สธ.ปัดใบสั่งกางข้อหาสุภัทร

สธ.แถลงปมมติ อ.ก.พ.สั่งปลด "นพ.สุภัทร" ออกจากราชการ ชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง กรณีแบ่งซื้อชุดตรวจ ATK วงเงินไม่เกิน 2 ล้าน รวม 5 ครั้งช่วงโควิด ยันกระบวนการสอบสวนทำมานานกว่า 2 ปี-ไม่มีใบสั่งการเมือง ขณะที่ "หมอฮา" ลั่น! การเมืองเทาปกคลุม สธ.แล้ว พร้อมเดินหน้าสู้เข้าสภาไปกวาดล้างการเมืองเทา ส่วน   กกต.ชี้สถานะหมอสุภัทรยังเป็นผู้สมัคร สส.อยู่

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงข่าวชี้แจงกรณีมติคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) ให้ลงโทษปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ออกจากราชการ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องจังหวะเวลาที่ตรงกับช่วงการลงสมัครรับเลือกตั้ง

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานการแถลงข่าว ชี้แจงถึงภาพรวมและเหตุผลความจำเป็นในการดำเนินการ แม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์เลือกตั้งว่า ยอมรับว่ามีความกังวลใจที่เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ นพ.สุภัทรลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. แต่เมื่อคณะกรรมการฯ มีมติแล้ว ในฐานะหน่วยงานราชการก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หากไม่ดำเนินการอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157

ผลการสอบสวนของคณะกรรมการฯ ระบุว่า  ขณะที่ นพ.สุภัทรดำรงตำแหน่ง ผอ.รพ.จะนะ ได้ดำเนินการจัดซื้อและอนุมัติชุดตรวจ ATK วงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวน 5 ครั้ง ในลักษณะ "แบ่งซื้อแบ่งจ้าง" ซึ่งฝ่าฝืนระเบียบกระทรวงการคลังฯ ปี 2560 ถือเป็นการปฏิบัติราชการเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควร และทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง

นพ.สมฤกษ์กล่าวถึงประเด็นเกณฑ์โควิด (ว.115) ว่า แม้จะมีหลักเกณฑ์ ว.115 ที่ลดขั้นตอนในช่วงวิกฤตให้จัดหาของมาใช้ก่อนได้ แต่ระเบียบระบุว่า เมื่อใช้แล้วต้องรีบรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งกรณีนี้พบว่ามีการรายงานล่าช้าหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์

"มตินี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด นพ.สุภัทรยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ได้ หรือผู้แทน ก.พ. ใน อ.ก.พ.สธ. สามารถทำความเห็นแย้งเสนอไปยัง ก.พ.ชุดใหญ่ได้ตามมาตรา 104" นพ.สมฤกษ์ระบุ

ด้านนายเกตุแก้ว แก้วใส ผอ.สำนักมาตรฐานวินัยและระบบคุณธรรม กล่าวว่า กระบวนการเริ่มมานานกว่า 2 ปี ไม่ใช่การเร่งรัดในช่วงนี้ โดยระบุรายละเอียดดังนี้

ไทม์ไลน์การสอบสวน ก.พ.2566 เริ่มต้นจากการตรวจสอบภายในที่ รพ.จะนะ, พ.ค.2566 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง,  ก.ค.2566 แจ้งข้อกล่าวหา นพ.สุภัทรรับทราบและยื่นหนังสือชี้แจง, ก.ย.2568 คณะกรรมการสอบสวนสรุปความเห็นเสนอ "ปลดออกจากราชการ",  ม.ค.2569 เข้าสู่การพิจารณาของ อ.ก.พ.สธ. ตามลำดับ

ไม่มีใบสั่งการเมือง

นายเกตุแก้วกล่าวถึงความเหมาะสมของบทลงโทษว่า กรณีแบ่งซื้อแบ่งจ้าง หรือการนำของมาใช้ก่อนโดยไม่ทำตามระเบียบ มีโทษทางวินัยร้ายแรง  หากเป็นการทุจริตอาจถึงขั้นไล่ออก สำหรับกรณีนี้ คณะกรรมการฯ ได้ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าโทษปลดออกนั้นเหมาะสมแล้ว โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกคำสั่งลงโทษทางวินัย และเมื่อมีคำสั่งแล้วจะต้องรายงานให้ ก.พ.ทราบภายใน 15 วัน

ขณะที่ นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวชี้แจงว่า ไม่มีคำสั่งหรือใบสั่งทางการเมืองใดๆ ข้าราชการประจำมีหน้าที่ต้องทำตามกฎหมาย โดยการพิจารณาผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการมากกว่า 1 ชุด และดำเนินการต่อเนื่องมากว่า 2 ปี มีการตรวจสอบข้อกฎหมายอย่างรัดกุม ไม่มีการกลั่นแกล้งหรือโกรธเคืองส่วนตัว

