โยนเป็นเรื่องภายใน สธ.
ออกหมายจับ2สจ. นักการเมืองสีเทา หลบหนีนอกปท.
พิลึก! "รมว.ยุติธรรม” เผยคดีนักการเมืองพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ออกหมายจับแล้ว 2 ราย
นายกฯปลอบขวัญคนชายแดน
นายกฯ บินชายแดนสระแก้ว ขอโทษทำไม่ถูกใจ-เสียความรู้สึก
ร้องกกต.ฟันพท.สัญญาจะให้
"เพื่อไทย" จะทำให้คนไทยเป็นเศรษฐีบุญหล่นทับให้ได้ "จุลพันธ์’"
'พิธา' ปลุกเมืองหลวงพรรคส้ม ช่วยดัน 'เท้ง' เข้าทำเนียบฯ
'พิธา' ขึ้นปราศรัยใหญ่สมุทรปราการ FC เชียร์กระหึ่ม ยกเป็นเมืองหลวงพรรคส้ม ปลุกเลือกเบอร์ 46 ดัน 'เท้ง' เข้าทำเนียบฯ
'ปชน.' แจง กกต. แล้ว! ที่มาแหล่งเงิน 7.4 แสนล้าน 15 นโยบายประชานิยม
คณะทำงานฯ กกต. ไล่บี้ 'พรรคส้ม' ให้แจงรายละเอียด-ที่มาแหล่งเงิน 15 นโยบายหาเสียง ใช้งบทะลุ 7.4 แสนล้านบาท 'เท้ง' แจ้นแจงรัวๆ ยังไม่แผ่วชนกองทัพ พ่วงจัดทำรธน.ฉบับใหม่ ทำให้ไทยมีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่เป็นสากล

