พิรุธ!ถอน450ล้าน ธปท.ลุยสอบแตกแบงก์ม่วงส่อพันซื้อเสียงชงกกต.เชือด

"ผู้ว่าฯ ธปท." ฮึ่ม! จ่อประกาศคุมเพดาน  ถอนเงินสด บี้ธนาคารโดดร่วมตรวจสอบ เผยช่วง 2   สัปดาห์เจอพิรุธถอนเงินสด 2 เคส สูง 200-250   ล้านบาท แต่เบิกแบงก์ห้าร้อย ยันสอบพบโยงเลือกตั้ง ลุยชง กกต.ฟันต่อทันที พร้อมเตรียมคลอดมาตรการคุมเทรดทอง แก้บาทแข็งพร้อมขจัดทุนเทา

เมื่อวันที่ 28 มกราคม นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า  เมื่อราว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ธปท.ได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์มีการตรวจสอบการเบิกถอนเงินสดที่สูงผิดปกติ โดยจะต้องมีการชี้แจงให้ได้ว่าการเบิกเงินสดที่สูงผิดปกติในแต่ละกรณีที่ตรวจพบนั้นมีจุดประสงค์หรือมีเป้าหมายเพื่ออะไร หากเป็นการดำเนินการทางธุรกิจก็ไม่มีปัญหาอะไร และหากมีการตรวจพบเส้นทางการเงินที่ผิดปกติ ธปท.จะดำเนินการส่งข้อมูลให้หน่วยงานเกี่ยวข้องที่มีอำนาจกำกับดูแล เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือหากเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง จะเร่งส่งข้อมูลให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบต่อไป

ทั้งนี้ ในช่วงกว่า 10 วันที่ผ่านมา พบว่ามีการเบิกถอนเงินสดที่น่าสงสัย 2 กรณี โดยกรณีแรกมีการเบิกเงินสดสูงถึง 250 ล้านบาท และอีกกรณีมีการเบิกเงินสด 200 ล้านบาท จาก 2 ธนาคาร แห่งละ 100 ล้านบาท และบางรายพบว่ามีการเบิกเงินสดที่เป็นธนบัตรชนิดราคา 500 บาทอีกด้วย ยิ่งเป็นจุดที่น่าสงสัยมากขึ้น ซึ่ง ธปท.จะอาศัยอำนาจทางกฎหมายที่เคยมีในส่วนนี้ แต่ไม่เคยใช้มาดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด และหลังจากนี้ในอีก 2-3 เดือน ธปท.จะมีการแก้กฎหมายหรือหลักเกณฑ์ในการเบิกถอนเงินสด หากมีการเบิกเกินจำนวนที่เหมาะสม เช่น 3-5 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขตรงนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ธนาคารจะต้องเข้าไปตรวจ

ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า หลังจากนี้อีก 2-3 เดือนข้างหน้า ธปท.จะแก้กฎหมายหรือเกณฑ์การเบิกถอนเงินสด หากมีการเบิกเกินจำนวนที่เหมาะสม เช่น 3 ล้านบาท หรือ 5 ล้านบาท (อยู่ระหว่างพิจารณาตัวเลข) ธนาคารจะต้องตรวจสอบเชิงลึก ว่านำเงินไปใช้ทำอะไร โดยหากพบข้อมูลต้องสงสัยก็จะส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการต่อทันที ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นการเบิกเงินเพื่อทำธุรกิจตามปกติ หรือธุรกรรมส่วนบุคคลตรวจสอบได้ เช่น เป็นสินสอด สถาบันการเงินก็สามารถอำนวยความสะดวกได้ตามปกติ

 “ธปท.ไม่เคยใช้อำนาจในส่วนนี้ แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องเข้ามาดูอย่างจริงจัง จากนี้ใครจะเบิกเงินสดเยอะๆ ถึงจุดหนึ่งต้องถูกตรวจสอบ จะไม่ใช่แค่ 2 ล้านบาท แล้วต้องรายงานไปที่ ปปง.เท่านั้น  เช่น ถ้าเบิกเงิน 3-5 ล้านบาท ก็ต้องบอกให้ได้ว่าเอาเงินไปทำอะไร เช่นซื้อที่ดิน มันใช้การโอนหรือเช็คได้ ทำไมไม่ดำเนินการ หรือใช้เป็นสินสอดก็ว่ากันไป แต่แบงก์ก็ต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบ ถ้าเราบีบให้ทุกคนมาใช้เงินโอนได้ เรื่องทุนเทาก็จะดีขึ้น ถามว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับ ธปท.ไหม ผมมองว่าเกี่ยว เพราะทุนเทามันกัดกร่อน กัดกินประเทศไทยจริงๆ” นายวิทัยระบุ

นอกจากนี้ ธปท.ได้ออกประกาศเรื่องการจำกัดวงเงินการรับซื้อธนบัตรเงินตราต่างประเทศ ต้องไม่เกิน 8 แสนบาทต่อคนต่อวัน และในบริเวณชายแดนหรือพื้นที่ที่กำหนด จำกัดวงเงินการรับซื้อธนบัตรเงินตราต่างประเทศไม่เกิน 2 แสนบาทต่อคนต่อวัน รวมถึงภายในเดือน ม.ค.2569 จะมีการออกประกาศให้ e-Money และ e-Wallet ต้องมีการเชื่อมข้อมูลเข้าระบบ CFR รวมถึงกำหนดวงเงินตามระดับ KYC ทำ Profiling ตรงนี้เป็นแนวทางหนึ่งที่เชื่อว่าจะสามารถช่วยสกัดการขนเงินนอกระบบหรือเงินเทาได้แน่นอน

นายวิทัยกล่าวด้วยว่า ธปท.เตรียมออกมาตรการกำกับดูแลการซื้อขายทองคำ แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ให้ร้านทองส่งข้อมูลธุรกรรมการซื้อขายทองคำออนไลน์ทั้งในรูปของสกุลเงินบาทและดอลลาร์ สำหรับผู้ที่ซื้อขายตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไป โดยให้เริ่มมีการรายงานย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา และมาตรการในการจำกัดปริมาณซื้อขาย โดยจะมีการจำกัดวงเงินซื้อขายต่อวันต่อคน ไม่เกิน 50 ล้านบาท สำหรับการซื้อขายผ่านแอปเทรดทองสกุลเงินบาทเท่านั้น ไม่รวมแอปเทรดทองสกุลเงินดอลลาร์ และไม่นับการซื้อขายผ่านหน้าร้านทองปกติ เบื้องต้นคาดว่าประกาศดังกล่าวนี้จะลงในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 30 ม.ค.นี้ และจะมีผลบังคับใช้ได้ในวันที่ 1 มี.ค.2569 เพื่อให้ผู้ประกอบการที่มีการเทรดทองผ่านแอปพลิเคชันในรูปสกุลเงินบาท ราว 15 ราย มีเวลาในการเตรียมความพร้อมและปรับปรุงระบบ

 “ต้องยอมรับว่าเรื่องค่าเงินมีผลมาจากทองคำด้วย ตอนนี้เราไม่ได้พูดถึงทองที่ส่งออก เพราะไทยเป็นประเทศ Net Import ซึ่งมีผลทำให้เงินบาทอ่อนค่า ไม่ใช่แข็งค่าเหมือนตอนนี้ ส่วนเรื่องการส่งออกทองไปประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องยอมรับว่ามีเยอะ และน่าสงสัย อาจจะเป็นเรื่องของทุนเทาหรือไม่ต้องไปตรวจสอบดู แต่เรื่องทองนี้มีผลกดดันต่อค่าเงินมาก ธปท.ก็หวังว่า 2 เรื่องที่ทำเกี่ยวกับทองขณะนี้ จะมีผลช่วยลดแรงกดดันของค่าเงิน เพราะขณะนี้เงินบาทหลุด 31 บาทต่อดอลลาร์แล้ว แข็งค่าสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่ทองพุ่งขึ้นเป็น 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พุ่งทำสถิติ All-Time High และปีนี้ทองขึ้นไปแล้ว 20% ก็มีแรงกดดันต่อค่าบาททันที และหวังอีกว่าเรื่องนี้จะแก้เรื่องทุนเทาได้ด้วย เพราะนักการเมือง ข้าราชการท่านสะสมเงินไม่ไหว  ก็เอาไปแลกเป็นทองเก็บไว้ นี่เป็นเรื่องจริงที่เราจะต้องตามไปดู” ผู้ว่าการ ธปท.ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐตั้งค่าหัว ล่าผู้นำอิหร่าน

วอชิงตันประกาศรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของโมจตาบา คาเมเนอี สหรัฐจะเพิ่มการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน พร้อมส่งนาวิกโยธินและเรือรบจำนวนมาก

ด้อมส้มขอยอม จี้‘เท้ง’ตอบชัดๆ IDหลุดจ่อซวย!

งานหยาบ! ด้อมส้มยังทนไม่ได้ ข้อมูลสมาชิกพรรคหายเป็นแสน "อหหหหหห งี้ไม่เรียกหลุดเล็กน้อย อันนี้เอาชื่อกูไปทำอะไรก็ได้ละเนี่ย" จี้ "เท้ง" ตอบให้ชัด โปร่งใส และรับผิดชอบ ด้าน “ศุภชัย” ซัดขอโทษไม่พอ! ต้องรับผิดชอบด้วย

เตือนคนไทยระวัง การสู้รบยังรุนแรง

ศบก.เตือนคนไทยในอิสราเอล ยังสู้รบรุนแรง หากได้ยินเสียงไซเรน หาที่หลบภัยภายใน 1 นาที ยันเร่งค้นหา 3 ชีวิตลูกเรือมยุรีนารี ส่วนอีก 20 คนถึงไทย 16 มี.ค.

ทำเพื่อประชาชน พระราชดำ รัส‘ในหลวง’ในรัฐพิธีเปิดประชุมสภาฯ

"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ทรงเปิดประชุมรัฐสภา มีพระราชดำรัสให้ สส.ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย "จุลพันธ์" เผยวันนี้กำลังเดินหน้าเข้าสู่การร่วมรัฐบาล การเจรจาจบสิ้นสมบูรณ์แล้ว แต่เรื่องของกระทรวงยังไม่พูดกัน

โสภณโบกมือลาทำ เนียบฯ ส้มดันเท้งชิงเก้าอี้นายกฯ

“โสภณ” อำลาทำเนียบฯ รอนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ “ปชน.” ส่งชื่อ “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วน ปธ.ฝ่ายนิติบัญญัติยังอุบชื่อ “ภคมน” ลั่นค้านแบบไม่ออมมือแน่ ด้าน “ปชป.”

ทูตอิหร่านรับเสียใจ ‘เสธ.ทร.’ชี้3คนไทยมีชีวิต/กรมเจ้าท่าเผยไร้‘เรือ’ตกค้าง

"ศบก." เผยทูตอิหร่านแสดงความเสียใจเหตุเรือสินค้าไทยโดนโจมตี "สีหศักดิ์" ยันอาเซียนจะร่วมมือกันช่วยเหลือด้านพลังงาน-คุ้มครองชาวอาเซียน เผย 20 ลูกเรือไทยกลับถึงไทยสัปดาห์หน้า