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ชี้แจงกรณีที่มีข่าวว่ามีการเร่งรีบประชุมขณะที่ตนอยู่ต่างจังหวัดว่า ตนทราบกำหนดการประชุมล่วงหน้าอยู่แล้ว แม้จะเดินทางไปราชการที่ จ.ตรัง แต่ได้จัดสรรเวลาประชุมผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ ทั้งนี้เข้าใจดีว่ามีทั้งคนรักและคนเห็นต่าง แต่ในฐานะกรรมการ ต้องพิจารณาบนพื้นฐานของความถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบวินัย เพื่อให้เป็นคำตอบที่ถูกต้องและเป็นธรรมที่สุดสำหรับสังคม

วันเดียวกันนี้ นพ.สุภัทรโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กว่า "ผมสู้ไม่ถอย ร่วมใจส่งหมอสุภัทรเข้าสภาไปล้างเทา เป็นไปตามความคาดหมาย สธ.แถลงข่าว “ปลดผมออกจากราชการ" ในที่สุดกลุ่มข้าราชการประจำก็ไม่สามารถทนแรงกดดันของใครบางคนได้ ต้องออกมาแถลงข่าว สร้างความชอบธรรมอธิบายเหตุผลในการลงนามปลดหมอสุภัทรให้ออกจากราชการ โดยไม่รอการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ ก.พ. ตามที่ทางผู้แทน ก.พ.ได้สงวนสิทธิ์ไว้

วันนี้ชัดเจนว่า การเมืองสีเทาที่ครอบงำกระทรวงสาธารณสุขมายาวนาน มีอยู่จริง และเป็นต้นเหตุของความชะงักงันในการพัฒนาระบบสุขภาพและการแต่งตั้งโยกย้ายที่เล่นพรรคเล่นพวกมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมขอยืนยันว่า ผมไม่ได้ทำผิดตามที่กรรมการสอบวินัยสรุป ถ้าผิดชัดเจนขนาดนั้น ทำไมต้องสอบสวน 3 ปี ทำไมกรรมการกลั่นกรองมีมติแย้งกรรมการสอบสวนให้สอบสวนเพิ่มเติม ทำไมมติเป็น 3:3 จน รมต.ต้องลงมติด้วยจึงเป็น 4:3 ทำไมผู้แทน ก.พ.จึงวีโตด้วย  ม.104 พ.ร.บ.ก.พ. ให้คณะกรรมการ ก.พ.ชุดใหญ่ ชี้ขาดแทน สธ. แม้ สธ.จะลงนามคำสั่งปลด แต่ผลทางกฎหมายก็ยังไม่สมบูรณ์ เพราะคณะกรรมการ ก.พ.ชุดใหญ่ยังไม่ได้มีการประชุมเพื่อลงมติใดๆ 

ไปกวาดล้างการเมืองสีเทา

ผมหมอสุภัทร เบอร์ 5 หาดใหญ่ ยืนยัน “สู้ต่อไม่มีถอย” และยืนยันว่า “สถานะความเป็นผู้สมัคร สส.ยังอยู่” ยังเดินหน้าหาเสียงเต็มกำลังเช่นเดิม  และเพื่อแสดงถึงการไม่ยอมรับต่อการเมืองสีเทาที่ครอบงำกระทรวงสาธารณสุข การกลั่นแกล้งผมและขบวนการแพทย์ชนบททั้งประเทศที่ไปบุกกรุงที่ไปช่วยตรวจโควิดในยามที่กรุงเทพฯ วิกฤตที่สุด คนนอนตายข้างถนน ขอเชิญชวนทุกท่านหยุดการเมืองสีเทา ถ้าใครอยู่ในเขต 2 สงขลา กาเลือกหมอสุภัทรเบอร์ 5 เลือกพรรคประชาชนเบอร์ 46 และถ้าอยู่นอกเขต ก็เลือกผู้สมัครพรรคประชาชนในเขตนั้นๆ ให้ถล่มทลาย และอย่าลืม กาเห็นชอบการแก้รัฐธรรมนูญ มาร่วมกันส่งหมอสุภัทรเข้าสภา ไปกวาดล้างการเมืองสีเทากันนะครับ หมอสุภัทรเอาจริง"

นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง แถลงข่าวว่า พรรคประชาชนยืนยันอีกครั้งว่า นพ.สุภัทรยังมีสถานะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 2 จ.สงขลา ของพรรคประชาชนโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ เพราะขณะนี้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขยังไม่มีการลงนามในคำสั่งปลด นพ.สุภัทร ตามมติของ อ.ก.พ. และต่อให้หลังจากนี้ปลัดลงนามในคำสั่งดังกล่าว นพ.สุภัทรก็ยังเป็นผู้สมัคร สส.อยู่ตราบเท่าที่ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งให้พ้นจากสถานะการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง

