“อนุทิน” สั่งสัปดาห์นี้จะไม่มีสถานีบริการใดบอกว่าไม่มีน้ำมันขาย! “พิพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะถกผู้ค้าน้ำมัน-โรงกลั่น รับค่าเฉลี่ยช่วงนี้ผิดปกติอยู่ที่ 82-84 ล้านลิตร จากเดิมที่ใช้ 67 ล้านลิตร แต่เชื่อสถานการณ์จะดีขึ้นหลังงัดใช้น้ำมันสำรอง-ขนส่ง 24 ชม.-เข้มงวดกักตุน ไม่กล้าฟันธงมีไอ้โม่งหรือไม่ “สศช.” เผยโรงกลั่นเร่งเครื่อง 110% เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ “ม็อบ” ยื่น 3 ข้อเร่งแก้วิกฤต ปชป.เตรียมชงญัตติด่วนให้สภาฯ ถกเมื่อวันจันทร์ที่ 23 มี.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้า โดยในเวลา 10.40 น.ได้เรียกหารือสถานการณ์น้ำมัน พร้อมรับฟังรายงานผลการตรวจสอบคลังน้ำมัน และในวันเดียวกันนายกฯ ได้ยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบรัฐบาล และมอบหมายให้รัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่แทนตลอดทั้งวัน
ส่วนที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุม ศบก. โดยมีผู้เกี่ยวข้องและผู้แทนบริษัทน้ำมันเข้าหารือด้วย
นายพิพัฒน์กล่าวในที่ประชุมว่า การประชุม ศบก.เมื่อวันที่ 19 มี.ค. รัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วน 3 เรื่อง เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอหน้าสถานีบริการน้ำมัน คือ 1.ผ่อนผันการผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ รองรับความต้องการส่วนเกินที่ผิดปกติในช่วงนี้ 2.ผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมัน ให้เดินรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศ เพื่อให้ขนส่งน้ำมันได้มากขึ้น และ 3.เข้มงวดการป้องกันการกักตุน โดยเมื่อวันที่ 21 มี.ค. มีคำสั่งนายกฯ ที่ 4/2569 เพื่ออนุญาตให้ผู้ประกอบการน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองตามกฎหมายออกมาให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
“การประชุมวันนี้จึงเป็นการติดตามความก้าวหน้า การดำเนินการตามมาตรการขั้นต้น โดยเฉพาะการนำน้ำมันสำรองมาให้บริการแก่ประชาชนสามารถเริ่มต้นได้เมื่อไหร่ และมีปริมาณเท่าไหร่ในแต่ละวัน เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสภาวะปกติโดยเร็ว” นายพิพัฒน์กล่าว
นายพิพัฒน์กล่าวด้วยว่า ขอเน้นย้ำความสำคัญของการรักษาข้อมูลของการประชุมทุกครั้ง ขอความร่วมมือจากทุกท่านให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การสื่อสารต่อสาธารณะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีความถูกต้องแม่นยำ เรามิได้มีเจตนาปิดบังข้อมูล แต่ในสถานการณ์ที่หลายประเด็นยังอยู่ระหว่างการพิจารณา และยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนได้
ภายหลังการประชุมนายพิพัฒน์แถลงว่า เป็นการประชุมเพื่อทำความเข้าใจ เป็นการซักซ้อมและหารือกับผู้ค้าตามมาตรา 7 ทุกบริษัทและโรงกลั่น ซึ่งแต่ละวันโรงกลั่นและผู้ค้าตามมาตรา 7 ได้นำน้ำมันอัดฉีดเข้าสู่ระบบสถานีบริการต่างๆ เกือบ 10,000 สถานีบริการ ซึ่งอดีตเคยเติมน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการและผู้ใช้ต่างๆ ประมาณ 67 ล้านลิตร แต่ในช่วงนี้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณซัก 82-84 ล้านลิตรต่อวันก็ยังไม่เพียงพอ
ลั่นทุกปั๊มต้องมีน้ำมันขาย
นายพิพัฒน์กล่าวว่า ยังมีการหารือกันว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และโรงกลั่นปล่อยน้ำมันเข้าสู่ตลาด เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้ โดยนายกฯ ได้มีข้อสั่งการว่า ภายในสัปดาห์นี้จะไม่มีสถานีบริการใดบอกว่าไม่มีน้ำมันขาย ซึ่งผู้ค้าตามมาตรา 7 ก็รับทราบ และจะพยายามปฏิบัติตามที่นายกฯ มีข้อสั่งการ ซึ่งจากการหารือก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกบริษัท โดยโรงกลั่นก็พยายามให้ได้ค่าการกลั่นที่ 100% บางโรงกลั่นก็อาจเกินกว่า 100% และพยามปล่อยน้ำมันทั้งหมดให้ผู้ค้าตามมาตรา 7
นายพิพัฒน์กล่าวว่า สุดสัปดาห์นี้ ปตท., บางจากและเชลล์จะจำหน่ายน้ำมันดีเซลสูตร B20 ให้ผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยจำหน่ายผ่านจ๊อบเบอร์ ซึ่งจุดจ่ายในพื้นที่ภาคใต้คือ จ.สงขลาและสุราษฎร์ธานี พื้นที่ภาคกลางคือ จ. พระนครศรีอยุธยา, สระบุรีและชลบุรี ทั้งนี้นายกฯ ได้อนุโลม ให้สมาคมประมงได้ใช้น้ำมัน B20 ไปพลางๆ ก่อน
ถามถึงปัญหาเรื่องการกักตุนน้ำมัน ขณะนี้พบไอ้โม่งกลุ่มไหนที่ได้ประโยชน์จากการกักตุนน้ำมันบ้าง และราคาเพิ่มขึ้นบ้างหรือไม่ นายพิพัฒน์กล่าวว่า หน่วยเฉพาะกิจที่นายกฯ ตั้งขึ้น จากการตรวจสอบยังไม่พบที่อื่น โดยกรณีที่ จ.อ่างทองนั้น เป็นการพยายามส่งน้ำมันออกไปประเทศเพื่อนบ้าน 2 หมื่นลิตร ซึ่งจะตรวจสอบต่อไป
“ไม่กล้ายืนยันว่า ณ เวลานี้จะมีไอ้โม่งหรือไม่มี แต่เราจะตรวจสอบโดยชุดเฉพาะกิจที่ประกอบด้วยหลายหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบ ทั้งโรงกลั่น คลังน้ำมัน สถานีบริการ และคลังอื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้หากประชาชนคิดว่าตรงไหนมีปัญหา หรือจุดไหนมีพฤติกรรมที่ไม่ดี ขอให้แจ้งที่ศูนย์เฉพาะกิจหรือ ศบก.เพื่อตรวจสอบต่อไป” นายพิพัฒน์กล่าว
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า หน่วยงานกระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ลงตรวจคลังน้ำมันทั้งหมด 8 จุด ทั้งหมดไม่มีความผิดปกติ แต่กรณีสถานีบริการต่างๆ ที่อาจขาดน้ำมันอยู่ อาจเป็นเพราะระบบการส่งน้ำมันจากคลัง โดยเฉพาะการส่งน้ำมันลงท่อที่ไม่สามารถส่งทุกชนิดได้ โดยจะมีปฏิทินการส่ง แต่ขณะนี้จากรายงานสถานการณ์ในปั๊มปรับตัวดีขึ้น หลังจากให้ขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมง
“ขอยืนยันน้ำมันมี ตัวเลขที่เช็กจากกรมศุลกากรมีน้ำมันดิบวิ่งเข้ามาในประเทศ ตั้งแต่ 1-20 มีนาคม น้ำมันดิบเข้าประเทศกว่า 3,400 ล้านลิตร เพียงพอที่จะกลั่นใช้ในประเทศ แต่น้ำมันดิบที่เรากลั่นมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศจะมีกำลังการกลั่น 175 ล้านลิตร ทั้งนี้โรงกลั่นพยายามเพิ่มกำลังการผลิตแต่เพิ่มได้ไม่มากนัก บางโรงกลั่นใช้กำลังการผลิตจากเดิม 100% เพิ่มถึง 110%” นายดนุชากล่าว
นายดนุชากล่าวอีกว่า อีกส่วนหนึ่งของกรมการปกครองที่ตรวจสถานีบริการทั่วประเทศ 9,387 แห่ง พบว่าประมาณ 8,000 แห่งมีปัญหาด้านการขนส่ง คือน้ำมันถูกเติมไปจนหมดปั๊มและต้องรอให้ขนส่งเข้ามาส่ง ขณะเดียวกันปริมาณน้ำมันที่ได้รับต่อวันอยู่ในตัวเลข 82 ล้านลิตร ซึ่งในเชิงปริมาณมีความเพียงพอต่อประชาชนได้
เมื่อถามว่า หลายปั๊มให้ข้อมูลว่าโควตาหมดแล้วจะรับน้ำมันใหม่อีกที 1 เมษายน ในระหว่างนี้จะมีการแก้ไขอย่างไรหรือไม่ก่อนจะถึงวันที่ 1 เมษายน นายดนุชากล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากปริมาณการขายน้ำมันพุ่งสูงเกินกว่าที่เคยทำมาในช่วงเวลาปกติ ทำให้โควตาน้ำมันในเดือนนั้นของเขาเต็มแล้ว ประกอบกับช่วงนั้นเรายังไม่มีการผ่อนคลายการสำรองน้ำมันที่ให้เพิ่มขึ้น 0.5% เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการผ่อนคลายแล้ว ทางบางจากเองสามารถเอาน้ำมันส่งไปยังผู้ค้าที่เป็นสถานีบริการ ที่บอกว่ารอบถัดไปในรอบเดือนเมษายน ณ ตอนนี้สามารถส่งไปให้ได้แล้ว ซึ่งทางบางจากได้แจ้งเองในที่ประชุม อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ภาครัฐจะติดตามดูน้ำมัน ว่าจะส่งไปที่สถานีบริการเหล่านั้นตามที่บอกไว้หรือไม่ โดยกระทรวงมหาดไทยจะส่งคนไปตรวจ
คุมเข้มรายงานน้ำมัน
ขณะที่นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สิ่งที่ภาครัฐทำคือพยายามจัดระบบและสร้างความโปร่งใส เพื่อให้ไม่เกิดการตั้งคำถามว่าน้ำมันไปไหน โดยให้ผู้ค้ามาตรา 7 คือผู้ค้าน้ำมันขนาดใหญ่และโรงกลั่น รวมถึงจ๊อบเบอร์อีกกว่า 200 ราย ต้องรายงานว่าได้รับน้ำมันหรือผลิตน้ำมันมาจำนวนเท่าใดในแต่ละวัน และขายไปในปริมาณเท่าใด ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะต้องรายงานมายังกรมธุรกิจพลังงานทุกวัน เพราะฉะนั้นเมื่อได้ข้อมูลต่างๆ ก็จะสร้างความโปร่งใส ทำให้เห็นว่าน้ำมันเมื่อผลิตแล้วจากโรงกลั่นจะกระจายไปที่ใดบ้าง และตอนนี้เท่าที่ดูก็พยายามที่จะกระจายไปที่จ๊อบเบอร์และสถานีบริการ ให้เหมือนกับหรือมากกว่าปริมาณที่เขาเคยได้ก่อนเกิดเหตุการณ์ ซึ่งหากจัดสรรเช่นนี้ก็จะสามารถรองรับความต้องการได้ในระดับหนึ่ง หากไม่มีการนำไปใช้ผิดประเภทหรือกักตุนก็จะเกิดการกระจายน้ำมัน
ด้านนายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานติดตามตัวเลขการผลิตและการใช้น้ำมันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการผลิตจากทั้ง 6 โรงกลั่น ณ วันนี้ผลิตนํ้ามันดีเซลได้ทั้งหมด 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการในช่วงครึ่งแรกของเดือน มี.ค.อยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน บางวันกระโดดไปถึง 100 ล้านลิตรต่อวัน จึงต้องดึงสต๊อกเก่ามาใช้ ขณะเดียวกันตามคำสั่งของนายกฯ ที่ให้ผู้ค้าตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ส่งข้อมูลมารายงานทุกวันในเวลา 18.00 น.นั้น ยํ้าว่าหากผู้ค้าไม่ส่งข้อมูล จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายสราวุธกล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบความผิดปกติของคลังน้ำมันที่ จ.อ่างทอง สิ่งปรากฏชัดคือ ใบกำกับการขนส่งไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานได้ประสานกับสำนักงานพลังงานจังหวัดอ่างทอง ซึ่งได้ร้องทุกข์กล่าวโทษเรียบร้อยแล้ว และส่งตัวอย่างการตรวจสอบคุณภาพนํ้ามันของบริษัทดังกล่าวให้ตำรวจเพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป
เมื่อถามว่า ต้องปรับตัวเลขนํ้ามันสำรองจากเดิมที่ 103 วันหรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า เราต้องติดตามว่าตัวเลขการใช้นํ้ามันยังเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะอาจเกิดความตระหนกในช่วงแรก แต่สุดท้ายตัวเลขอาจกลับมาเหมือนเดิม ประชาชนไม่ต้องห่วงถึงจะปรับตัวเลขอย่างไร ก็อยู่ที่ 90-100 วัน
ถามว่า หากตัวเลขความต้องการดีเซลอยู่ที่ 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่ผลิตได้ 80 ล้านลิตร จะมั่นใจได้อย่างไรว่าภายในสัปดาห์นี้ปั๊มน้ำมันจะมีปริมาณน้ำมันเพียงพอให้บริการประชาชน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกล่าวว่า ตลอดเดือนที่ผ่านมาก็เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ซึ่งปริมาณใช้มากกว่าที่ผลิตได้ในทุกวัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเอกชนก็นำสต๊อกสำรองออกมาใช้ และจะพยายามกระจายให้เร็วกว่านี้ ขณะที่ภาครัฐก็ผ่อนผันในการสำรองน้ำมันตามกฎหมายเพื่อให้เกิดการกระจายที่เพิ่มมากขึ้น
ดีเซลไทยต่ำกว่าเพื่อนบ้าน
นายวัชรินทร์ บุญฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ราคาน้ำมันดิบดูไบพุ่งสูงถึง 158 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์อยู่ 122% ทำให้เกิดผลกระทบถึงความกดดันต่อราคาพลังงานภายในประเทศ แต่สถานการณ์ราคาขายปลีกภายในไทย น้ำมันดีเซลจำหน่ายดีเซลอยู่ที่ 31.14 บาทต่อลิตร ในขณะที่แก๊สโซฮอล์ E10 อยู่ที่ 33.05 บาทต่อลิตร
“ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนได้ทยอยปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีกทั้งเบนซินและดีเซลต่อเนื่อง โดยน้ำมันดีเซลไทยอยู่ที่ 31.14 บาทต่อลิตร ในขณะที่มาเลเซียอยู่ที่ 38-39 บาทต่อลิตร สถานการณ์การขายปลีกของไทยยังถือว่าราคาต่ำกว่าพื่อนบ้านในอาเซียน” นายวัชรินทร์กล่าว
นายวัชรินทร์ยังกล่าวว่า กรมธุรกิจพลังงานอยู่ระหว่างการจัดทำแอปพลิเคชัน Fuel Now ที่แสดงถึงสถานะสถานีบริการว่าปิดทำการหรือเปิดมีให้บริการ ที่จะต้องมีการกรอกข้อมูล ณ ปัจจุบัน ทั้งชนิดน้ำมันและปริมาณที่เหลือ โดยมีผู้ค้าทั้งที่ 139 ราย ซึ่งคาดว่าน่าจะเปิดบริการได้ในวันพรุ่งนี้
ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคได้ตรวจสอบกับปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัดโดยเฉพาะภาคใต้ พบว่าปริมาณน้ำมันที่ส่งให้ปั๊มต่างๆ ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติถึงครึ่ง ในขณะที่น้ำมันดิบมีเพียงพอ กำลังโรงกลั่นมีเพียงพอ และมีกำลังผลิตเต็มที่ แล้วน้ำมันหายไปไหน มองว่ารัฐบาลยังให้คำตอบกับประชาชนได้ไม่ชัดเจน จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบตลอดเส้นทางว่าเกิดอะไรขึ้นและสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจน
นายกรณ์กล่าวอีก พรรคได้ยื่นญัตติด่วนในวันที่ 25 มี.ค.เพื่อให้สภาเปิดอภิปรายเรื่องวิกฤตพลังงาน และผลกระทบที่เกิดกับประชาชน รวมถึงราคาสินค้าและอื่นๆ หวังว่าจะได้ใช้สภาให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงกับประชาชน
ในการประชุมวุฒิสภาหลังเปิดให้สมาชิกหารือความเดือดร้อนของประชาชน น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ สว. เสนอญัตติด่วนขอให้วุฒิสภาพิจารณาปัญหาผลกระทบต่อประเทศไทยจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยระบุว่ารัฐบาลต้องแสดงจุดยืนและท่าทีอย่างชัดเจนว่า จะไม่นำพาประเทศไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสงครามหรือความขัดแย้ง และตั้งข้อสังเกตต่อการบริหารจัดการด้านพลังงานว่า ผู้กำหนดนโยบายต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจน้ำมัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมอย่างแท้จริง
ร้อง 3 ข้ออุ้มพลังงาน
ส่วนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มภาคประชาสังคม 14 องค์กร นำโดยนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข, นายธัชพงศ์ แกดำ ยื่นหนังสือถึงนายอนุทินเพื่อขอให้มีมาตรการเร่งด่วนในการแก้วิกฤตพลังงาน โดยให้มีมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อ คือ 1.ยกเลิกเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปรับลดค่าการกลั่นน้ำมัน และตรึงราคาแก๊สหุงต้มภาคครัวเรือนเป็นเวลา 1 ปี 2.ลดค่าไฟฟ้าจากหน่วยละ 4.18 บาท เหลือหน่วยละ 3 บาท และ 3.กําหนดมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
ส่วนสถานการณ์ในต่างจังหวัดนั้น ที่ สภ.เมืองอ่างทอง จว.อ่างทอง นายก้องเกียรติ กิตติคุณ พลังงานจังหวัดอ่างทอง เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง พร้อมนำเอกสารเพื่อแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กรณีบริษัท วี เอออยล์ จำกัด ไม่ออกใบกำกับการขนส่งน้ำมันให้แก่บริษัท ทริลเลียนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด อ.เมืองอ่างทอง ซึ่งเป็นคลังน้ำมันที่ตั้งอยู่ใน จ.อ่างทอง และถูกตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) กองบัญชาการสอบสวนกลางเข้าตรวจสอบเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2569
ส่วนที่ จ.พิษณุโลก น้ำมันยังไม่เพียงพอกับความต้องการ บางปั๊มมีประชาชนมารอต่อคิวกันจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ปั๊ม PT ตรงข้ามหน้ามหาวิทยาลัยนเรศวร อ.เมืองพิษณุโลก รถกระบะจำนวนมากมาจอดรอตั้งแต่ค่ำคืนที่ผ่านมา บางคนถึงขั้นเตรียมเสื่อ หมอน มุ้งมานอนรอ เพื่อมาเข้าคิวรอเติมน้ำมันกันเลยทีเดียว
ขณะที่ จ.บุรีรัมย์ น้ำมันดีเซลหลายปั๊มไม่มีให้บริการ บางปั๊มที่ได้น้ำมันจากคลังใหญ่น้อยลงต้องจำกัดการเติมคันละไม่เกิน 1,000 บาท แกลลอนไม่เกิน 500 บางตู้จ่ายติดป้ายสงวนสิทธิ์ไว้จำหน่ายให้รถพยาบาล, ตร., กู้ภัย, รถฉุกเฉิน และรถหน่วยงานราชการไฟฟ้า ทำให้เกษตรกรต้องคอยวิ่งหาปั๊มไหนน้ำมันขนส่งมาถึงแล้วก็จะรีบเข้าไปเติม
ที่ จ.สงขลา ชาวบ้านได้นำแกลลอนน้ำมันจำนวนหลายถังมาเรียงต่อๆ กันเพื่อจองคิวรอเติมน้ำมัน ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาปากแตระ ตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า ซึ่งถ้าอยากได้คิวแรกๆ ต้องเดินทางมาตั้งแต่ตี 1-ตี 2
นายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง มอบหมายให้นายมานิตย์ ยศศักดิ์ ปลัดอำเภอเบตง ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เบตง ลงพื้นที่สำรวจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่อำเภอเบตง เพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเฝ้าระวังการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามภาวะปกติ พร้อมรวบรวมข้อมูลย้อนหลัง 7 วันที่ผ่านมา และรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่องถึงปริมาณน้ำมันที่ได้รับ เปรียบเทียบกับภาวะปกติว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' โพสต์ภาพครอบครัว พร้อมถ้อยคำสั้นๆ กินใจ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับครอบครัวผ่านเฟซบุ๊กเนื่องในวันแม่ โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดา พร้อมด้วย นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มารดา และน้องชาย น้องสาว
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน

