สุริยะซื้อเครื่องบิน30ล. หมายเรียกผู้สมัคร‘พท.’

“สุริยะ” รับซื้อเครื่องบินจาก “เบน  สมิธ” ในราคาแค่ 30 ล้านบาท ส่วนราคาที่เหลือญาติร่วมลงขัน “ศรีสุวรรณ-เรืองไกร” พาเหรดจี้  ป.ป.ช.-กกต.สอบด่วน เพื่อไทยฉาวซ้ำ ตร.ออกหมายเรียกผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์เอี่ยวเว็บพนันออนไลน์ “จุลพันธ์” บอกหากมีมูลไม่ป้อง แต่ข้องใจจังหวะจะโคนคดี

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ภายหลังเพจดังระบุว่า มีนักการเมืองไทยระดับรัฐมนตรีชื่อย่อ Big ส. ซื้อเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 จาก เบน สมิธ นักธุรกิจชาวต่างชาติ ที่ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกคำสั่งอายัดทรัพย์เกี่ยวกับคดีเครือข่ายอาชญากรรม มูลค่าราว 800 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 100 ล้านบาท แต่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าซื้อมาเพียง 30 ล้านบาท และมีการใช้เครื่องบินลำนี้ลำเลียงกระสุนไปยังเป้าหมายต่างๆ ในทางภาคเหนือและอีสานนั้น

ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย (พท.) ยอมรับว่า  ตอนนั้นอยากได้เครื่องบินไว้ใช้งาน และได้พูดคุยกับเพื่อน จนเพื่อนแนะนำว่า นายเบน สมิธ กำลังจะขาย เลยนำไปสู่การซื้อขายช่วงต้นเดือน ส.ค.2567 ซึ่งเครื่องบิน Gulfstream G550 มีมูลค่ารวม 862,191,500 บาท นำเข้าและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มต่อกรมศุลกากรอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อวันที่ 13 ก.ย.2567 โดยใช้ทำภารกิจต่างๆ ในระหว่างดำรงตำแหน่ง รมว.คมนาคม และใช้บินครั้งสุดท้ายเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย.2568

นายสุริยะยังได้กล่าวถึงประเด็นเรื่องการชี้แจงทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า ถือครองทรัพย์สินในเครื่องบินลำนี้ตามสัดส่วนมูลค่า 30 ล้านบาท และได้ยื่นบัญชีต่อ ป.ป.ช.ครบถ้วนแล้ว ส่วนมูลค่าที่เหลืออีกกว่า 832 ล้านบาท เป็นการถือครองโดยกลุ่มญาติพี่น้องตามสัดส่วน ส่วนกรณีที่ระบุว่าเครื่องบินดังกล่าวลำเลียงกระสุนไปยังพื้นที่เป้าหมายนั้น  เป็นการโจมตีและกล่าวหาทางการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง เพื่อทำลายความเชื่อมั่น ยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องจริงอย่างแน่นอน

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นเพื่อชี้มูลความผิดแคนดิเดตนายกฯ พรรคการเมืองใหญ่ท่านหนึ่งว่า ได้ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย.2568 อันเป็นเท็จหรือไม่ เพราะเมื่อตรวจสอบรายการทรัพย์สินและหนี้สินของรัฐมนตรีที่มีชื่อย่อว่า Big ส. ที่ยื่นไว้กับต่อ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2568 ก็พบว่า มีการระบุว่ามีทรัพย์สินเป็นเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ยี่ห้อ Gulfstream G550 โดยระบุวันได้มาเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2567 และแสดงมูลค่าไว้ที่ 30 ล้านบาทจริง และเมื่อตรวจสอบมูลค่าของเครื่องบินยี่ห้อและรุ่นดังกล่าว พบว่า ถ้าเป็นเครื่องใหม่มือหนึ่งราคาอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท ถ้าเป็นมือสองราคาจะลดลงอยู่ที่ประมาณ 600 ล้านบาทขึ้นไป ดังนั้น การที่อดีตรัฐมนตรีแจ้งว่าซื้อมาเพียง 30 ล้านบาทนั้น จึงเป็นที่น่าสงสัยอย่างมาก

“การจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ย่อมมีความผิดตามมาตรา 167 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ  เป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปีได้”

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต กทม. พรรคพลังประชารัฐ ระบุเช่นกันว่า ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (อีเอ็มเอส) เพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รีบทำการตรวจสอบนายสุริยะ ว่ามีการใช้เครื่องบินเป็นยานพาหนะที่ใช้ในการหาเสียงหรือไม่ ได้แจ้งการใช้เครื่องบินดังกล่าวทุกครั้งหรือไม่ และมีการใช้เครื่องบินไปในทางที่อาจจะเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 และมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่

นายเรืองไกรระบุว่า จากข้อมูลการยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. มีข้อสังเกตว่า ราคามัดจำกับราคาเครื่องบินเท่ากัน จึงควรตรวจสอบว่าราคาเครื่องบินมีมูลค่าตลาดที่แท้จริงเท่าใด เพราะในข่าวแจ้งมูลค่าถึง 800 ล้านบาท แต่แจ้ง ป.ป.ช.ไว้เพียง 30 ล้านบาท โดยในวันที่พ้นตำแหน่งประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย วันที่ 6 ก.ย.2567 ได้แจ้งว่าเป็นค่ามัดจำเครื่องบิน 30 ล้านบาท และในวันที่พ้นตำแหน่งรองนายกฯ แจ้งว่า ได้เครื่องบินมาเมื่อวันที่ 17 ก.ย.2567 มูลค่าเครื่องบิน 30 ล้านบาท ซึ่งอาจต่ำกว่าราคาตลาดมาก จึงมีข้อสังเกตที่ควรตรวจสอบว่า การแจ้งราคาเครื่องบินเป็นไปตามความจริงหรือไม่ แต่ยังไม่พบว่า ป.ป.ช.ตรวจสอบเรื่องนี้แล้วหรือไม่

วันเดียวกัน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 (บก.สอท.3) ได้ทำหนังสือถึง ผกก.สภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ขอความร่วมมือส่งหมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ 1 ถึงนายพลากร พิมพะนิตย์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 พรรค พท. ในความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ ในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เป็นการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์, ร่วมกันกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

นอกจากนั้น พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พร้อมคณะสนธิกำลัง บก.สอท.3 เข้าตรวจค้น 2 จุดใน จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขยายผลหาความเชื่อมโยงของเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ www.huaysodplus โดยจุดแรกเจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ ค.33/2569 ลงวันที่ 5 ก.พ.2569 ตรวจค้นบ้านเลขที่ 318/888 ถ.กุดยางสามัคคี ต.กาฬสินธุ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ หลังสืบทราบว่าเป็นบ้านพักที่นายปฐมพงศ์ ภูเต้าเงิน อายุ 31 ปี หรือ สจ.เปรียว สจ.เขตอำเภอยางตลาด ผู้ต้องหาตามหมายจับมากบดานพักอาศัย และจุดที่สองเจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ ค.32/2569 ลงวันที่ 5 ก.พ.2569 ตรวจค้นบ้านเลขที่ 16/ 89 ถ.เลี่ยงเมืองสงเปลือย ต.กาฬสินธุ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์   ซึ่งเป็นบ้านของนายธนาวุธ แสงแก่นเพ็ชร์ อายุ 44 ปี ผอ.รร.อนุบาลรัตนากาฬสินธุ์ โดยเบื้องต้นทั้งสองจุดเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดเอกสารหลักฐานไปทำการตรวจสอบ และไม่พบตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. กล่าวถึงหมายเรียกนายพลากรว่า หากเป็นเรื่องมีมูลเราก็ไม่ปกป้อง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ต้องตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้การเลือกตั้ง และนี่เป็นเพียงแค่หมายเรียกให้เข้าไปชี้แจง

เมื่อถามว่า ผู้สมัครรายดังกล่าวยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวว่าหนีออกนอกประเทศไปแล้ว นายจุลพันธ์กล่าวว่า ยังอยู่ในประเทศ เพราะใกล้จะเลือกตั้งแล้วในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ยังไงก็ต้องอยู่ และไม่มีเรื่องที่ต้องออกไป เพราะเป็นแค่หมายเรียกเท่านั้น

ส่วนการมีข่าวออกมาก่อนวันเลือกตั้ง 2 วันนั้น จะส่งผลต่อคะแนนของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์ระบุว่า คงเป็นความคาดหวังของคนที่ปล่อยข่าว เพราะเรื่องลักษณะนี้ ดูจังหวะจะโคน ไม่ใช่แค่เรื่องของพรรค พท.เท่านั้น เพราะเคยมีกรณีของพรรคอื่นด้วย ซึ่งในวันที่เป็นพรรคอื่นก็ยืนยันว่าไม่ได้โทษตัวพรรคในการตรวจสอบคน ซึ่งผิดพลาดกันได้ แต่เราเป็นห่วงในลักษณะของการเร่งรัดผิดปกติ ขณะที่พรรคฝ่ายรัฐบาลดูจะขาวเหลือเกิน ดูจะสะอาดมาก ตรงจุดนี้เราก็บอกว่าอย่าใช้กลไกอำนาจรัฐเป็นเครื่องมือทางการเมืองเท่านั้นเอง ในส่วนของคดีความก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โผครม.35คนปกรณ์แทนปื๊ด

ว่าที่ รมต.ส่งเอกสารตรวจสอบคุณสมบัติอย่างคึกคัก เปิดโผ ครม.สะเด็ดน้ำ 35 คน ลุ้นอีก 1 ชื่อยังไม่เคาะ ไร้คนของ "พปชร."

กางโผ 'ครม.อนุทิน 2' สะเด็ดน้ำ 35 คน 'บวรศักดิ์' ไม่ได้ไปต่อ 'พปชร.' ชวดเก้าอี้

กางโผ "ครม.อนุทิน 2" ลงตัวแล้ว 35 คน เหลือลุ้นอีก 1 ชื่อ ยังไม่สรุป ขณะที่ "บวรศักดิ์" ไม่ได้ไปต่อเหตุมติ กก.บห. ภูมิใจไทยไม่ได้เสนอชื่อ