ทั้งนี้ ตามระเบียบปลัดกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่เป็นประธาน อ.ก.พ. ยังสามารถที่จะทบทวนมติได้ และให้ดำเนินการสอบสวนเรื่องนี้เพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองเสนอได้ ซึ่งจากไทม์ไลน์กระทรวงสาธารณสุขพยายามจะบอกว่าดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนถูกต้องทุกประการ โดยเฉพาะเมื่อคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาเสร็จแล้ว อ.ก.พ.ต้องรีบพิจารณาโดยเร็ว

"แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ระยะเวลาเท่านั้น แต่เป็นการพูดความจริงไม่หมดว่าคณะกรรมการกลั่นกรองเสนอให้ไปสอบสวนเพิ่มเติม เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับนายแพทย์สุภัทรคนเดียว แต่กระทบต่อระบบคุณธรรมของข้าราชการทั้งประเทศ" นายชัยธวัชกล่าว

ส่วนเรื่องนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่นั้น  นายชัยธวัชกล่าวว่า ประชาชนตัดสินใจได้ พิจารณาได้ว่าเรื่องนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ และยืนยันว่า นพ.สุภัทรยังเป็นผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาชนโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ ตราบใดที่ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งให้พ้นจากสถานะผู้สมัคร เรื่องนี้ยังมีอีกหลายกระบวนการ ถ้าปลัดกระทรวงลงนามหลังจากนี้ พรรคประชาชนสามารถที่จะไปยื่นคำร้องคัดค้านต่อผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดสงขลาได้ รวมถึงในชั้นศาลฎีกาด้วย

ขู่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนในมุมของการปกป้องสิทธิข้าราชการ ยังสามารถไปยื่นร้องต่อสำนักงาน ก.พ.ได้ ซึ่งมีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมอยู่ รวมถึงพรรคประชาชนจะสามารถพิจารณาดำเนินคดีต่อทุกคนที่เกี่ยวข้องในกระบวนการออกคำสั่งปลด นพ.สุภัทรโดยมิชอบด้วยกฎหมายได้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังไม่เป็นปัญหาถึงชั้น กกต. แต่อยากฝากถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขว่า  "ทุกท่านทราบดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ ขอให้ระมัดระวังการใช้อำนาจโดยมิชอบ"

นายชัยธวัชยังกล่าวต่อว่า พรรคประชาชนมองว่ายังไม่มีเหตุผลที่จะลงโทษร้ายแรงต่อ นพ.สุภัทร มั่นใจว่าถ้ากระบวนการเป็นไปโดยชอบ และอย่างน้อยมีการสอบสวนเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการกลั่นกรองเสนอ จะไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะลงโทษวินัยร้ายแรงต่อ นพ.สุภัทร เพราะฉะนั้นนพ.สุภัทรมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นผู้แทนราษฎรของพี่น้องประชาชนจังหวัดสงขลาเขต 2 อย่างเต็มภาคภูมิแน่นอน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันว่า นพ.สุภัทรยังคงมีคุณสมบัติในการเป็นผู้สมัคร สส.ครบถ้วนทุกประการ ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวลใจในส่วนนี้

ส่วนกรณีนี้อาจเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ระบุว่า ก็ค่อนข้างเห็นได้ชัด  แต่สิ่งสำคัญที่สุดคืออยากให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ หากมองว่า นพ.สุภัทรถูกดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรม และมองว่าในตอนที่ประสบกับปัญหาโควิด และต้องการการคัดกรองที่รวดเร็วที่สุดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด หากมองว่าสิ่งที่ทีมแพทย์ชนบททำในตอนนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง  ก็อยากให้ประชาชนยืนข้างสิ่งที่ถูกต้อง และช่วยกันเลือกให้ นพ.สุภัทรเข้าสู่รัฐสภา และส่งพรรคประชาชนเข้าไปเป็นรัฐบาล

เช่นเดียวกับ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องนี้ยังมีคำสั่งไม่ถึงที่สุด และ นพ.สุภัทรใช้สิทธิอุทธรณ์ ปัจจุบันยังคงเป็นผู้มีสิทธิลงสมัคร สส. ส่วนเรื่องการปลดออก เป็นคนละส่วนกับสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้น กกต.ต้องตรวจสอบว่าสิทธิตรงนั้นถึงที่สุดแล้วหรือไม่ แต่ปัจจุบันยังไม่รู้ว่ามีการปลดออกเพราะอะไร จึงยังไม่มีความชัดเจน และให้ถือว่ายังเป็นผู้สมัคร สส.อยู่ โดยจะต้องรอหนังสือให้ออกจากราชการที่ลงนามโดยปลัดกระทรวงสาธารณสุขก่อน เนื่องจากเป็นข้าราชการ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง